Share on Facebook
ชันสูตรพลิกศพด้วยรูปแบบใหม่ Digital Autopsy
ที่มา http://learners.in.th/blog/naynajang/111245 และ http://writer.dek-d.com/writer/story/view.php?id=205702

 

macroview_main300

ขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการยุติธรรมสามารถคลี่คลายคดีได้ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต คือ การชันสูตรพลิกศพ ซึ่งจะช่วยให้พิสูจน์สาเหตุของการเสียชีวิตได้อย่างถูกต้อง และจะถูกนำไปเป็นข้อมูลในชั้นศาลเพื่อให้ในการพิจารณาคดีต่อไป

แต่ทว่าการชันสูตรพลิกศพด้วยรูปแบบปกติอาจมีปัญหาเกิดขึ้นมากมานเหมือนกัน เช่น ศพเน่าเปื่อยจนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร ศพติดเชื้อ ศพที่เกิดจากการก่อการร้าย ซึ่งการผ่าชันสูตรพลิกศพอาจทำให้ระเบิดที่ฝังอยู่ในศพเกิดระเบิดขึ้นมาได้ หรือศพของชาวมุสลิมที่ไม่สามารถผ่าศพได้ เนื่องจากขัดต่อหลักความเชื่อทางศาสนา

แต่ปัญหานี้กำลังหมดไปถ้าใช้ Digital Autopsy มาแทนการชันสูตรพลิกศพแบบดั้งเดิม

Digital Autopsy เป็นเทคโนโลยีในการสร้างภาพ 3 มิติ ช่วยให้การชันสูตรพลิกศพรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการผ่าพิสูจน์ และลดภาระงานของบุคลากรนิติเวช นอกจากนี้มันยังช่วยบอกตำแหน่งต้องสงสัยของการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ พร้อมบอกข้อมูลของผู้ตายได้อย่างแม่นยำ อาทิ ระบุตัวบุคคล วันที่ สถานที่เกิดเหตุ สาเหตุการตาย ชี้เทคโนโลยีนี้เหมาะกับการชันสูตรศพที่ต้องใช้ระยะเวลาเร่งด่วน เช่น การเกิดภัยธรรมชาติ สึนามิ หรือเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ รวมถึงศพที่ไม่สามารถผ่าได้ เช่น ศพติดเชื้อที่อาจเป็นโรคระบาดรุนแรง และศพชาวมุสลิม

Digital Autopsy เป็นการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสแกนร่างกายของผู้เสียชีวิต และประมวลผลออกมาเป็นร่างกายแบบ 3 มิติ ซึ่งจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของศพได้ครบถ้วน จึงใช้ในการระบุตัวผู้เสียชีวิต วันที่และสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงลักษณะหรือสาเหตุของการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งผลการชันสูตรด้วยระบบดิจิตอลยังสามารถนำมาใช้อ้างอิงเป็นหลักฐานต่อ ศาลได้ และข้อมูลในส่วนนี้ยังเป็นสิ่งที่ฝ่ายคู่ความสามารถนำมาเรียกดูได้

ภาพร่างกายจำลองแบบ 3 มิติ (3D Virtual Body) ซึ่งได้จากการถ่ายโดยจะช่วยให้บุคลากรด้านนิติเวชมองเห็นร่างกายของผู้เสียชีวิตได้ทุกด้าน ตั้งแต่ภาพร่างกายภายนอก กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน และโครงกระดูกโดยที่ไม่ต้องผ่าพิสูจน์จริง ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้สามารถทำการวิเคราะห์ร่องรอยและสาเหตุการเสียชีวิตที่ ผิดธรรมชาติได้ ทั้งนี้ จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ากว่า 85% ของศพที่ถูกส่งเข้ามาชันสูตร สามารถวิเคราะห์ร่องรอยของสาเหตุการเสียชีวิตได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าศพชันสูตรเลย นอกจากนี้ยังช่วยระบุตำแหน่งในร่างกายในรายที่จำเป็นต้องผ่าพิสูจน์ ซึ่งจะช่วยลดงานของแพทย์ และลดการรบกวนร่างผู้เสียชีวิต ในกรณีที่เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อญาติอันเนื่องมาจากความเชื่อทางศาสนา

Digital Autopsy ไม่เพียงมีประโยชน์ในแง่การชันสูตรและเป็นข้อมูลในกระบวนการยุติธรรมเท่า นั้น หากแต่ยังมีประโยชน์ในแง่การศึกษาของนักศึกษาแพทย์ที่อาจไม่มีโอกาสได้ศึกษาจากศพจริงมากนัก ซึ่ง Digital Autopsy จะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาแพทย์ได้เห็นการเสียชีวิตในหลายกรณี ถือเป็นการช่วยเพิ่มความชำนาญให้กับแพทย์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ดี การนำ Digital Autopsy มาใช้ในประเทศไทยยังต้องมีการศึกษาด้านเทคนิคต่อไป โดยเฉพาะการนำข้อมูลมาใช้ในกระบวนการยุติธรรม ต้องมีการให้ข้อมูลที่มาที่ไปของข้อมูลจากการวิเคราะห์ด้วยระบบดิจิตอลกับ ทนายและอัยการเพื่อใช้ในการพิจารณาคดีต่อไป

ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมาพบว่ากว่า 85% ของ ศพที่ถูกส่งเข้ามาชันสูตรด้วยวิธีไฮเทคนี้ สามารถวิเคราะห์ร่องรอยของสาเหตุการเสียชีวิตได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าศพ นอกจากนี้ยังช่วยระบุตำแหน่งกรณีที่จำเป็นต้องผ่า ช่วยลดงานของแพทย์ ที่สำคัญผลของการชันสูตรด้วยระบบดิจิตอลนี้สามารถใช้อ้างอิงเป็นหลักฐานต่อศาลและเป็นข้อมูลในกระบวนการยุติธรรมได้

อย่างไรก็ดีทางกระทรวงยุติธรรมบอกว่า การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในประเทศไทยยังคงต้องมีการศึกษาด้านเทคนิคต่อไป