social-best – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Sun, 01 Aug 2021 16:07:52 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png social-best – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 7 ทีมเยาวชนไทยที่ได้ไป i-CREATe 2019 https://www.nectec.or.th/social/social-best/icreate2019-gsic.html Thu, 11 Jul 2019 06:48:39 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3140
i-CREATe 2019

 

บทสัมภาษณ์ | กันยาเรศ นาคเรือง
ถ่ายภาพ | กรรวี แก้วมูล
เรียบเรียง | ศศิวิภา หาสุข

มาทำความรู้จักกับเยาวชนไทยทั้ง 7 ทีม ที่จะเป็นตัวแทนร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุของนักศึกษาระดับนานาชาติ Global Student Innovation Challenge for Assistive Technology (gSIC-AT) ในงานประชุมวิชาการนานาชาติฯ i-CREATe 2019 ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2562 มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และส่งแรงใจ ให้ตัวแทนเยาวชนไทยที่เวทีนี้กันด้วยนะคะ

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Active Balance & Mobility มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทีมลูกแม่โดมได้คิดค้นและพัฒนาเครื่องช่วยพยุงผู้สูงอายุ พวกเขาได้เล่าถึงที่มาของผลงานว่า “เมื่อก่อนจะไม่มีชุดพยุงแล้วเวลาฝึกการทรงตัวหรือการฝึกกำลังของผู้สูงอายุ จะทำให้ผู้สูงอายุล้มง่ายแล้วก็เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ก็เลยคิดชุดพยุงขึ้นมา ยังมีการคิดค้นพัฒนาโปรแกรมเพื่อที่จะวิเคราะห์ข้อมูลให้ผู้สูงอายุ และมีการพัฒนาเกมมาให้ผู้สูงอายุเล่นเพื่อฝึกการทรงตัวและฝึกกำลังด้วย” โดยผลงานนี้มีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ อุปกรณ์ โปรแกรม และเกม โดยอุปกรณ์เป็นชุดพยุงเพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุล้มจนเกิดอุบัติเหตุ โปรแกรมสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการทรงตัวและกำลังของตัวผู้สูงอายุ สามารถแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์เพื่อวัดผล (>80% good balance, 50-79% poor balance, < 49% unbalance) และมีเกมให้ผู้สูงอายุฝึกในการทรงตัว เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ กระดูกอีกด้วย

ในการนำเสนอรอบสุดท้ายของการแข่งขันในประเทศ ด้วยความที่เตรียมตัวมาอย่างดี ทำให้ทีมไม่มีความกังวลและยังบอกอีกว่าถ้าได้ไปต่อจะปรับปรุงโปรแกรมให้มีภาพลักษณ์น่าสนใจ ดูดีมากยิ่งขึ้น อยากจะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถขายออกสู่ตลาด และนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย เนื่องจากผลงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุและพวกนักกายภาพตามโรงพยาบาล ศูนย์การฝึกต่างๆ อีกด้วย

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Active Exo-Spine (AES) โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผลงานของน้องๆ จากสาธิตจุฬาฯ เป็นเครื่องที่ตรวจจับท่าทางการนั่งที่ผิดปกติ มีการแจ้งเตือนให้กลับมาทำท่าที่ถูกต้อง ช่วยลดอาการปวดหลัง น้องๆ ทั้งสอง เผยความรู้สึกกับเราว่า“ในตอนแรกคิดว่าหากไม่ได้ไปต่อก็ไม่เป็นไร เพราะจุดประสงค์ที่มาแข่งเวทีนี้เพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคของทีมอื่นๆ แล้วจะได้รู้ว่างานของตัวเองนั้นบกพร่องตรงไหนบ้าง” นอกจากนี้น้องๆ ยังบอกอีกว่า “การได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิคือประสบการณ์ที่มีค่ามากๆค่ะ แล้วการที่ได้ไปต่อถือว่าเป็นรางวัลที่ดีมากๆ หลังจากนี้ก็จะพัฒนางานต่อให้ใช้ได้จริง แล้วก็ปรับดีไซน์ให้เหมาะสมกับสรีระของเราค่ะ”

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Autonomous Walker โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี

หนุ่มน้อยคนนี้เพิ่ง จบ ม.5 มาหมาดๆ ลุยเดี่ยวส่งผลงานเข้ามาประกวด เป็นเครื่องช่วยเดินที่ให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุเดินได้สะดวกโดยไม่ต้องออกแรงยก สามารถพับเก็บและพกพาได้สะดวก โดยได้เผยความในใจกับทีมงานว่า “รอบก่อนหน้านี้กรรมการให้คอมเมนต์ว่าอุปกรณ์ยังเปราะบาง บางชิ้นแตกหัก ชำรุดง่ายถ้าหากมีการใช้งานไปบ่อยๆ แต่ผมก็พยายามปรับปรุงแก้ไขเกือบหมดแล้ว จนมาถึงตอนนำเสนอรอบสุดท้ายในประเทศก็มีแอบกังวลนิดหน่อยครับ คิดว่าถ้าได้ไปต่อถึงระดับนานาชาติก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับเพราะเราทำดีที่สุดแล้ว ถือว่าได้มาเก็บประสบการณ์ มาถึงจุดนี้ก็ดีใจมากๆ หลังจากนี้จะปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เอาใจช่วยด้วยนะครับ”

i-CREATe 2019

 

ผลงาน BotTherapist มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ชาวบางมดทั้งสี่มาพร้อมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า “บลิส” มีไว้สำหรับบำบัดเด็กที่เป็นผู้ป่วยออทิสติก โดยพวกเขาอธิบายถึงผลงานชิ้นนี้ว่า พัฒนาและต่อยอดมาจากผลงานรุ่นก่อนซึ่งสามารถให้หุ่นยนต์มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กได้ ผลงานเดิมเป็นการตอบโต้แบบสุ่ม ถ้าเด็กเจอการตอบโต้แบบซ้ำ ๆ เด็กจะเบื่อและให้ความสนใจลดลง รอบนี้เลยนำ Reinforcement Learning ซึ่งเป็น Machine Learning มาใช้ เพื่อให้สามารถระบุได้ว่า เด็กที่กำลังรับการบำบัดคนนี้ จะต้องกระตุ้นด้วยอะไรจึงจะได้ผลสูง ทำให้เด็กมีใจจดจ่อมากขึ้น

ซึ่งได้ทำการทดสอบแล้วพบว่าเด็กก็มีความสนใจกับตัวเกมได้นานขึ้น (จาก 20 นาที เป็น40นาที) ส่วนเรื่องการนำเสนอ พวกเขาบอกมาว่า “เพราะเตรียมตัวมาดีด้วยเลยทำให้มั่นใจ ต่อจากนี้ก็อยากจะพัฒนาตัวผลงาน เก็บข้อมูลเพิ่ม เพราะเราทำเกี่ยวกับ Machine Learning จำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่มากกว่าขึ้น เพื่อที่จะผลที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น”

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Journey Electric Wheelchair วิทยาลัยสารพัดช่างสกลนคร

น้องๆ ตัวแทนแดนอีสานได้ประดิษฐ์รถสำหรับผู้พิการที่นั่งบนวีลแชร์ ให้สามารถขับเองได้ ซึ่งได้มีการทดสอบการใช้งานในวิทยาลัย ตอนนำเสนอรอบสุดท้ายระดับประเทศ น้องๆ กระซิบว่า “ด้วยมีความคาดหวังที่อยากไปต่อในเวทีนานาชาติ ก็ทำให้มีความกังวลอยู่บ้างเพราะรู้ว่าอุปสรรคของเราคือด้านภาษา” แล้วยังบอกอีกว่า ต่อจากนี้จะต้องพัฒนางานเพิ่มมากขึ้น เช่น เปลี่ยนโครงรถให้ดูดีน่าใช้งาน และจะตั้งใจฝึกฝนภาษาให้ดีกว่าเดิม จะพยายามทำให้ดีที่สุด

i-CREATe 2019

 

