สำนักงานราชบัณฑิตยสภา – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Mon, 15 Sep 2025 09:11:34 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png สำนักงานราชบัณฑิตยสภา – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 เนคเทค สวทช. ร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย 2568 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/royin100th-nationalaisummit.html Fri, 12 Sep 2025 06:20:55 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=41334

เนคเทค สวทช. ร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย 2568 เร่งเดินหน้าตามแผน AI แห่งชาติ เน้นพัฒนากำลังคน ดึงดูดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้งาน AI หวังดันประเทศไทยสู่ผู้นำ AI ในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. ได้เข้าร่วมในการประชุมวิชาการเนื่องในการเฉลิมฉลอง 100 ปีราชบัณฑิตยสภา การประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย 2568 เพื่อการพัฒนาความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย (Thailand National AI Summit 2025: Advancing AI Readiness for Thailand) จัดขึ้นโดย ราชบัณฑิตยสภา ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ที่ได้รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และผู้นำภาคอุตสาหกรรม ร่วมหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับประเด็นในการเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศไทย กับภูมิทัศน์ AI ระดับโลกที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญความท้าทาย และการเปลี่ยนแปลงที่ AI จะมีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทยในมิติต่างๆ

พร้อมตอกย้ำบทบาทของราชบัณฑิตยสภา ในฐานะสถาบันทางวิชาการที่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยมากว่าศตวรรษ และก้าวสู่การเป็นพลังสำคัญในการวางรากฐานความรู้เพื่ออนาคตของประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ในการเสวนาวิชาการภายใต้หัวข้อ “แผนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ” โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ภาคีสมาชิก และประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เป็นประธานดำเนินการเสวนา ดร.ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. ได้นำเสนอภาพรวม “ยุทธศาสตร์การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ” เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการพัฒนาและขับเคลื่อน AI อย่างเป็นระบบ ตามแผนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ.2565-2570) ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการวางกรอบยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ร่วมด้วยการนำเสนอมุมองของนักวิชาการ ในหัวข้อ

  • “ปัญญาประดิษฐ์ กับการเรียนรู้และการศึกษา” โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • “ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย” โดย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย

ต่อเนื่องด้วยการเสวนาภายใต้หัวข้อ “การประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์ในบริบทของประเทศไทย” โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานการเสวนา ซึ่งได้นำเสนอตัวอย่างการใช้ AI ที่สอดคล้องกับบริบทไทย ทั้งทางด้านธุรกิจอุตสาหกรรม ศาสนา กระบวนการยุติธรรม ได้แก่

  • “การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กรภาคธุรกิจขนาดใหญ่” โดย นายโฆษิต สุขสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการประเทศไทย บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
  • “ปัญญาประดิษฐ์ พระพุทธศาสนา กับจริยธรรม” โดย ศาสตราจารย์ ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ภาคีสมาชิก ประเภทวิชาปรัชญา และวิชาอัคฆวิทยา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชชวิทยาลัย
  • “ปัญญาประดิษฐ์ กับกฎหมายไทย” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรพัฒ โชคสุวัฒนสกุล คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แผน AI แห่งชาติกับเป้าหมายสำคัญ ในการส่งเสริมระบบนิเวศการพัฒนา และประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ประเทศไทยได้ประกาศแผนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ.2565-2570) โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนฯ ที่มีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เป็นแกนหลัก ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา AI ในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

1) จริยธรรมและกฎระเบียบ
2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
3) พัฒนากำลังคน
4) การวิจัยพัฒนานวัตกรรม
และ 5) การส่งเสริมการใช้งาน

โดยผลการดำเนินงานในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา เน้นการเตรียมความพร้อมตามยุทธศาสตร์ 3 ด้านแรก อาทิ การเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาธรรมาภิบาล AI (AIGC), การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลขั้นสูงของประเทศ ด้วยศูนย์บริการ Super Computer (ThaiSC), บริการ Nation AI Platform บน GDCC, การจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐาน AI, การส่งเสริมการพัฒนากำลังคน, พัฒนาคลังข้อมูลเพื่อ AI การแพทย์, TPMAP ระบบบริหารจัดการข้อมูลเพื่อชี้เป้าคนจน, การระบุตัวตนด้วย Biometric จัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์คนต่างด้าวเพื่อการบริการด้านสาธารณสุข, Thai Large Language Model แบบจำลองภาษาไทยขนาดใหญ่เปิดให้ใช้งานได้แบบสาธารณะ

การขับเคลื่อนแผนในระยะต่อไป (พ.ศ. 2568 – 2570) ยังคงเน้นการพัฒนากำลังคนในทุกระดับตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับวิชาชีพ การดึงดูดการสงทุน้าโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อประยุกต์ใช้ในภาครัฐ และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ การแพทย์และสุขภาวะ การศึกษา และเกษตรกรรม โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักด้าน AI และมีระบบนิเวศที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ดร.ชัย กล่าวในการบรรยาย

ก้าวสู่ 1 ทศวรรษ ความร่วมมือระหว่างเนคเทค สวทช. และราชบัณฑิตยสภา พัฒนาข้อมูลภาษาไทยในรูปแบบที่เข้าถึงได้
นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เนคเทค สวทช. ได้รับความเชื่อมั่นจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ที่ให้โอกาสทีมวิจัยเนคเทค ได้นำองค์คววามรู้ด้าน AI รวมถึงการประมวลผลภาษาธรรมชาติและความหมาย พัฒนาผลงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตงานวิชาการในรูปแบบที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ และเข้าถึงข้อมูลได้เป็นอย่างดี ได้แก่

