Agriculture – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Thu, 11 Jun 2026 07:26:30 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png Agriculture – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 Agrivoltaics แชร์พื้นที่ แชร์พลังงาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-hardware-electronics/agrivoltaics.html Thu, 11 Jun 2026 07:26:30 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=43362

วิจัยและพัฒนาโดย กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) 

ในยุคที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวนและค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “Agrivoltaics” (อะกริโวลทาอิกส์) หรือ “Solar Sharing” คือหนึ่งในโซลูชันการทำเกษตรแบบยั่งยืน ด้วยแนวคิดการใช้พื้นที่เดียวกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการใช้พื้นที่ทำการเกษตรร่วมกับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยแผงฯ จะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ให้กับอุปกรณ์สมาร์ทฟาร์ม อุปกรณ์ต่างๆ (หรือขายไฟฟ้า) และปล่อยให้แสงส่วนที่เหลือลอดผ่านมายังพืชด้านล่างได้ ช่วยลดการระเหยของน้ำและสร้างอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเพาะปลูก โดยทั่วไปหากแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่การเกษตรแบบเดิม (Conventional PV) ด้านหลังจะใช้วัสดุทึบแสง ทำให้แสงผ่านไม่ได้เลย ทำให้พืชที่อยู่ด้านล่างแผงได้รับแสงไม่เพียวพอกับความต้องการ ดังนั้น ทีมวิจัยจึงพัฒนา “Colored PV” หรือแผงโซลาร์เซลล์สีแบบกึ่งโปร่งแสง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเพื่อจัดการแสงเงาใต้แผงโซลาร์เซลล์ให้ตอบโจทย์ภาคการเกษตรอย่างแท้จริง

เจาะลึก 3 คุณสมบัติเด่น

  • เลือกช่วงแสงที่พืชต้องการ ปกติพืชจะใช้แสงช่วง สีแดง และ สีน้ำเงิน ในการสังเคราะห์แสงเป็นหลัก เทคโนโลยี Colored PV จะยอมให้แสงในช่วงสีที่จำเป็นลอดผ่านลงไปได้สูงถึง 75% (ในขณะที่แผงทั่วไปแสงผ่านแทบไม่ได้เลย) โดยที่ตัวเซลล์แสงอาทิตย์ในแผงเซลล์ ยังคงดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้ไม่ต่างจากเซลล์แสงอาทิตย์ในแผงฯ ทั่วไป
  • ลดอุณหภูมิ เพิ่มผลผลิต ช่วยลดอุณหภูมิเฉลี่ยใต้แผงลงได้ประมาณ 2 °C เมื่อเทียบกับอุณหภูมิอากาศ โดยอุณหภูมิใต้แผงจะอยู่ที่ประมาณ 30 °C (เทียบกับอุณหภูมิอากาศ 32 °C) และยังยอมให้แสงส่องผ่านได้ ซึ่งช่วยลดความเครียดของพืชที่เกิดจากการโดนแสงแดดโดยตรง ลดการระเหยของน้ำในดิน เป็นการช่วยรักษาความชื้นในดินได้ยาวนานขึ้น
  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ตัวแผงถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ โครงสร้างจึงไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป มีความยืดหยุ่นสูงและสะดวกต่อการติดตั้งในพื้นที่แปลงเกษตรกรรม

ประโยชน์ของระบบ Agrivoltaics แนวคิดในการทำ Solar Sharing

การติดตั้งระบบ Agrivoltaics หรือการทำเกษตรควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ มีข้อเสียและต้นทุนที่สำคัญในด้านเงินลงทุนเริ่มต้นสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ต้องใช้การลงทุนที่สูงกว่า มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของแผงโซลาร์สีที่มีนวัตกรรมเฉพาะทางและโครงสร้างระบบ แต่การลงทุนที่สูงนี้จะถูกชดเชยด้วยความคุ้มค่าในระยะยาว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่อย่างสูงสุด ลดความเสียหายของรายได้จากผลผลิตเกษตรเนื่องจากภัยธรรมชาติ ช่วยลดการระเหยของน้ำใต้แผง และลดความเครียดของพืชจากความร้อนสะสม สร้างรายได้แบบ 2 ทางพร้อมกัน ทั้งจากผลผลิตทางการเกษตรและการประหยัด/ขายไฟฟ้า

ปัจจุบัน นวัตกรรมได้รับการันตีคุณภาพด้วยการคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญา โดยเป็นงานที่ออกแบบและผลิตขึ้นในประเทศไทยจนได้รับใบรับรอง MiT (Made in Thailand) รวมถึงผ่านการรับรองตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อยืนยันถึงคุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้งานจริงในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่รายการบัญชีนวัตกรรมไทย ยิ่งไปกว่านั้น ได้มีการติดตั้ง ใช้งานจริงในพื้นที่ต้นแบบทางการเกษตร เช่น ระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกับพื้นที่การเกษตรที่จังหวัดอุบลราชธานี และที่จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของพืชใต้แผงโซลาร์สีได้อย่างดี

Agrivoltaics จึงไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นที่การเกษตร แต่เป็นการบูรณาการภาคเกษตรและพลังงานสะอาดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว หากประเทศไทยสามารถสร้างระบบนิเวศและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนานี้ได้ Agrivoltaics จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้เกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และมุ่งสู่เป้าหมายเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน 

“หากคุณพร้อมจะเปลี่ยนพื้นที่เกษตรให้เป็นแหล่งพลังงานอัจฉริยะ”

ติดต่อได้ที่

กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) 
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
โทร. 02-564-6900