ผลงาน ReArm มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ลูกแม่โดมอีกทีมหนึ่ง มาพร้อมกับผลงานที่ชื่อว่า REARM เป็นอุปกรณ์ช่วยผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง พวกเขาเล่าว่า มีแนวคิดที่จะทำให้ผู้ป่วยใช้งานแล้วยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก “ในช่วงเวลา 3 เดือน ที่ให้เวลากับการพัฒนางานชิ้นนี้เป็นช่วงที่พวกเราต้องฝึกงานและสอบในเวลาเดียวกัน ทำให้เราต้องทุ่มเทกับมันมากก็เลยมีความคาดหวังมาก อยากจะไปให้ถึงเวทีระดับนานาชาติ ผ่านรอบไฟนอลที่ประเทศไทยได้ผมก็ภูมิใจแล้ว สำหรับเวลาที่เหลือก่อนไปต่ออีกเวทีหนึ่ง พวกผมจะพัฒนาผลงานให้ดีและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ” #ออสเตรเลียก็มาดิคร๊าบ

i-CREATe 2019

ผลงาน Wireless-Wearable EMG Measurement for Rehabilitation Monitoring มหาวิทยาลัยมหิดล

ผลงานจากทีมมหาวิทยาลัยมหิดลที่คิดอุปกรณ์ไว้สำหรับ ระบุว่ากล้ามเนื้อมัดไหนที่อ่อนแรง โดยใช้มาตรฐาน EMG ช่วงนำเสนอในการแข่งขันรอบสุดท้าย ในประเทศ พวกเขาได้บอกว่า “มีความกังวลครับ เนื่องจากเนื้อหาเยอะมากอยากจะนำเสนอให้ครบถ้วน กลัวจะไม่ทันเวลา สำหรับในเวทีระดับนานาชาติ พวกเราต้องการปรับปรุงผลงานอีก เพราะมีจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีกเยอะ”

ที่ผ่านมาได้ทำการทดสอบกับผู้ใช้งานและมีผลตอบรับที่ดีมาก ต่อไปจะทำให้การเคลื่อนไหวของมันราบรื่น ทำให้อุปกรณ์สามารถใช้งานง่าย เป็นแบบไร้สาย และใช้ได้กับทุกช่วงอายุ

]]>
เบื้องหลังความเฉิดฉายแบบ “SOLO” ที่เวทีบ่มเพาะนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ https://www.nectec.or.th/social/social-best/2019interview-solo.html Thu, 06 Jun 2019 09:00:55 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3135
เนคเทค มจธ.

บทสัมภาษณ์ | เดือนพฤษภาคม 2562
เรื่อง | ศศิวิภา หาสุข
ภาพ | กรรวี แก้วมูล

 

“ต้องรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน งานจึงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”

เป็นนิยามสำคัญในการทำงานของทีม SOLO ที่จับมือกันคว้ารางวัล “โดนใจให้เลย” จากโครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย เพื่อสร้างนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ (ปี 2562) โดย เนคเทค ร่วมกับ ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

วันนี้เรามาคุยกันสบายๆ กับทีม SOLO ซึ่งมีสมาชิก 6 คน ได้แก่ กนิษฐา ยังเจริญ (เจน), ณัฐชยา คงตาม (ออย), ธันยธรณ์ ชวยบุญชุม (แก้ม), ศิรภัสสร ธูปหอม (โฟม), สรชย นาเม็ง (ทิเกอร์) และ จิตสุภา ศรีสงคราม (ขนุน) ถึงเบื้องหลังของการทำงานเป็นทีมของ SOLO ในรูปแบบที่ไม่ได้กำหนดให้คนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้า เพราะว่า “ทุกคนคือหัวหน้าทีม”

สำหรับใครที่ต้องการแรงบันดาลใจจากการทำงานเป็นทีม บทสัมภาษณ์นี้ของน้องๆ จะมาเติมพลังให้คุณ…

เพราะทุกคนคือผู้นำ

Q: ทีม SOLO มารวมตัวกันอย่างไรคะ แล้วใครเป็นหัวหน้าทีม

จิตสุภา (ขนุน) : ด้วยความที่ว่าพวกเราเคยทำงานด้วยกันมาอยู่แล้ว พอมีโปรเจคนี้ขึ้นเราเลยตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยกัน เพราะทุกคนรู้จักนิสัยกันแล้ว รวมไปถึงความถนัดเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งมันทำให้การทำงานของเราง่ายขึ้น และมันก็ทำให้งานของเรามันเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้นมากๆ ค่ะ

พวกเราไม่ได้กำหนดหัวหน้าทีมไว้ เรียกว่าทุกคนก็เป็นหัวหน้าทีมดีกว่าค่ะเพราะทุกคนสามารถออกเสียงและนำเสนอความคิดของตัวเองได้ พวกเราสามารถนำทีมกันได้ทุกคนและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกันค่ะ

เนคเทค มจธ.

โจทย์ยากคือความท้าทาย

Q: ความท้าทายของหัวข้อ Traffy Fondue คืออะไร

ณัฐชยา (ออย) : ในตอนแรกก่อนที่พวกเราจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ Traffy Fondue ยอมรับเลยว่าเป็นหัวข้อที่พวกเราไม่ได้อยากได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเรามองว่ามันค่อนข้างกว้าง จะทำยังไงให้สามารถสื่อสารกับทุกคน ทุกกลุ่มเป้าหมายได้ ซึ่งมันค่อนข้างยากมากๆ ค่ะ แต่พอเรามาศึกษาบวกกับฟังคำแนะนำจากพี่ๆ และอาจารย์แล้ว มันก็ทำให้เราสนุกที่จะคิดไอเดียต่างๆ ในการนำเสนอให้มันสามารถสื่อสารตามที่เราคาดหวังไว้ให้ได้ค่ะ

ตอนเห็นหัวข้อครั้งแรกเลยพวกเราอยากได้เรื่อง Traffy Waste หรือไม่ก็ Traffy Transit ค่ะเพราะมันน่าจะเป็นเรื่องที่สามารถนำเสนอให้ทุกคนเข้าใจได้ง่าย และสามารถนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบกว่า แต่สุดท้ายพอได้มาศึกษาเกี่ยวกับรายละเอียดของ Fondue แล้ว จริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะคะ


Q: แรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดเป็นไอเดียและคอนเซปต์นี้คืออะไร

ณัฐชยา (ออย) : ในส่วนของ Album Content เราอยากทำเป็น 2 สไตล์ค่ะ เพราะเราคิดว่า ความชอบของกลุ่มเป้าหมายอาจจะมีมากกว่า 1 สไลด์ก็ได้ แบบที่หนึ่งเน้นความเรียบแต่โก้ออกแนวมินิมอลค่ะ ใช้โทนสี 3 สี เน้นสื่อสารแบบคนดูเห็นภาพแล้วรู้ความหมายเลยค่ะ ส่วนแบบที่สองจะออกแนวการ์ตูนๆค่ะ มีสีสัน ภาพสะดุดตา ทำให้น่าอ่านน่าติดตาม

สำหรับสื่อวิดีโอ พวกเราเน้นการแบ่งกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มไปเลยค่ะ เพราะการสื่อสารที่เฉพาะตัวหรือเจาะจงนั้น จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย ด้วยระยะเวลาที่ต้องสั้น กระชับ คนดูเข้าใจได้ภายใน 1 นาที

เนคเทค มจธ.

 

Album Content โดย SOLO
เนคเทค มจธ.

