ปัญญาประดิษฐ์ – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Tue, 20 Jan 2026 07:07:17 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png ปัญญาประดิษฐ์ – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 เนคเทค สวทช. x พันธมิตรจัดเวิร์กช็อปเข้มข้น ปั้น AI Engineer ไทย สู่ผู้สร้าง LLM ตัวจริง https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/thaillm-ai-engineer.html Tue, 20 Jan 2026 04:30:07 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42213

เนคเทค สวทช. ร่วมหน่วยงานพันธมิตรภายใต้โครงการพัฒนา ThaiLLM เปิดโอกาสครั้งสำคัญ จัดเวิร์กช็อปเข้มข้น 3 วันเต็ม ปั้น AI Engineer ไทย สู่ผู้สร้าง LLM ตัวจริง ในการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การสร้าง LLM แบบ Continued Pretraining และ Fine-tuning” ซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-13 มกราคม 2569 ทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite เจาะลึกตั้งแต่การเตรียมข้อมูล การดึงข้อมูล การทำความสะอาดข้อมูลตามหลัก PDPA ไปจนถึงการเทรน และปรับแต่งโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เพื่อต่อยอดการใช้งานจริงในองค์กร พร้อมสิทธิในการใช้งาน Lanta Supercomputer ของสวทช. โดยมี ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นักวิจัยอาวุโส กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. กล่าวเปิดงาน และผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา จำนวนกว่า 30 คน

หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อยกระดับ AI Engineer ไทยจาก “ผู้ใช้งาน” สู่ “ผู้สร้างและผู้ปรับแต่งโมเดล” โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงจากนักวิจัย เนคเทค สวทช. และผู้พัฒนา LLM ของประเทศไทย มุ่งเน้นการสร้างโมเดลที่เข้าใจบริบทภาษาไทย และสามารถนำไปต่อยอดกับข้อมูลเฉพาะทางขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดกิจกรรมผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้กระบวนการสร้าง LLM แบบครบวงจร ได้แก่

  • Data Cleansing & Preparation เทคนิคการรวบรวม สำรวจ และทำความสะอาดข้อมูลทั้งแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติ เพื่อสร้างชุดข้อมูลคุณภาพสูง พร้อมแนวปฏิบัติตามหลัก PDPA
  • Tokenizer & Dataset Structure การออกแบบโปรแกรมตัดคำให้เหมาะกับบริบทภาษา และโครงสร้างข้อมูลสำหรับการเทรน LLM
  • Continued Pretraining & Fine-tuning การเทรนโมเดลต่อยอดจากฐานเดิม และการปรับแต่งโมเดลให้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • Model Optimization & Evaluation การปรับพารามิเตอร์และการประเมินประสิทธิภาพโมเดลด้วยชุดทดสอบมาตรฐาน

การอบรมนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF), สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน), เนคเทค สวทช., สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT), มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนา ThaiLLM Ecosystem เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพสูงด้าน LLM เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการพัฒนาโมเดลภาษา, เทคโนโลยี AI ที่ตอบโจทย์บริบทและการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม และองค์กรได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจ Upskill ขั้นสุดกับการอบรมหลักสูตร “การสร้างนักวิจัย AI (Creating AI Researchers)” หลักสูตร Onsite 5 วันเต็ม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 2 – วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. จ.ปทุมธานี (จัดเตรียมที่พักให้) 

]]>
สวทช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เดินหน้าความร่วมมือด้าน “AI เพื่อการศึกษา” พัฒนาระบบการเรียนรู้ รองรับอุดมศึกษายุคอนาคต https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/080126mou-dpu-aiedu.html Thu, 08 Jan 2026 10:11:31 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42139

วันที่ 8 มกราคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา มุ่งยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบการศึกษา พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่หลากหลาย และขยายผลสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ สอดรับกับนโยบาย “อว. for AI” ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

การลงนามความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นโดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมลงนาม เพื่อร่วมกันผลักดันการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ มาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่บูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับศาสตร์การศึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ในช่วงปีงบประมาณ 2568–2569 สวทช. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ AI ในระดับอุดมศึกษา ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และผู้ช่วยสอนอัจฉริยะ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ทั้งนี้ สวทช. มุ่งผลักดันให้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาและคณาจารย์ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระบบการเรียนรู้แห่งอนาคตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ สวทช. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์สู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยมุ่งนำศักยภาพของ AI มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับบริบทของโลกที่ AI ได้เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาอย่างกว้างขวาง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ให้ความสำคัญกับการใช้ AI ในบทบาทของ “ผู้ช่วยและคู่คิด” เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ส่งเสริมทักษะดิจิทัล ความคิดสร้างสรรค์ และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี พร้อมทำงานร่วมกับ สวทช. ในการออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ที่ผสานศักยภาพของมนุษย์เข้ากับพลังของ AI เพื่อเตรียมความพร้อมบัณฑิตไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในโลกอนาคต

สำหรับความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแผนงานเชิงปฏิบัติการด้านการประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา มุ่งยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา การเรียนการสอน และระบบการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย และตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากร เตรียมความพร้อมด้านการฝึกอบรมและการพัฒนาองค์กร ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ การจัดฝึกอบรมและสัมมนาร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ ทรัพยากร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรและนักศึกษา เพื่อขยายผลการใช้ AI และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้าน AI ในระดับอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

]]>
AI for University บุกพื้นที่ภาคเหนือ จัดอบรมเพิ่มทักษะติดอาวุธให้อาจารย์มหาวิทยาลัยสังกัด อว. ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเรียนการสอน https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/aiforuni-north.html Tue, 30 Dec 2025 08:53:39 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42099

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวงอว. และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ยังคงเดินหน้าจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา” ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 25–26 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจุดประกายความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ให้แก่บุคลากรในระดับอุดมศึกษา ได้ต่อยอดแนวคิดและลงมือปฏิบัติในการประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยออกแบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ให้แก่นักศึกษา เสริมการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างตรงจุด โดยมีคณาจารย์ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ และจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 127 ท่าน จาก 38 สถาบันการศึกษาเข้าร่วมการอบรม

ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. ประธานในพิธีเปิดการอบรมฯ กล่าวว่า กิจกรรมการอบรมนี้ เป็นระยะนำร่องของโครงการฝึกอบรมสร้างความตระหนักรู้การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2568 ที่กระทรวงอว. มีความตั้งใจจัดกิจกรรมใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้อาจารย์ทุกคณะ ทุกสาขาวิชา ได้มาเรียนรู้จากตัวอย่างการดำเนินงานจริง ได้ทดลอง ปรับใช้ และแลกเปลี่ยนแนวคิดร่วมกัน ในการนำเครื่องมือ AI มาต่อยอดเป็นผู้ช่วยออกแบบการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าเมื่ออาจารย์เริ่มเข้าใจถึงบทบาทและความประโยชน์ของ AI ในมิติต่างๆ ขั้นต่อไปคือการใช้ AI อย่างมีเป้าหมาย เพื่อการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่นักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทของการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย นอกจากนั้น การอบรมในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายอาจารย์ผู้ใช้ AI ในระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และการพัฒนาแนวทางการใช้ AI ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

การอบรมตลอดทั้ง 2 วัน ได้นำเสนอเนื้อหาเข้มข้นทั้งเชิงแนวคิดการจัดการเรียนการสอนยุคปัจจุบันให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ข้อพึงระวังในการใช้ AI ในการศึกษา ไปจนถึงตัวอย่างกรณีศึกษาการนำ AI เข้าไปประยุกต์ใช้จริงในการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ อาทิ สาขาบริหารธุรกิจ การเงิน โลจิสติกส์ และรัฐศาสตร์ โดยอาจารย์วิทยากร ได้แก่

  • การบรรยายในหัวข้อ “AI Embedded Education” แนวคิด/ แนวทางการเรียนการสอนยุคปัจจุบัน (Active Learning) และข้อควรระวังในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอน
    โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธิติพงศ์ ตันประเสริฐ หัวหน้าโครงการ AI Embedded Education มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • นำเสนอตัวอย่างประยุกต์ใช้ AI ในสาขาการขนส่งและโลจิสติกส์ หัวข้อ’AI Teaching Assistance Bot’
    โดย Miss Simran Kayastha, Lecturer from Dhurakij Pundit University (Thailand) International College
  • การบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่”
    โดย ดร. อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ ผู้อำนวยการ ศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ และอาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • นำเสนอตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ และรัฐศาสตร์
    โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สิริวุฒิ บูรณพิร ที่ปรึกษา AI Special Interest Group, TLIC และอาจารย์ประจำ คณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาการจัดการและการเป็นผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุดมโชค อาษาวิมลกิจ สมาชิก AI Special Interest Group, TLIC และ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop การออกแบบการเรียนการสอน (Instructional Design) ที่ประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือ พร้อมไฮไลท์ทดลองใช้งาน Abdul AI Educational Platform พัฒนาโดยทีมนักวิจัย กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. เพื่อช่วยให้อาจารย์สามารถสร้างต้นแบบรายวิชา, พัฒนา AI Tutor ผู้ช่วยสอนที่ตอบโจทย์รายวิชา, สามารถสร้างห้องเรียนบนแพลตฟอร์มที่ช่วยให้อาจารย์จัดการเรียนการสอน ดูแลผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้อย่างเป็นระบบ นำโดย คุณชัชวาล สังคีตตระการ, , คุณกนกอร ตระกูลทวีคูณ, คุณพาชิต สีเข้ม, คุณสุพล ไกลถิ่น และคุณปิยวัตน์ ช่วงกรุด

บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และความตั้งใจของทุกท่านอย่างเต็มที่ ปิดท้ายด้วยการนำเสนอตัวอย่างต้นแบบห้องเรียน (classroom) และ AI Tutor จากอาจารย์ผู้เข้าร่วมอบรม ที่ได้ทดลองใช้งาน Abdul AI Educational Platform เป็นเครื่องมือเข้ามาช่วยการเรียนการสอนในรายวิชาต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ

การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประยุกต์ใช้ AI ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา” ประจำปี 2568 ครั้งที่ 4 จะเดินทางต่อไปที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ในระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม 2569

]]>
อว. เดินหน้าจัดอบรม “AI for University” ครั้งที่ 2 ลงพื้นที่ภาคกลาง เสริมสมรรถนะอาจารย์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2025aiforuni-central.html Tue, 23 Dec 2025 01:46:10 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42021

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย AI for University อย่างต่อเนื่อง จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา” ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20–21 ธันวาคม 2568 ณ อาคารศูนย์เรียนรวม 4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีผู้บริหาร คณะอาจารย์ระดับอุดมศึกษา ในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 137 คน

การอบรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึกอบรมสร้างความตระหนักรู้การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2568 ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดกิจกรรมใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ มุ่งยกระดับศักยภาพบุคลากรภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวงอว. ทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้เพิ่มพูนความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจ และพัฒนาทักษะการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยออกแบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ให้แก่นักศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ ตอบโจทย์การพัฒนาผู้เรียนได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพ

โดยในพิธีเปิดการอบรมได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักกริช พฤษการ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและทรัพยากรการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวต้อนรับ จากนั้น ดร.ปิยวุฒิ ศรีชัยกุล รองผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. ได้กล่าวเปิดการอบรม พร้อมเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ที่มุ่งหวังให้อาจารย์ “เข้าใจ ใช้เป็น และนำ AI ไปต่อยอดได้จริง” ในการออกแบบการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning ที่ไม่จำกัดเฉพาะสาขาคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้ได้ครอบคลุมทุกสาขาวิชา เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ลดภาระงานผู้สอน และเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนอย่างเหมาะสม

ตลอด 2 วันของกิจกรรม ผู้เข้าร่วมการอบรมได้เรียนรู้ทั้งแนวคิดเชิงนโยบายจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่คือกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดทิศทางการพัฒนา โดยเฉพาะในบริบทของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีบทบาททั้งด้านนโยบาย การบริหาร การพัฒนากำลังคน และอีกในหลากหลายมิติที่ AI จะมาเกี่ยวข้อง ในการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Transforming Higher Education with AI and Emerging Technologies Building Future-Ready Universities” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชชัย หวังวิวัฒนา รองอธิการบดี ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

รวมถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่ ตัวอย่างกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ AI ในรายวิชาจริง จากอาจารย์วิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่

