Adaptive Education – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Wed, 12 Mar 2025 05:08:39 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png Adaptive Education – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 สวทช. x สพฐ. x สสวท. x สถ. คิกออฟ สร้าง ‘ครูแกนนำ’ สู่ยุคดิจิทัล ปูทาง AI ในห้องเรียน ด้วย “LEAD Education” https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/lead-education.html Wed, 12 Mar 2025 04:49:22 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=39515

7 มีนาคม 2568 :  ทีมวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และพันธมิตร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชั้นเรียน โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกล่าวเปิดการอบรมในครั้งนี้ พร้อมด้วย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำนวยการ สพฐ. รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา และ รองศาสตราจารย์ ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. ผนึกกำลังพัฒนาบุคลากรด้วย “LEAD Education”

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้มีนโยบายการนำ AI มาช่วยในการเรียนการสอน ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในรูปแบบการนำ AI ไปใช้อย่างรู้เท่าทัน ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ และการพัฒนาให้นักเรียนสร้าง AI ได้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามความถนัด ความสนใจ เรียนดี มีความสุข เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งปัจจุบัน AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม โดยเฉพาะในภาคการศึกษา AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้เรียน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้กระทรวงศึกษาธิการโดย สสวท. สพฐ.ได้ร่วมมือกับกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม โดย เนคเทค ในการพัฒนาหลักสูตรและส่งเสริมการเรียนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชั้นเรียน เพื่อสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

การอบรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างทักษะและความรู้ด้าน AI ให้กับคุณครูจำนวน 1,500 ท่าน จาก 750 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยคุณครูเหล่านี้จะเป็นแกนนำในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปยังนักเรียนกว่า 45,000 คน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนไทยในการเผชิญกับความท้าทายของโลกดิจิทัล รวมทั้งเป็นก้าวสำคัญในการนำวิชาที่ทันสมัยไปใช้ในระบบธนาคารหน่วยกิตและ E-Portfolio ต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายครูที่มีสมรรถนะด้าน AI เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรและสื่อการสอนที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและตลาดแรงงาน ซึ่งจะมีการดำเนินการพิจารณาผลงานในการประกาศเป็นครูแกนนำ LEAD Education: AI และครูแกนนำดีเด่น Elegant LEAD Education: AI เพื่อยกย่องเชิดชูวิชาชีพครู และสร้างขวัญกำลังใจในการพัฒนานักเรียนต่อไป

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. กล่าวว่า การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชั้นเรียน (LEAD Education : AI) ทั้งในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย ภายใต้บันทึกความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการสอนปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในสถาบัน การศึกษา” ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “อว. for AI” ที่มุ่งพัฒนาทักษะและสร้างบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์

โดยการอบรมครั้งนี้ทาง เนคเทค สวทช. ได้นำแพลตฟอร์มติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผลการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทั้งในและนอกห้องเรียน ในชื่อว่า “LEarning analytics for ADaptive Education หรือเรียกสั้น ๆ ว่า LEAD Education” เป็นแพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยให้เกิดการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized learning) โดยแพลตฟอร์มจะติดตามพฤติกรรมและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบเรียลไทม์ และนำผลการประเมินมาแนะนำเนื้อหาที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียนแต่ละบุคคล ทำให้ผู้เรียนพัฒนาความรู้และทักษะได้เต็มศักยภาพ

รองศาสตราจารย์ ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชั้นเรียน ทำให้ครูสามารถนำ AI  มาประยุกต์ใช้ในการสอน นับว่าช่วยเปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วประเทศเข้าถึงการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ สำหรับการออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชั้นเรียนของ สสวท. หลักสูตร AI ในระดับมัธยมต้น: AI เบื้องต้น, Machine Learning, NLP, Generative AI, จริยธรรม AI ระดับมัธยมปลาย: วิวัฒนาการ AI, ปัญหา AI, Supervised Learning, NLP, Computer Vision หลักสูตร AI ระดับมัธยมปลายสามารถเทียบโอนเข้าสู่ระบบ Micro-Credentials และ Credit Bank

การสนับสนุนจาก สสวท. ในครั้งนี้ นอกจากหลักสูตร AI สำหรับการศึกษาขึ้นพื้นฐานหลักสูตรแรกของประเทศแล้ว สสวท. ยังได้จัดทีมวิทยากร 47 คน จากนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย และครูแกนนำ จากทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่คุณครูผู้เข้าร่วมอบรมอย่างเต็มศักยภาพ

ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำนวยการ สพฐ. กล่าวว่า สพฐ. ได้ขับเคลื่อนนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ และเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สพฐ. สสวท. และ สวทช. ที่ลงนามในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นักเรียนจะได้เข้าถึงการเรียนรู้ AI อย่างรู้เท่าทัน “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” ผ่านแพลตฟอร์ม AI-Adaptive และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดไปใช้พัฒนา AI ได้ด้วยตนเอง รวมถึงจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต ผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของครู ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไปพร้อมกับการสร้างความฉลาดรู้ด้าน AI (AI Literacy) เป็นวงกว้าง และสร้างศักยภาพทางการศึกษาสู่มาตรฐานสากลต่อไป

]]>
Adaptive Education Platform : ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ แนะนำเนื้อหาเฉพาะบุคคล https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-software/adaptive-education.html Tue, 24 Sep 2024 09:21:07 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=37703

การศึกษาไม่ได้จํากัดแค่ในห้องเรียน เรียนได้ ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เทรนด์การศึกษาของโลกในปี 2024 เน้นผู้เรียนเป็นหลัก เป็นการเรียนที่ปรับวิธีการเรียนให้ตรงกับรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียน เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีกระบวนการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน การปรับเนื้อหาและรูปแบบให้เข้ากับผู้เรียน จะทำให้การเรียนรู้ทำได้รวดเร็ว เหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถเพื่อที่จะได้พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่

Adaptive Learning

แพลตฟอร์มสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แบบ Adaptive มุ่งพัฒนาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมตามระดับความสามารถ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะแห่งอนาคต ช่วยทำให้ผู้เรียนทุกคนบรรลุเป้าหมายได้ โดยเพิ่มทักษะการลงมือปฏิบัติผ่านเครื่องมือออนไลน์

ในระบบ e-Learning การนำเข้าบทเรียนเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว แต่ที่สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้เรียนได้นั้นยังไม่มี “ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้” ที่พัฒนาจะตอบโจทย์เทรนด์การศึกษา ‘เรียนแล้วติดตาม วิเคราะห์ประเมินผล จบครบในที่เดียว’ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้และนำผลการวิเคราะห์มาแนะนำเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

ระบบติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้และแนะนำเนื้อหาเฉพาะบุคคล เป็นเครื่องมือเพื่อติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้บนเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ เน้นการนำไปใช้กับ e-Learning ซึ่งสามารถนำไปใช้ในแบบอื่น ๆ ได้

ออกแบบเนื้อหาเฉพาะบุคคล

 เทคโนโลยีจะออกมาในลักษณะของ STEM Base บูรณาการความรู้ระหว่าง 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาในปัจจุบัน และเป็นโครงการที่อยู่ในเทรนด์ของโลก การวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ส่วนใหญ่จะนำไปใช้กับ e-Learning ซึ่งในประเทศและต่างประเทศ มีการใช้ e-Learning อย่างแพร่หลาย เช่น Coursera Plus, Conicle, OpenDurian เป็นต้น

ระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันยังมีบางประเด็นที่น่าจะเพิ่มเติมได้ e-Learning ทั่วไป ส่วนใหญ่เนื้อหาจะเป็น PDF, VDO หากต้องการเพิ่มวิชาเฉพาะ เช่น STEM ต้องใช้เนื้อหาในรูปแบบอื่นที่ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น อีกทั้งส่วนที่ยังขาดใน e-learning ปัจจุบันก็คือ เครื่องมือที่ติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างละเอียดมาก ๆ ซึ่งยังไม่มีการนำเครื่องมือติดตามตัวอื่นมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามพฤติกรรมการอ่าน pdf การดู vdo หรือ การใช้งาน simulator แล้วยังเรื่อง coding วิทยาการข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเน้นทักษะการลงมือปฏิบัติก็ยังไม่มี ที่สำคัญยังไม่สนับสนุนให้สร้างเนื้อหาที่มีการติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ได้ แต่เราจะสร้างเครื่องมือ และเปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ สามารถนำเครื่องมือไปใช้ติดตามพฤติกรรมบน e-Learning ที่มีอยู่ได้

โครงสร้างของระบบ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. ส่วนจัดการเนื้อหา Learning Management System, LMS
  2. ส่วนเครื่องมือ Adaptive Education Components, AE
  3. ส่วนโครงสร้างพื้นฐานAdaptive Infrastructure

