ความร่วมมือ – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Thu, 18 Sep 2025 10:53:17 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png ความร่วมมือ – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 DITP จับมือ 6 พันธมิตรเชื่อมข้อมูลและนำ AI มาเสริมทัพการค้าไทย https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/mou-ditp-chatbot.html Thu, 18 Sep 2025 10:51:58 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=41397

(วันที่17 กันยายน 2568) กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ แถลง Kick off การพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลสู่โลกการค้ายุคใหม่ ในงาน “เสริมแกร่งทัพการค้าไทย ด้วยบริการดิจิทัลยุค AI” เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน แก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์ (นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์) เป็นประธานเปิดงานและเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU 2 ฉบับ ได้แก่ 1.การพัฒนา AI Chatbot ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการค้า ระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งจะบูรณาการข้อมูลด้านการค้าร่วมกัน โดยมีศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ 2.การเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้งานและข้อมูล SMEs ระหว่าง DITP และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกแก่ SMEs ไทย ในการเข้าถึงบริการระหว่าง 2 หน่วยงานแบบไร้รอยต่อ ทั้งนี้ตั้งเป้าพัฒนา AI Chatbot แล้วเสร็จในปี 2569 โดยความร่วมมือครั้งนี้มี ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. เป็นผู้แทนองค์กรร่วมแถลงข่าว

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของกระทรวง ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในปัจจุบัน โดยเฉพาะ AI สาขาGenerative AI จะเป็น Change Agent สำคัญของโลกการค้ายุคใหม่ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการให้บริการข้อมูลการค้า แก่ผู้ประกอบการและประชาชนได้อย่างดี ช่วยให้ผู้ประกอบการซึ่งเปรียบเสมือนกองทัพทางเศรษฐกิจ สามารถต่อสู้ในเวทีการค้าระหว่างประเทศได้ ท่ามกลางตลาดโลกปัจจุบันที่มีความผันผวนและความท้าทาย ที่ต้องปรับตัวได้เร็ว เพื่อต้องชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน และช่วยให้ผู้ส่งออกรายใหม่มีโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนา AI Chatbot ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการค้า ครั้งนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่สามารถทลายไซโลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรมของกระทรวง โดยมีการบูรณาการข้อมูล ให้อยู่ในฐานเดียวกัน แก้ Pain Point ของผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาต้องติดต่อหลายหน่วยงาน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำการค้าอย่างครบถ้วน” 

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวเสริมว่า “การพัฒนา AI Chatbot ครั้งนี้มุ่งยกระดับการให้บริการข้อมูลการค้า ช่วยลดอุปสรรคของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ในการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยี  ทลายข้อจำกัดในการวิเคราะห์ข้อมูลกฎระเบียบการค้าที่มีปริมาณมาก ซับซ้อนเข้าใจยาก กระจัดกระจายหลายแหล่ง และเป็นภาษาต่างประเทศอื่นที่ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ  ช่วยให้ SMEs ไทยก้าวทันข้อมูลแนวโน้มความต้องการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว อีกทั้ง AI Chatbot จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ช่วยลดระยะเวลา กำลังคนและทรัพยากรในการวิเคราะห์ข้อมูล เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ส่งออกรายเดิม และเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ที่อยากเริ่มธุรกิจส่งออกรายใหม่  นอกจากนี้ AI Chatbot จะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพมาตรฐานในการให้บริการข้อมูลคำปรึกษาด้านการค้าของ DITP และหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งมีผู้ขอรับข้อมูลคำปรึกษารวมกัน 180,000 – 200,000 ครั้งต่อปี  

นางสาวสุนันทา กล่าวต่อว่า “DITP ได้รับการสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาระบบ AI Chatbot จากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยมีมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ร่วมดำเนินการกับ DITP นอกจากนี้ ยังมีทีม Hackathonอีก 2 ทีมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริษัท เวสเทิร์น กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้ามาช่วยพิสูจน์แนวคิดการประยุกต์ใช้ AI ในการพัฒนาต้นแบบผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการค้า โดยใช้โมเดล AI ที่แตกต่างกันไป ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะคัดเลือกโมเดลที่ฉลาดหรือมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อนำมาพัฒนาเป็นบริการสำหรับผู้ประกอบการไทยต่อไป”

สำหรับ MOU ฉบับที่ 2 เป็นความร่วมมือในการเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้งานระบบดิจิทัลและข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs ระหว่างระบบ DITP Single Sign-on (DITP SSO) กับ SME One ID ของ สสว. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานระบบของทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 255,000 ราย ให้สามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลที่สำคัญระหว่างกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ครบวงจร ไร้รอยต่อ ไม่ต้องลงทะเบียนหรือกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ช่วยลดความยุ่งยากในการเข้าถึงบริการภาครัฐ และยังมีความมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยจะสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลของทั้งสองหน่วยงานได้รวม 18 บริการ พร้อมกันนี้ DITP ยังได้เปิดตัวบริการดิจิทัลใหม่ล่าสุดอีก 2 ระบบ ได้แก่ โมบายแอปพลิเคชัน DITP ONE ที่รวบรวมบริการดิจิทัลของกรมไว้ในที่เดียวในลักษณะ One Stop Service เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้ประกอบการในยุคดิจิทัลที่นิยมใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ และระบบ DITP My Scores ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ความพร้อมและศักยภาพในการส่งออกของผู้ประกอบการ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองได้ และจะได้รับคำแนะนำกิจกรรมหรือบริการที่เหมาะสม เพื่อยกระดับศักยภาพทางธุรกิจได้อย่างตรงจุด

