โครงการที่ดำเนินอยู่
โครงการวิจัยและพัฒนาระบบบรอดแบนด์ไร้สายสำหรับกิจการเพื่อความมั่นคง
ในกิจการเพื่อความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะกิจการทางการทหาร ระบบการสื่อสารทั้งการสื่อสารด้วยเสียงและการสื่อสารข้อมูลมีบทบาทอย่างสูง ต่อการต่อต้านภัยคุกคามของประเทศ ระบบสื่อสารข้อมูลมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความสามารถในการแลก เปลี่ยนข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลของแต่ละสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการได้เปรียบทางข้อมูลข่าวสาร (Information Superiority) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจแก้ไขต่อสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบันเทคโนโลยีบอรดแบนด์ไร้สายได้มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สามารถรับส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงในระยะไกลมากยิ่งขึ้น และถูกนำมาปรับปรุงพัฒนาใช้ในงานกิจการด้านความมั่นคงมากยิ่งขึ้น โครงการวิจัยและพัฒนาระบบบรอดแบนด์ไร้สายสำหรับกิจการเพื่อความมั่นคงได้มี เป้าหมายที่พัฒนาและผลิตอุปกรณ์ บรอดแบนด์ไร้สายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี WiMAX เพื่อนำประยุกต์ใช้ในกิจการด้านความมั่นคงและสามารถพัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัต กรรมใหม่ อีกทั้งเป็นการลดการนำเข้าอุปกรณ์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ
โครงการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับกิจการเพื่อความมั่นคงของประเทศ
ในปัจจุบันหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ มีความต้องการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงและมี ประสิทธิภาพสูงในกิจการด้านความมั่นคง ทางหน่วยปฏิบัติการจึงจัดตั้งโครงการวิจัยและพัฒนาทางด้านอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ อาทิเช่นโครงการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ส่งข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์จากเครื่องรับสัญญาณ GPS ผ่านเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับกิจการด้านความมั่นคง เครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและเครื่องรบกวนสัญญาณเครื่องควบคุมระยะ ไกล ใช้ในการเก็บกู้วัตถุระเบิดและรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย หรือเหตุการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนั้นแล้วยังมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์เพื่อใช้ในการเฝ้า ระวังผู้บุกรุก สำหรับทหารและตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และเพิ่มประสิทธิภาพในการ ทำงานด้านความมั่นคงอีกด้วย

ภาพเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
โครงการออกแบบป้ายอาร์เอฟไอดีย่านความถี่สูงยิ่ง
ใน ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีในการระบุข้อมูลของวัตถุหรือบุคคลด้วย คลื่นความถี่วิทยุอย่างแพร่หลาย โดยข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ในป้าย และทำการอ่่านข้อมูลจากป้ายด้วยเครื่องอ่าน โดยในระบบติดตามและตรวจสอบย้อนกลับสำหรับสัตว์ปีกนั้น ได้นำระบบอาร์เอฟไอดีในย่านความถี่สูงยิ่งมาใช้ในการติดตามและตรวจสอบกรง สัตว์ปีกซึ่งถูกเคลื่อนย้าย เพื่อระบุที่มาและรายละเอียดของสัตว์ ซึ่งมีความจำเป็นในกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ อาร์เอฟไอดีในย่านความถี่สูงยิ่งนี้มีระยะการสื่อสารระหว่างป้ายกับเครื่อง อ่านที่ไกล และสามารถอ่านข้อมูลจากหลายป้ายได้พร้อมกัน แต่การใช้งานอาร์เอฟไอดีในย่านความถี่สูงยิ่งกับสัตว์ปีกนี้ มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพและระยะการสื่อสารระหว่างป้ายกับเครื่องอ่าน โครงการออกแบบป้ายอาร์เอฟไอดีย่านความถี่สูงยิ่ง มีเป้าหมายในการพัฒนาป้ายอาร์เอฟไอดีที่เหมาะสมกับการใช้งานในระบบติดตามและ ตรวจสอบย้อนกลับสำหรับสัตว์ และมีระยะการสื่อสารกับเครื่องอ่านที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสัตว์เช่นกัน

ภาพเครื่องอ่าน RFID
โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีความมั่นคงสำหรับข้อมูลทางการแพทย์