1) “ราชบัณฑิตยฯ โมไบล์” แอปพลิเคชันพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2554
2) แอปพลิเคชันอ่านอย่างไรเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
3) แอปพลิเคชันชื่อบ้านนามเมือง
4) ระบบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช 2554 ออนไลน์
5) ระบบศัพท์บัญญัติออนไลน์

และในปี พ.ศ. 2565 ได้มีการลงนามร่วมกันในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มศักยภาพงานตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาเพื่อรองรับ จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และการสืบค้นสำหรับเปิดให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการ นำข้อมูลองค์ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

]]>
เนคเทค สวทช. จับมือ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ร่วมวิจัยพัฒนานำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มศักยภาพสำนักงานฯ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/mou-orst-2022.html Mon, 28 Nov 2022 10:03:12 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30958

พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มศักยภาพงานตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกับสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเพื่อร่วมกันดำเนินงานวิชาการที่มีความก้าวหน้าและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลทางวิชาการของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้โดยสะดวก

ในโอกาสนี้ นายศานติ  ภักดีคำ รองเลขาธิการ รักษาราชการเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา และดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ลงนาม พร้อมด้วย นางนฤมล กรีพร ผู้อำนวยการกองศิลปกรรม และดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ณ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

นายศานติ  ภักดีคำ รองเลขาธิการ รักษาราชการเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า นับแต่ปีพุทธศักราช 2559 จนถึงปัจจุบัน สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้รับความร่วมมือจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ด้วยดีมาโดยตลอดจนทำให้สามารถผลิตงานวิชาการในรูปแบบที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เป็นอย่างดี งานวิชาการดังกล่าว ได้แก่ 

1) แอปพลิเคชันพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2554 
2) แอปพลิเคชันอ่านอย่างไรเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 
3) แอปพลิเคชันชื่อบ้านนามเมือง 
4) ระบบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช 2554 ออนไลน์ 
5) ระบบศัพท์บัญญัติออนไลน์

นอกจากนี้ยังมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลงานวิชาการอื่น ๆ ตามภารกิจของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เช่น งานอักขรานุกรม อนุกรมวิธาน สารานุกรมเพื่อรองรับและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบสำหรับเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการในอนาคต รวมทั้งได้มีการจัดทำระบบสืบค้นเอกสารในหน่วยเก็บถาวรดิจิทัลและระบบบูรณาการเพื่อสร้างงานวิชาการของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาอีกด้วยในโอกาสที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาครบรอบการสถาปนา 100 ปีในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569 สำนักงานราชบัณฑิตยสภาหวังว่าจะสามารถพัฒนางานวิชาการที่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลองค์ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาไปใช้ประโยชน์ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. และสำนักงานราชบัณฑิตยสภา มีความร่วมมือทางวิชาการมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และเป็นที่ทราบกันดีว่าตลอดระยะเวลามากกว่า 90 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการกำหนดมาตรฐานการใช้ภาษาไทย การสร้างองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ อีกทั้งยังได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนางานวิชาการและงานบริการตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นมาเป็นลำดับ

สำหรับเนคเทค สวทช. เรามีนักวิจัยทางด้านการประมวลผลภาษาไม่ต่ำกว่า 40 คน ผลิตผลงานตั้งแต่พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์รุ่นแรก ๆ หรือ LEXiTRON เมื่อ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา จนถึงเครื่องมือประมวลผลภาษาไทยอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่พื้นฐาน เช่น เครื่องมือแบบคำ เครื่องมือวิเคราะห์ไวยากรณ์ เครื่องมือวิเคราะห์คำอ่าน ไปจนถึงเครื่องมือการประมวลผลที่ซับซ้อน และยังคงพัฒนาต่อเนื่องในปัจจุบัน เช่น เครื่องมือแปลภาษา เครื่องมือสังเคราะห์เสียงพูดเป็นข้อความ เครื่องมือถอดความเสียงพูดภาษาไทย เป็นต้น และเนคเทค สวทช. ได้เปิดเผยเครื่องมือเหล่านี้เพื่อให้สังคมได้มีโอกาสทดลองใช้งานอยู่บนเว็บไซต์ AI for Thai 

สิ่งที่เนคเทค สวทช. กำลังทำมาคงไม่สำคัญเท่ากับที่เราได้รับความเชื่อมั่นจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภาที่ให้โอกาสเนคเทค สวทช.ได้พัฒนาผลงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้การพัฒนาระบบฐานข้อมูลศัพท์บัญญัติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภาออนไลน์ ระยะที่ 2 คงไม่จำกัดแค่เรื่องข้อมูลศัพท์บัญญัติเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายมุมมองที่สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปประยุกต์ใช้ เช่น การสืบค้นข้อมูลมหาศาลในพจนานุกรม หรือ การทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงคลังข้อมูลของราชบัณฑิตยสภาได้โดยง่าย รวมถึงการบริหารจัดการภายในสำนักงานให้มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ 

เนคเทค สวทช. หวังอย่างยิ่งว่าจะได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญผลงานวิจัยจากทีมวิจัยด้านภาษาธรรมชาติและความหมายมาช่วยต่อยอดงานของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาให้เกิดเป็นรูปธรรมและสอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของเนคเทค สวทช. ในการเป็นรากฐานสำคัญด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศขั้นสูงให้กับประเทศ ดร.ชัย กล่าวทิ้งท้าย 

]]>