อว. – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Tue, 30 Dec 2025 04:41:13 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png อว. – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 แถลงผลสำเร็จนโยบาย Quick Win อว. : 60 วันแห่งความสำเร็จ ชู 5 ผลงานเด่นเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่ม https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/quickwin-mhesi2025.html Tue, 09 Dec 2025 03:38:58 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42005

“สุรศักดิ์” แถลงผลสำเร็จนโยบาย Quick Win อว. : 60 วันแห่งความสำเร็จ ชู 5 ผลงานเด่น “โดรนคนละครึ่งพลัส – วิทย์พิชิตภัยช่วยน้ำท่วมใต้ – มหาวิทยาลัยสีเขียว – Upskill-Reskill ช่วยคนตกงาน – AI love U เร่งพลังอนาคตไทย” ชี้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าว “Quick Win อว. : 60 วันแห่งความสำเร็จ” โดยมี น.ส.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว., ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัด อว., น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัด อว., ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัด อว., ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช., ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) และผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว. เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้แถลงนโยบายเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง รมว.อว. เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมาว่าจะเร่งดำเนินนโยบาย Quick Win เพื่อให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด จนถึงวันนี้ครบ 2 เดือน หรือ 60 วันพอดี ตนได้ทำตามนโยบาย Quick Win ที่ประกาศไว้เป็นผลสำเร็จ โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มแรก “วิจัยติดดิน กินได้”
    ดำเนินโครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้ได้ประโยชน์ “4 ลด” คือ ลดต้นทุนการผลิต – ลดการใช้แรงงาน – ลดเวลาในการทำงาน – ลดความเสี่ยงสารเคมีต่อสุขภาพ และ “4 เพิ่ม” คือ เพิ่มผลผลิตต่อไร่ – เพิ่มรายได้เกษตรกร – เพิ่มความแม่นยำในการพ่น/หว่าน – เพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกร โครงการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา นำร่องใน 3 จังหวัด คือ พระนครอยุธยา อ่างทอง และปทุมธานี มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 3,300 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 1 แสนไร่
  • กลุ่มที่สอง “วิทย์พิชิตภัย”
    ในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ตนได้สั่งการให้ GISTDA ใช้ดาวเทียม THEOS-1 และ THEOS-2 รวมทั้งเครือข่ายโลก (Disaster Charter) ชี้พิกัดน้ำท่วม-จุดวิกฤต พร้อมกับส่ง “แผนที่นำทางน้ำท่วม” สนับสนุนการกู้ภัยแบบแม่นยำ ขณะเดียวกันให้ สสน. ใช้ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ThaiWater” และโทรมาตร วิเคราะห์/เตือนภัยล่วงหน้า 24–48 ชม. พร้อมจัดตั้ง War Room ชี้เป้าเมืองหาดใหญ่เพื่อติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังใช้ Traffy Fondue รวมคำร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและไม่ให้มีการตกหล่น รวมทั้งใช้ GeoAI ช่วยฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ กู้วิกฤตน้ำท่วม และระดมทีมเทคโนโลยีเข้าช่วยเหลือประชาชน
  • กลุ่มที่สาม “มหาวิทยาลัยสีเขียวสู่ Net Zero ปี 2050”
    ดำเนินโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” นำน้ำมันพืชที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นต้นแบบในการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนจุดรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วในมหาวิทยาลัยนำร่องกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ
  • กลุ่มที่สี่ “Upskill-Reskill ครั้งใหญ่”
    ช่วยผู้ว่างงาน พลิกโฉมแรงงานไทยสู่ตลาดงานยุคใหม่ โดยกระทรวง อว. ได้เปิดหลักสูตรผ่านมหาวิทยาลัย หน่วยวิจัย และแพลตฟอร์มทั่วประเทศ ในสาขาเร่งด่วน อาทิ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์, วิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่, ระบบราง, ดิจิทัล & AI ด้านสุขภาพ เป็นต้น ผ่านหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อช่วยคนตกงานกลับสู่ตลาดแรงงาน โดยในปี 2568 ตั้งเป้าพัฒนาทักษะให้กับแรงงานรวม 543,646 คน
  • กลุ่มที่ห้า “AI love U (เอไอเลิฟยู) เร่งพลังอนาคตไทย Accelerating the Future”
    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้ลงนามประกาศกระทรวง อว. เรื่อง “แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2568” เพื่อยกระดับการศึกษาให้ทันสมัย เป้าหมายคือสร้างบัณฑิตที่ใช้ AI เป็น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. 2568 นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้ AI Chest X-ray ตรวจสุขภาพปอดเชิงรุก ขยายสู่ 300 โรงพยาบาล และโครงการ “AI คนละครึ่ง” ช่วยสนับสนุนค่าใช้บริการ AI ไทย 50% รวมถึงโครงการ Super AI Engineer ที่มีผู้สมัครกว่า 12,000 คน

“AI คืออนาคต และกระทรวง อว. คือสะพานเชื่อมสู่โลกยุคใหม่ แคมเปญ AI love U คือการสร้างคนให้พร้อมกับเศรษฐกิจ AI ตั้งแต่เยาวชน จนถึง SMEs ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวคิด ‘ก้าวสู่อนาคตใหม่’ ด้วยนโยบายที่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ประเทศไทยพร้อมแข่งขันอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

]]>
เนคเทค ร่วมโชว์ผลงานด้านรถไฟฟ้าดัดแปลง ในงานแถลงนโยบาย “อว For EV” https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/mhesi-for-ev.html Fri, 16 Feb 2024 11:20:07 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=36058

เนคเทค ร่วมโชว์ผลงานด้านรถไฟฟ้าดัดแปลง ในงานแถลงนโยบาย “อว For EV”

โดยนำเสนอผลงานจาก NSTDA Startup – ECUTEC และผลงานรถไฟฟ้าดัดแปลงด้วย EV Kit ตามวิธีการแบบ e-Engine จากทีม SMC

16 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุมออดิทอเรียมชั้น 3 อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีกระทรวง อว. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น เนื่องจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ประธานบอร์ดอีวี เล็งเห็นว่ากระทรวง อว. เป็นกระทรวงสําคัญที่จะมาร่วมขับเคลื่อนโยบายในการผลักดันให้ประเทศเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สําคัญอันดับหนึ่งของภูมิภาค และ 10 อันดับแรกของโลก

โดยมีเป้าหมายการผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 คิดเป็นกําลังการผลิตรถยนต์ประมาณ 725,000 คัน และ รถจักรยานยนต์ประมาณ 675,000 คัน เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับประเทศ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แก้ไขความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นโยบาย “อว. For EV” เพื่อผลักดันแแผนงานที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้กระทรวง อว. ประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่

1. EV-HRD การพัฒนาทักษะกําลังคน เพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ การ ออกแบบ การผลิต การพัฒนาซอฟแวร์ และการซ่อมบํารุงยานยนต์ไฟฟ้า สถานีบรรจุไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน มีเป้าหมายในการผลิตกําลังคน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 150,000 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยปี 2567 จะผลิตกําลังคนให้ได้ 5,000 คน

2. EV-Transformation การส่งเสริมให้หน่วยงานภายใต้ อว. ปรับเปลี่ยนมาใช้ยาน ยนต์ไฟฟ้า และ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในสัดส่วนที่สูงขึ้น โดยมีเป้าหมายให้หน่วยงานในสังกัด อว. เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของยานยนต์ที่ใช้งานของหน่วยงานภายในระยะเวลา 5 ปี มุ่งสู่ Green campus ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

3. EV-Innovation การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เพื่อ ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสําคัญ และใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น

]]>