“DITP ได้พัฒนาบริการดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลดิจิทัล โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงข้อมูลและบริการได้สะดวกรวดเร็ว การพัฒนาบริการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการของผู้รับบริการ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 255,000 ราย แต่ยังเป็นการสร้างแต้มต่อทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในยุคดิจิทัล และคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศของไทยให้เป็น 1 ใน 3 ของโลก ภายในปี 2570 อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการค้าไทยสู่เวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นางสาวสุนันทา กล่าวสรุป

]]>
University of Luxembourg x NECTEC เดินหน้าขยายความร่วมมือการวิจัยด้าน Electronics, Computer, Telecommunications และ Information Technologies https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/mou-luxembourg.html Wed, 26 Feb 2025 04:58:45 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=39140

21 กุมภาพันธ์ 2568 H.E. Mr. Patrick Hemmer เอกอัครราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนาด้าน Electronics, Computer, Telecommunications และ Information Technologies ระหว่าง University of Luxembourg และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องบุษกร อาคารเนคเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยมี Professor Marie – Hélène Jobin, Vice Rector for Partnerships and International Relations และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นผู้ร่วมในพิธีลงนามในข้อตกลง พร้อมด้วย Professor Pascal Bouvry, Dean of the Faculty of Science, Technology and Medicine (FSTM) และ ดร.ปิยวุฒิ ศรีชัยกุล รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี

โดย MOU ฉบับนี้เป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างเนคเทค สวทช. และ University of Luxembourg ซึ่งได้เริ่มต้นความร่วมมือในด้าน High-Performance Computing และ Cloud Computing ตั้งแต่ปี 2561 และครั้งนี้เป็นการลงนามเพื่อขยายกรอบความร่วมมือของ MOU ให้กว้างขึ้นให้ครอบคลุมในด้าน Electronics, Computer, Telecommunications และ Information Technologies เพื่อพัฒนางานวิจัยร่วมกันและแลกเปลี่ยนความรู้ บุคลากร รวมถึงการจัดฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือนี้คือการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย การบริหารจัดการเทคโนโลยี และการวิจัยร่วมกันในระยะยาว เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือประเทศทั้งสองฝ่ายในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน

นอกจากนี้ยังมีแถลงผลงานที่ผ่านมา ผลลัพธ์จากการประชุมเชิงปฏิบัติ และทิศทางในอนาคตสำหรับโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ ในด้าน AI, Big data, HPC และ Security เป็นต้น รวมถึงการแนะนำทุนสนับสนุนจากยุโรปที่สามารถยื่นขอร่วมกันได้ (โดยวิทยากร Dr. K.R.M.H. Tatas H.P. Brotosudarmo, EURAXESS Worldwide Representative for ASEAN) ตลอดจนการอภิปรายเพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการทำงานร่วมกัน

พิธีลงนามและการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง University of Luxembourg และ เนคเทค เพื่อขยายขอบเขตการวิจัยและพัฒนาในด้านต่าง ๆ ที่จะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสากลต่อไป

]]>
เนคเทค สวทช. จับมือ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ร่วมวิจัยพัฒนานำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มศักยภาพสำนักงานฯ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/mou-orst-2022.html Mon, 28 Nov 2022 10:03:12 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30958

พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มศักยภาพงานตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกับสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเพื่อร่วมกันดำเนินงานวิชาการที่มีความก้าวหน้าและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลทางวิชาการของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้โดยสะดวก

ในโอกาสนี้ นายศานติ  ภักดีคำ รองเลขาธิการ รักษาราชการเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา และดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ลงนาม พร้อมด้วย นางนฤมล กรีพร ผู้อำนวยการกองศิลปกรรม และดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ณ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

นายศานติ  ภักดีคำ รองเลขาธิการ รักษาราชการเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า นับแต่ปีพุทธศักราช 2559 จนถึงปัจจุบัน สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้รับความร่วมมือจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ด้วยดีมาโดยตลอดจนทำให้สามารถผลิตงานวิชาการในรูปแบบที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เป็นอย่างดี งานวิชาการดังกล่าว ได้แก่ 

1) แอปพลิเคชันพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2554 
2) แอปพลิเคชันอ่านอย่างไรเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 
3) แอปพลิเคชันชื่อบ้านนามเมือง 
4) ระบบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช 2554 ออนไลน์ 
5) ระบบศัพท์บัญญัติออนไลน์

