นโยบายการสร้างเครือข่ายศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน
หลักการและเหตุผล
วิสัยทัศน์ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้ถูกถ่ายทอดลงมาเป็นแผนงานหลักแผนหนึ่ง
ว่าด้วยเรื่องการมุ่งเน้นการแบ่งปัน และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ตลอดจนบุคลากรวิจัย ผ่านกระบวนการทำงานร่วมกัน
ระหว่างภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐอันได้แก่ เนคเทคและห้องปฏิบัติการวิจัยภายในมหาวิทยาลัยต่างๆ ภายใต้
ความร่วมมือผ่านโครงการวิจัยและพัฒนา การขยายเครือข่ายบุคลากร และการสร้างศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน หรือ Center
of Excellence (CoE)
แผนงานดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการสร้าง และการบริหารศูนย์ความรู้เฉพาะด้านในหน่วย
งานระดับมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายประสานความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาร่วมกับเนคเทค โดยมีการประเมิน
ความต้องการทั้งในระยะสั้น และระยะยาวของอุตสาหกรรมท้องถิ่น ตลอดจนความพร้อมในการเป็นศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน
ของหน่วยงานเครือข่ายนั้นๆ
คำจำกัดความ
ศูนย์ความรู้เฉพาะด้านตามแนวนโยบายนี้ โดยทั่วไปจะหมายถึงความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างเนคเทคและ
หน่วยงานระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ในการลงทุนระยะยาว (5-10 ปี) ร่วมกัน เพื่อสร้างความรู้ความเชี่ยวชาญ
เฉพาะด้านที่สามารถตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมท้องถิ่น หรืออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก อันจะ
นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยรูปแบบการลงทุนร่วมกันนี้ จะแปรตามความเหมาะสมของความพร้อม
ของหน่วยงาน และศักยภาพของอุตสาหกรรมในบริบทนั้นๆ
ความรู้เฉพาะด้านที่หน่วยงานต้องมี เป็นความรู้ที่สอดคล้องกับแผนที่นำทางเทคโนโลยี (Technology Roadmap)
ซึ่งมาจากการสั่งสมองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนา ในสาขาที่เป็นความเชี่ยวชาญร่วมระหว่างเนคเทคและหน่วยงาน
หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยของเนคเทค
คุณสมบัติของหน่วยงาน
ในเบื้องต้นหน่วยงานภายใต้มหาวิทยาลัยที่จะพัฒนาไปเป็นศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน ควรจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- หน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่มีนักวิจัยหลักซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะด้าน เป็นที่ยอมรับในวงการ
วิชาการ โดยมีงานวิจัยที่ต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 7 ปี - มีทีมงานวิจัย และ/หรือ การปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับเครือข่ายบุคลากรวิจัยในสาขาเดียวกันมาไม่น้อยกว่า
3 ปี - มีนักศึกษา หรือมีศักยภาพที่จะดึงดูดนักศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเข้าร่วมทีมวิจัย และมีความ
น่าเชื่อถือในการส่งมอบผลงานเป็นที่ยอมรับได้ - มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัยกับหน่วยงานนานาชาติ
- ทีมงานวิจัยมีความสามารถในการดึงดูดทุนวิจัยเพิ่มเติมจากแหล่งทุนอื่นๆ
- มีประสบการณ์การส่งมอบผลงานวิจัยและพัฒนาให้กับผู้รับประโยชน์ในภาครัฐ ภาคเศรษฐกิจ หรือภาคสังคม
- ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยต้นสังกัด ในรูปแบบของบุคลากร อุปกรณ์วิจัย สถานที่
และ/หรือ งบประมาณในการดำเนินการ (รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรือหลายรูปแบบ) ตลอดจนการมีส่วนร่วม
ในการบริหารจัดการศูนย์ความรู้เฉพาะด้านที่จะเกิดขึ้น และการบูรณาการกิจกรรมของศูนย์ฯ เข้ากับภารกิจอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย - มีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเครือข่ายสารสนเทศที่เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลาง หรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย
ความรู้เฉพาะด้าน
การสนับสนุนจากเนคเทค
หน่วยงานที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น และผ่านการพิจารณาความพร้อมที่จะพัฒนาไปเป็นศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน
ของเนคเทคจะได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานดังต่อไปนี้ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายๆไป)
- งบประมาณตั้งต้นปีละ 1 ล้านบาท เป็นเวลา 3-5 ปี เพื่อใช้ในการบริหารจัดการศูนย์ฯ (ไม่รวมงบประมาณในการ
วิจัย ซึ่งศูนย์ฯ จะต้องมีศักยภาพในการเสาะหางบประมาณส่วนนี้อยู่แล้ว) - การแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัยในสาขาเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่อง
- บุคลากรเพื่อเป็นผู้บริหาร หรือกรรมการบริหารศูนย์ฯ
- การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ ระเบียบวิธีการบริหารโครงการวิจัย การเข้าร่วมกิจกรรมกำหนดแผนที่นำทาง
เทคโนโลยีของเนคเทค ตลอดจนการดำเนินการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามความเหมาะสม - การสนับสนุนอื่นๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี หรือ 5 ปี หรือ 10 ปี เพื่อให้ศูนย์ฯ สามารถส่งมอบผลงาน
ระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาวได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของหน่วยงาน และคุณภาพของข้อเสนอโครงการ
จัดตั้งศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน (CoE Proposal) จากหน่วยงาน โดย ณ สิ้นปีที่ 3 หรือปีที่ 5 หรือปีที่ 10 แล้วแต่กรณี
จะมีการประเมินศักยภาพของหน่วยงานในการยุติ หรือสืบต่อความเป็นศูนย์ความรู้เฉพาะด้านของเนคเทค - การประเมินผลการดำเนินงานรายปี เพื่อปรับทิศทางการวิจัยและพัฒนาให้สอดคล้องกับแผนที่นำทางเทคโนโลยี
ที่ (อาจจะ) มีการปรับเปลี่ยน
ทรัพย์สินทางปัญญา
ระเบียบปัจจุบันของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
ที่เกิดขึ้นจากงบประมาณของสำนักงานฯ ระบุไว้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นกรรมสิทธิของสำนักงานฯ
อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการพัฒนาศูนย์ความรู้เฉพาะด้านนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดวิญญาณของความร่วมมือ
การวิจัยและพัฒนาที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย เนคเทคเปิดรับการพิจารณาข้อเสนอรูปแบบอื่นๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการ
จัดสรรผลประโยชน์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตภายใต้ความร่วมมือนี้
ข้อเสนอโครงการเพื่อขอจัดตั้งเป็นศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน
1. ข้อมูลแนะนำหน่วยงานหรือห้องปฎิบัติการเบื้องต้น
- ผลงานวิจัย
- ทีมนักวิจัย คุณวุฒิ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ
- Visiting Professor/Intern
- แหล่งทุนวิจัยภายในและภายนอก (ระบุจำนวนเงินและโครงการวิจัย)
- โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่องานวิจัย เช่น สถานที่ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ ฯลฯ
- การสนับสนุนอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยต้นสังกัด
2. ศักยภาพเชิงวิชาการและเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาที่ผ่านมา
- เครือข่ายวิจัย (ในและต่างประเทศ)
- สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
- ต้นแบบวิจัยเชิงพาณิชย์ ระดับภาคสนาม
- บทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่อยู่ใน ISI Science Citation Index
3. แผนดำเนินงาน เป้าหมายและตัวชี้วัด (ระยะเวลา 1-3 ปี)
- แผนการบริหารจัดการศูนย์ (โครงสร้าง ขอบเขต อัตรากำลังบุคลากร งบประมาณ)
- แผนการดำเนินงาน และ/หรือ ดำเนินกิจกรรม พร้อมเป้าหมายและตัวชี้วัดที่คาดว่าจะได้รับ (โดยสอดคล้อง
หลักเกณฑ์การประเมินผลของเนคเทค) ในเรื่อง
-
- กิจกรรมการวิจัยและพัฒนา
- กิจกรรมบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี/นวัตกรรม
- กิจกรรมการสร้างสมรรถนะทางปัญญา (Capacity Building) ในด้านการพัฒนาบุคลากร เครือข่าย
พันธมิตร และความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน - การบริหารโครงการวิจัยและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
- การพัฒนาธุรกิจ
ขอบเขตกิจกรรมและดัชนีวัดผลงานของศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน *
ศูนย์ความรู้เฉพาะด้านแต่ละศูนย์ฯ จะมีกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. กิจกรรมการวิจัยและพัฒนา แต่ละหน่วยงานจะต้องมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างความ
เข้มแข็งเชิงทุนทางปัญญาให้กับเครือข่าย ตัวอย่างดัชนีวัดผลงานเชิงทุนทางปัญญา มีดังนี้
- จำนวนบทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่อยู่ใน ISI Science Citation Index
- จำนวนสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรที่สร้างขึ้น
- ร้อยละของโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับแผนที่นำทางเทคโนโลยีของเนคเทค
- ระดับความเป็นเลิศทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรอื่นๆ (เชิงคุณภาพวัดจากผลการประเมินองค์กร
รายปี) - ระดับความสอดคล้องของทุนทางปัญญาที่สร้างขึ้นกับการสร้างสมรรถนะเชิงความรู้ให้กับหน่วยงาน (เชิงคุณภาพ
วัดจากผลการประเมินองค์กรรายปี) - ระดับของผลกระทบของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในภาคการผลิตและภาคบริการ (เชิงคุณภาพวัดจากผลการประเมิน
องค์กรรายปี)
2. กิจกรรมบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี/นวัตกรรม ในห่วงโซ่คุณค่าของศูนย์ความรู้เฉพาะด้านของ