– การบรรยายหัวข้อ “AI Embedded Education”
แนวคิด/ แนวทางการเรียนการสอนยุคปัจจุบัน (Active Learning) และข้อควรระวังในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอน”
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธิติพงศ์ ตันประเสริฐ
หัวหน้าโครงการ AI Embedded Education มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
– การบรรยายหัวข้อ “การใช้ AI Chatbot เพื่อกระตุ้นการค้นหาข้อมูล และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมบทบามสมมุติ”
โดย อาจารย์ ภควดี วรรณพฤกษ์
อาจารย์ประจำ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
– การบรรยายหัวข้อ “ตัวอย่างการนำ AI เข้าไปใช้ในการเรียนการสอน”
จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โดย อาจารย์ นิรันดร์ ขุมบางลี่
อาจารย์ประจําสาขาภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพและการสื่อสารนานาชาติ คณะมนุษยศาสตร์
และ อาจารย์ชนิตร์นันทน์ กุลทนันท์
อาจารย์ประจำ และนักวิจัย สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์

และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้อาจารย์ได้ฝึกกระบวนการคิดออกแบบ (Design Thinking) ลงมือสร้างต้นแบบการเรียนการสอนของตนเองด้วย Abdul UNI: Educational AI Platform ซึ่งพัฒนาโดยทีมนักวิจัย เนคเทค สวทช. เพื่อช่วยสนับสนุนการออกแบบบทเรียน การดูแลผู้เรียนรายบุคคล และการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ โดย คณะนักวิจัย กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. นำโดย คุณชัชวาล สังคีตตระการ, ดร.ศราวุธ คงยัง, คุณกนกอร ตระกูลทวีคูณ, คุณพาชิต สีเข้ม, คุณอานนท์ นามสนิท, คุณสุพล ไกลถิ่น และคุณวรพล ล้วนตั้งศรีสุข

ปิดท้ายด้วยการนำเสนอต้นแบบห้องเรียน (classroom) ที่สร้างขึ้นด้วย Abdul UNI Platform จากตัวแทนอาจารย์ผู้เข้าร่วมอบรม ที่ได้มานำเสนอตัวอย่างการออกแบบ AI Tutor เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในรายวิชา ดูแลผู้เรียนเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งจัดการห้องเรียนแบบครบวงจร

สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประยุกต์ใช้ AI ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา” ประจำปี 2568 ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-26 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดเชียงใหม่

]]>
อว. เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI E-Learning ปลุกทักษะแห่งอนาคต ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ai-e-learning.html Wed, 17 Dec 2025 04:47:17 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42041

“พันธ์ุเพิ่มศักดิ์“ เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI E-Learning ปลุกทักษะแห่งอนาคต ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ ให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม พร้อมได้รับประกาศนียบัตรระดับนานาชาติ

16 ธันวาคม 2568 ดร.พันธ์ุเพิ่มศักดิ์ อารุณี รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ AI เพื่อการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (AI E-Learning Plafrom) โดยมี รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดร.จารุรินทร์ ภู่ระย้า ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการขับเคลื่อนและพัฒนา อววน. สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) และ ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ คณะผู้บริหารกระทรวง อว. และคณะผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วม ณ โรงแรม ควีนสแลนด์ กทม.

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า หนึ่งในพันธกิจของกระทรวง อว. คือการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยืดหลักความเป็นอิสระทางวิชาการและการบริหารจัดการ พร้อมทั้งมุ่งพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่งถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่งขึ้นในยุคที่เทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ ที่เปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานและทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 2565 กระทรวง อว. ได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) ต่อคณะรัฐมนตรี และได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 แผนดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่ผลักดันให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อก้าวสู่ภูมิทัศน์ใหม่ของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Al และนี่เองคือจุดเริ่มต้นและรากฐานสำคัญของโครงการ Training Center เฉพาะทางด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ที่เรากำลังเดินหน้าในวันนี้

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวต่อว่า แพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้าน AI ที่กำลังเปิดตัว เป็นกลไกแรก ๆ ที่จะช่วยเปิดโอกาสให้แรงงานทักษะ สูงในอุตสาหกรรม ผู้สำเร็จการศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการไทย สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเครื่องมือ Al ที่จำเป็นต่อการทำงานในอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจริงแนวทางการบูรณาการความร่วมมือจากทั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัย อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และพันธมิตรในทุกภาคส่วน ที่จะเกิดขึ้นต่อไปเตรียมระบบนิเวศ เพื่อรองรับการยกระดับทักษะของกำลังคนไทยอย่างเป็นระบบ โดยพันธมิตร มหาวิทยาลัยในเครือข่าย จะเข้ามาสนับสนุนให้ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายในแต่ละภูมิภาคเข้าถึงองค์ความรู้นี้ และต่อยอดเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ในที่สุด

“การประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ AI เพื่อการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งสำคัญ ที่จะต่อยอดสู่การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์อย่างครบวงจรในอนาคตอันใกล้” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

รศ.ดร.ปิติวัฒน์ กล่าวว่า แพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้าน AI เพื่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งอนาคต เป็นผลผลิตสำคัญชิ้นหนึ่งภายใต้โครงการการสนับสนุนการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) เฉพาะทางด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการพัฒนาทักษะและยกระดับกำลังคนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ริเริ่มโดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ให้แก่กลุ่มแรงงานทักษะสูงในภาคอุตสาหกรรม ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท รวมถึงนักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา หรืออุทยานวิทยาศาสตร์ ภูมิภาค ให้สามารถใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือ AI ร่วมกับการทำงานในภาคอุตสาหกรรม อันเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการไทยสู่ยุคอุตสาหกรรมดิจิทัลและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถปรับตัวได้ในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วในระดับโลก โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่การสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ออกแบบหลักสูตรพื้นฐานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ และออกแบบหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์เฉพาะทางสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง

รศ.ดร.ปิติวัฒน์ กล่าวต่อว่า แพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้าน AI ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ของผู้ประกอบการ ที่เข้ามาเชื่อมต่อสู่เป้าหมายการพัฒนาผู้ประกอบการของประเทศไทย ซึ่งต้องอาศัยเครือข่ายความร่วมมือของมหาวิทยาลัย และอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เข้ามาช่วยสร้างฐานผู้เรียน และต่อยอดเป็นระบบการสนับสนุนผู้ประกอบการและภาคส่วนอุตสาหกรรมที่เชี่ยวชาญครบวงจร

ภายในงานแถลงข่าวดังกล่าว ยังมีการบรรยายหัวข้อ “Al Transformation: Preparing Peopleware for the Future”โดย รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “The Evolving Role of Al and Workforce Readiness in Driving Competitiveness” โดย Prof. Xiao Ma Professor and Director of Centre for Business Transformation Nottingham Business School ดำเนินรายการโดย อาจารย์ ดร.ภวิกา มงคลกิจทวีผล ผู้จัดการทั่วไปอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

]]>
สวทช. โดย เนคเทค และ อวท. ร่วมกับ สทน. จัดกิจกรรม Design Thinking Workshop ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ai-designthinking2025.html Wed, 30 Apr 2025 10:23:26 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=39915

30 เมษายน 2568 ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จัดกิจกรรม Design Thinking Workshop เพื่อเสริมสร้างแนวคิดเชิงนวัตกรรม (Design Thinking) และเปิดโอกาสให้บุคลากรของ สทน. ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร พร้อมเยี่ยมชมเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาโดย เนคเทค สวทช.