 

ผลงาน Poster โดย SOLO

กนิษฐา (เจน) : เราต้องการให้คนดูได้รับทราบข้อมูล และรู้จักกับแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ว่าแอปฯ นี้คืออะไร มีวิธีใช้งานอย่างไร และถ้าใช้แอปฯ Traffy Fondue แล้วจะดีอย่างไร เกิดประโยชน์อย่างไรกับกลุ่มเป้าหมายบ้าง ซึ่งทางกลุ่มของเราได้คำนึงประโยชน์ของแอปฯ ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ก็คือผู้ใช้งาน เจ้าหน้าที่ และผู้บริหารค่ะ ตอนทำสื่อเสร็จเราก็ลองเอาสื่อของเราไปทดลองกับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เรียนวิชานี้ เพราะเราอยากลองดูว่า ถ้าเขาไม่รู้จักแอปฯ นี้มาก่อน เขาดูสื่อเราแล้วจะสามารถรับรู้ หรือเข้าใจเกี่ยวกับแอปฯ มากขึ้นหรือเปล่า ซึ่งเพื่อนๆก็สามารถอธิบายให้เราฟังได้ว่าแอปฯ นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับอะไร ใช้งานอย่างไร ซึ่งมันก็เป็นเหมือนกำลังใจที่บอกพวกเราว่า “ อืมมม… สื่อของเราก็ทำให้คนอื่นเข้าใจตามที่เราต้องการได้นะ ”

Q: ระหว่างทำงานมีอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นบ้าง แล้วมีการทำงานแบบข้ามวันข้ามคืนไหมคะ

สรชย (ทิเกอร์) : เรื่องสนุกฮาๆ ตอนทำงาน เริ่มตั้งแต่ตอนที่ได้หัวข้อเลยครับ หัวข้อ Traffy Fondue เป็นหัวข้อที่พวกเราทุกคนส่ายหัวและค่อนข้างเฟลเพราะตอนนั้นผมออกไปจับฉลากแล้วได้หัวข้อนี้… เหมือนแบบยิ่งไม่อยากได้มันก็เลยได้ แต่สุดท้ายโชคชะตาก็พาให้เรามาเจอกัน (ฮา) อีกเรื่องก็คือชื่อกลุ่มของเราครับ “Solo” มาจากเพลงของ เจนนี่ วง BLACK PINK มันมีความหมายครับที่ตั้งชื่อนี้ คือ ทีมเราจะต้องเฉิดฉายแน่นอน เชื่อว่าทุกวันนี้บางคนยังติดเรียกว่า “โซโล” ไปแล้วครับ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เราเสนอชื่อกลุ่มจนวันพรีเซ้นท์งาน อีกทั้งพี่ๆ หรืออาจารย์เองก็สลับเรียก “โซโล”กับ “โซโล่” จนสร้างความสับสนให้กับทุกคนไปหมดแล้ว พวกผมขอโทษนะครับที่ตั้งชื่อทีมยาก แต่ชื่อ “โซโล่” จริงๆ นะครับ (ทุกคนหัวเราะ)

ศิรภัสสร (โฟม) : อีกเรื่องก็การปั่นงานข้ามวันข้ามคืนนี่มีมาตลอดเลยค่ะ รื้อคลิปบ้าง รื้อเสียงบ้าง เพราะเราอยากส่งงานให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้นำข้อแนะนำมาแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยก่อนกำหนดส่งงาน

พลังใจจาก “ทีม”

Q: SOLO ผลิตชิ้นงานปริมาณเยอะกว่าใครเพื่อน พวกเราได้แรงฮึดมาจากไหน

กนิษฐา (เจน) : พอได้รับหัวข้อมาพวกเราก็มาปรึกษากันเลยค่ะ ว่าผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มพบปัญหาในปัจจุบันอะไรบ้าง แล้วตัวแอปพลิเคชัน Traffy Fondue สามารถตอบโจทย์ให้พวกเขาในเรื่องที่เขาต้องการได้หรือไม่ ไอเดียมันค่อยๆเริ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปัญหาที่พวกเราเริ่มถกเถียง ผลัดกันถามไปมา เปรียบเราเป็นเจ้าของแอปฯบ้าง เป็นผู้ใช้งานบ้าง พอมานั่งคุยกันจริงๆ ก็เลยอยากแบ่งเป็นวิดีโอ 3 ตอนไปเลย เพราะมันตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายง่ายกว่าค่ะ ที่มาของแรงฮึดก็คงจะเป็นเพราะเราลองเอาตัวเองเป็นตัวละครในแต่ละคาแรคเตอร์ แล้วเรามั่นใจว่าถ้าเราทำมากกว่า คนดูจะได้อะไรมากขึ้น จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น บวกกับพลังทีมที่ช่วยกันสุดๆ ทุกคนกระจายงานตามความสามารถ เรื่องบริหารจัดการเวลา เลยไม่ใช่เรื่องที่น่าเครียดค่ะ

จิตสุภา (ขนุน) : แรงฮึดหลักๆ มาจากเพื่อนๆ ในทีมด้วยกัน พวกเราคิดชิ้นงานและคอนเซ็ปเอาไว้แล้วพวกเราก็อยากทำชิ้นงานออกมาให้สำเร็จและทำออกมาให้ดีที่สุด อยากเห็นชิ้นงานของพวกเราได้ถูกนำไปใช้จริงๆ และมีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการ มันคงจะมีความสุขมากถ้าชิ้นงานของพวกเราได้นำไปใช้จริง ได้เห็นคนที่ดูสื่อของเราและเข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอ ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จค่ะ

Q: วันประกาศผล คิดไหมว่าทีมเราจะได้รางวัลโดนใจ

กนิษฐา (เจน) : หนูคิดว่าไม่ติด 1 ใน 3 ด้วยซ้ำค่ะ เพราะงานเพื่อนๆ โหดทั้งนั้น ทุกกลุ่มมีจุดขายของชิ้นงานที่ชัดเจนเลยค่ะ ตอนนั้นได้แต่คุยกับเพื่อนๆ ว่าถ้าได้รางวัลจะร้องไห้ให้ดู (ฮา)

ศิรภัสสร (โฟม) : สำหรับหนูนะคะ เอาจริงๆ แล้วคือแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าจะได้นะคะ (ฮ่าๆ) แต่คิดว่าเราคงไม่ได้รางวัลโดนใจ หรือ ที่1 อาจจะเป็นที่ 2-3 รองลงมา เพราะเพื่อนๆแต่ละกลุ่มก็ทำดีกันและมีความสามารถกันมากๆ พอประกาศผลมาก็ตกใจเกินกว่าที่คาดไว้มากเลยค่ะ

เนคเทค มจธ.

 

 

อีกก้าวหนึ่งของการเติบโต

Q: พวกเราได้เรียนรู้อะไรจากโครงการนี้บ้างคะ

ศิรภัสสร (โฟม) : พวกเราได้เรียนรู้ในเรื่องของการวางแผนการทำงานค่ะ เนื่องจากเราได้ทำงานกับองค์กรใหญ่ และผลงานของเรานั้นจะเป็นงานที่จะนำไปใช้งานจริง เลยทำให้ต้องมีการติดต่อสื่อสารและวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องของการระมัดระวังคำพูด ภาษาที่ใช้ ภาพที่ใช้ รวมไปถึงเสียงที่ใช้ในชิ้นงาน เพื่อไม่ให้งานของเรามีข้อผิดพลาด หรือมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดค่ะ ซึ่งเราโชคดีที่งานของกลุ่มเราเป็นการทำโมชั่นกราฟิก เวลาแก้ไขชิ้นงาน จะสะดวกกว่ากลุ่มเพื่อนๆ ที่ถ่ายทำจริง พวกเราจะมีเวลาในการแก้ไขและตรวจทานงานมากกว่ากลุ่มเพื่อนๆ นิดหน่อยค่ะ แต่ความสะดวกนั้นมันก็ทำให้พวกเราพยายามหาลูกเล่น หรือไอเดียใหม่ๆ มาใส่ในชิ้นงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้มันดูน่าสนใจและตอบโจทย์ที่สุดค่ะ

Q: หากโครงการนี้จะร่วมกับ วิชา ETM 345 อีกในปีหน้า พวกเราอยากจะบอกอะไรกับรุ่นน้องบ้าง

กนิษฐา (เจน) : ทุกๆ ขั้นตอนของกระบวนการการทำงานมันจะมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นเสมอ ความคาดหวังมันจะทำให้เรามีพลังบวกเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงทีมงานที่อยู่เคียงข้างกัน ดังนั้นคิดไว้เสมอว่า ลงเรือลำเดียวกันแล้วอย่าทิ้งกันนะคะ พองานเราเสร็จเราจะภูมิใจกับผลงานชิ้นนั้นมากๆ ค่ะ

จิตสุภา (ขนุน) : ขอบคุณทาง NECTEC ที่ได้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้นมานะคะ พวกเราได้รับประสบการณ์มากมายจากโครงการนี้จริงๆ โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการคิด การรับงานมาตามบรีฟ การวางแผน การทำงาน การจัดการเวลาให้ชิ้นงานของเราเสร็จทันกำหนดการ จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้รับคือเปรียบเสมือนการเตรียมตัวอย่างหนึ่งก่อนที่เราจะจบไปและได้ทำงานในชีวิตจริง การได้เจอบรีฟงานจริงๆ คอมเมนต์ต่างๆ ที่เราควรนำมาปรับปรุงแก้ไขในงานของพวกเรา พวกเรารู้สึกเหมือนได้โตขึ้นไปอีกขั้นนึง เตรียมพร้อมก่อนที่จะไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง 55555 อยากให้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ทุกๆ ปีเลยค่ะ อยากให้รุ่นน้องได้ลองเข้าร่วมดู เพราะเราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากโครงการนี้จริงๆ

