R54-ระบบ บริหารจัดการและควบคุมสภาพอากาศในอาคารเพื่อประหยัดพลังงาน
ที่มา/ความสำคัญของปัญหา
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ศอ.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานและมีแผนการดำเนินงานด้านการจัดการ พลังงาน โดยมีเป้าหมายอนุรักษ์พลังงานด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงาน จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์การประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เช่นการจัดหลักสูตรด้านการอนุรักษ์พลังงาน การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการใช้พลังงานและเทคนิควิธีการประหยัดพลังงาน เพื่อปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานให้กับพนักงานในองค์กร
จากข้อมูลการใช้พลังงานของศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ศอ.) ตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2553 พบว่าตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันมีสถิติการใช้พลังงานไฟฟ้าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2553 สามารถลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้จากปี 2552 เฉลี่ยร้อยละ 6 เมื่อเปรียบเทียบการใช้พลังงานต่อบุคลากรหนึ่งคน อย่างไรก็ตามการใช้พลังงานไฟฟ้าในส่วนที่เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับใช้เป็น ที่ทำงานของบุคลากรคิดเป็นร้อยละ 28 ของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งอาคารส่วนร้อยละ 72 ของการใช้พลังงานสำหรับจ่ายไฟฟ้าให้แก่อุปกรณ์เครือข่าย ระบบไฟฟ้าสำรอง และระบบควบคุมความเย็นของอาคาร
ดังนั้นนอกเหนือจากวิธีการอนุรักษ์พลังงานโดยการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงานไฟฟ้าของบุคลากรในองค์กรที่สามารถช่วยลด การใช้พลังงานไฟฟ้าขององค์กรได้โดยตรงแล้ว การควบคุมปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในอาคารก็เป็น อีกแนวทางหนึ่งที่สามารถลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เช่น การพัฒนาอุปกรณ์สำหรับการอนุรักษ์พลังงาน
แนวทางการแก้ปัญหา
ห้องปฏิบัติการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (EST) และห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย (NTL) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับการอนุรักษ์พลังงาน จึงมีแนวคิดที่จะร่วมมือกันพัฒนาต้นแบบระบบบริหารจัดการและควบคุมอุณหภูมิใน อาคาร โดยการพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับติดตั้งตามพื้นที่ต่าง ๆ ภายในอาคาร ศอ. และส่งข้อมูลที่ตรวจวัดได้มายังเครื่องแม่ข่าย (Server) เพื่อให้เครื่องแม่ข่ายทำการบริหารจัดการข้อมูลและใช้ข้อมูลที่ได้จากการ ตรวจวัดได้มาวิเคราะห์เพื่อทำการควบคุมเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร โดยคาดการณ์ว่าระบบควบคุมอุณหภูมิดังกล่าวข้างต้นจะสามารถช่วยลดปริมาณการ ใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศภายในอาคารลงได้
วัตถุ ประสงค์ของโครงการ
1.เพื่อ พัฒนาต้นแบบอุปกรณ์เซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นแบบไร้สาย เพื่อใช้ควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศภายในอาคารสำนักงาน
2. เพื่อติดตั้งและทดสอบอุปกรณ์เซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นใน ห้องปฏิบัติการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว(EST) และในห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย(NTL) ที่อยู่ภายในอาคารเนคเทคเพื่อเก็บรวบรวมสถิติข้อมูลอุณหภูมิภายในห้องทำงาน สำหรับนำไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับการใช้พลังงานไฟฟ้าของระบบเครื่องปรับ อากาศ
3. เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบบริหารจัดการและควบคุมภายในอาคาร โดยสามารถวางแผนและควบคุมระบบเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานให้สอดคล้องกับ สภาวะแวดล้อม ณ ขณะนั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับลดการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ
4. เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบตรวจวัดประเภทอื่น สำหรับการต่อยอดงานวิจัยในอนาคต
บท คัดย่อ
ใน ปัจจุบันพลังงานไฟฟ้ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันอย่างมาก ถ้าปราศจากพลังไฟฟ้าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆก็ไม่สามารถใช้งานได้ การผลิตพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัดและกระบวน การผลิตพลังงานไฟฟ้าก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมของโลกด้วย ดังนั้นการช่วยกันอนุรักษ์และประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่ทุกคน และหน่วยงานทุกระดับต้องร่วมกันให้ความร่วมมือ โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการและควบคุมสภาพอากาศในอาคารเพื่อประหยัดพลังงาน เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย (NTL) และห้องปฏิบัติการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (EST) ในการพัฒนาต้นแบบระบบบริหารจัดการและควบคุมอุณหภูมิในอาคารสำนักงานสำหรับ การอนุรักษ์พลังงาน โดยจะทำการพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น เพื่อเก็บข้อมูลที่มีผลต่อการทำงานของระบบปรับอากาศ สำหรับทำการวิเคราะห์และควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ ข้อมูลจากอุปกรณ์เซ็นเซอร์จะถูกส่งผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ด้วยโปรโตคอล TCP/IP เข้าสู่ฐานข้อมูล (database) บนเครื่องแม่ข่าย (server) เพื่อทำการประมวลผล ทำให้มีข้อมูลสำหรับใช้คาดการณ์ และวางแผนการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศได้ ผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลบนระบบและแสดงผลข้อมูลผ่านโปรแกรม ประยุกต์บนเว็บ (web application) รวมทั้งสามารถทำการควบคุมระบบจากระยะไกลได้
ระยะ เวลาดำเนินโครงการ : 21 มีนาคม พ.ศ.2554 ถึง 20 มีนาคม พ.ศ.2555
คณะผู้ วิจัย
หัวหน้าโครงการ : นายเฉลิมพล ชาญศรีภิญโญ
ผู้ร่วมวิจัย : นายราชพร เขียนประสิทธิ์, นายเสกสรรค์ ศาสตร์สถิต, นายสาดิศย์ เสถียรไพศาล, นายพิษณุ ดวงธนู, นายวรากร คำแก้ว, นายกมล เขมะรังษี, นายวิศรวัส จันทวีสมบูรณ์, นายฤทธิ์ณรงค์ พรมยา, นางสาววิภาดา นฤพิพัฒน์