เนคเทค ต้องมีการมุ่งเน้นการถ่ายทอดผลงานออกไปประยุกต์ใช้จริงในภาครัฐและภาคเอกชน ตัวอย่างดัชนีวัดผลงาน
เชิงบริการประกอบด้วย
- จำนวนหน่วยงาน และร้อยละการเติบโตของจำนวนหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างประเทศ
ที่ได้รับการบริการวิชาการ หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี/นวัตกรรม - ปริมาณรายได้ และร้อยละการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริการวิชาการ หรือจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี/นวัตกรรม
- ปริมาณรายได้จากบริการอื่นๆ
- ระดับความพึงพอใจของหน่วยงานที่เป็นลูกค้า/พันธมิตร (เชิงคุณภาพวัดจากผลการประเมินองค์กรรายปี)
- ระดับความพึงพอใจของผู้รับประโยชน์เชิงสังคม (เชิงคุณภาพวัดจากผลการประเมินองค์กรรายปี)
3. กิจกรรมการสร้างสมรรถนะทางปัญญา (Capacity Building) เป็นกิจกรรมหลักอีกกิจกรรมหนึ่งของแต่ละศูนย์ฯ
นอกเหนือจากการพัฒนาบุคลากรในระดับมหาบัณฑิตหรือสูงกว่า ควบคู่ไปกับกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาของศูนย์ฯ แล้ว
จะต้องมีการสร้างพันธมิตร และความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ
ในวงการวิชาการ ดัชนีวัดการสร้างสมรรถนะทางปัญญา แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้
3.1 การพัฒนาบุคลากร
- ร้อยละของบุคลากรวิจัยที่ได้รับการฝึกอบรมหรือพัฒนาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ร้อยละของบุคลากรวิจัยที่ปฏิบัติงานวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีขึ้นไป
- ความพึงพอใจของบุคลากรวิจัยของหน่วยงาน ในโอกาสที่ได้รับในพัฒนาสมรรถนะทางปัญญา (เชิงคุณภาพ
วัดจากผลการประเมินองค์กรรายปี)
3.2 การพัฒนาเครือข่ายพันธมิตร
- จำนวนสถาบันภายในประเทศ ที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นพี่เลี้ยงในการสร้างสมรรถนะทางปัญญา
- จำนวนสถาบันทั้งภายในและต่างประเทศ ที่มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัย แลกเปลี่ยนข่าวสารวิชาการ ความรู้
หรือมีกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบที่มีปฏิสัมพันธ์สม่ำเสมอ - จำนวนเวทีวิชาการทั้งภายในและต่างประเทศ ที่บุคลากรได้เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในฐานะผู้แทนหน่วยงาน
- ร้อยละของงบประมาณที่จัดสรรเพื่อกิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรทั้งภายในและต่างประเทศ
3.3 ความสัมพันธ์กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
- ระดับความเชื่อมั่นในสมรรถนะทางปัญญาของหน่วยงาน (เชิงคุณภาพวัดจากผลการประเมินองค์กรรายปี)
- ระดับความเชื่อถือ (Trust) จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ (เชิงคุณภาพวัดจากผลการประเมิน
องค์กรรายปี) - จำนวนโครงการที่เป็นวาระแห่งชาติ/โครงการเฉพาะกิจ ที่หน่วยงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง
- จำนวนบุคลากรวิจัยที่ได้รับรางวัล หรือประกาศเกียรติคุณ ในระดับประเทศ หรือนานาชาติ
- จำนวนบุคลากรวิจัยที่ได้รับเชิญเป็นคณะกรรมการระดับนานาชาติ หรือเป็นกรรมการบริการวารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ
4. การพัฒนาธุรกิจ การส่งมอบผลงานในห่วงโซ่คุณค่าของศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน อาจจะมีการพัฒนาธุรกิจ
ใหม่ควบคู่ไปด้วย ในมุมมองเชิงการพัฒนาธุรกิจนี้ การวัดสมรรถนะจะมุ่งเน้นที่ความสามารถในการบริหารงบประมาณ
ในการส่งมอบผลงาน ในประเด็นดังนี้
- สัดส่วนของรายรับจากลูกค้า (Income) ต่องบประมาณการบริหารจัดการทั้งหมด
- สัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการส่งมอบผลงาน (Delivery costs) ต่องบประมาณการบริหารจัดการทั้งหมด
- สัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการส่งมอบผลงานต่อรายรับจากลูกค้า
- สัดส่วนของค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาดต่อรายรับจากลูกค้า
- ร้อยละของจำนวนธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้น
5. การบริหารโครงการวิจัยและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกิจกรรมที่จับต้องได้อีกกิจกรรมหนึ่งที่จะสะท้อน
ความเป็นเลิศของศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน ตัวอย่างดัชนีวัดสมรรถนะทางการบริหารโครงการ มีดังนี้
- จำนวนโครงการที่สามารถส่งมอบผลงานได้ตรงเวลา
- จำนวนโครงการที่สามารถส่งมอบผลงานได้ในกรอบงบประมาณที่วางแผนไว้
- สัดส่วนของงบประมาณวิจัยจากแหล่งอื่นต่องบประมาณจากเนคเทค และสถาบันต้นสังกัด
* หมายถึง การกำหนดดัชนีวัดผลงานของศูนย์ฯ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
งานบริหารกระบวนการ (PCMS)
ฝ่ายบริหารและสนับสนุนเทคโนโลยีฐาน (PPM)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
112 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ 02-564-6900 ต่อ 2407, 2498 และ 2499