ธันยธรณ์ (แก้ม) : ขอบคุณพี่ๆ จาก NECTEC ที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และพวกเราที่ลงเรียนวิชา ETM 345 Creative Thinking ก็ได้มีโอกาสนำความรู้ที่เราได้เรียนมาตลอดระยะเวลา 4 ปีจากมหาวิทยาลัย มาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด กระบวนการทำงานต่างๆ นั้นสอนให้เราโตขึ้น ทำให้เราได้รู้จักการวางแผนงาน การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารค่ะ เพราะเราต้องรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน งานจึงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีค่ะ สุดท้ายนี้ก็อยากให้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ทุกปีเลยค่ะ เพราะโครงการนี้สอนให้เราคิดสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้เราได้รับประสบการณ์ในการทำงานจริงๆ และคิดว่าน้องๆ ที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้จะเกิดความประทับใจแบบที่พวกหนูประทับใจแน่นอนค่ะ

เนคเทค มจธ.

 

]]>
สุภาพบุรุษ “Gentleman” เมล็ดพันธุ์นักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ https://www.nectec.or.th/social/social-best/2019interview-gentleman.html Mon, 27 May 2019 07:00:09 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3128
เนคเทค มจธ.

 

บทสัมภาษณ์ | เดือนพฤษภาคม 2562
เรื่อง | ศศิวิภา หาสุข
ภาพ | กรรวี แก้วมูล

“ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญครับ เอาสิ่งที่ทีมถนัดที่สุดเป็นจุดขาย…”

“ใบลาน” ทศวรรษ ลักษโณสุรางค์ บอกกับเราผ่านบทสัมภาษณ์ หลังจากพาเพื่อนๆ ทีม Gentleman คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีประชันไอเดีย โครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย เพื่อสร้างนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ โดย เนคเทค จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเวทีให้น้องๆ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี หยิบผลงานวิจัย Traffy Series มาสื่อสารในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ด้วยเวลาที่จำกัดเพียง 2 เดือนเศษ น้องๆ ทั้ง 6 ทีมก็ได้ปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นสื่อประชาสัมพันธ์เจ๋งๆ อย่างเกินความคาดหมาย

มาทำความรู้จักและเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังการทำงานของสุภาพบุรุษทั้งแปด แห่งรั้ว มจธ. ไปพร้อมกันๆ จากบทสัมภาษณ์ของ “ใบลาน” ทศวรรษ ลักษโณสุรางค์ หัวหน้าทีม Gentleman …

เนคเทค มจธ.

 

 

จุดเริ่มต้นทีมเวิร์กของกลุ่มชายล้วน

Q: Gentleman เป็นทีมชายล้วนและมีสมาชิกเยอะที่สุด ตอนที่อาจารย์ให้จับกลุ่มทำงานด้วยกัน มีลังเลไหมที่จะต้องทำงานกับใครบ้าง

ส่วนตัวผมไม่ได้ลังเลว่าตัวเองจะอยู่กับใครครับ เพราะก็นำทีมเพื่อนๆ มา เเต่มีคิดอยู่บ้างว่าเพื่อนจะทำงานด้วยกันโอเคมั้ยเพราะบางคนไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ แล้วจากนั้นอาจารย์ก็ให้เลือกหัวข้อด้วยวิธีจับฉลากครับ

Q: ตอนนั้นรู้สึกหนักใจไหมที่ได้หัวข้อ Traffy Waste

ไม่หนักใจเลยครับ ทุกคนในกลุ่มอยากได้หัวข้อนี้ เราคิดกันว่า Product นี้เข้าใจง่ายกว่าหัวข้ออื่นๆ ตอนเเรกที่ได้หัวข้อนี้ก็ดีใจกันครับเพราะคิดว่ามันไม่น่ายาก

ทิ้งความคิดเดิมๆ เริ่มนับหนึ่งใหม่
 
Q: ใช้เวลานานไหมกว่าจะได้ไอเดียและคอนเซ็ปท์ของงาน

กว่าจะได้ไอเดียและคอนเซ็ปท์ที่จะนำเสนอ เราคุยกันนานมากครับ ใช้เวลาเป็นวันๆ เลย ในตอนเเรกเราโฟกัสไปที่การขายของที่มีในรูปเเบบธรรมดาๆ ครับ เเต่เราคิดว่ามันไม่ตอบโจทย์คนสมัยใหม่ ก็ตันอยู่หลายวันครับ จนเริ่มจับจุดว่าเราจะทำเพื่อใคร รูปเเบบไหน โละ Mindset เดิมทิ้ง เริ่มนับหนึ่งใหม่เลยครับ

Q: ผลงานชิ้นนี้… เราตั้งใจจะสื่อสารอะไรกับคนดูคะ

สำหรับไอเดียนี้โดยส่วนตัวของกลุ่มผมอยากเข้าถึงคนรุ่นใหม่ครับ เเอปพลิเคชันพวกนี้เป็นเเอปพลิเคชันที่ดีมากถ้าเราทำได้จริง เราอยากให้คนยุคใหม่ที่เป็นยุคเทคโนโลยีอยู่เเล้วได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริงๆ (อันนี้รวมถึงหัวหน้าหรือผู้ประกอบการ) จะเห็นได้จากที่หัวหน้าใช้โทรศัพท์บ้านหลายๆ เครื่องในการโทรหาลูกน้องครับ จะเห็นได้เลยว่าวุ่นวายมาก เเต่ถ้าคุณมีเเอปพลิเคชันมาช่วย คุณจะสามารถสั่งการเเละจัดการได้ง่าย

ส่วนคลิปต๋อง Trash Hunter อันนี้ตรงตัวครับ เราอยากปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้ช่วยกันเเก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองเเละการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง เเละถ้าทุกคนทำได้บ้านเมืองก็สะอาด การใช้เทคโนโลยีให้ถูกทางก็ช่วยสังคมได้อีกเยอะครับ

วันเเรกที่เราเสนอความคิดกับพี่ๆ เราไม่ได้คิดอะไรมากมายเลยครับ เเค่อยากช่วยโปรโมทหน้าที่ของเเอปฯ เเต่พอเราเริ่มคิดมากๆ ขึ้น เราก็เริ่มอยากใส่อะไรที่มันเป็นประโยชน์ต่อสังคมลงไปด้วย

เนคเทค มจธ.

 

ความสมจริงที่เกิดจาก “ความสนุกตอนทำงาน”

Q: ทีมเราใช้นักแสดงหลากหลาย ทั้งของประกอบฉากและสถานที่ก็ดูสมจริง มีการเตรียมงานยังไงบ้าง

เราช่วยกันไปดูโลเคชั่นด้วยกันก่อนครับ เดินดูเเทบจะทุกจุดที่เราจะถ่าย ใช้เวลาไปเลยวันหนึ่งครับ เพราะไม่รู้ว่าจะถ่ายได้ไหม ต้องขอใครไหม วันต่อไปก็ไปขอสถานที่ครับ ด้วยความที่เราเป็นเพื่อนๆ กัน ไปไหนก็ไปกันเกือบหมดครับ รวมหัวกันคิด…ใครไม่ว่างก็กลับก่อน ส่วนใครที่สามารถอยู่ได้ก็ช่วยกันต่อครับ

พอจบเรื่องสถานที่เราก็คุยกันเรื่องของประกอบฉากครับ คุยกันค่อนข้างละเอียดอยู่เหมือนกัน เเล้วก็ลิสต์เอาไว้ให้เพื่อนที่มีรถมอเตอร์ไซต์ไปซื้อของ ส่วนคนที่เหลือก็คิดงานต่อ

เนคเทค มจธ.

