การจัดทำ รายงานสถานะด้านเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศไทย พ.ศ. 2553
5.1 เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศทุก ๆ ด้าน ทั้งทางด้านนโยบาย การวิจัย ภาคธุรกิจ และธนาคาร จากหน่วยงานภายในประเทศ ได้แก่ หน่วยงานวิจัยและพัฒนา ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้งานและกำหนดนโยบาย รวมถึงธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อให้แก่นักลงทุน
5.2 เพื่อจัดทำรายงานสถานะด้านเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศไทย ปี 2553
5.3 เพื่อเป็นฐานข้อมูลด้านเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศไทย สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนใจ นำไปสู่การมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศ หรือการนำไปใช้ประโยชน์ของสาธารณชน
บท คัดย่อ
ด้วย ภาวะโลกร้อนที่ทุกคนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ได้ส่งผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อ ห่วงโซ่พลังงานแล้วนั้น การประหยัดพลังงานและหันมาใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่หลาย ภาคส่วนได้เข้ามาร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยน แปลงที่กำลังเกิดขึ้น หนึ่งในพลังงานทดแทน คือ พลังงานแสงอาทิตย์ (จากเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ solar cells หรือ photovoltaics หรือ PV) เป็นพลังงานทดแทนที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ ประเทศชั้นนำทั่วโลกมีงานวิจัยด้านนี้ตั้งแต่ระดับวัสดุต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาวัสดุชนิดใหม่ การพัฒนาประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้งาน และการทดสอบมาตรฐานของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ตลอดจนเกิดการรวมกลุ่มของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ PV ขึ้น ดังปรากฏในยุโรป และมีบทบาทขับเคลื่อนการพัฒนาด้าน PV ได้อย่างเข้มแข็ง ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 สวทช. ได้ลงนาม MOU ร่วมกับ Fraunhofer-Gesellschaft (leading organization for institute of applied research in Europe) หนึ่งในความร่วมมือใน MOU คือ ความร่วมมือด้านพลังงานทดแทน ต่อมาเมื่อวันที่ 17-22 กรกฎาคม 2553 คณะผู้แทนจาก สวทช. และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้เดิน ทางไปเยี่ยมชมสถาบันวิจัย Fraunhofer – Institute for Solar Energy Systems ISE (FH-ISE) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาทางด้าน PVของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่เมือง Freiburg ประเทศเยอรมนี เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในความร่วมมือทางงานวิจัยระหว่าง FH-ISE และ สวทช. ภายหลังจากกลับมาประเทศไทย คณะผู้แทนจาก สวทช. กลุ่มเอกชนผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และสถาบันการศึกษา ได้มีการพบปะ ติดตาม แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จึงเกิดการรวมกลุ่มและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และได้จัดตั้ง Solar Club ขึ้น โดยมีสมาชิกหลายหน่วยงานเข้าร่วม เช่น หน่วยงานวิจัยจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลทางด้านนโยบาย ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเซลล์แสงอาทิตย์ และธนาคาร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ตัวแทนจากภาคต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลซึ่งกันและกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การร่วมผลักดันนโยบายหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งสารถึงผู้กำหนดนโยบายของประเทศ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมและดีขึ้น นอกจากนี้ฐานการผลิตและส่งออกเซลล์แสงอาทิตย์รายใหญ่ของโลกได้ตั้งอยู่ใน ประเทศแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ใต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย และไทย โดยมีภาครัฐกำหนดนโยบายด้านพลังงานที่ชัดเจนและแตกต่างกันไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือเท่าทันสถานการณ์โลกมากน้อย เพียงใดนั้น การมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ โดยเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงในทุก ๆ ด้านผ่านหน่วยงานที่มีความเป็นกลาง จะสามารถเป็นสื่อกลางเบื้องต้นสำหรับการศึกษา การสร้างความเข้าใจรับทราบสถานะที่เป็นจริง และแนวทางในการกำหนดแผนหรือยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการขยายผลเป็นรากฐานงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี PV รวมถึงอุปกรณ์เกี่ยวข้อง ให้สามารถประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตในระดับต้นแบบได้อย่าง รวดเร็ว ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางในการเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมการผลิตเซลล์แสง อาทิตย์ให้มีความเข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ระยะ เวลาดำเนินโครงการ : 22 มิถุนายน พ.ศ.2554 ถึง 25 ธันวาคม พ.ศ.2554
คณะผู้ วิจัย
หัวหน้าโครงการ : นายกอบศักดิ์ ศรีประภา
ผู้ร่วมวิจัย : นางสาวนพวรรณ ตันพิพัฒน์, นางกุลวรีย์ บูรณะสัจจะวราพร, นายเลิศชาย แก้ววิเชียร, นางสาวอัศนีย์ ก่อตระกูล










