|
รายงานการศึกษาดูงานการพัฒนาด้าน ICT สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
28-30 มกราคม 2546
เสนอต่อ
ศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
...............................
##...
วัตถุประสงค์การศึกษาดูงาน...##
ประธานคณะทำงานอี-อาเซียน
ได้รับเชิญจากอธิบดีสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
(Science Technology and Environment Agency : STEA) ให้ไปเยี่ยมชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา
ICT
ของประเทศลาว เพื่อศึกษาสภาพข้อเท็จจริง และเรียนรู้ประเด็นปัญหา ตลอดจนความต้องการทางด้าน
ICT ของประเทศลาว
จากประสบการณ์จริง อันเป็นโอกาสในการแสวงหาความร่วมมือ และเร่งรัดความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้กรอบ
อี อาเซียน
ให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในประเด็นการลดช่องว่างการพัฒนาด้าน ICT ระหว่างสมาชิกเก่า
และใหม่ของอาเซียน
##...
สถานที่ / กำหนดการดูงาน..##
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้าน
ICT ทั้งภาครัฐ และ เอกชน ตลอดจน หน่วยงานด้านการศึกษาและโรงเรียน
ในระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2546 ดังรายละเอียดในเอกสารแนบท้าย
##...
คณะผู้ดูงาน...##
ประกอบด้วย
ประธานคณะทำงานอี-อาเซียน (ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์) เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่
ศูนย์ประสานงานอี-อาเซียน 2 คน คือ นางเจริญจิตร โพธิ์ทอง และ นางสาวปฐมพร
ศรีอรุณเอี่ยม
##...
สรุปข้อมูลเบื้องต้น จากการศึกษาดูงาน...##
4.1 สภาพทั่วไป
: ประเทศลาวมีประชากรประมาณ 5.3 ล้านคน ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียน มีพรมแดนติดต่อกับ
ประเทศไทย
พม่า จีน และเวียดนาม มีการปกครองในระบบพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว และมีสภาเดียว
แต่
ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการสู่ท้องถิ่น
มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารประเทศ และประธาน
ประเทศ (หัวหน้าพรรคการเมือง) มีฐานะเป็นผู้นำประเทศ รายได้หลัก 3 ลำดับแรกคือ
ไฟฟ้า ป่าไม้ และ ผลผลิต
จากป่า (อาทิ ครั่ง) ประชากรมีรายได้เฉลี่ย 350-500 เหรียญสหรัฐ ต่อปี
มีการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษ "ชัยสมบูรณ์"
ทางตอนเหนือของประเทศ
เพื่อเร่งรัดพัฒนาแก้ปัญหาความยากจน การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านมีความ
สำคัญ เพราะการคมนาคมภายในประเทศยังไม่สะดวก ปัจจุบัน นอกจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวระหว่าง
หนองคาย-เวียงจันทน์แล้ว กำลังจะก่อสร้างอีกแห่งหนึ่งเชื่อมระหว่าง นครพนม-สุวรรณเขต
และอยู่ระหว่างการตัด
ถนนเชื่อมจาก อ.เชียงของ จ. เชียงราย ของไทยเข้าไปยังลาว จนถึงประเทศจีนตอนใต้
4.2 การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี :
@
ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการเตรียมยกร่างกฎหมายด้านวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งครอบคลุมภารกิจด้านการใช้ประโยชน์
จากเทคโนโลยีสารสนเทศ
ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งขึ้นตรงกับสำนักนายก
รัฐมนตรี
@ การพัฒนาด้านโทรคมนาคม อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม
ขนส่ง ไปรษณีย์ และก่อสร้าง
(Ministry
of Communications, Transports, Posts and Construction: MCTPC) ซึ่งดูแลด้าน
ระบบโทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด สภาพปัจจุบัน การสื่อสารด้านโทรคมนาคม
ยังมีคุณภาพ
ไม่สูงนัก จำนวนโทรศัพท์พื้นฐานยังจำกัด ในขณะที่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
คู่ขนาน
กันไปในปริมาณเท่าๆกัน ขณะนี้ อยู่ระหว่างการวางโครงสร้างพื้นฐาน back
bone ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
จากเหนือ ลงใต้ และเชื่อมไปถึงกัมพูชา เป็นสาย fiber optic ลงทุนโดยใช้เงินกู้จากจีน
ให้สัมปทานกับบริษัท
Lao Telecom เป็นเวลา 25 ปี สภาพภูมิประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นอุปสรรคสำคัญในการวางสาย
โทรศัพท์ ขณะนี้ มีกฎหมายแม่บทด้านโทรคมนาคมแล้ว แต่ยังไม่มีกฎหมายลูก
และกฎกระทรวงต่างๆ ออก
มาบังคับใช้
@
การใช้บริการ Internet ของประชาชน อยู่ในระยะขยายตัว โดยเฉพาะ การให้บริการจาก
Internet Cafe?