ดร. ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวต้อนรับผู้บริหารและบุคลากรจาก สทน. โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กร และการที่ สทน. มีนโยบายขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI อย่างจริงจัง โดยกิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประยุกต์ใช้ AI ผ่านกระบวนการ Design Thinking เพื่อค้นหา Pain Points และออกแบบแนวทางการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม นอกจากนี้ เนคเทคยังได้นำเสนอเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการ AI for Thai เช่น DOCChat, DocGen และ Partii-Note เพื่อเป็นแนวทางในการต่อยอดการดำเนินงานของ สทน. ในอนาคต

คุณกัญชลิกา เดชะเทศ ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารจัดการ สทน. กล่าวว่า สทน. ตระหนักถึงศักยภาพของเทคโนโลยี AI ในการยกระดับการดำเนินงาน ซึ่ง สทน. มุ่งมั่นที่จะนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างนวัตกรรมในทุกระดับขององค์กร กิจกรรมวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่บุคลากรของ สทน. จะได้เรียนรู้กระบวนการ Design Thinking ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ใช้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโซลูชัน AI ที่ตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กร
 

กิจกรรมในครั้งนี้ ทีมนักวิจัย AI จากเนคเทค โดย ดร.กริช นาสิงห์ขันธุ์ ดร.ชัยอนันต์ ดำรงรัตน์ และ ดร. ขวัญชีวา แตงไทย ได้เริ่มบรรยายและแนะนำ “AI for Thai” แพลตฟอร์มรวมเทคโนโลยี AI ของคนไทย เพื่อการพัฒนาและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงธุรกิจและสังคม จากนั้นเข้าสู่กระบวนการ Design Thinking Workshop โดยคุณชัชวาล สังคีตตระการ วิศวกรอาวุโส เนคเทค ด้วยการแบ่งกลุ่มทำการสำรวจปัญหาและความพร้อมด้าน AI ขององค์กร การออกแบบแนวทางใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI และการวางแผนปฏิบัติการเพื่อรับมือกับความท้าทายของ AI Transformation

ความร่วมมือระหว่าง เนคเทค สวทช. และ สทน. ในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ สทน. และเป็นแบบอย่างในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐให้ก้าวทันยุคดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะสานต่อความร่วมมือในอนาคต เพื่อร่วมกันพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ในด้านอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ห้องข่าวในอนาคต” ในเวที Thai PBS World Forum https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ai-newsroom.html Tue, 28 Nov 2023 09:16:02 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=34614

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ดร.ปรัชญา บุญขวัญ หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย (LST) กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AINRG) ร่วมเสวนา“ห้องข่าวในอนาคต” ในเวที Thai PBS World Forum : AI AND THE FUTURE OF NEWSROOM

โดย ดร.ปรัชญา กล่าวถึง แนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในห้องข่าวด้วยที่เกิดขึ้นแล้วเป็นอย่างไร โดยก่อนอื่นขอแนะนำ Chat GPT กับ Generative AI ว่าคืออะไร Generative AI คือ AI หรือว่าปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถนำมาสร้างคอนเทนต์ใหม่ได้โดยที่คอนเทนต์นั้นอาจไม่เคยมีอยู่บนโลกมาก่อนเลยก็ได้ ตัวอย่างเช่น Chat GPT ที่มีการใช้กันอยู่ทั่วไป เป็น AI เน้นคำสั่งและแสดงผลด้วยภาษา, DALL E โปรแกรม AI Generate ภาพที่สามารถสร้างภาพจากคำสั่งของเราได้เลย), VALL-E AI ที่สามารถสังเคราะห์เสียงโดยจำลองเสียงของคุณได้ เป็นต้น

สำหรับ Chat GPT ทำได้หลายอย่าง ทั้งตอบคำถามเกี่ยวกับการแพทย์ หรือกรณีของ DALL E การสร้างภาพจากคำสั่ง ก็สามารถสร้างภาพขึ้นมาได้เลย นอกจากนี้ยังมี Google Bard (Chat GPT+ Search Engine) คือ การที่จะตอบคำภามจะมีการค้นคำตอบจากใน Google ก่อนแล้วนำคำตอบมาผสม เพื่อสร้างเป็นคำตอบสำหรับเราอีกที ดังนั้นเป็นการใช้ทั้ง Chat GPT และ google bard อีกด้วย
โดยนักข่าวสามารถนำ Chat GPT และ google bard มาประยุกต์ใช้ในงาน ดังนี้

– ถามคำถาม โดยสามารถให้อธิบายเป็นภาษาของวัยใด
– สรุปข่าวเป็นประเด็น
– เขียนจดหมาย หรือ บทความ
– ปรับคำพูด หรือขยายความจากเนื้อหาที่มีอยู่แล้วเพื่อปรับแก้อีกรอบหนึ่งก่อนนำไปใช้
– ขอ ideal ในการเขียนบทความ เพื่อให้น่าสนใจ ติดหูมากน้อยแค่ไหน ก็สามารถสร้างได้
– การแต่งกลอน ใน Chat GPT ภาษาอังกฤษ
– การวาดภาพ บน Chat GPT ผ่านทางมือถือ

เหล่านี้คือตัวของของการใช้ Chat GPTในห้องข่าวนอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้อีก เช่น เขียนข่าวอัตโนมัติ ถังความรู้ในการเช็คคำคอบก่อน หรือสำนักข่าวไหนอยากได้ Engagement จากผู้อ่านเยอะๆสามารถสร้างเป็น Quiz (ตอบคำถามชิงรางวัลท้ายข่าว), ใช้ในการคัดเลือกข่าวให้ตรงกับความต้องการ, สรุปข่าว, ตรวจสอบความจริง และหากจะไปในขั้น Advance สามารถใช้ AI มาช่วย Detect ความเห็นของคนที่เข้ามาแสดงความเห็นได้ และ สามารถทำเป็น Chat Bot ได้ โดยสรุปแล้ว จะสังเกตว่า AI อยู่ในห้องข่าวตลอดเวลา

