รองรับสื่อออนไลน์ภาษาไทย และ ลดจำนวนการใช้รายงานจากกลุ่มบุคลากรและประชาชน
เพื่อทดสอบระบบต้นแบบในระยะเบื้องต้น (proof of concept) ที่จะสามารถนำไปพัฒนาต่อในโครงการในระยะถัดไป
บท คัดย่อ
เทคโนโลยี เวปและอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นสื่อกลางที่มีบทบาทสำคัญในปัจจุบันซึ่งเป็นยุค แห่งข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีเหล่านี้ส่งเสริมให้สังคมมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความคิด เห็นอย่างเสรี ซึ่งส่งเสริมการเรียนรู้ในชุมชน ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวบุคคลทั่วไปนั้นสามารถเผยแพร่ข้อมูลและความคิดเห็น ผ่านเวปไซต์ (website), เวปลอก (weblog), กระดานสนทนา (webboard) รวมถึงสื่อผสมชนิดต่างๆ (multimedia) ที่เรียกรวมๆว่าสื่อออนไลน์
แต่อย่างไรก็ตามเสรีภาพทางความคิดที่ไม่ได้อยู่บนพื้น ฐานของศีลธรรมและความเหมาะสมนั้นสามารถชี้นำและอาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่ องค์กรและสังคมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ยกตัวอย่างสื่อไม่เหมาะสมเช่น กระดานสนทนาเกี่ยวกับการหมิ่นเบื้องสูง, เวปไซต์สื่อลามกอนาจารและการขายบริการทางเพศ, เวปไซต์การพนัน, เวปหลอกลวงประเภทฟิชชิ่ง (phishing) และ บลอกที่มีการยุยงส่งเสริมให้มีการแตกแยกในองค์กรและชุมชน
ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีหน่วยงานของรัฐและองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรได้สนับสุ นการสอดส่องและกรองสื่อออนไลน์เหล่านี้อยู่บ้าง โดยใช้กลุ่มบุคลากรเฉพาะกลุ่มหรือประชาชนในการรายงานสื่อที่ไม่เหมาะสม แต่จำนวนของสื่อเหล่านี้นั้นมีจำนวนมากและถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอ การสอดส่องและปิดกั้นด้วยวิธีในลักษณะดังกล่าวจึงแนวโน้มที่ (1) ทำได้ไม่ทั่วถึง, (2) ไม่มีความเที่ยงธรรม, (3) ไม่มีความแม่นยำมากพอ และถึงแม้ในปัจจุบันได้มีภาคเอกชนสร้างซอฟต์แวร์กรองสื่อออนไลน์ไม่เหมาะสม ด้วยการประยุกต์ใช้เทคนิคปัญญาประดิษฐ์และแบบจำลองทางสถิติ ทั้งที่ผลิตในประเทศและต่างประเทศ แต่ซอฟต์แวร์เหล่านี้ยังคงมีข้อด้อยคือ (1) ไม่สามารถวิเคราะห์สื่อออนไลน์ที่มีภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ, (2) ครอบคลุมเฉพาะสื่อลามกอานาจาร ซึ่งหากต้องการควบคุมสื่อไม่เหมาะสมประเภทอื่น ผู้ใช้งานจะต้องระบุด้วยตนเอง, (3) มีการเก็บค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี โดยค่าบริการคิดตามจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ซึ่งจะทำให้ค่าติดตั้งระบบมีราคาที่สูงมากหากติดตั้งกับทุกเครื่อง คอมพิวเตอร์ในโรงเรียนหรือชุมชน
เพื่อตอบสนองปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น โครงการฉบับจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ วิจัยพัฒนาระบบการวิเคราะห์และกรองสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมที่มี ประสิทธิภาพซึ่งผสมผสานเทคนิคทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ และใช้ข้อมูลจากหลายหลายแหล่งมาช่วยในการตัดสินใจ นอกจากนี้ระบบจะรองรับสื่อไม่เหมาะสมหลากหลายประเภทที่อาจเป็นภัยต่อ โรงเรียนและชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติที่มุ่งเสริมสร้างการความเข้มแข็งให้แก่ท้อง ถิ่น
ระยะ เวลาดำเนินโครงการ : 28 มีนาคม พ.ศ.2554 ถึง 27 มีนาคม พ.ศ.2555
คณะผู้ วิจัย
หัวหน้าโครงการ : นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม
ผู้ร่วมวิจัย : นายชาลี วรกุลพิพัฒน์, นายณัฐพงษ์ แสงเลิศศิลปชัย, นางสาวพรอนงค์ พงษ์ไพบูลย์, นายรัฐภูมิ ตู้จินดา, นางสาวกฤษณา สุริยศ, นายรัฐภูมิ นิราศวรรณ, นายปรเมษฐ์ ธันวานนท์, นายศุภกร ฤกษ์ดิถีพร, นายอภิสิทธิ์ เจริญสุข, นายวีรพล ยอดมงคล, นายอานนท์ แปลงประสพโชค, นางสาวภัทรรัตaน์ สงทุ่ง










