๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบริษัท TABUCHI ELECTRIC จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ร่วมกันดำเนิน “โครงการประเมินสมรรถนะและความน่าเชื่อถือระยะยาวของเซลล์แสงอาทิตย์หลายเทคโนโลยีและอุปกรณ์แปลงไฟฟ้าที่ติดตั้งใช้งานภายใต้ภูมิอากาศประเทศไทย” โดยโครงการนี้มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด ๑๐ กิโลวัตต์ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร เพื่อศึกษาอิทธิพลของสภาพอากาศประเทศไทยที่มีต่อพฤติกรรมการทำงานของเซลล์แสงอาทิตย์และอุปกรณ์แปลงไฟฟ้าในระบบ อีกทั้งเพื่อเป็นแหล่งสาธิตการใช้งานระบบเซลล์แสงอาทิตย์ให้นักเรียนและผู้ที่สนใจ
ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับพลังงานแสงอาทิตย์เฉลี่ยทั้งปี ประมาณ ๕ กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ตารางเมตร/วัน ซึ่งถือว่ามีศักยภาพค่อนข้างสูง ประเทศไทยจึงมีข้อได้เปรียบในการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แล้วมากกว่า ๑๕๐ เมกกะวัตต์ และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยแผนพลังงานของประเทศมีเป้าหมายที่จะติดตั้งให้ถึง ๒,๐๐๐ เมกกะวัตต์ในปี พ.ศ.๒๕๖๔ ถึงแม้ประเทศไทยมีศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ที่สูง แต่สภาพอากาศของประเทศไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูง และความชื้นสูงตลอดทั้งปีส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้า สมรรถนะการทำงานและความน่าเชื่อถือของแผง และอุปกรณ์ในระบบ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเก็บข้อมูลระยะยาวเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าว ต้นแบบระบบเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด ๑๐ กิโลวัตต์ที่ติดตั้ง ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรนี้ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ๕ เทคโนโลยี ผลการทำงานของระบบจะถูกเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์อิทธิพลของภูมิอากาศประเทศไทยที่มีต่อพฤติกรรมการทำงานและความน่าเชื่อถือของเซลล์แต่ละชนิด และอุปกรณ์แปลงไฟฟ้าของบริษัท TABUCHI ELECTRIC"

นายโทชิฮิโร่ ไคโฮชิ ประธานบริษัท TABUCHI ELECTRIC จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยมีมรดกหลายอย่างที่น่าภาคภูมิใจ หนึ่งในจำนวนนั้น แสงอาทิตย์และน้ำถือได้ว่าเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างมากเพราะได้นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่ประเทศไทยอยู่เสมอ แม้ในบางครั้งทรัพยากรเหล่านี้จะให้บทเรียนที่สำคัญแก่เราบ้างก็ตาม พวกเราจึงควรต้องเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์นี้ให้ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นนัยยะที่สำคัญของโครงการวิจัยนี้จึงอยู่ที่การแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นความอุดมสมบูรณ์ที่ธรรมชาติมอบให้เรามาเป็นพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการรูปแบบนี้เพื่อประเทศไทย เราจึงขอดำเนินโครงการนี้ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง”