รับชมสัมมนาย้อนหลัง

]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเทคโนโลยี AI กับความมั่นคงของไทย https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ai-national-security.html Mon, 06 Nov 2023 10:46:10 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=34513

เนคเทค สวทช. ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเทคโนโลยี AI กับความมั่นคง ในเสวนา “บทบาทของเทคโนโลยีใหม่กับการพัฒนาอาวุธตามแบบ: ความท้าทายต่อความมั่นคงของไทย”

ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. และอุปนายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงานเสวนาหัวข้อ “บทบาทของเทคโนโลยีใหม่กับการพัฒนาอาวุธตามแบบ: ความท้าทายต่อความมั่นคงของไทย” ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัญญวัชร์ วังยาว ประธานหลักสูตรวิศวกรรมและเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีบุคลากรภาคส่วนความมั่นคง ภาคธุรกิจ และการศึกษา เข้าร่วมรับฟัง โดยเนื้อหาครอบคลุมด้านอากาศยานไร้คนขับ ปัญญาประดิษฐ์ สงครามไซเบอร์ และแนวโน้มในอนาคต เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2566 ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ

ดร.เทพชัย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เทคโนโลยี AI กับความมั่นคง รวมถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานแผนปฏิบัติการด้าน AI ประเทศไทย เนื้อหาการเสวนากล่าวถึงภาพรวมความจำเป็นของการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในประเทศไทย เนื่องจาก AI เป็นเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับสังคมในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคของธุรกิจ อุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐ และความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน เพราะ AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความสามารถคล้ายกับสมองของมนุษย์ เลียนแบบความสามารถของมนุษย์ที่ซับซ้อนได้ เช่น จดจำ แยกแยะ ให้เหตุผล ตัดสินใจ คาดการณ์ สื่อสารกับมนุษย์ จึงทำหน้าที่แทนคนหรือทำงานร่วมกับคนได้ดี การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในสาขาต่าง ๆ เช่น การแพทย์ การเงิน ความปลอดภัย วิทยาศาสตร์ เกษตรกรรม ศิลปะและดนตรี ฯลฯ

แผนปฏิบัติการด้าน AI ของไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน เพื่อสร้างระบบนิเวศในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ที่มีประสิทธิภาพ นําไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ผ่านมาขับเคลื่อนแผน AI เริ่มมีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในด้านต่าง ๆ เช่น AI for Thai : Thai AI Service Platform แพลตฟอร์มให้บริการ AI สัญชาติไทย มุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเน้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการบริการต่าง ๆ ในประเทศไทย NSTDA Supercomputer Center: ThaiSC โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ระดับชาติที่ให้บริการทรัพยากรด้านการคำนวณด้วยระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ให้บริการหน่วยวิจัย องค์กรภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน รวมถึงโครงการสำคัญในระยะถัดไปและความท้าทายที่ยังขาดความร่วมมือในด้านต่าง ๆ โดยมีโจทย์สำคัญตามยุทธศาสตร์และอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมท่องเที่ยว Tourist Map รวมข้อมูลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ขาดความร่วมมือของหน่วยงานเจ้าของข้อมูล 2) อุตสาหกรรมการค้าและการเงิน Fraud Detection AI สำหรับ Fraud Detection/ Fraud Behavior Modelling ในธุรกรรมการเงิน ขาดแนวทางการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลและธรรมาภิบาลข้อมูลสำหรับ AI 3) อุตสาหกรรมการผลิต AI Visual Inspection การวิเคราะห์ภาพสำหรับการผลิตในอุตสาหกรรม ขาดกำลังคน SI, Talent, และStartup ที่ช่วยทำโจทย์และขยายงาน 4) อุตสาหกรรมความมั่นคง Biometric การตรวจสอบและประเมินอัตลักษณ์บุคคลจากข้อมูลชีวมิติ ขาดมาตรฐานข้อมูล 5) การวิจัยและพัฒนา LLM การสร้างแบบจำลอง AI สำหรับ Generative AI ที่รองรับภาษาไทย ขาดความร่วมมือและการส่งเสริมงานวิจัย+นวัตกรรม สำหรับโจทย์ภาษาไทย

ดร.เทพชัย กล่าวเสริมถึงโจทย์อื่น ๆ โครงการภายใต้แผนปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติฯ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น โครงการสร้างแนวปฎิบัติเกี่ยวกับธรรมาภิบาลข้อมูลและจริยธรรมเพื่อการประยุกต์ใช้ AI (AI ELSI) โดยมีเป้าหมาย การเตรียมความพร้อมของประเทศในด้านสังคม จริยธรรม กฎหมาย และกฎระเบียบสำหรับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และมาตรการต่าง ๆ ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ส่งเสริมการใช้งานอย่างมีจริยธรรมและความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน และสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ด้านจริยธรรม กฎหมาย และผลกระทบต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนทั่วไป และบุคลากรพัฒนาในด้าน AIมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีและพร้อมเข้าสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์

และกล่าวถึงด้านจริยธรรมหลักการที่เกี่ยวข้องในเรื่องความมั่นคงและปลอดภัย (Security and Safety) ว่า AI ควรถูกสร้างให้มีความมั่นคงและปลอดภัย รวมถึงป้องกันภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อมนุษย์ สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และประเทศ จากการใช้งานที่มากเกินไปและไม่เหมาะสม ฉะนั้นการใช้งานและการตัดสินใจของ AI ควรเกิดจากความตั้งใจของมนุษย์ หรือมีกลไกให้มนุษย์สามารถแทรกแซงการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น การตัดสินใจที่ผิดพลาด การคุกคามจากผู้ไม่ประสงค์ดี และการนำไปใช้ ในทางที่ผิด ซึ่งรวมถึงการใช้เสมือนเป็นอาวุธ การทำให้เข้าใจผิดหรือให้ข้อมูลที่นำไปสู่การเข้าใจผิด โดยยกตัวอย่างงานวิจัยเนคเทคร่วมกับกรมควบคุมโรค และสภากาชาดไทย พัฒนาเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมชีวมิติ (Biometrics) และการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาโปรแกรมการระบุตัวตน ทั้งรูปแบบการจดจำลายม่านตา (Iris Recognition) และการจดจำใบหน้า (Face Recognition) ให้ระบุตัวตนได้อย่างแม่นยำ ให้กับบุคคลที่ไม่มีเอกสารประจำตัว เช่น ต่างด้าว ชาติพันธุ์ ชนกลุ่มน้อย เพื่อการสาธารณสุขและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การวิจัย ออกแบบและพัฒนา AI อาจใช้ชุดข้อมูลที่อ่อนไหว ชุดข้อมูลที่เป็นความลับ หรือชุดข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งหากถูกเข้าถึงโดยผู้ไม่ประสงค์ดีแล้วก็จะส่งผลถึงความเสียหายต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ จึงควรคำนึงถึงหลักการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเช่นกัน