Learning Management System, LMS ระบบแนะนำเนื้อหาการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียน โดยใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการประเมินศักยภาพการเรียนรายวิชา เพื่อแนะนำเนื้อหาที่สอดคล้องและเหมาะสมสำหรับผู้เรียนเฉพาะบุคคล สำหรับหน่วยงานที่มีระบบการเรียน e-Learning เป็นของตนเอง หน่วยงานสามารถเลือกใช้เครื่องมือตามรูปแบบเนื้อหาที่ต้องการ แยกส่วนการวิเคราะห์ และแสดงผลนั้นได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้ร่วมกันทั้งหมดก็ได้

Adaptive Education Components, AE ระบบติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย เครื่องมือติดตามพฤติกรรม 3 รูปแบบ

  1. เครื่องมือติดตามพฤติกรรมการอ่าน PDF ซึ่งจะวิเคราะห์พฤติกรรมการอ่าน โดยวัดจากความสนใจ ระยะเวลาที่อยู่กับเนื้อหาของผู้เรียน ระบบสามารถบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ผ่านการพลิกหน้า การจดบันทึก การทำไฮไลต์ ขณะที่ผู้เรียน ๆ ผ่าน e-book ระบบจะวิเคราะห์การเรียนรู้จาก PDF และนำมาแสดงผลการติดตาม
  2. Coding Simulator ติดตามพฤติกรรม การเขียนคำสั่งโดยการลากและวาง Block บนบอร์ดจำลองเพื่อดูความเข้าใจ ความถูกต้อง และนำไปวิเคราะห์การและติดตามผู้เรียน
  3. Chatbot ช่วยในส่วนคำถามคำตอบ โดย chatbot จะส่งคำถามให้ผู้เรียนหลายระดับ ถ้าผู้เรียนสามารถตอบคำถามระดับใดได้ดี Chatbot ก็จะคัดเลือกคำถามที่เหมาะสมให้กับผู้เรียน

Adaptive Infrastructure ออกแบบโครงสร้างให้รองรับการเพิ่มเครื่องมือติดตามพฤติกรรม และจะมีการส่งผลการวิเคราะห์ของเครื่องมือนั้นไปที่ Adaptive analytics เพื่อประมวลผลรวม ซึ่งเก็บอยู่บนอยู่บน MECA แพลตฟอร์มคลาวด์เซอร์วิส ปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่

การใช้งาน

  • สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ใช้ Book Roll เครื่องมือในการติดตามการอ่าน PDF
  • เนคเทค ใช้ PDF, Coding Simulator กับหลักสูตรที่อบรมด้านการพัฒนากำลังคน
  • สำนักการศึกษา กทม. ออกแบบร่วมกับเนคเทคในการทำหลักสูตรทุกช่วงชั้น
  • ร่วมกับด้านการแพทย์ ส่งเสริม 3A Learning Platform ในกลุ่มผู้บกพร่องด้านการเรียนรู้

การขยายผล

มีการขยายผลไปสู่หน่วยงานด้านการศึกษา ได้แก่ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และขยายผลการใช้งานในโรงเรียนเขตพื้นที่ EEC

ในการพัฒนาระบบนั้นอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมวิจัยหลายส่วน อาทิ ทีมวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทีมวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย ทีมวิจัยอิเล็กทรอนิกส์และระบบทางชีวการแพทย์ กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ และทีมวิจัยการเข้าใจเสียงและข้อความ งานแพลตฟอร์มบริการและนวัตกรรมอินเทอร์เน็ต ในการเป็นแนวร่วมในการพัฒนา โดยในปี 2567 ผู้พัฒนาได้ส่งมอบ

  • ระบบ Adaptive Education ที่แล้วเสร็จ โดยมีเนื้อหาเบื้องต้นเป็นวิชาวิทยาการคำนวณ ช่วงชั้น ป .4 – ม.4
  • ระบบติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ผ่านเครื่องมือ BookRoll, KidBright Simulator และ Chatbot
  • ส่วนวิเคราะห์การเรียนรู้จากการนำผลการติดตามพฤติกรรมของแต่ละเครื่องมือมาประมวลผลร่วมกัน
  • ระบบแสดงผลการการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
  • นำร่องอบรมการใช้งานระบบให้แก่คุณครูและนักเรียน 600 คน

เปิดให้บริการติดตั้งแพลตฟอร์ม Adaptive Education และ Maintenance แก่หน่วยงานที่ต้องการ (Private service) ติดต่อสอบถามได้ที่ ทีมวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา หรือ info@nectec.or.th

]]>