เติบโตอย่างรวดเร็ว และเร็วกว่าการใช้บริการตามบ้าน เนื่องจากระบบโทรศัพท์ยังมีความครอบคลุมพื้นที่ต่ำ
แต่ยังไม่มีการจัดทำแผนแม่บทการส่งเสริมด้านนี้ ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ
ระบบการให้บริการ ISP
ยังผูกขาดอยู่เพียง 4 ราย และมีปัญหาคุณภาพบริการเนื่องจาก มีการขยายบริการเกินขีดความสามารถในขณะ
ที่ราคาการใช้บริการยังสูงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคุณภาพ
(ชั่วโมงละ 6,000 กีบ หรือ ประมาณ 24 บาท)
บทบาทความรับผิดชอบด้าน Internet ยังไม่มีการแบ่งแยกความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจนระหว่างกระทรวง
คมนาคมฯ และ สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งให้บริการInternet แก่ 16 กระทรวง
รวมทั้งมหาวิทยาลัย
แต่ยังไม่มีระบบ Intranet ซึ่งขณะนี้ ญี่ปุ่นกำลังให้ความช่วยเหลือในการเชื่อมโยงระบบ
เพื่อเตรียมรองรับ
การประชุม ASEAN Summit 2005
@
การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่ ยังเป็นเพียงเครื่องมือ ในการพิมพ์ดีดเท่านั้น
และมีปัญหาข้อติดขัด
สำคัญคือ
การพัฒนารหัสภาษาลาว (Lao Character) ยังไม่มีเอกภาพ และไม่เชื่อมโยงกับระบบปฏิบัติการ
Windows
4.3 บทบาทภาคเอกชนด้านโทรคมนาคม:
กลุ่มชินวัตร เป็นบริษัทผู้บุกเบิกรับสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์จาก
ภาครัฐเป็นรายแรก
(ถือหุ้นร่วมกับรัฐบาลในสัดส่วน 49: 50) เมื่อประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันรัฐมีนโยบาย
เปิดเสรี
มีบริษัทผู้ได้รับสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4 บริษัท คือ 1)Lao Telecommunications
(รัฐวิสาหกิจ
ผสม
ระหว่างกลุ่มชินวัตร และรัฐบาลลาว) ซึ่งถือว่ามีเครือข่ายการให้บริการที่กว้างขวางมากที่สุด
2) Telecom
Lao ดำเนินการโดยรัฐบาลลาว ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 3) Lao Asia Telecom
เป็นของทหาร และ 4) Minicom
โดยกลุ่ม สวีเดน และมีการควบคุม Internet Gateway โดย Lao Telecom มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล
การกำหนดค่าบริการ ปัจจุบัน อัตราการให้บริการระหว่างภายในประเทศ และค่าบริการออกนอกประเทศยังต่างกัน
มาก การปรับราคาภายในเป็นไปได้ยาก เพราะกำลังซื้อของประชากรต่ำ ที่น่าสนใจคือ
Lao Telecom เป็นบริษัท
เดียวที่มีการจัดทำ KPI เพื่อวัดผลการดำเนินงานตามเป้าหมาย ปัญหาสำคัญในการลงทุนประการหนึ่งคือ
ปัญหา
ค่าเงินกีบที่ยังไม่นิ่ง และมีแนวโน้มลดค่าลงเมื่อเทียบกับ ดอลล่าร์สหรัฐ
4.4 บทบาทของสภาหอการค้าลาว
(Lao National Chamber of Commerce and Industry): ทำหน้าที่ประสานงาน
ทั้งด้านการค้า การธนาคาร และอุตสาหกรรม ระหว่างภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเชื่อมโยงกับธุรกิจระหว่างประเทศ
เพิ่งเข้าเป็นสมาชิก Chamber of Commerce ของอาเซียน และเพิ่งมีการจัดทำ
homepage ของตนเองโดยความ
ช่วยเหลือจากนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส ปัจจุบัน มีสมาชิกประมาณ 300 บริษัท
ส่วนใหญ่เป็นกิจการด้านส่งออกเสื้อผ้า
กาแฟ หัตถกรรม สินค้าเกษตร และการแปรรูป และธุรกิจนำเข้ายานยนต์ สำหรับธุรกิจคอมพิวเตอร์ยังมีโอกาสด้าน