ที่ มาจากนโยบายของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ที่มุ่งเน้นจะส่งเสริมในการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านการแพทย์ และสุขภาพซึ่งเป็น 1 ใน 3 เรือธง (Flagships) ของเนคเทค โดยทีมวิจัยได้รับคำแนะนำจาก นพ.สมศักด์ ชุณหรัศมิ์ ประธานคลัสเตอร์การแพทย์และสาธารณสุข สวทช. ในเรื่องการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ใช้เก็บแฟ้มข้อมูลระดับหลังคาเรือน (Family Folder) บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา ที่ใช้ทดแทนการเก็บแฟ้มข้อมูลระดับหลังคาเรือนในแฟ้มกระดาษในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาของระบบเดิม ข้อมูลไม่ทันสมัย ไม่สามารถ สืบค้น วิเคราะห์ข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่มาของโครงการที่จะพัฒนาระบบเก็บแฟ้มข้อมูลหลังคาเรือนแบบพกพา เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลระดับหลังคาเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะดวกรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น เป็นการยกระดับการให้บริการในด้านสาธารณสุขภายในประเทศอีกด้วย
ภาพรวมของระบบระบบเก็บแฟ้มข้อมูลหลังคาเรือนแบบพกพา
คุณสมบัติโปรแกรม
- สามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 2.2 บนอุปกรณ์ Tablet แบบพกพาได้
- สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากโปรแกรม JHCIS ได้
- สร้างผังเครือญาติ (Genogram) ในรูปแบบกราฟฟิก โดยมีจุดศูนย์กลางที่เจ้าบ้าน สี่รุ่นอายุคน
(หนึ่งรุ่นอายุคนก่อนเจ้าบ้าน สองรุ่นอายุคนหลังเจ้าบ้าน) - สามารถเพิ่มข้อมูลบางส่วนของบุคคลที่ไม่ได้บันทึกไว้ ให้ใกล้เคียงที่สุด
- ผู้ใช้สามารถ เปลี่ยนแปลง ค้นหา และเพิ่มเติม ข้อมูลในผังเครือญาติให้ถูกต้องได้
- สามารถบันทึกข้อมูลที่ปรับปรุงเรียบร้อย กลับไปยังฐานข้อมูลโปรแกรม JHCIS ได้
- สามารถเลือกดูรายละเอียดของบุคคลที่อยู่ในผังเครือญาตินั้นได้
- สามารถข้ามไปดูผังเครือญาติของบุคคลที่มีความสัมพันธุ์แต่ที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
- สามารถบันทึกข้อมูลภาวะสุขภาพที่สำคัญในการออกเยี่ยมตามบ้านได้
- สามารถดูข้อมูลระดับหลังคาเรือนบนแผนที่ Google map แบบได้
โครงการนำร่องเพื่อสร้าง “สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้” ในบริบทของชุมชนชนบทด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ภายใต้โครงการไอทีวัลเลย์ แม่ฮ่องสอน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
โครงการ นำร่องเพื่อสร้าง “สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้” ในบริบทของชุมชนชนบทด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย เป็นส่วนหนึ่งในโครงการไอทีวัลเลย์ แม่ฮ่องสอน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นโครงการการวิจัยเชิงพัฒนา (Development Research) และนำร่องโดยนำเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สาย (WIMAX) มาใช้ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลเพื่อใช้การลดช่องว่างทางดิจิตอล ซึ่ง WIMAX นี้นับว่าเป็นเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายแบบใหม่ที่ช่วยให้การวางโครงข่ายการ สื่อสารสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และทำให้สามารถขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมได้ในระยะเวลาอันสั้น เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลในชนบท โครงการนี้ได้รับความร่วมมือและความอนุเคราะห์จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กทช.) ที่อนุญาตให้ใช้ความถี่พิเศษสำหรับการทดสอบระบบ WIMAX ส่งผลให้มีการพัฒนาการสร้างพื้นฐานการสื่อสาร เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสื่อสารข้อมูลและส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชน ชนบทในพื้นที่แม่ฮ่องสอน และยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ไปช่วยส่งเสริมการดำเนินงานการพัฒนาของ โครงการอื่นๆของโครงการไอทีวัลย์ แม่ฮ่องสอน เฉลิมพระเกียรติ ต่อไป

ภาพโครงข่ายไวแมกซ์ตามมาตรฐาน IEEE 802.16
ที่ปรึกษาโครงการ Communication & Information Systems for the Control of Avian Influenza (CISCAI)
เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยองค์กร ASEAN Foundation เพื่อมีเป้าหมายในการศึกษา และทดสอบทดลองเทคโนโลยีด้าน IT และการสื่อสารไร้สายเพื่อรองรับการบริหารจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ไข้หวัดนกสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการดำเนินการโครงการนำร่องการทดสอบทดลองในประเทศลาวและ เวียดนามเป็นอันดับแรก จุดมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อประเมินคุณสมบัติและขีดความสามารถของเทคโนโลยี ที่ช่วยในการบริหารข้อมูลของการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนก เพื่อให้มีการตอบสนองต่อการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกได้อย่างรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพ
จากข้อมูลขององค์กร WHO (วันที่ 19 มิถุนายน 2008) ได้รายงานว่า มีการรายงานยืนยันการติดเชื้อโรคไข้หวัดนกในคนจำนวน 385 รายและเสียชีวิต 242 รายจากการติดเชื้อไข้หวัดนกทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียนถึง 276 รายและเสียชีวิต 188 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดนกมีจำนวนมากในกลุ่ม ประเทศอาเซียน ดังนั้นโรคไข้หวัดนกถือเป็นภัยคุกคามที่ทางรัฐบาลต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะนอกเหนือจากมีผลกระทบต่อการสูญเสียชีวิตของคนแล้ว ยังรวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการทำลายสัตว์ปีกเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย ของโรค การตรวจจับการแพร่ระบาดที่ทันท่วงที การสื่อสารข้อมูลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว และการตัดสินใจและการตอบสนองที่ทันท่วงทีจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือการ แพร่ระบาดของไข้หวัดนก ดังนั้นจึงเป็นที่มาของโครงการ CISCAI นี้ โดยองค์กร ASEAN Foundation และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ได้ลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2551 มีหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคของโครงการ CISCAI
คณะอนุกรรมการด้านความมั่นคงภายใต้คณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
หน่วยวิจัยเทคโนโลยีไร้สาย ข้อมูล ความมั่นคงและนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่ในฐานะเลขานุการและอนุกรรมการของคณะอนุกรรมการด้านความมั่นคงซึ่ง มีภารกิจหลักคือ ศึกษา วิจัย พิจารณาและ เสนอแนะนโยบายและมาตรการด้านความมั่นคงให้เกิดความเชื่อมั่นและปลอดภัยในการ ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของประเทศในการทำธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์อาทิ มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยของประเทศไทย ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน ISO/IEC27001:2005 และ ISO/IEC 17799:2005นอกจากนี้หน้าที่ยังรวมถึงการสร้างความตื่นตัวเพื่อให้ภาคเอกชน หรือประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงและการดำเนินการหรือประสานงาน กับหน่วยงานอื่นๆ ในการสนับสนุนความรู้หรือข้อมูลด้านความมั่นคงที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน หรือพัฒนาบุคลการในด้านดังกล่าว
อนุ กรรมาธิการพิจารณาศึกษาการกำหนดนโยบาย ด้านการใช้เลขหมายโทรศัพท์และคลื่นความถี่ฉุกเฉินหมายเลขเดียว และ ที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา
หน่วยวิจัยเทคโนโลยีไร้สาย ข้อมูล ความมั่นคงและนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่ใน ฐานะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการกำหนดนโยบายด้านการใช้เลขหมาย โทรศัพท์และคลื่นความถี่ฉุกเฉินหมายเลขเดียว โดยได้ทำการศึกษามาตรฐานการใช้เลขหมายฉุกเฉินเลขทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อทำรายงานการศึกษา ข้อเสนอแนะต่อประชาชน และ รัฐบาล เพื่อให้ประเทศไทยได้มีการออกพระราชบัญญัติรับรองการใช้เลขหมายโทรศัพท์และ คลื่นความถี่ฉุกเฉินหมายเลขเดียว นอกจากนี้หน่วยปฏิบัติการฯ ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการสิทธิ มนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา เพื่อแสดงความเห็น และ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในแง่มุมของเทคโนโลยี
คณะ กรรมการเตรียมการและยกร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และตารางกำหนดคลื่น ความถี่แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
นักวิจัยของหน่วยวิจัยเทคโนโลยีไร้สาย ข้อมูล ความมั่นคงและนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้ เป็นส่วนหนึ่งคณะกรรมการฯ ซึ่งถูกแต่งตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเตรียมร่างตารางกำหนดคลื่น ความถี่แห่งชาติ และร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ รวมถึงร่างแผนความถี่วิทยุ โดยพิจารณาเฉพาะร่างแผนความถี่วิทยุที่สำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะมีการสรรหาและแต่งตั้งขึ้นในอนาคต สามารถพิจารณานำไปใช้งานได้ทันที