 

ใช้จุดคัดแยกขยะของมหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ
Q: แล้วการคัดเลือกนักแสดงล่ะ…

จริงๆ ในตอนเเรกเราไม่ได้จะให้เพื่อนในกลุ่มเล่นนะครับ เราคิดกันเยอะมากเหมือนกันเรื่องนักเเสดง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ดูที่ความสมจริงกับเวลาล้วนๆ เลยครับ เวลาของเราเหลือน้อยเเล้วเมื่อเทียบกับที่ขอวันถ่ายไว้ คนที่เล่นเป็นต๋องคือ Creative ในกลุ่ม จริงๆ เค้าสามารถบรีฟนักเเสดงได้ แต่ด้วยข้อจำกัดก็เลยมาเล่นเองครับ

Q: ต๋องมีแฟนคลับด้วยนะ รู้หรือเปล่า (ฮา)

ขอบคุณครับ (หัวเราะ) ตอนส่ง Story รอบแรก พี่บอกว่าบทดูเป็นเด็กเเว้นเกินไป ผมนี่มองหน้าเพื่อนเลย คือ ทรงมันต้องเป็นเเว้นที่นิสัยดี เเว้นเพื่อสังคม แต่ก็ดีครับ…ถ้าพี่ไม่ท้วงให้พวกผมคำนึงถึงเรื่องนี้แล้วมาปรับบทของต๋อง ก็จะเป็นหนังคนละม้วนเเน่ๆ ครับ

Q: ระหว่างที่ทำงานนี้มีอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นอีกบ้าง

ก็หลายอย่างนะครับ ในเรื่องของความสนุกตอนทำงาน…คือเราก็คิดกันว่าในฉากควรมีอะไร เสนอความเห็นกันแล้วก็ลงมือทำเลย อย่างรูปผู้จัดการนี้ก็เกิดจากความที่เพื่อนอยากเเกล้งเพื่อนอีกคน เลยทำให้ดูสมจริงเเบบตลกๆ ครับ

ฉากห้องผู้จัดการนี้เราจัดใหม่หมดทุกอย่าง เราใช้ของที่มีบางส่วน เเต่ก็มีหลายส่วนที่เราเตรียมมาเอง ทำเอาห้องพักอาจารย์ไม่เหลือเค้าเดิมเลย (ฮา) เเล้วก็ตอนถ่ายกับรถขยะครับ พวกอุปกรณ์ประกอบฉากมันทำให้ดูเหมือนจริงมากขึ้น ทำให้เราตลกกันในกองว่า นี้เเหละอาชีพในฝันของเพื่อน

สนามฝึกซ้อมก่อนก้าวไปสู่โลกของการทำงาน

Q: กับเวลา 2 เดือนกว่าของโครงการผลิตสื่อฯ คิดว่ากระชั้นเกินไปไหมคะ

ถ้าสเกลงานประมาณนี้พอได้อยู่ครับ จริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าในขณะนั้นเราเรียนคู่ไปกับวิชาอะไร งานเยอะไหม เเต่ถ้าไม่มีงานอื่นๆ และทำงานนี้งานเดียว ก็ถือว่าให้เวลาเยอะนะครับ เเต่ถ้าทำคู่กับเรียนวิชาอื่นๆ ด้วยก็กำลังดีครับ

เนคเทค มจธ.

 

Q: ได้เรียนรู้อะไรจากโครงการนี้บ้าง

ผมได้เรียนรู้เรื่องของการทำงานเป็นทีม เเน่นอนครับว่าเราทำคนเดียวไม่ได้เเน่ๆ ในเรื่องของการได้ฝึกทำงานจริง…อันนี้จริงอย่างที่อาจารย์ท่านว่าเลยครับ ถัดมาเป็นเรื่องของความตรงต่อเวลา และอีกอย่างก็คือการใช้ภาษากับผู้ใหญ่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

การทำงานจริงมีความคาดหวังเกิดขึ้น ทั้งความคาดหวังภายในทีมเเละจากภายนอก ความกดดันที่มากกว่ามากๆ ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดเหมือนผมไหม เเต่ผมรู้สึกได้ว่าทุกคนค่อนข้างจริงจังมากขึ้น ซึ่งผมก็รู้สึกดีมากๆ ที่เพื่อนช่วยกัน ไม่เห็นเเก่ตัว รู้จักรับผิดชอบงานในสิ่งที่ได้รับไป

จริงๆ แล้ว การทำงานกับกลุ่มชายล้วนนี้ไม่ง่ายเลยครับ เพราะเราไม่มีผู้หญิงที่ละเอียดอ่อนที่คอยประสานงานหรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ หรือดูพวกจุดอ่อนที่พวกผู้ชายไม่ใส่ใจกัน ผมก็พยายามให้ทุกคนช่วยกัน ซึ่งทุกคนก็เหนื่อยกันมากพอสมควรครับ ด้วยความที่อยากให้งานออกมาดี แถมสมาชิกกลุ่มก็เยอะกว่ากลุ่มอื่นๆ ด้วย เลยค่อนข้างกดดันครับ

Q: อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบแล้ว อยากทำงานด้านไหน

ส่วนตัวผมอยากทำด้านโปรดักชั่นครับ น่าจะเป็นเพราะว่าชอบดูหนังชอบดูโฆษณา ชอบพวกเทคโนโลยีเกี่ยวกับโปรดักชั่นแล้วก็ชอบบรรยากาศเเบบกองถ่าย และการทำงานเป็นทีมครับ

Q: ฝากถึงรุ่นน้องที่จะต้องเข้าโครงการฯ ในปีหน้า…

ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญครับ เอาสิ่งที่ทีมถนัดที่สุดเป็นจุดขาย พยายามรับฟังความคิดเห็นของทุกคนในทีม การเข้าใจปัญหาที่กำลังจะต้องเเก้สำคัญกว่าการเเก้ปัญหาตามรูปเเบบที่ถูกวางไว้ครับ

เนคเทค มจธ.

 

ผลงาน Traffy Waste ของทีม Gentleman เป็นผลผลิตหนึ่งของโครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย เพื่อสร้างนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ รุ่นที่ 2 พี่เลี้ยงและผู้มีส่วนเกี่ยวของในโครงการหลายท่าน ได้เห็นฝีมือและพัฒนาการของน้องๆ ทุกคน ทุกทีม ตั้งแต่วันแรกพบ…จนถึงวันที่ได้เห็นผลงานชิ้นสมบูรณ์ในวันประกาศผล รู้สึกภาคภูมิใจและชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าคิดกล้าทำ และความตั้งใจ ในการสื่อสารเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์ที่หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องยาก ให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย

หวังอย่างยิ่งว่า น้องๆ จะสามารถนำประสบการณ์จากโครงการนี้ไปใช้ในเส้นทางการทำงานของตนเองในอนาคต และเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับด้านสื่อสารวิทยศาสตร์ต่อไป

]]>
“7 ทีม” ตัวแทนเยาวชนไทยจากเวที YSC บนเวที Intel ISEF 2018 https://www.nectec.or.th/social/social-best/isef2018-thailandteam.html Tue, 15 May 2018 06:00:10 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3122

มาทำความรู้จักกับเยาวชนไทยทั้ง 7 ทีมที่เป็นตัวแทนไปแข่งขันในงาน The Intel International Science and Engineering Fair 2018 (Intel ISEF 2018) เวทีประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากทั่วโลก จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 18 พฤษภาคม 2561 ณ เมืองพิตต์สเบริ์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และส่งแรงใจ ให้ตัวแทนเยาวชนไทยที่เวทีนี้กันด้วยนะคะ

intel ISEF2018

 

1. นางสาวอภิญญา โชติสนธ์ นางสาวอินธิรา สมศรีโย นางสาวกัญธิชา พลเสนา
 จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดเลย
ผลงาน : การเพิ่มประสิทธิภาพของอิฐบล็อกด้วยน้ำยางพาราและซิลิกาจากเถ้าแกลบ (The increase efficiency of Concrete Block by the Latex and Silica from the cinder of the chaff)

สามสาวจากเมืองทะเลสายหมอกได้เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า “พวกเราเป็นคนจังหวัดเลยค่ะ ที่นั่นสภาพอากาศจะค่อนข้างชื้น อิฐตามบ้านเลยผุพังง่ายเพราะอากาศมีความชื้นสูง เราจึงไปหาข้อมูลว่าจะทำยังให้อิฐมีความแข็งแรง ป้องกันความชื้น ทนทานมากขึ้น โดยนำวัสดุที่มีในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เมื่อเริ่มทำการศึกษาพวกเราพบว่าที่ตัวอิฐมีช่องว่างอยู่เยอะเลยทำให้ความชื้นเข้าไปได้ง่ายมีผลให้อิฐเสื่อมเร็ว ได้ทดลองนำน้ำยางพารามาอุดช่องว่างของอิฐ แต่น้ำยางพาราเข้ากับอิฐได้ไม่ดีและติดไฟได้ง่าย สุดท้ายจึงเปลี่ยนมาใช้ซิลิกาเป็นตัวประสาน” ซึ่งก่อนไปแข่งขันที่งาน Intel ISEF น้อง ๆ ได้ทำการทดลองใหม่และสามารถพัฒนางานไปทำอิฐบล็อกทางเดินได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยละแรงกระแทกเวลาเดินหรือวิ่งบนทางเท้าได้

เมื่อถามถึงความพร้อมที่จะต้องนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ น้อง ๆ แอบกระซิบว่ามีความกังวลเล็กน้อย “คิดว่าตอนตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษน่าจะยากค่ะ (หัวเราะ) คงต้องท่องศัพท์อีกเยอะ” ส่วนเรื่องความคาดหวังน้อง ๆ กล่าวว่ามาไกลขนาดนี้ก็เกินความคาดหมายแล้ว การเดินทางไปแข่งครั้งนี้ต้องการไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ มากกว่า

intel ISEF2018

 

2. นายกษิดิ์เดช สุขไกว นายพัทธดนย์ นามวงค์เนาว์ นางสาวชิดชนก อินทร์แก้ว 
จากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา
ผลงาน : นวัตกรรมอนุรักษ์ป่าชุ่มน้ำจากเนอสเซอรีอนุบาลโกงกางใบใหญ่ (Nursery CAP For Rhizophora mucronata Poir)


“ทุกครั้งที่มาร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนที่ทางโรงเรียนจัดให้ สังเกตว่าทำไมต้องไปปลูกป่าในที่เดิม ๆ เสมอ แล้วมารู้ทีหลังว่าต้นที่ตัวเองปลูกนั้นตายไปแล้ว แต่เพราะอะไร ทำไม เป็นโจทย์ให้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมทำให้รู้ว่าต้นโกงกางโตช้าและปรับตัวยากต่อสภาพแวดล้อมทำให้มีโอกาสรอดได้ยาก จึงเกิดเนอสเซอรีโกงกางขึ้นในเวลาต่อมาค่ะ โดยตัวเนอสเซอรี่จะเป็นรูปทรงกรวยคว่ำใส่ไว้ที่ต้นโกงกางเมื่อต้นโกงกางโตขึ้นเนอสเซอรรีจะค่อย ๆ ย่อยสลายไปเองเพราะทำจากกระดาษ”

สำหรับด้านการเตรียมความพร้อมก่อนไปแข่งขันก็ได้มีการหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนโครงการบ้างแล้ว “มีการหาทฤษฎีเพิ่มเติมและตรวจวัดประสิทธิภาพของงานเพิ่มขึ้นค่ะ ซึ่งเวลาตรวจวัดจะไปทำการทดลองที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพราะมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่นั่น” และการเตรียมตัวนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษนั้นน้อง ๆ กล่าวว่ามีความมั่นใจในระดับหนึ่ง เพราะได้อ่านเปเปอร์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ทำให้รู้ศัพท์เฉพาะมากขึ้นและสามารถนำไปใช้ตอนตอบคำถามกรรมการได้ สบาย หายห่วง

intel ISEF2018

 

3. นายวิรชัช ศรีปุริ นางสาวจิตรลดา ไชยชมภู และนายบุณยกร สอนขยันจากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์
ผลงาน: การพัฒนาถ้วยน้ำผึ้งเทียมเพื่อการขยายรังของชันโรง (Developing the Pseudo Nectar Pot to Expand the Stingless Bee Hive)

“ที่บ้านของผมทำสวนอยู่แล้วครับ โดยปกติแล้วเกษตรกรเค้าจะเลี้ยงตัวชันโรงเพื่อให้ผสมเกสรให้ แต่ตัวชันโรงจะทำรังนาน เราจึงคิดหาวิธีทำถ้วยน้ำผึ้งเทียมมาไว้ในรังเพื่อช่วยลดภาระของตัวชันโรง เมื่อชันโรงว่างก็จะออกไปผสมเกสรมากขึ้นช่วยเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรครับ”

นอกจากนี้ ก่อนไปทำการแข่งขันต่อน้อง ๆ ได้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเพื่อให้มีข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น “มีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของชันโรงเพิ่มครับ มีการศึกษาดูคุณสมบัติของน้ำผึ้ง และเปลี่ยนหัวข้อโครงการจากการทำเรื่องขยายรังมาเป็นการดูคุณสมบัติของน้ำผึ้งและการวัดการบินเข้าออกในรังแทน (ยิ้ม) ” จากการสอบถามเกี่ยวกับการฝึกซ้อมการนำเสนอ แม้ว่าน้อง ๆ จะแอบกระซิบกับทีมงานว่ายังไม่ค่อยมั่นใจเพราะต้องมีการท่องจำบทซึ่งค่อนข้างยากอยู่พอสมควร แต่ก็ให้สัญญาว่า “จะทำให้ดีที่สุดครับ”

intel ISEF2018

 

4. นายศุภวิชญ์ ผึ้งแดง จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
ผลงาน : การเปรียบเทียบอัลกอริทึมของการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับใช้ในการวิเคราะห์ความเป็นเอกลักษณ์ของคลื่นสมองเพื่อหาวิธีการกระตุ้นคลื่นสมองด้วยการมองเห็นที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล (The comparison of deep learning algorithms for selection of proper visual stimulation used in personal authentication)


น้องศุภวิชญ์ได้เล่าที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของงานคือเมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ไปดูงานที่คณะวิศวชีวการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลครับ และได้เห็นข้อมูลเรื่องคลื่นสมองจึงสนใจและคิดว่าอยากทำคลื่นสมองยืนยันตัวบุคคล” โดยก่อนไปแข่งน้องศุภวิชญ์ได้มีการปรับเปลี่ยนโค้ดให้ดีขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยถามคำถามจึงได้คำถามแบบเจาะลึกขึ้น “มีการทดลองและเก็บข้อมูลใหม่ให้ละเอียดขึ้นครับ โดยเก็บข้อมูลคลื่นสมองจากคนรู้จัก โดยให้ใส่ตัวรับสัญญาณไฟฟ้าที่หัวและเอาคลื่นมาวิเคราะห์ว่าการกระตุ้นแต่ละอย่างแตกต่างกันอย่างไร ส่วนเรื่องการพรีเซนต์ปกติที่โรงเรียนให้พรีเซนต์เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็เลยไม่ค่อยหนักใจเท่าไหร่ครับ”

intel ISEF2018

 

5. นายวรเวธน์ อัศวลายทอง จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์
ผลงาน : การทำนายผลอัตโนมัติโรคมะเร็งปอดจากภาพถ่ายเอกซเรย์ (Automatic Lung Cancer Prediction from Chest X-Ray Image Using Machine Learning Techniques)


น้องวรเวธน์ได้เล่าที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า “ผมเห็นว่าโรคมะเร็งปอดทำให้คนตายเยอะในแต่ละปี เลยคิดที่จะทำโปรแกรมตรวจหาโรคมะเร็งปอดจากภาพเอกซเรย์เพื่อจะได้รักษาโรคได้ทันท่วงทีครับ” ซึ่งน้องวรเวธน์ได้ไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการหาโรคมะเร็งปอดจากฟิล์มด้วยว่าต้องดูอย่างไรและโปรแกรมสามารถช่วยได้มากหรือไม่ “หมอบอกว่าโปรแกรมน่าจะเหมาะกับนักศึกษาแพทย์จบใหม่มากกว่าครับ เพราะส่วนมากจะมีการตรวจโดยละเอียดอยู่แล้วโดยการเข้าเครื่อง CT Scan หรือตรวจเลือดซึ่งจะได้ผลที่ละเอียดกว่า” โดยน้องวรเวธน์มีการเตรียมตัวก่อนไปแข่งด้วยการซ้อมการนำเสนออย่างเข้มข้นและทำโปสเตอร์เพื่ออธิบายข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้น “มั่นใจเกิน 100 ครับ”

intel ISEF2018

 

