โครงการ จัดทำมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนพิการ ระยะที่ 2
การปฏิบัติตามนโยบายของประเทศไทยและข้อปฏิบัติในระดับ สากลเพื่อส่งเสริมสิทธิคนพิการในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและลดความเหลื่อม ล้ำทางสังคมในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและโอกาสทางสังคมประเทศไทยในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับสิทธิของคนพิการในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศมากยิ่งขึ้นเห็น ได้จากรัฐธรรมนูญปีฉบับ ปี2540 และปี2550 มาตรา 55
กล่าวว่าบุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพมีสิทธิเข้าถึงและ ใช้ประโยชน์จากสวัสดิการสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ รวมประเทศไทยได้รับรองนโยบายที่เป็นข้อตกลงนานาชาติทั้งระดับภูมิภาคและ ระดับโลก เช่น กรอบปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษ จากการประชุมของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก(เอสแคป) ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2545ว่าด้วยเรื่อง แนวทางในการดำเนินนโยบายสำหรับคนพิการ ซึ่งรวมถึง การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เป็น 1 ใน 7 นโยบายที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ การประชุมสุดยอดว่าด้วยสังคมสารสนเทศ World Summit on the Information Society (WSIS) ในที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จัดโดยสหประชาชาติ เมื่อธันวาคม 2546 มีคำประกาศปฏิญญาว่าด้วยหลักการ (Declaration of Principles) และแผนดำเนินการ (Plan of Action) มีเป้าหมายในการก้าวไปสู่สังคมสารสนเทศที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยที่ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ เข้าถึง ใช้ประโยชน์ และแบ่งปัน สารสนเทศและความรู้ เป็นสังคมที่เอื้ออำนวยต่อทั้งปัจเจกบุคคลและชุมชน ในการใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในการมีส่วนร่วมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
องค์กร International Telecommunication Union ได้ประกาศใช้ Telecommunications Accessibility Guidelines for older persons and persons with disabilities เป็นแนวทางการเข้าถึงทางการบริการการสื่อสารและโทรคมนาคมสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ
นอกจากนั้นประเทศไทยเองมีกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ระยะ 2544 ถึง 2553 ซึ่งมีการกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาในภาคสังคม (e-Society) ความว่า คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม มีสติปัญญาและความสามารถในการพัฒนาต่อยอด ประยุกต์ความรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม สร้างสังคมไทยเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีความเอื้ออาทรและ การแบ่งปัน
แต่ในความเป็นจริง คนพิการไทยยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ ด้วยมีอุปสรรคทั้งด้านความพิการ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศของรัฐ จึงจำเป็นต้องดำเนินงานในด้านการกำหนดกฎระเบียบบางอย่าง เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำมาปฏิบัติได้ ดังนั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกจะทำงานร่วมกับสภาคนพิการ แห่งประเทศไทย ในการผลักดันมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสารสนเทศที่ได้มีการประกาศรับรองโดยองค์กรนานา ชาติ มาจัดทำเป็นมาตรฐานระดับของชาติในประเทศไทย โดยนำเสนอต่อสำนักงานมาตรฐานแห่งชาติเพื่อให้รับรองและประกาศเป็นมาตรฐาน เพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในการปฏิบัติได้
2) การส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีการผลิตอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคน พิการและผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ประกอบกับผู้บริโภคสามารถซื้อหาสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเป็นที่ยอม รับในสังคมและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
การจัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟังจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อ เป็นเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับพิจาณาความเป็นเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์การแพทย์ประเภททั่วไปที่มีราคาค่อนข้าง สูง แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนระหว่างเครื่องช่วยฟังหรืออุปกรณ์ราคาถูก อื่นๆที่มีลักษณะใกล้เคียงเช่น เครื่องขยายเสียง ทำให้อาจเกิดความสับสนและเสียหายแก่ผู้ใช้ การได้การรับรองว่ามีคุณลักษณะตามมาตรฐานนี้จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ และปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้มาตรฐานจะนำไปใช้เพื่อตรวจสอบลักษณะการขยายเสียงของเครื่องช่วยฟัง ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นสำคัญของเครื่องช่วยฟังเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมีฟังก์ชั่นหลักของเครื่องช่วยฟังจริง และมีประสิทธิภาพตามที่ผู้ผลิตได้อ้างอิงไว้ (ซึ่งจะใช้มาตฐานเดียวกัน) ซึ่งจะมีประโยชน์ทั้งในขั้นตอนตรวจเช็คคุณภาพเครื่องระหว่างผู้ผลิตกับผู้ ให้บริการจำหน่าย และสำหรับนักแก้ไขการได้ยินซึ่งเป็นผู้ให้บริการติดตั้งเครื่องแก่คนไข้แต่ ละคน เพื่อเป็นข้อมูลด้านประสิทธิภาพการขยายเสียงของเครื่องช่วยฟังเบื้องต้น ที่มีความน่าเชื่อถือได้
วัตถุ ประสงค์ของโครงการ
ปี 2554 (กรกฎาคม 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2554)
1.ศึกษาและจัดทำร่างแนวทางการจัดหาอุปกรณ์สำนักงานที่ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ
2.ศึกษาและจัดทำร่างมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 1
3.จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำมาตรฐาน 1 ชุด (คณะกรรมการจัดทำแนวทางการจัดหาอุปกรณ์สำนักงานฯ)
ปี 2555 (1 มกราคม 2555 ถึง 31 ธันวาคม 2555)
1.จัดทำแนวทางการจัดหาอุปกรณ์สำนักงานที่เข้าถึงและ ใช้ประโยชน์ได้ สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ (ต่อเนื่องจากปี 2554)
2.จัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 1 (ต่อเนื่องจากปี 2554)
3.ศึกษาและจัดทำร่างมาตรฐานคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เชิงหน้าที่ (ข้อกำหนดสำหรับคนพิการ)
4.ศึกษาและจัดทำร่างมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 2
5.จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำมาตรฐาน 2 ชุด (คณะกรรมการจัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 1 และคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบเชิงหน้าที่)
ปี 2556 (1 มกราคม 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2556)
1.จัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 2 (ต่อเนื่องจากปี 2555)
2.จัดทำมาตรฐานคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบเชิงหน้าที่ (ข้อกำหนดสำหรับคนพิการ) (ต่อเนื่องจากปี 2555)
3.ศึกษาและจัดทำร่างมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 3
4.จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำมาตรฐาน 2 ชุด (คณะกรรมการจัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 2 และคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 3)
ปี 2557 (1 มกราคม 2557 ถึง 30 มิถุนายน 2557)
1.จัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟัง เล่ม 3 (กระบวนการทดสอบ การประมวลสัญญาณเสียงเชิงดิจิทัล) (ต่อเนื่องจากปี 2556)
บท คัดย่อ
การ ปฏิบัติตามนโยบายของประเทศไทยและข้อปฏิบัติในระดับสากลเพื่อส่งเสริมสิทธิคน พิการในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารและโอกาสทางสังคมประเทศไทยในปัจจุบันให้ความสำคัญกับสิทธิของ คนพิการในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศมากยิ่งขึ้นเห็นได้จากรัฐธรรมนูญปีฉบับ ปี2540 และปี2550 มาตรา 55
กล่าวว่าบุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพมีสิทธิเข้าถึงและ ใช้ประโยชน์จากสวัสดิการสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ รวมประเทศไทยได้รับรองนโยบายที่เป็นข้อตกลงนานาชาติทั้งระดับภูมิภาคและ ระดับโลก เช่น กรอบปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษ จากการประชุมของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก(เอสแคป) ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2545ว่าด้วยเรื่อง แนวทางในการดำเนินนโยบายสำหรับคนพิการ ซึ่งรวมถึง การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เป็น 1 ใน 7 นโยบายที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ การประชุมสุดยอดว่าด้วยสังคมสารสนเทศ World Summit on the Information Society (WSIS) ในที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จัดโดยสหประชาชาติ เมื่อธันวาคม 2546 มีคำประกาศปฏิญญาว่าด้วยหลักการ (Declaration of Principles) และแผนดำเนินการ (Plan of Action) มีเป้าหมายในการก้าวไปสู่สังคมสารสนเทศที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยที่ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ เข้าถึง ใช้ประโยชน์ และแบ่งปัน สารสนเทศและความรู้ เป็นสังคมที่เอื้ออำนวยต่อทั้งปัจเจกบุคคลและชุมชน ในการใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในการมีส่วนร่วมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
องค์กร International Telecommunication Union ได้ประกาศใช้ Telecommunications Accessibility Guidelines for older persons and persons with disabilities เป็นแนวทางการเข้าถึงทางการบริการการสื่อสารและโทรคมนาคมสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ
นอกจากนั้นประเทศไทยเองมีกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ระยะ 2544 ถึง 2553 ซึ่งมีการกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาในภาคสังคม (e-Society) ความว่า คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม มีสติปัญญาและความสามารถในการพัฒนาต่อยอด ประยุกต์ความรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม สร้างสังคมไทยเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีความเอื้ออาทรและ การแบ่งปัน
แต่ในความเป็นจริง คนพิการไทยยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ ด้วยมีอุปสรรคทั้งด้านความพิการ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศของรัฐ จึงจำเป็นต้องดำเนินงานในด้านการกำหนดกฎระเบียบบางอย่าง เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำมาปฏิบัติได้ ดังนั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกจะทำงานร่วมกับสภาคนพิการ แห่งประเทศไทย ในการผลักดันมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสารสนเทศที่ได้มีการประกาศรับรองโดยองค์กรนานา ชาติ มาจัดทำเป็นมาตรฐานระดับของชาติในประเทศไทย โดยนำเสนอต่อสำนักงานมาตรฐานแห่งชาติเพื่อให้รับรองและประกาศเป็นมาตรฐาน เพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในการปฏิบัติได้
2) การส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีการผลิตอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคน พิการและผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ประกอบกับผู้บริโภคสามารถซื้อหาสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเป็นที่ยอม รับในสังคมและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
การจัดทำมาตรฐานเครื่องช่วยฟังจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อ เป็นเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับพิจาณาความเป็นเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์การแพทย์ประเภททั่วไปที่มีราคาค่อนข้าง สูง แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนระหว่างเครื่องช่วยฟังหรืออุปกรณ์ราคาถูก อื่นๆที่มีลักษณะใกล้เคียงเช่น เครื่องขยายเสียง ทำให้อาจเกิดความสับสนและเสียหายแก่ผู้ใช้ การได้การรับรองว่ามีคุณลักษณะตามมาตรฐานนี้จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ และปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้มาตรฐานจะนำไปใช้เพื่อตรวจสอบลักษณะการขยายเสียงของเครื่องช่วยฟัง ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นสำคัญของเครื่องช่วยฟังเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมีฟังก์ชั่นหลักของเครื่องช่วยฟังจริง และมีประสิทธิภาพตามที่ผู้ผลิตได้อ้างอิงไว้ (ซึ่งจะใช้มาตฐานเดียวกัน) ซึ่งจะมีประโยชน์ทั้งในขั้นตอนตรวจเช็คคุณภาพเครื่องระหว่างผู้ผลิตกับผู้ ให้บริการจำหน่าย และสำหรับนักแก้ไขการได้ยินซึ่งเป็นผู้ให้บริการติดตั้งเครื่องแก่คนไข้แต่ ละคน เพื่อเป็นข้อมูลด้านประสิทธิภาพการขยายเสียงของเครื่องช่วยฟังเบื้องต้น ที่มีความน่าเชื่อถือได้
ระยะ เวลาดำเนินโครงการ : 15 กรกฎาคม พ.ศ.2554 ถึง 15 มิถุนายน พ.ศ.2557
คณะผู้ วิจัย
หัวหน้าโครงการ : นางกมลพรรณ พันพึ่ง
ผู้ร่วมวิจัย : นางสาววันทนีย์ พันธชาติ, นายน้ำหนึ่ง มิตรสมาน, นายพศิน อิศรเสนา ณ อยุธยา, นายอภิชย์ เหมาคม, นายสังวรณ์ สีสุทัศน์