ตลาด แต่มีอุปสรรคที่ระดับรายได้ของประชากรส่วนใหญ่ยังต่ำ และค่าขนส่งสินค้ายังมีราคาแพง
ปัจจุบัน มีบริษัทที่
ทำธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์ประมาณ 25 บริษัท ส่วนใหญ่นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบภายในประเทศ
การเก็บภาษีการค้า
ของลาว ยังอยู่ในระดับสูง มีความร่วมมือจากหอการค้าไทย อาทิ การให้ทุนการศึกษา
ในอดีต สินค้านำเข้าส่วนใหญ่
ประมาณ 90% มาจากไทย แต่ปัจจุบัน ส่วนแบ่งการตลาดของเวียดนามและ จีน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
(ประมาณ 50%
เป็นของเวียดนามและจีน) โดยเฉพาะการนำเข้ารถจักรยานยนต์จากจีนเนื่องจากราคาสินค้าถูกกว่ามาก
(ถึง 4 เท่าตัว)
ขณะนี้ ยังไม่มีกฎหมายด้านการควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้า นักธุรกิจทั่วไป
ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการทำธุรกิจ
e-Commerce มีเพียงการจัดทำ website เพื่อโฆษณาสินค้าเท่านั้น ทั้งนี้สาเหตุสำคัญมาจากปัญหา
การขาดความ
พร้อมด้าน การจัดทำระบบการตรวจสินค้าผ่านด่านศุลกากรด้วยระบบ EDI และการขาดระบบe-Payment
ตลอดจน
ปัญหาระบบ Internet ยังมีคุณภาพต่ำ
4.5 บทบาทของกระทรวงการค้าและการท่องเที่ยว
(Ministry of Commerce): มีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่เมื่อกลางปี
2545 คือ ศูนย์ส่งเสริมการค้าลาว (Lao Trade Promotion Center) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารทางการค้า
จัดทำ website โฆษณาและเผยแพร่สินค้าของลาวเพื่อมุ่งตลาดส่งออก ติดตามข้อมูลการตลาด
และจัดแสดงสินค้า
ได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมการส่งออกของประเทศไทยไปร่วมงานแสดงสินค้าเป็นประจำทุกปี
ขณะนี้อยู่ใน
ขั้นตอนการกำหนดนโยบายส่งเสริมการส่งออก ทั้งด้าน การพัฒนาสินค้า และการพัฒนาขยายตลาดส่งออก
ให้ความ
สำคัญกับสินค้าสำคัญ 5 ประเภทคือ 1) สินค้าและอุตสาหกรรมเกษตร 2) ท่องเที่ยว
3) วัสดุก่อสร้าง 4) แร่ธาตุ 5)
ไฟฟ้า-พลังงาน ปัญหาสำคัญคือ ค่าขนส่งแพง ในขณะที่สินค้าส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปวัตถุดิบทำให้มีมูลค่าเพิ่มต่ำ
รัฐบาลเห็นความสำคัญของการเปิดเสรีทางการค้า และพยายามเปิดตลาดของลาวให้มากขึ้น
แต่ยังมีปัญหาสำคัญหลาย
ประการ โดยเฉพาะ ปัญหาการขาดดุลการค้า โดยมีการนำเข้ามากกว่าการส่งออกถึงเท่าตัว
รวมทั้งปัญหาด้านกลไกทาง
การเงิน ซึ่งยังปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์ทางการค้า มีความต้องการเตรียมความพร้อมด้านการเพิ่มศักยภาพบุคลากร
ด้านการค้า โดยเฉพาะการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำธุรกรรม
e-Commerce ตลอดจนการวางรากฐาน
ระบบ กลไก และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ทั้งในระดับนโยบาย และหน่วยกำกับดูแล
นอกจากนี้ ปัญหาที่มีลำดับความสำคัญสูงอีกประการหนึ่งคือ คุณภาพ และการตรวจสอบรับรองคุณภาพสินค้าตาม
มาตรฐานสากล
4.6 บทบาทของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
(Information Technology Center): เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทเทียบเท่ากับ
NECTEC ของไทย อยู่ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รับผิดชอบด้าน 1) การให้บริการเครือข่าย