นอกจากนี้ยังมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลงานวิชาการอื่น ๆ ตามภารกิจของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เช่น งานอักขรานุกรม อนุกรมวิธาน สารานุกรมเพื่อรองรับและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบสำหรับเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการในอนาคต รวมทั้งได้มีการจัดทำระบบสืบค้นเอกสารในหน่วยเก็บถาวรดิจิทัลและระบบบูรณาการเพื่อสร้างงานวิชาการของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาอีกด้วยในโอกาสที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาครบรอบการสถาปนา 100 ปีในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569 สำนักงานราชบัณฑิตยสภาหวังว่าจะสามารถพัฒนางานวิชาการที่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลองค์ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาไปใช้ประโยชน์ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. และสำนักงานราชบัณฑิตยสภา มีความร่วมมือทางวิชาการมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และเป็นที่ทราบกันดีว่าตลอดระยะเวลามากกว่า 90 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการกำหนดมาตรฐานการใช้ภาษาไทย การสร้างองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ อีกทั้งยังได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนางานวิชาการและงานบริการตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นมาเป็นลำดับ

สำหรับเนคเทค สวทช. เรามีนักวิจัยทางด้านการประมวลผลภาษาไม่ต่ำกว่า 40 คน ผลิตผลงานตั้งแต่พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์รุ่นแรก ๆ หรือ LEXiTRON เมื่อ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา จนถึงเครื่องมือประมวลผลภาษาไทยอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่พื้นฐาน เช่น เครื่องมือแบบคำ เครื่องมือวิเคราะห์ไวยากรณ์ เครื่องมือวิเคราะห์คำอ่าน ไปจนถึงเครื่องมือการประมวลผลที่ซับซ้อน และยังคงพัฒนาต่อเนื่องในปัจจุบัน เช่น เครื่องมือแปลภาษา เครื่องมือสังเคราะห์เสียงพูดเป็นข้อความ เครื่องมือถอดความเสียงพูดภาษาไทย เป็นต้น และเนคเทค สวทช. ได้เปิดเผยเครื่องมือเหล่านี้เพื่อให้สังคมได้มีโอกาสทดลองใช้งานอยู่บนเว็บไซต์ AI for Thai 

สิ่งที่เนคเทค สวทช. กำลังทำมาคงไม่สำคัญเท่ากับที่เราได้รับความเชื่อมั่นจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภาที่ให้โอกาสเนคเทค สวทช.ได้พัฒนาผลงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้การพัฒนาระบบฐานข้อมูลศัพท์บัญญัติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภาออนไลน์ ระยะที่ 2 คงไม่จำกัดแค่เรื่องข้อมูลศัพท์บัญญัติเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายมุมมองที่สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปประยุกต์ใช้ เช่น การสืบค้นข้อมูลมหาศาลในพจนานุกรม หรือ การทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงคลังข้อมูลของราชบัณฑิตยสภาได้โดยง่าย รวมถึงการบริหารจัดการภายในสำนักงานให้มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ 

เนคเทค สวทช. หวังอย่างยิ่งว่าจะได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญผลงานวิจัยจากทีมวิจัยด้านภาษาธรรมชาติและความหมายมาช่วยต่อยอดงานของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาให้เกิดเป็นรูปธรรมและสอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของเนคเทค สวทช. ในการเป็นรากฐานสำคัญด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศขั้นสูงให้กับประเทศ ดร.ชัย กล่าวทิ้งท้าย 

]]>
เนคเทค x มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว หารือด้านความร่วมมือขับเคลื่อนผลงานวิจัยร่วมกัน https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2022-nectec-nuol.html Thu, 01 Sep 2022 05:23:56 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=28765

 วันที่ 25 สิงหาคม 2565 เนคเทคร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (National University of Laos) ร่วมกันจัดประชุมออนไลน์เพื่อกำหนดกิจกรรมร่วมวิจัยในสาขาที่สนใจร่วมกันผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ

นำโดย ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอกนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ พร้อมด้วยนักวิจัยร่วมนำเสนอผลงาน ซึ่งประกอบด้วย

  1. “ระบบนำชมพิพิธภัณฑ์ Museum Pool” 
    โดย ดร.ละออ โควาวิสารัช
  2. “นวัตกรรมการเรียนรู้และการคิดเชิงคำนวณด้วยบอร์ดสมองกลฝังตัว (KidBright)”
    โดย ดร. เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด
  3. “ระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ HandySense”
    โดย คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี
  4. “เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ”
    โดย ดร. ชาลี วรกุลพิพัฒน์

โดยมีหัวข้อความร่วมมือที่เป็นไปได้ในอนาคต ได้แก่ 

ความร่วมมือเดิม

    1. ระบบนำชมพิพิธภัณฑ์ : Museum Pool
    2. นวัตกรรมการเรียนรู้และการคิดเชิงคำนวณด้วยบอร์ดสมองกลฝังตัว : KidBright

ความร่วมมือใหม่

    1. ระบบระบุตำแหน่งภายในอาคารด้วยเทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำ :Unai
    2. ระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ : HandySense
    3. เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ : Cybersecurity

กิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของความร่วมมือที่จะพัฒนาและสานต่อกิจกรรมร่วมวิจัยอย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง
2  หน่วยงานในอนาคตอันใกล้

]]>