R54-การ พัฒนาวิธีตรวจจับและประเมินพฤติกรรมการขับขี่ยานพาหนะเพื่อการประหยัดเชื้อ เพลิง
การขนส่งทางบกในปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับระบบ เศรษฐกิจที่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากน้ำมันซึ่งคิดเป็นมูลค่านับแสนล้านบาท ต่อปี ตัวเลือกในการลดต้นทุนไม่ว่าการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงมาใช้ก๊าซธรรมชาติ เอทานอล หรือ ดีเซลชีวภาพ ก็ไม่ทดแทนการใช้พลังงานจากน้ำมันของภาคขนส่งทางบกได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซลที่ใช้ในการขนส่งสินค้า
หนึ่งในตัวเลือกที่สามารถลดการใช้น้ำมันจากการขนส่งได้โดยไม่ต้องทำการปรับ แต่งเครื่องยนต์เพื่อลดการใช้พลังงานคือการบริหารจัดการเพื่อปรับปรุง พฤติกรรมการขับขี่ยานพาหนะ จากผลการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าพฤติกรรมที่แตกต่างกันชองผู้ขับขี่นั้นสามารถ ส่งผลกระทบต่ออัตราสิ้นเปลืองได้ถึงร้อยละ30 อนึ่งน้ำหนักของยานพาหนะเองก็ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเช่นกันโดย รถยนต์นังส่วนบุคคลขนาดเล็กนั้นจะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่ารถยนต์ ที่มีขนาดใหญ่กว่าประมาณร้อยละ30 เมื่ออยู่ในสภาพการจราจรของกรุงเทพมหานครโดยไม่ขึ้นกับขนาดกำลังของเครื่อง ยนต์และยังพบว่าสภาพการจราจรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราสิ้นเปลืองมีความ แตกต่างได้ถึงร้อยละ50 ในการศึกษานี้เน้นไปยังการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการขับ ขี่ในรถยนต์ด้วยการตรวจจับพฤติกรรมของยานพาหนะร่วมกับ
การประเมินอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากการวัดสัญญาณ เครื่องยนต์
วัตถุ ประสงค์ของโครงการ
1. พัฒนาวิธีการตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ในยานพาหนะ
2. พัฒนาวิธีการประเมินผลพฤติกรรมการขับขี่ในยานพาหนะเพื่อประยุกต์ใช้ในงานควบ คุมพฤติกรรมที่ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลือง
บท คัดย่อ
การขน ส่งทางบกในปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับระบบเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องใช้ พลังงานจากน้ำมันซึ่งคิดเป็นมูลค่านับแสนล้านบาทต่อปี การใช้พลังงานในยานพาหนะนั้นนับว่ามีประสิทธิภาพต่ำมาเมื่อเทียบกับการแปลง พลังงานในรูปอื่นๆ เนื่องจากสภาพการจราจรที่จำกัดให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการขนส่งการ บริหารจัดการที่เหมาะสมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
โครงการนี้ได้นำเสนอการปรังปรุงประสิทธิภาพพลังงานในการขนส่งทางบกด้วยการ หลีกเลี่ยงสภาวะที่ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานอันเปล่าประโยชน์อัน ได้แก่ การปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ยานพาหนะ โดยจะเป็นการสร้างวิธีการตรวจจับผู้ขับขี่เพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมอันก่อให้ เปิดการใช้เชื้อเพลิงสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุ รวมถึงการใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ประยุกต์ใช้ในการฝึกการขับขี่อย่างประหยัดซึ่ง สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณร้อยละ 20
องค์ความรู้ที่ได้สามารถนำไปประยุกต์ในการบริหารจัดการด้วยระบบการขนส่ง อัจฉริยะ (ITS intelligence transport system) ซึ่งจะส่งผลต่อการลดใช้พลังงานในภาคขนส่งทางบกและลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ของประเทศ
ระยะ เวลาดำเนินโครงการ : 1 มิถุนายน พ.ศ.2554 ถึง 26 พฤษภาคม พ.ศ.2555
คณะผู้ วิจัย
หัวหน้าโครงการ : นายรักษิต ฐิติพัฒนพงศ์