ซึ่งรวมถึงการบริการ ทั้ง
National and International Gateway, การพัฒนา e-Government 2) การฝึกอบรมข้าราชการ
และบุคลากรด้าน
วิศวกรรม 3) การวิจัยและพัฒนา รวมทั้ง การพัฒนา Telecenter ในกรอบแนวคิดเดียวกับของไทย
มุ่งกลุ่มเป้าหมายผู้มี
รายได้ต่ำ และนักธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ปัญหาสำคัญขณะนี้ คือ มีกำลังคนเพียง
12 คน ในขณะที่มีภารกิจกว้างขวางมาก
4.7 พื้นฐานระบบธนาคารพาณิชย์:
ยังอยู่ในระดับพื้นฐาน เพิ่งนำระบบ IT มาใช้ในพ.ศ. 2541 แต่ยังไม่ใช่ระบบที่ให้บริการ
ลูกค้า ทำให้เกิดความล่าช้า รวมทั้งยังเป็น software ที่ไม่สามารถเชื่อมกับระบบต่างประเทศได้
จึงยังทำธุรกรรม e-payment
และให้บริการ ATM ไม่ได้ กลไก และโครงสร้าง พื้นฐานของลาวยังไม่สามารถรองรับการพัฒนาในระบบ
IT ได้ ขณะนี้อยู่
ระหว่างปรับระบบบัญชีสู่มาตรฐานสากล การทำธุรกรรมทางการค้า ส่วนใหญ่เกือบ
ร้อยละ 80 ยังใช้เงินสด ความเข้าใจเรื่องการ
ใช้เช็คมีน้อย การใช้บัตร ATM และบัตรเครดิตภายในประเทศ ยังไม่คุ้มกับต้นทุนค่าใช้จ่าย
เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มี
รายได้ต่ำ ธนาคารแห่งประเทศลาว (Bank of Lao PDR) ซึ่งเป็นธนาคารกลางผู้รับผิดชอบการพัฒนาระบบธนาคารพาณิชย์
และกำกับนโยบายการเงินของประเทศมีกำลังคนจำกัด ปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือจาก
ADB ในการจัดหาผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนา
ปรับระบบบัญชีธนาคาร และเสริมสร้างศักยภาพของพนักงาน เคยมีความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิดในยุค
ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนเสนอให้ใช้ประเทศไทย
และผู้เชี่ยวชาญไทยในการจัดฝึกอบรมภายใต้
ความช่วยเหลือ ADB เนื่องจากเห็นว่ามีความได้เปรียบด้านภาษา ซึ่งสามารถสื่อสารกันได้อย่างดี
4.8 การพัฒนาด้านการศึกษา
และ IT ในระดับโรงเรียนมัธยม: ปัจจุบัน ลาวมีโรงเรียนประถมศึกษาประมาณ
8400 แห่ง โรงเรียน
มัธยม (ทั้งระดับต้น และ ระดับปลาย) ประมาณ 850 แห่ง และมี นักเรียนในระดับประถม
และระดับมัธยม จำนวนประมาณ
8.5
และ 3.15 แสนคน ตามลำดับ รัฐบาลมี เป้าหมายการใช้ IT เป็นเครื่องมือ และเครือข่ายในการยกระดับการเรียนการสอน
ปัญหาสำคัญคือ ขาดบุคลากรด้าน ICT ต้องการความช่วยเหลือทางเทคนิควิชาการ
ตั้งแต่ การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานของ
ประเทศให้พร้อมรับระบบ IT ความเห็นของเจ้าหน้าที่ในระดับนโยบายของลาว ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของวิทยาลัย
ครูเป็นลำดับแรก ในลักษณะ training the trainers รองลงมาคือ การพัฒนาในระดับการอาชีวศึกษา
ก่อนที่จะลงไปในระดับ
มัธยม และประถม เนื่องจากเห็นว่าการส่งเสริมและจัดทำโครงการที่ยั่งยืน
ต้องอาศัยผู้สอน และทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่มีความก้าวหน้ากว่าไทยในขณะนี้ คือ มีการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาให้กับท้องถิ่นตั้งแต่
พ.ศ. 2542 กระทรวงศึกษาดูแลเฉพาะด้านวิชาการ ทั้งนี้ ท้องถิ่นจะต้องมีส่วนร่วมกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนส่วนหนึ่ง