]]>
เนคเทคเผยศักยภาพ AI ในเวที “Thailand’s Innovation Redefined” https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/th-innovation-redefined.html Fri, 21 Jul 2023 09:14:14 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=33723

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ร่วม Panel Discussion: “AI Revolution: Profits, Progress, and Perils” ในงานประชุม “Thailand’s Innovation Redefined: New S-Curve, AI, and Virtual Banking” ซึ่ง AI ได้กลายเป็นพลังอันทรงพลังในการขับเคลื่อนนวัตกรรม กำหนดรูปแบบชีวิตประจำวัน และกำหนดวิธีการทำงานและปฏิสัมพันธ์ในสังคมใหม่ โดยการประชุมได้เจาะลึกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมของ AI เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566

ดร.ชัย กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กร หน่วยงาน จะต้องยกระดับและเพิ่มพูนทักษะความรู้ด้าน AI ของตนทุกวันนี้ AI นวัตกรรมที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยของมนุษย์ ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและผลประโยชน์ต่างๆ โดยระบบนิเวศของ AI กำลังได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานใกล้เคียงกับที่มนุษย์สามารถทำได้ ในขณะเดียวกัน การพัฒนา AI จำเป็นต้องมีกฎหมาย จริยธรรม และมาตรฐานที่ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความยุติธรรม

ซึ่ง AI สามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ และเพิ่มการพัฒนาความยั่งยืนสำหรับภาคธุรกิจทั้งหมดรวมถึงภาครัฐ ในการนำ AI มาใช้ ประกอยด้วย 3 ด้าน ที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ประโยชน์ ความสะดวกในการจ่ายและต่ออายุ และการกำกับดูแล AI สำหรับแนวทางการกำกับดูแลเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญเพื่อให้มั่นใจถึงความน่าเชื่อถือของ AI ปีที่แล้ว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เริ่มให้บริการ AI Governance Clinic เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานต่างๆ

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำลังร่างกฎระเบียบด้าน AI ซึ่งจะเป็นกรอบที่ควบคุมการพัฒนา AI ในประเทศ โดยล่าสุด สวทช.และ สพธอ.ได้ร่วมกันศึกษาความพร้อมของธุรกิจในการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการดิจิทัล ทีมงานได้ส่งแบบสอบถามไปยังธุรกิจต่างๆ ใน ​​10 ภาคส่วน ครอบคลุม 3,529 บริษัท โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 565 คน การศึกษาพบว่า 15.2% ของธุรกิจได้นำ AI ไปใช้แล้ว 56.7% วางแผนที่จะนำมาใช้ในอนาคต และ 28.2% ไม่มีแผนใดๆ

สำหรับ Panel Discussion: “AI Revolution: Profits, Progress, and Perils” ประกอบด้วยผู้ร่วมเสวนา คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด และดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมอภิปราย

]]>
“OpenThaiGPT” แชทบอท AI ที่พูดภาษาไทยรู้เรื่อง ! สาระจากเสวนา “ความท้าทาย ความเป็นไปได้ และโอกาสของ ChatGPT สัญชาติไทย” https://www.nectec.or.th/news/news-article/openthaigpt.html Sun, 30 Apr 2023 04:36:06 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=32861

บทความ : วลัยลักษณ์ คงพระจันทร์
คลิปสรุปบรรยากาศ : อัครพล กายขุนทด และสุชานันท์ คุ้มมณี

กระแสของฉลาดของ ChatGPT ที่ถามอะไรก็ตอบได้ แต่ยังพูดภาษาไทยไม่ค่อยเคลียร์เท่าไหร่ จึงเกิดการรวมทีม ThaiOpenGPT หวังที่จะสร้าง AI Chatbot สัญชาติไทยที่มากกว่าพูดภาษาไทยรู้เรื่อง แต่วางโรดแมปการพัฒนาให้สอบผ่านโอเน็ตได้ และเปิดเป็น Open Soures ให้ทุกคนใช้ฟรี ไปติดตามเรื่องนี้ พร้อมกันกับสาระจากเสวนา “ความท้าทาย ความเป็นไปได้ และโอกาสของ ChatGPT สัญชาติไทย” โดยเนคเทค สวทช. ร่วมกับ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตร จัดขึ้นเมื่อ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา

บทบาทของเนคเทค สวทช. กับ ChatGPT

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เปิดการเสวนา โดยกล่าวถึง บทบาทของเนคเทค สวทช. กับ ChatGPT “ หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “ช้าไปไหม ?” สำหรับเนคเทคกับ ChatGPT ในฐานะหน่วยงานวิจัยและพัฒนาอาจไม่สามารถขยับตัวไปพร้อมกับกระแสของเทคโนโลยีใด ๆ ได้ในทันที หากต้องศึกษาทิศทาง โอกาสความเป็นไปได้ต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนก่อนลงมือทำ

ดร.ชัย กล่าวต่อไปว่า การพัฒนา AI ของไทย นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ต้องพัฒนาในส่วนอื่นไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ จึงเป็นที่มาของการจัดทำแผนปฏิบัติการด้ารปัญญาประดิษฐ์ฯ ของประเทศขึ้น ซึ่งกว่า 50 ประเทศชั้นนำของโลกได้มีการจัดทำแผนลักษณะนี้แล้ว เพื่อกำหนดทิศทางไปสู่เศรษฐกิจใหม่ด้วย AI ของแต่ละประเทศ สำหรับแผนปฏิบัติ AI ประเทศไทย ประกอบไปด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) เรื่องกฏหมายและจริยธรรม 2) โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI 3) การพัฒนากำลังคน 4) การวิจัยและพัฒนา AI 5) การส่งเสริมการใช้งาน AI