6. นางสาวธิดารัตน์ โยธาฤทธิ์ นายยุทธพงษ์ ศรีตระการ นางสาวปนัดดา ปรีพูล จากโรงเรียนอนุกูลนารี
ผลงาน : ฟิล์ม CMC ลดภาวะโลกร้อนจากวัชพืช ( CMC Film Reduce Global Warming from Weed)

น้องยุทธพงษ์ได้เล่าที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า “ตอนเรียนนักศึกษาวิชาทหาร ได้ไปโครงการจิตอาสาโดยการไปขุดลอกคลองครับ แล้วที่นี้ต้องนำผักตบชวาไปทิ้งทุกวันเลยเห็นว่าการเอาไปทิ้งแบบนี้ทำให้เสียของเปล่า ๆ จึงคิดหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากวัชพืชชนิดนี้ครับ” จากนั้นน้องธนศักดิ์จึงลองไปศึกษาผักตบชวาแล้วพบว่าผักตบชวามีส่วนประกอบของเซลลูโลสเยอะ จึงสนใจสกัดเซลลูโลสออกมาจากวัชพืชแล้วดัดแปลงเป็น คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (CMC) ก่อนนำไปผลิตเป็นแผ่นฟิล์ม “โดยตอนนี้ผมทำเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือตัวห่อหุ้มวิตามินและพัฒนาแผ่นฟิล์มให้แข็งขึ้น ครับ” ซึ่งน้องธนศักดิ์มีการเตรียมตัวก่อนไปแข่งเริ่มจากจากแปลโครงการให้เป็นภาษาอังกฤษก่อนและจำคีย์เวิร์ดไว้เมื่อเวลานำเสนอจริง

intel ISEF2018

 

7. นางสาวธัญพิชชา สิงห์โนนตาด และ นางสาวแพรวา มากมี
 จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
ผลงาน : การศึกษาภาวะที่เหมาะสมและสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของเพคตินที่สกัดจากเปลือกเมล่อนเพื่อใช้ในการผลิตแคปซูล (Study of optimum conditions. And the physical and chemical properties of pectin extraction from the shell of melon to be used in the production of capsules)

สองสาวได้เล่าที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า “ปกติแล้วยาแคปซูลจะผลิตจากเจลาตินที่ได้จากโปรตีนของสัตว์ค่ะ ซึ่งจะมีคนหลาย ๆ กลุ่มที่ต้องหลีกเลี่ยงการทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อย่างผู้ป่วยโรคมะเร็งและผู้นับถือบางศาสนา ปกติคนกลุ่มนี้จะทานแคปซูลที่ผลิตมาจาก HPMC ซึ่งได้มาจากการดัดแปลงเซลลูโลส มีราคาแพงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ พวกเราจึงคิดที่จะผลิตโพลีเมอร์จากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเจลาตินและ HPMC นั่นก็คือเพคตินที่สกัดได้จากเปลือกเมล่อนค่ะ” โดยก่อนไปแข่งน้อง ๆ ได้มีการปรับปรุงตัวแคปซูลให้เป็นเพคติน 100% เพราะตอนแรกผสมแป้งเข้าไปด้วย โดยจะทำการทดลองที่เอ็มเทคและทำ 3D Printer ที่เนคเทค “มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วยดูเรื่องสคริปต์ด้วยค่ะและมีพี่นักวิจัยมาช่วยดูเรื่องคำศัพท์เพราะต้องพรีเซนต์เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะมีการซ้อมทุกอาทิตย์และต้องท่องสคริปต์บ่อย ๆ ด้วยค่ะ”

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือประสบการณ์อันทรงคุณค่า ที่น้องๆ ได้สะสมมาตั้งแต่เริ่มคิดค้นทำโครงงาน มาจนถึงวันนี้…ที่ทุกคนได้ยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันระดับโลก

intel ISEF2018

 

]]>
เปิดใจ Startup รุ่นพี่ กับการก้าวสู่เส้นทาง Startup Innovation ยุค Thailand 4.0 https://www.nectec.or.th/social/social-best/it2018-startupinnovation.html Wed, 04 Apr 2018 07:36:18 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3116
AIYA, QueQ, Abstract wings

 

หลายท่านคงได้ยินกันบ่อยๆ กับคำว่า Startup โดยเฉพาะในยุค Thailand 4.0 ที่ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาทช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรม ส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งก็ว่าได้ ทำให้เกิดช่องทางการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปในด้านไอที และกว่าพวกเขาเหล่านี้จะก้าวมาสู่ Startup ตัวจริง ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เราจะพามาทำความรู้จักกับ Startup รุ่นพี่ทั้งสามท่าน ซึ่งเป็นแขกรับเชิญในเวที “มหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย ปี 2561” (Thailand IT Contest Festival 2018) มาร่วมแชร์ประสบการณ์การทำงานจริงๆ ให้เราได้สัมผัสกัน

คุณสิบแสน สุขสุขะโน : ผู้ก่อตั้งบริษัท แอบแทรค วิงซ์ (Abstract Wings)

แอบแทรค วิงซ์ (Abstract Wings)

 

รุ่นพี่ท่านแรกเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท แอบแทรค วิงซ์ (Abstract Wings) “คุณสิบแสน สุขสุขะโน” ดีกรีศิษย์เก่าจากเวทีมหกรรมประกวด IT ที่ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการทำธุรกิจว่าเราต้องนึกถึงผู้ใช้ก่อนเป็นอันดับแรก

“แต่ก่อนเคยคิดแต่จะยัดเยียดอะไรให้ผู้ใช้ แต่ลืมคิดไปว่าเค้าต้องการอะไร เดิมทีผมได้มาประกวดเวทีนี้ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 กับเพื่อนอีก 2 คน เมื่อได้เงินรางวัลจึงนำไปเปิดบริษัทเล็ก ๆ กับเพื่อนที่มาประกวดด้วยกัน เวลาขายงานแต่ละครั้งต้องออกไปขายตามบริษัทนายทุนต่าง ๆ จนได้ลูกค้ามารายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของตู้เกมในห้างจึงทดลองนำเกมที่ทำไปลงตู้ดู” ซึ่งปกติใน 1 ปีเราจะทำเกมออกมาประมาณ 4 เกมอยู่แล้ว แรก ๆ เกมที่ขายดีที่สุดคือเกมยิงลูกแก้ว หลัง ๆ จึงอยากทำอะไรที่พิเศษขึ้นมาหน่อยเป็นเกมที่มีลูกเล่นเยอะขึ้น แต่คนกลับเล่นน้อยเพราะเล่นไม่เป็น เพราะลูกค้าเก่า ๆ ก็คือคนที่มานั่งเล่นเกมจับคู่ เลยลองทำเกมง่าย ๆ ออกมาปรากฏว่าคนชอบ เลยกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเราเพราะหัวใจของการทำเกมก็คือทำยังไงให้ผู้เล่นรู้สึกสนุกกับมัน”

ปัจจุบันเกมที่คุณสิบแสนพัฒนาติด 5 อันดับเกมขายดีใน App store และ Play store

คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ : เจ้าของแอปพลิเคชันจองคิว ‘QueQ’

QueQ

 

รุ่นพี่ท่านที่สอง ‘คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์’ เล่าให้ฟังว่าแอปพลิเคชัน QueQ นี้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 แล้ว

“ตอนแรกคิดว่าอยากทำอะไรที่ทุกคนต้องใช้เลยลองไปเดินห้างแล้วเห็นคนต่อคิวยาว เลยคิดว่าทำไมคนต้องมานั่งรอคิวนาน ๆ จึงอยากทำยังไงก็ได้ให้คนไม่ต้องนั่งรอ” คุณรังสรรค์กล่าว “จุดที่ยากที่สุดคือตอนเริ่มต้น เหมือนตอนเราเข็นรถที่เสียเราจะออกแรงมากที่สุดก็แค่ช่วงแรก” โดยเริ่มจากทำระบบจัดการคิวให้ร้านอาหารในห้างก่อน ซึ่งตัวแอปพลิเคชันสามารถจองคิวล่วงหน้าได้ ในระหว่างรอสามารถไปทำอย่างอื่นก่อนได้ เมื่อใกล้ถึงคิวเราระบบจะแจ้งเตือนให้เรารู้ โดยเริ่มทดลองใช้ครั้งแรกที่ ‘ร้านชาบูชิ เซนทรัลลาดพร้าว’ และใช้เวลา 6 เดือนในการพัฒนาต่อ