(ประมาณ 20%) ให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ และได้รับความช่วยเหลือจากมาเลเซีย
จัดทำโครงการ Smart
School ให้กับโรงเรียน 2 แห่งโดยช่วยเหลือด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และพัฒนาจัดทำ
webpage บทเรียนที่ใช้ในการสอน
นักเรียน และญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือในระดับมหาวิทยาลัย มีการเชื่อมโยงประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในอาเซียน
ภายใต้ ASEAN University Network นอกจากนี้ ได้รับความช่วยเหลือจาก NGO
ในการพัฒนาห้องเรียนที่สอนวิชาหลัก
(คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา และเคมี) เป็นภาษาฝรั่งเศส ตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมัธยมปลาย
ปัญหาที่พบคือ computer
character สำหรับภาษาลาวยังไม่เรียบร้อย อุปสรรคสำคัญในการใช้เครื่องมือ
IT เพื่อการเรียนการสอน ได้แก่การจัดทำและบรรจุ
สาระ
(content) การเรียนการสอนโดยใช้ IT เป็นเครื่องมือ การพัฒนาด้านอาชีวศึกษายังมีคุณภาพต่ำ
ไม่สอดคล้องกับความ
ต้องการของตลาดแรงงาน
##...ความเห็น
และข้อเสนอแนะ...##
5.1 ข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์การสร้างความร่วมมือภายใต้กรอบอี
อาเซียน
ประธานคณะทำงานอี-อาเซียน
ได้แลกเปลี่ยนทัศนะกับอธิบดีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ และคณะเจ้าหน้าที่ลาว
ซึ่งมีสาระ
สำคัญเชื่อมโยงกับประเด็น และโอกาสการแสวงหาความร่วมมือ ภายใต้กรอบอี-อาเซียนดังนี้
(1)
รูปแบบการพัฒนามีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาคือ
-
ความพร้อม
-
สภาพแวดล้อม
-
ตลาดภายใน และต่างประเทศ
ในกรณีของประเทศลาว
การพยายามพัฒนาแบบก้าวกระโดด ไม่อาจจะนำมาใช้ได้ในทุกกรณี จำเป็นต้องรู้จักเลือก
รับและเลือกใช้ การพัฒนาโดยขาดความสมดุลระหว่างความต้องการ
และ ตลาด เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า เนื่องจากมี
ทรัพยากรจำกัด
(2)
การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ ในหลักการ สามารถปรับใช้ได้ในหลายสาขาการพัฒนา
แต่จำเป็นต้องมี
วิสัยทัศน์ว่า
จะนำมาใช้กับสาขาใด ก่อน หลัง (priorities) จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
(3)
การพัฒนาด้าน e-Commerce ต้องพิจารณาความพร้อมของประเทศเป็นหลัก ในกรณีของลาว
การผลักดันให้มี
การพัฒนา
e- Payment system ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาบัตรเครดิต ในขณะที่ประเทศลาวยังไม่มีความ
พร้อมและไม่มีการทำธุรกรรมโดยใช้บัตรเครดิตดังกล่าว จึงยังไม่เกิดประโยชน์ต่อการลงทุนทั้งในแง่ของลาวเอง
และ
ประเทศอื่น และเป็นการยัดเยียดการพัฒนาโดยไม่ จำเป็น การพัฒนาe-Commerce
ความสำคัญอยู่ที่ตัวสินค้า
หากยังไม่มีการควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ คงไม่เกิดประโยชน์
ในกรณีเช่นนี้ เฉพาะสินค้าที่มี
เอกลักษณ์ของตนเอง (identity) เท่านั้นที่จะมีโอกาสการใช้ประโยชน์จาก e-Commerce
เพื่อการส่งออก และใน
การนี้ การพัฒนระบบการใช้บัตรเครดิตก็จะเป็นกลไกสำคัญในการทำธุรกรรมทางการค้า
(4)
การส่งเสริม IT ในระบบโรงเรียน ความเชื่อมโยงกับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานมีข้อสังเกตว่าระบบการเชื่อมต่อ