ความคืบหน้าของแผนดังกล่าวในระยะเวลา 6 เดือน ดร.ชัย อธิบายว่า ในยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ปัจจุบัน ThaiSC สวทช. เรามี Supercomputer ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 70 ของโลก ด้วยการมีประสิทธิภาพในการคำนวณสูงถึง 8.1 พันล้านคำสั่งต่อวินาที ที่จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยและพัฒนา AI ที่ต้องอาศัยการคำนวณขั้นสูง อีกทั้งเตรียมเปิดให้บริการ National AI Service Platform เป็น AI Portal & Platform ที่รวมรวบและเชื่อมโยงโซลูชันผลิตภัณฑ์และบริการด้าน AI จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยมี AI for Thai เป็นแพลตฟอร์มหลักอีกด้วย 

นอกจากยังสนับสนุนให้เกิด Medical Data Consortium ขับเคลื่อนให้เกิดการแชร์ข้อมูลด้านการแพทย์เพื่อใช้พัฒนา AI รวมถึงสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนากำลังคนด้าน AI Engineer อย่างต่อเนื่อง

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ : www.ai.in.th

OpenThaiGPT คืออะไร ปัจจุบันก้าวหน้าแค่ไหน ?

ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และ ดร.สุเมธ ยืนยง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า ความสามารถของ ChatGPT เป็นหลักฐานประจักษ์ของความสามารถของ Large Language Model ที่สามารถช่วยให้ชีวิตมนุษย์ทำงานได้ง่ายขึ้น เรามองว่า Large Language Model สามารถขยายความสามารถไปได้อย่างไม่จำกัด หาก Model อย่าง ChatGPT เปิดให้ทุกคนใช้ได้โดยเสรี สามารถนำไปนำไปปรับปรุงต่อ (Finetuning) เพื่อสร้างการใช้งานหรือ Service ใหม่ ๆ จาก AI ย่อมเกิดประโยชน์มหาศาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจจากการปฏิวัติของ AI

อย่างไรก็ตามการสร้าง Large Language Model ที่มีความสามารถอย่าง ChatGPT นั้น ต้องมีการลงทุนอย่างมหาศาล ทั้งจำนวนผู้เชี่ยวชาญ จำนวน Dataset และปริมาณ GPU ที่ใช้ประมวลผล โดยไม่สามารถเกิดได้จากความพยายามของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น โครงการ OpenThaiGPT จึงเกิดขึ้นเพื่อร่วมกันพัฒนาระบบ Chatbot ภาษาไทย ให้มีความสามารถเทียบเท่า ChatGPT อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบภายนอก สามารถดึงข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น ขยายและปรับแต่งได้อย่างง่ายดาย พัฒนาขึ้นเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สฟรีให้ทุกคนนำไปใช้งานได้อย่างเสรี

OpenThaiGPT วางแผนไว้ 3 เวอร์ชันหลัก 

  • OpenthaiGPT 0.0.4 พูดคุย Chat ได้อยู่บ้าง แต่ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ตรงและยังไม่สามารถทำ Few Shot Learning ได้ 
  • OpenthaiGPT 0.1.0 แปลภาษา ไทย-อังกฤษ  ได้และทำ Few Shot Learning ได้บางส่วน สามารถพูดคุย Chat ได้เต็มรูปแบบ
  • OpenthaiGPT 1.0.0 สามารถทำ Few shot learningได้ แปลภาษา  ไทย-อังกฤษ พูดคุย Chat ได้เต็มรูปแบบ 

ดร.ปรัชญา บุญขวัญ หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย (LST) เนคเทค สวทช. กล่าวเสริมว่า OpenThaiGPT 0.1.0-alpha รุ่นนี้มีความสามารถในการตอบคำถามทั่วไป การแปลภาษา การอธิบายขั้นตอน การถอดความ การแปลงหน่วย การเขียนโค้ด และการเรียงลำดับตัวเลข สำหรับประสิทธิภาพในแง่ของพารามิเตอร์ หรือ เปรียบเสมือนเซลล์สมองของโมเดล ในเวอร์ชันปัจจุบันประกอบด้วย 3.74 พันล้านพารามิเตอร์ โดยเวอร์ชันถัดไปในอนาคตจำนวนของพารามิเตอร์จะเพิ่มขึ้นเพื่อปรับปรุงความเข้าใจภาษาและการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

OpenThaiGPT 1.0.0 มีแผนจะเปิดให้ใช้งานช่วงกลางปีนี้ จะเทรนด์ Language Model ใหญ่ขึ้นสู่ 1 หมื่นล้านพารามิเตอร์ และเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของ Language Model จากเดิมที่เป็นการเรียนรู้ไวยากรณ์ระดับตัวอักษร สู่การเรียนรู้ในระดับเศษคำ (Subword) หรือ รากศัพท์ เพื่อให้เป็นภาษาธรรมชาติมากขึ้นโดยใช้ LLAMA Model หนึ่งโมเดลเบื้องหลังของ Open AI อีกด้วย “นอกจากนี้ทีม OpenThaiGPT ยังมองไปถึงการพัฒนา Multimodel ที่ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของภาษา แต่สามารถระบุ Physical Reference ได้” ดร.ปรัชญา อธิบาย

ด้าน คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ CEO Pantip.com เผยว่า ข้อมูลใน Pantip.com เป็นข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะอยู่แล้ว รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสเข้ามาทำให้งานวิจัยสะดวกขึ้น สำหรับเรื่อง ChatGPT ตอนนี้เป็นเรื่องท้าทายมาก เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะมีพฤติกรรมที่ตั้งการ์ดสูง ดังนั้นในเฟสแรก ๆ หากเราสามารถวิจัยและพัฒนาให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ให้สังคมยอมรับได้ การเดินต่อไปข้างหน้าจะง่ายขึ้น