“ปีนั้นไม่มีรายได้เลย ต้องแก้ระบบทุกวันบางวันต้องไปช่วยเค้าเสิร์ฟ ต่อมาเมื่อระบบเริ่มคงที่จึงได้ลูกค้าเพิ่ม” คุณรังสรรค์เล่าถึงอุปสรรค และแล้วความพยายามก็สำเร็จผลเมื่อแบรนด์ได้ไปติดตั้งที่หน้าร้านอาหารดังอย่าง ‘บาบีคิว พลาซ่า’ ปัจจุบันคุณรังสรรค์ได้ร่วมงานกับ AIS กรุงศรีไลฟ์และบริษัท Google

คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์ : ผู้ก่อตั้งบริษัท AIYA Startup

AIYA Startup

 

“คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์” ผู้ก่อตั้งบริษัท AIYA Startup ก็เป็นศิษย์เก่าจากเวทีมหกรรมการประกวด IT เช่นกัน โดยคุณอัจฉริยะกล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจคือ ‘เวลา’ ของดีต้องมาให้ถูกเวลา ถ้ามาไม่ถูกเวลาก็ขายไม่ออก เพราะไม่ได้สร้างสิ่งที่คนต้องการ”

เมื่อก่อนตนมีความฝันว่าอยากเป็นเจ้าของบริษัทก่อนอายุ 25 โดยเริ่มจากเป็นลูกจ้างก่อนต่อมาจึงทำบริษัท MEGA Genius ซึ่งผลิต ‘MEGA Dict พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์’ เมื่อนำปากกาไปจิ้มคำศัพท์ ระบบจะแปลให้อัตโนมัติต่อมาเมื่อมี Google translate เลยไปต่อไม่ได้ ทำให้รู้ว่าเทคโนโลยีนั้นไม่อยู่นิ่งเราจะต้องตามให้ทัน จึงคิดทำอะไรใหม่ ๆ สุดท้ายอยากสอนให้คนเก่งภาษาจึงทำแอปพลิเคชัน “Keng Thai” ขึ้นมา ซึ่งแอปฯ นี้ได้รับรางวัล App store Best of 2013 ด้วย

ปัจจุบันคุณอัจฉริยะทำ Chatbot ให้กับร้านค้าในโซเชียลเนตเวิร์คซึ่งเป็นระบบตอบกลับอัตโนมัติเมื่อมีลูกค้าส่งข้อความมาที่กล่องข้อความของร้าน โดยพยายามทำระบบให้คล้ายคนตอบจริง ๆ และคิดว่าในอนาคต AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ต่อไปเทคโนโลยีอาจคิดเองได้ นอกจากนี้คุณอัจฉริยะยังเป็นผู้ก่อตั้ง Jump space ที่จังหวัดขอนแก่นอีกด้วย โดยเปิดเวทีให้คนมาแชร์ไอเดียร่วมกันและต่อยอดเป็นธุรกิจ Startup ในอนาคต

“วิทย์สร้างคน” บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้านไอที

นี่เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนหนึ่งของรุ่นพี่ทั้งสามท่านที่อยากจะถ่ายทอดสู่ผู้เข้าแข่งขันเวทีมหกรรมการประกวด IT ทุกคน ซึ่งจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมจะเติบโตต่อไปในอนาคต โดยเนคเทค-สวทช. เล็งเห็นความสำคัญและพร้อมที่จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้าน IT เพื่อสนองต่อนโยบาย “วิทย์สร้างคน” ดั่งเช่นเมล็ดพันธุ์สามท่านนี้ที่เติบโตมา กล้าที่จะลอง เรียนรู้ และเปิดโลกทรรศน์จากเวทีการประกวดต่างๆ และต่อยอดสิ่งที่ตนสนใจมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นธุรกิจน้องใหม่มาแรงในที่สุด

อย่างไรก็ตามเมื่อได้ลงมือทำตามฝันแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้คือต้องไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค รู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและมีความมุมานะ ความสำเร็จก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเหมือนกับนักธุรกิจทั้งสามท่านที่ได้มาบอกเล่าเรื่องราวกว่าจะถึงวันที่ประสบความสำเร็จให้ได้ฟังกัน

บทความโดย เหมสุดา เห็มทิพย์

]]>
นายธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล และ นายภัทรวุฒิ มาลีหวล https://www.nectec.or.th/social/social-best/social-news2.html Wed, 05 Oct 2016 08:24:35 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3105
social-news2

 

  • ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 3 โปรแกรมเพื่อความบันเทิง นักเรียน NSC2006 (2549)
  • รางวัลที่ 1 โปรแกรมเพื่อความบันเทิง นักเรียน NSC2009 (2552)

ความสำเร็จ

  • TICTA 2009 รางวัล Winner Awards ประเภท Secondary Student Project
  • APICTA 2009, Australia รางวัล Merit Awards ประเภท Secondary Student Project

ปัจจุบัน

  • นายธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 4สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • นายภัทรวุฒิ มาลีหวล กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
]]>
นายศุภศักดิ์ กุลวงศ์อนันชัย https://www.nectec.or.th/social/social-best/social-news1.html Wed, 05 Oct 2016 08:19:08 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3099
social-news1

 

  • ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 โปรแกรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ นักเรียน NSC2000 (2543)
  • รางวัลที่ 1 สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ YSC2001-02 (2544-45)
  • รางวัลที่ 1 โปรแกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี NSC2003-04 (2546-47)
  • รางวัลที่ 2 โปรแกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี NSC2005 (2548)
  • รางวัลชมเชย โปรแกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี NSC2006 (2549)

การต่อยอดจากสวทช.

  • เข้าร่วมโครงการ JSTP ของสวทช. รุ่น 5 ระยะยาว ปีพ.ศ. 2546
  • นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา (ศอ./ศช.)

ความสำเร็จ

  • Intel ISEF 2002, USA รางวัล Special Awards”Best Use of Personal Computer”
  • เทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2545

ปัจจุบัน

  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จาก AIT คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยี สาขา Software Engineering 2552
  • กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอก
  • พนักงาน BIOTEC ตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัย 2 หน่วยปฏิบัติการ Bioinformatics
]]>
นางสาวรพีพร พิมพ์อูบ https://www.nectec.or.th/social/social-best/social-news3.html Wed, 05 Oct 2016 08:15:56 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3093
social-news3

 

  • ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 โปรแกรมเพื่อประยุกต์ใช้งาน นักเรียน NSC2006 (2549)
  • รางวัลที่ 1 โปรแกรมเพื่อช่วยคนพิการ นักศึกษา NSC2009 (2552)

การต่อยอดจากสวทช.

  • ฝึกงาน ณ หน่วยปฏิบัติการ Human Language Technology (HLT) ของเนคเทค

ความสำเร็จ

  • TICTA 2006 รางวัล Winner Awards ประเภท Secondary Student Project
  • APICTA 2006, Macao, China รางวัล Winner Awards ประเภท Secondary Student Project
  • การประชุมวิชาการ i-CREATe 2009, Singapore รางวัลโปสเตอร์ดีเด่น

ปัจจุบัน

  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
]]>
นายศุภศรณ์ สุวจนกรณ์ https://www.nectec.or.th/social/social-best/social-news4.html Tue, 27 Sep 2016 07:10:57 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3078
social-news4

 

  • ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 โปรแกรมเพื่อประยุกต์ใช้งาน นักเรียน NSC2004 (2547)
  • รางวัลที่ 1 โปรแกรมเพื่อความบันเทิง นักเรียน NSC2005 (2548)

ความสำเร็จ

  • APICTA 2005 รางวัล Merit Awards ประเภท Secondary Student Project
  • การแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศพ.ศ. 2549 Mexico รางวัลเหรียญทองแดง
  • Ars Design Award 2010 for Mac OS X software, USAรางวัล Runner-up ประเภท Best Student-created Mac OS X App (June 2010)

ปัจจุบัน

  • กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา Computer Vision ณ มหาวิทยาลัย Washington มลรัฐ Washington ประเทศสหรัฐอเมริกา
]]>