เครือข่าย
นั้น มีความจำเป็นต้องกำหนดแบบแผนการพัฒนาเป็นระยะ (phasing) เนื่องจาก
การพัฒนาระบบ
โทรศัพท์ทั่วประเทศยังไม่สมบูรณ์ในระยะสั้น ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะแรก
เนื่องจากโรงเรียนส่วนใหญ่ ยังไม่มี
คอมพิวเตอร์ใช้ จึงควรหาวิธีแก้ปัญหาด้วยการ จัดระบบบริการที่มีประสิทธิภาพ
อาทิ การผนวกบริการเข้าด้วยกันใน
แต่ละชุมชน และจัดให้มีศูนย์กลาง (center) การให้บริการ และให้โรงเรียนอื่นๆ
หมุนเวียนมาใช้บริการ อย่างไรก็
ตาม ปัญหาที่สำคัญกว่านั้น คือ แม้ว่าจะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ครบถ้วน แต่ไม่มีครูที่สามารถสอนเด็กนักเรียนได้
ก็
เป็นอุปสรรคสำคัญ และไม่เกิดประสิทธิผล
(5)
การวางแผนพัฒนาด้านโทรคมนาคม ควรคำนึงถึงตลาดเป็นปัจจัยหลัก การลงทุนพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น
back
bone ทั่วประเทศในคราวเดียวไว้รองรับความต้องการในอนาคต ซึ่งยังคาดคะเนไม่ได้ชัดเจน
หรือยังไม่มีความ
ต้องการเพียงพอในระยะปานกลาง อาจเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า และแพงเกินไปในกรณีของลาว
อย่างไรก็ตาม ในอีกแง่
มุมหนึ่ง การลงทุนดังกล่าวอาจเป็น หนทางในการสร้าง หรือ กระตุ้นความต้องการใช้
อาทิ กรณีการใช้ประโยชน์เพื่อการ
ศึกษา ก็เป็นการตอบสนองความต้องการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นเครื่องมือของการพัฒนาระบบการเรียนรู้
และ
การศึกษาโดยมีโรงเรียนอย่างน้อย เกือบ 10,000 แห่ง และเด็กในวัยเรียนกว่า
1 ล้านคนทั่วประเทศเป็นเป้าหมายประเด็น
สำคัญคือ การพยายามสร้างสมดุลระหว่างความต้องการ กับโครงสร้างพื้นฐานที่จะลงทุน
ซึ่งจะเป็นการพัฒนาทั้งสองด้าน
ไปด้วยกัน อีกนัยหนึ่ง นโยบายกระจายความเจริญ ด้วยการพัฒนาลงทุนสร้างเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน
จะต้องมีนโยบาย
อื่นมาเสริม เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าวอย่างเต็มที่
และที่สำคัญคือ กระบวนการสร้าง back bone
จำเป็นต้องมีการกำหนดระยะ (phasing) การพัฒนาให้ชัดเจน และกำหนดขนาดการลงทุนให้สอดคล้องกับขีดความ
สามารถการใช้จ่ายของประเทศแต่ละระยะเพื่อไม่ให้ขาดดุลมากเกินไป
(6)
ประเด็นจากการเยี่ยมชมหน่วยงานด้านการพัฒนา ICT คงต้องยอมรับว่า ภารกิจด้านวิจัย
ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก อันเนื่อง
มาจาก
เงื่อนไขด้านกำลังคน และประสบการณ์ ประเด็นปัญหาสำคัญคือ จะพัฒนา e-Government
ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ซึ่งหัวใจสำคัญของการพัฒนาอยู่ที่ การสร้างความตระหนัก และความเข้าใจให้หน่วยงานต่างๆภาครัฐทั้ง
16 กระทรวงเห็น
ความสำคัญ และให้ความ ร่วมมือ เพื่อให้สามารถรวบรวม แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารภาครัฐที่ทันสมัยได้ต่อเนื่อง
ฉะนั้น การ
กำหนดยุทธศาสตร์โดยการให้ ศูนย์ IT ทำหน้าที่พัฒนาฝึกอบรมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ
หน่วยละ 2 คนให้กลับไป
พัฒนาหน่วยงานของตนเอง จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง
(7)
ประเด็นจากการเยี่ยมชมหอการค้าลาว มีข้อสังเกตว่า การพัฒนาระบบการค้าผ่านแดนด้วยระบบศุลกากรที่ได้มาตรฐาน