GPT ภาษาไทยวัยอ้อแอ้ ถ้าขาดข้อมูลและซุปเปอร์คอมพิวเตอร์

ดร.ปรัชญา ช่วยอธิบายศัพท์ด้าน AI ให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยกล่าวว่า “Language Model หรือ แบบจำลองภาษา คือ โปรแกรมทายคำ การจะทายให้ถูกต้องให้ AI อ่านหนังสือเยอะ ๆ และเริ่มเรียนรู้ สำนวน วลี ไวยากรณ์ ส่วนพารามิเตอร์ (Paramiter) คือ จำนวนเส้นประสาทในสมอง ซึ่ง OpenThaiGPT มีแผนจะขยายจำนวนขึ้นไปเรื่อย ๆ ThaiGPT จะยิ่งพูดได้เก่งขึ้น” ดังนั้น ข้อมูลมหาศาลและโครงสร้างพื้นฐานที่จะใช้เทรนด์โมเดล AI จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนจาก GPT ที่พูดภาษาไทยแบบอ้อแอ้ ได้เลื่อนชั้นเป็นนักเรียนประถม มัธยมตามลำดับ สำหรับ OpenThaiGPT มี pantip.com บริจาคข้อมูลสำหรับเทรนในโครงการนี้ด้วย ด้าน วันฉัตร ผดุงรัตน์ CEO Pantip.com เผยว่า “ข้อมูลใน Pantip.com เป็นข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะอยู่แล้ว ยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสเข้ามาทำให้งานวิจัยสะดวกขึ้น สำหรับเรื่อง ChatGPT ตอนนี้เป็นเรื่องท้าทายมาก เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะมีพฤติกรรมที่ตั้งการ์ดสูง ดังนั้นในเฟสแรก ๆ หากเราสามารถวิจัยและพัฒนาให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ให้สังคมยอมรับได้ การเดินต่อไปข้างหน้าจะง่ายขึ้น”

ด้าน ดร.วิวรรณ จรีรัตนชาติ หัวหน้าทีมสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (SSD) ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (ThaiSC) กล่าวเสริมว่า การพัฒนา Large Language Model นอกเหนือจากข้อมูลมหาศาลแล้ว Computing Resource ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันการพัฒนาโมเดลขนาดพันล้านพารามิเตอร์ (Paramiter) ต้องใช้ CPU Ram ประมาณ 30 GB ซึ่ง CPU ทั่วไปที่อยู่ตามท้องตลาดจะอยู่ที่ 6-8 GB เป็นเหตุผลว่าทำไมระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Computing: HPC) จึงสำคัญต่อ OpenThaiGPT โดย ThaiSC ได้ติดตั้ง LANTA (ลันตา) ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผล GPU ทั้งหมด 704 การ์ด รุ่น NVIDIA A100 ที่เหมาะสมสำหรับการคำนวณด้าน AI ขั้นสูงและการจำลอง simulation รวมถึงมีเทคนิคที่เรียกว่า Pararel Computing ที่ช่วยในการกระจายข้อมูลและการจัดการเมมโมรี่ของ GPU Card ทำให้เราสามารถเทรนโมเดลขนาดใหญ่มากขึ้น ปริมาณข้อมูลที่มากขึ้น และรวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้

AI จะเก่งกาจขนาดไหน ก็ขาด Trustworthyness ไม่ได้

ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AINRG) เนคเทค สวทช. กล่าวว่า การทำให้ AI มีความเชื่อถือได้ (Trustworthyness) ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศมีการออกคู่มือ วิธีการจัดทำ Trustworthy หรือ AI Ethics อยู่บ้าง สำหรับประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้มีการจัดทำคู่มือหลักการด้านจริยธรรมในการพัฒนา AI หรือ ‘Digital Thailand-AI Ethics Guideline’ ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา

ถัดมาตัวมาตรฐาน ISO ร่วมมือกับ IEC ออกมาตรฐานสากล ชื่อว่า Overview of trustworthiness in artificial intelligence (ISO/IEC TR 24028:2020) ในแง่มุมของการพัฒนาให้ระบบ AI มีความน่าเชื่อถือในหลายประเด็น หากกล่าวในบริบทของการพัฒา ChatGPT จะแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ๆ ได้แก่

1) ความปลอดภัย (Safety) การใช้ ChatGPT มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและ ทรัพย์สินหรือไม่อย่างไร เราต้องมารีวิวร่วมกัน ยกตัวอย่าง หากว่ามีคำถามทางการแพทย์ จะดูแลอย่างไร
2) ความโปร่งใส (Transparency) OpenThaiGPT เรามีความพยายามให้เห็นที่มาที่ไปของข้อมูลและโมเดล โดยสิ่งที่ต้องรายงานถัดไปในอนาคตคือ ข้อมูลคุณภาพ ประสิทธิภาพของโมเดล หรือ ผลิตภัณฑ์
3) ความรับผิดชอบ และ ธรรมมาภิบาล (Responsibility Accountability and Governance) สำหรับโครงการ OpenThaiGPT แม้จะเป็นโครงการในลักษณะอาสาสมัคร แต่เราต้องมีการลงรายละเอียดความรับผิดชอบ เพราะระบบ AI มีการพัฒนาหลายขั้นตอน หากเกิดข้อผิดพลาดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง การที่ระบุให้ชัดเจนว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ใครจะทำให้ผู้รับผิดชอบสามารถเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เกิดการเข้าไปดูแลสถานการณ์ ในลักษณะของ Human Oversight โดยมนุษย์ต้องเพิ่มความแม่นยำปลอดภัยให้กับระบบ AI และเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจ ซึ่ง Human Oversight เป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแล AI ทั่วโลก

ด้านดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ หัวหน้ากลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AINRG) เนคเทค สวทช. กล่าวทิ้งท้ายการเสวนา ความว่า OpenThaiGPT เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของวงการ AI ประเทศไทยที่เราจะเปลี่ยนตัวเองจากเป็นผู้ใช้ที่ดีเป็นผู้สร้างที่ดี การรวมพลังแบบนี้จะทำให้เกิดก้าวแรกของการที่จะสร้าง AI ของไทย ซึ่งที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ทำลักษณะแบบนี้อย่างจริงจังมากนัก อาจจะอยู่ในวงเล็กๆหรืออยู่ในวงวิชาการ โดยความตั้งใจของ OpenThaiGPT ไม่ได้จะพัฒนาแค่กลุ่มเล็ก ๆ แต่ต้องการให้เกิดการรวมกลุ่มกันเพราะงานด้าน AI มีความหลากหลายและท้าทาย ภายใต้จังหวะที่เหมาะสมมากทั้งด้านข้อมูลและทรัพยากร ทั้งข้อมูลขนาดใหญ่จาก Pantip และ การเปิดตัว Supercomputer อย่าง LANTA OpenThaiGPT หวังที่จะสร้าง Chatbot ภาษาไทย ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างจริงจังและเป็นฐาน AI ของประเทศอย่างแท้จริง

]]>