ร่วมแบ่งปัน Feedback ของคุณ
ขอขอบคุณสำหรับการเยี่ยมชม Nectec.or.th

เราได้จัดทำแบบสำรวจแบบง่ายๆ เพื่อจะได้ทราบถึงสิ่งที่
ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เราชอบและจะทำให้เราได้เรียนรู้
เกี่ยวกับคุณมากยิ่งขึ้น
 
โครงการที่ดำเนินอยู่

Share on Facebook

โครงการที่ดำเนินอยู่

โครงการ เป้าหมาย พันธมิตร/ลูกค้า ระยะเวลา
ระบบควบคุมเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติชนิดอัด(CNG)แบบปรับตัวได้ ระยะที่ 2 Auto-flex CNG ECU เพื่อเชิงพาณิชย์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) 1 ปี
ECU ควบคุมเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ไฮบริด ECU เพื่อเชิงพาณิชย์ Techno-Link, Japan 1 ปี
ระบบประจุไฟฟ้าแบบไร้สายสำหรับอุปกรณ์มือถือ Wireless charger เพื่อเชิงพาณิชย์ Cal-Comp Electronics (Thailand) 1 ปี
การใช้งานระบบหยุดเครื่องยนต์ขณะเดินเบา ในรถขนส่งขนาดเบา ต้นแบบ Idling-stop สำหรับรถขนส่ง JGSEE, กระทรวงพลังงาน 1 ปี
ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) แบบ LiFePO4 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ต้นแบบระบบ BMS การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด
3 ปี
ระบบควบคุมหลัก (EV-ECU) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ต้นแบบ EV-ECU การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด
3 ปี
การพัฒนา ECU ด้วยวิธี Model based development แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนา ECU - 3 ปี

  • ระบบควบคุมเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติชนิดอัด (CNG) แบบปรับตัวได้ ระยะที่ 2
    ปัจจุบันก๊าซธรรมชาติ CNG ที่ได้มาจากบ่อก๊าซแต่ละแห่งมีคุณภาพไม่เท่ากัน จึงต้องนำก๊าซอื่นเช่น CO2 มาผสมก่อนที่จะจำหน่ายให้กับรถยนต์เพื่อให้ก๊าซมีเทน(ต่อปริมาตร)ที่ใช้ในการเผาไหม้มีปริมาณใกล้เคียงกัน(คุณภาพด้อยลง) เป็นป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติเมื่อคุณภาพก๊าซของแต่ละปั๊มมีความแตกต่างกันมากเกินไป อย่างไรก็ตามนโยบายในอนาตคอันใกล้ของ ปตท. เลือกที่จะไม่มีการปรับคุณภาพก๊าซเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายลง แต่เลือกแนวทางที่ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า คือสนับสนุนผู้ใช้รถให้ใช้ ECU ที่ฉลาดขึ้น มีความสามารถปรับการจ่ายเชื้อเพลิงที่เหมาะสมได้เอง โดยเอาข้อมูลการจ่ายเชื้อเพลิงจาก OBD มาปรับปริมาณการฉีดก๊าซที่เหมาะสมขึ้น
  • ระบบควบคุมเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ไฮบริด
    รถยนต์ไฮบริดเป็นรถยนต์ที่ผสมผสานความสามารถระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งรถยนต์ไฮบริดบางประเภทไม่ได้อาศัยเครื่องยนต์สันดาปภายในในการขับเคลื่อน แต่จะอาศัยเครื่องยนต์สันดาปภายในสร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อทำการประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่เป็นตัวจ่ายพลังงานในการขับเคลื่อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าอีกทอดหนึ่ง ทำให้รถยนต์ประเภทนี้มีความคล่องตัวในการใช้งานมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า(fully EVs) หากประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่หมดลงก็สามารถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้รถวิ่งต่อไปได้ ซึ่งในโครงการนี้จะเป็นการพัฒนา ECU ควบคุมเครื่องยนต์สำหรับกำเนิดไฟฟ้า 1-4 สูบ
  • ระบบประจุไฟฟ้าแบบไร้สายสำหรับอุปกรณ์มือถือ
    การชาร์จประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่แบบไร้สายจะอาศัยการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านทางขดลวด ซึ่งสามารถส่งผ่านพลังงานได้แบบไม่ต้องสัมผัส โดยในโครงการนี้ เป็นการนำความรู้ในเรื่องคุณสมบัติของแบตเตอรี่แบบลิเธียม เช่น การหาค่า State-of-Charge มาใช้ควบคุมการประจุไฟฟ้าที่เหมาะสมให้กับแบตเตอรี่ ซึ่งการประยุกต์ใช้งานการประจุไฟฟ้าแบบไร้สายนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ในอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็ก จนไปถึงสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
  • ระบบจัดการแบตเตอรี่แบบ LiFePO4 สำหรับรถยนต์
    เทคโนโลยีของแบตเตอรี่ในปัจจุบันมีก้าวหน้ามากขึ้น เช่น แบตเตอรี่แบบ LiFePO4 มีประสิทธิภาพสูง มีพลังงานต่อน้ำหนักสูงขึ้น สามารถนำมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้แล้ว อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่ชนิดนี้ ต้องการระบบจัดการแบตเตอรี่เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่มีราคาแพงให้สามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุด ซึ่งหน้าที่ของระบบจัดการแบตเตอรี่แบ่งออกเป็นส่วนหลักๆ คือ ระบบควบคุมการอัดประจุ มอนิเตอร์การคายประจุของแบตเตอรี่ การทำบาลานซ์ประจุแต่ละเซลให้เท่ากัน และระบบสื่อสารข้อมูลกับระบบควบคุมหลักของรถยนต์เพื่อการช่วยจัดการการใช้พลังงาน
  • ระบบควบคุมหลักสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
    สิ่งแวดล้อมและพลังงานเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าจึงถูกจับตามองว่าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าไม่สร้างมลพิษ (Zero Emission) และพลังงานไฟฟ้าที่นำไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่สามารถนำมาจากแหล่งพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ต่างๆ ได้ โครงการนำรถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้านั้น มีความท้าทายอยู่มาก โดยเฉพาะระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมหลัก (ECU) ที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ การออกแบบ และการทดสอบ เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบสามารถวิ่งได้ตามข้อกำหนดและปลอดภัย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบแล้ว ก็จะเกิดการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดสู่ภาคอุตสาหกรรมเพื่อช่วยการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต
  • การพัฒนา ECU ด้วยวิธี Model based development
    ปัจจุบันการพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว (embedded systems) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จึงได้มีการนำเอากระบวนการพัฒนาเชิงแบบจำลอง (model based development) มาประยุกต์ใช้ แทนที่จะมุ่งเขียนความต้องการและรายละเอียดด้านคุณสมบัติในรูปแบบเดิม เปลี่ยนไปเขียนโปรแกรมเชิงแบบจำลองแทน ซึ่งข้อบกพร่องต่าง ๆ จะถูกค้นพบได้ตลอดระยะเวลาการพัฒนา จึงทำให้ต้นทุนในการแก้ไขข้อบกพร่องต่ำกว่า และการประสานงานกับลูกค้าเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดด้านคุณสมบัติ สามารถกระทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เข้าใจง่าย เพราะสื่อสารโดยใช้แบบจำลองในระดับสูง (high-level) เป็นตัวกลางในการอธิบาย รวมทั้งการเขียนโปรแกรมโดยใช้แบบจำลองทำให้ผู้พัฒนาไม่จำเป็นต้องเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาจะสร้างโค้ดโปรแกรมให้เองโดยอัตโนมัติ (Code Generation) ทำให้ผู้พัฒนาสามารถมุ่งความสนใจไปที่การพัฒนาอัลกอรึทึมแต่เพียงอย่างเดียว