(EDI)
เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า และส่งเสริมการส่งออก มีความจำเป็น แต่ความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วม
ของภาคเอกชนตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และเป็นปัญหาด้านวัฒนธรรมองค์กรมากกว่าด้านเทคนิค
ปัจจุบัน
ประเทศที่ดำเนินการภายหลัง มีแนวโน้มได้เปรียบ เพราะสามารถเรียนลัด จากการพัฒนาผ่านระบบ
Internet แทนระบบปิด
(private network) ดังเช่นในอดีต และสามารถใช้ประโยชน์จาก best practice
จากประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆได้
(8)
ประเด็นจากการเยี่ยมชมโรงเรียนมัธยม มีความประทับใจจาก แนวปฏิบัติที่ได้รับความ
ช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส ในการฝึก
อบรมครูผู้สอน ภายใต้โครงการการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นมัธยมในวิชา
คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เป็นภาษาฝรั่งเศส
กล่าวคือ การให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มีอยู่จำนวนจำกัดให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
โดยเน้นการพัฒนา
software เพื่อการเรียนรู้สาระจากประเทศฝรั่งเศส และมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนา
courseware ในวิชาต่างๆที่ใช้ประโยชน์
จาก Multimedia เพื่อการพัฒนา การวางแผนการสอนของครู
5.2 โอกาสความร่วมมือ
ไทย-ลาว
(1)
เนื่องจากการค้าชายแดนมีความสำคัญต่อลาวมาก โครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านของไทย
อาทิ
โครงการหกเหลี่ยมเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Subregion) และโครงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจฝั่งตะวันออกกับ
ตะวันตก (East-West Corridor) จึงเป็น กลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุนระหว่างกัน
ปัจจัยสำคัญคือ การแข่งขัน
จากประเทศจีน และเวียดนาม ซึ่งมีต้นทุนการผลิตสินค้าในกลุ่มเดียวกันต่ำกว่าของไทยมาก
สำหรับการค้าขายสินค้า ในกลุ่ม
อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ ตลาดในประเทศลาวยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก
แต่ประชากรมีรายได้ต่ำ จึงต้องการนำเข้าวัสดุ
และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ราคาถูกเข้าไปประกอบเองในประเทศ
(2)
ความพร้อมในการลดภาษีทางการค้า เพื่อเปิดเสรีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของลาว
ยังมีขอบเขตจำกัด เนื่องจากปัญหาการ
ขาดดุลการค้า และความแตกต่างในระดับการพัฒนา และ การต่อรองให้ประเทศลาวเปิดตลาดสินค้าให้กับไทย
คงต้องมองศักยภาพ
และความพร้อมในระยะยาว ดังนั้น กลยุทธ์การต่อรองที่สำคัญจึงน่าจะผูกกับการเสนอให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและวิชาการ
เพื่อความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด
ซึ่งประเทศลาวยังอยู่ในระยะของการปูพื้นฐานระดับโครงสร้างเพื่อการพัฒนาประเทศ
จึงมีความ
ต้องการ capacity building ในด้านต่างๆอีกมาก ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย กฎระเบียบต่างๆ
การยกร่างกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับ
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงกฎหมาย ด้าน e-Commerce และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำธุรกรรม
e-Commerce ทั้งหมด
การปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานสินค้าตามหลักสากล ความช่วยเหลือด้านการธนาคารเพื่อปรับโครงสร้างระบบการทำบัญชีให้เข้าสู่
ระบบสากล
ตลอดจนการพัฒนาการเรียนการสอนด้าน IT ในระบบโรงเรียน ไปจนกระทั่งถึงประเด็นด้านเทคนิค
อาทิ การพัฒนา
computer
character สำหรับภาษาลาว เป็นต้น
(3) รูปแบบความช่วยเหลือ และความร่วมมือทางเทคนิควิชาการที่ลาวต้องการนั้น
คงต้องเน้นในลักษณะเข้มข้น (Intensive) ซึ่งรวมถึง
การส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้คำปรึกษา และฝึกอบรมที่ประเทศลาว เพื่อให้มีโอกาสเสริมสร้างศักยภาพอย่างเป็นรูปธรรม
การให้ความ
ช่วยเหลือในรูปแบบดั้งเดิม ที่เป็นเพียงการฝึกอบรม สัมมนาระยะสั้นเท่านั้น
ไม่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน และไม่สามารถสร้างความ
ผูกพันในระยะยาวได้ ตัวอย่างที่ประเทศอาเซียนได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมทั้งในกรอบอี-อาเซียน
และกรอบอื่นๆ มี
อาทิ สิงคโปร์ให้ความช่วยด้านการยกร่างกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มาเลเซียให้ความช่วยเหลือด้าน
SchoolNet โดยใช้ชื่อ
Smart school ซึ่งมีความเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และกิจกรรมด้านสาระการเรียนการสอน
และมีความ
เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์ในระยะยาว
(4)
ในกรณีของประเทศไทย น่าจะมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือลาวในด้านต่างๆ
ทั้งการเสนอผู้เชี่ยวชาญเข้าไปร่วมพัฒนาและ
วางแผนเฉพาะด้านการจัดฝึกอบรมแบบเข้มข้น การให้ความช่วยเหลือเชิงรุกในระดับปฏิบัติในลักษณะเดียวกับมาเลเซีย
ปัญหาสำคัญ
คือการจัดระบบประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้มีการกำหนดกลยุทธ์ ตลอดจนวัตถุประสงค์ เป้าหมายการให้
ความช่วยเหลือให้มีทิศทางร่วม
และเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันที่ชัดเจน การทำงานในระดับอาเซียน ต้องการ
Focal point ในแต่ละ
ประเทศที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยใน
ฐานะผู้นำภายใต้แผนงานด้าน e-Society ของอี-อาเซียน ยังมีโอกาสกระชับความสัมพันธ์กับลาว
โดยจัดทำโครงการต่างๆที่สอดคล้อง
กับความต้องการของลาว ดังได้กล่าวมาแล้วอีกมาก ทั้งนี้ โครงการที่ส่งผลกระทบในระดับปฏิบัติ
เป็นโอกาสเพิ่มประสิทธิผลการลดช่องว่าง
ความแตกต่างในระดับการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก และเพิ่มโอกาสสร้างความผูกพันทางการค้า
ซึ่งเป็นประโยชน์ต่างตอบแทนซึ่ง
กันและกันในระยะยาว
(5)
การให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนการร่วมมือกันทางด้าน ICT ระหว่างไทย และ ลาว
นั้น จะมีผลดีทางด้านจิตวิทยาของความสัมพันธ์
ระหว่างประเทศในระยะยาว
ทั้งในด้านความไว้วางใจ ความเข้าใจ และมิตรภาพ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่เกื้อกูลกัน
________________________________________
ศูนย์ประสานงานอี-อาเซียน
กุมภาพันธ์ 2546
|