]]>
การบริหารจัดการน้ำ ด้วย “โคก หนอง นาโมเดล” https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/khoknongna.html Mon, 16 Jan 2017 02:42:23 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=21368 Read more]]>

สื่อการเรียนรู้ชุด “การบริหารจัดการน้ำด้วย โคก หนอง นา โมเดล” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณาการข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เนื้อหาสอดแทรกด้วยสาระและความบันเทิง โดยแบ่งเป็น 8 ตอน ดังนี้

จากศาสตร์พระราชา สู่ โคก หนอง นา โมเดล

โคก หนอง นา โมเดล
โคก หนอง นา โมเดล

“โคก หนอง นา” เป็นโมเดลต้นแบบที่สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติน้อมนำพระราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่การเกษตร ผสมผสานกับภูมิปัญญาพื้นบ้านได้อย่างสอดคล้องกันโดยแบ่งพื้นที่ เป็นสัดส่วน 30 : 30 : 30 : 10 ดังนี้

30% สำหรับแหล่งน้ำ โดยการขุดบ่อทำหนองและคลองไส้ไก่
30% สำหรับทำนา ปลูกข้าว
30% สำหรับทำโคกหรือป่า ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ก็คือปลูกไม้ใช้สอย ไม้กินได้และไม้เศรษฐกิจ เพื่อให้ได้ประโยชน์ คือ
    1. มีกิน คือ มีผัก มีอาหารไว้กิน
    2. มีอยู่ คือ สามารถตัดไม้ไปสร้างบ้าน ทำที่อยู่ได้
    3. มีใช้ คือ มีไว้ใช้สอยในครัวเรือน ใช้เป็นยาและสมุนไพร ใช้เป็นฟืน เป็นเครื่องมือใช้สอยในบ้าน
    4. มีความสมบูรณ์ และความร่มเย็น
10% สำหรับที่อยู่อาศัย และเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ ปลา วัว และควาย เป็นต้น

ทุกอย่างทั้งหมดนี้อยู่รวมกันบูรณาการเป็นวรรณะเกษตร ทางมูลนิธิฯ ได้อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจแนวคิดนี้อย่างง่ายๆ โดยเรียกว่า “โคก หนอง นา”

โคก หนอง นา โมเดล
ปลูกพืช 3 อย่างเพื่อประโยชน์ 4 อย่างบนพื้นที่โคก

การออกแบบพื้นที่ด้วยภูมิสังคม

โคก หนอง นา โมเดล
การออกแบบพื้นที่จะต้องคำนึงถึง “ภูมิสังคม”

ภาวะภูมิสังคม ถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญของการออกแบบพื้นที่ ภูมิ คือ สภาพทางกายภาพ เช่น สภาพดิน นํ้า ลม สังคม คือ วัฒนธรรม ความเชื่อ ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่นั้น ซึ่งในการออกแบบจะให้ความสำคัญกับ “สังคม” มากกว่า “ภูมิ” คือต้องออกแบบตามสังคมและวัฒนธรรมของคนที่อยู่ แม้ว่าภูมิประเทศจะเหมือนกันก็ตาม หากสังคมต่างกันการออกแบบก็จะต่างกันโดยสิ้นเชิง

การกักเก็บน้ำด้วยโคก หนอง นา โมเดล

นํ้าฝนอาจไร้ค่าและอาจสร้างปัญหาในยามที่มีมากเกินไป แต่หากฝนทิ้งช่วง นํ้าเพียงน้อยนิดก็มีคุณค่ามหาศาล ความไม่สมดุลนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการ “เก็บนํ้า” ในตอนนี้จะเล่าถึงวิธีการกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ ซึ่งมี 3 วิธี คือ

1. เก็บน้ำไว้ในหนอง : การขุดหนองจะต้องขุดให้คดโค้ง และมีระดับตื้นลึกแตกต่างกันไปในแต่ละจุด ก่อนขุดต้องมีการคำนวณปริมาตรนํ้าที่สามารถเก็บได้ในหนองเพื่อให้พอใช้งาน
2. เก็บน้ำไว้บนโคก : ทำได้โดยการปลูกป่าและเก็บในระบบรากของต้นไม้ที่ปลูกไว้ 5 ระดับ ได้แก่ ไม้ระดับสูง ไม้ชั้นกลาง ไม้ชั้นเตี้ย ไม้เรี่ยดิน และไม้หัวใต้ดิน ไม้แต่ละระดับควรจะมีอย่างน้อยไม่น้อยกว่า 21 ชนิด เพื่อสร้างความหลากหลายของระบบราก เมื่อฝนตกลงมาระบบรากจะช่วยอุ้มน้ำไว้ในดิน
3. เก็บไว้ในนา : ยกคันนาให้สูงและกว้าง สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง นอกจากนี้เรายังสามารถปลูกพืชผักไว้บนคันนาได้อีกด้วย
โคก หนอง นา โมเดล
การกักเก็บน้ำในรูปแบบต่างๆ

โคก หนอง นา พลิกฟื้นพื้นที่แล้ง

โคก หนอง นา โมเดล
พระอาจารย์สังคม ธนปัญโญ และชาวบ้าน
“ทำอย่างไรพี่น้องเกษตรกรถึงจะสามารถดูแลตัวเองได้ ทำอย่างไรถึงจะพ้นจากความทุกข์ยาก?”

พระอาจารย์สังคม ธนปัญโญ ได้บอกเล่าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชาวบ้านด้วยการนำศาสตร์เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านและพัฒนาชุมชน แม้ในทีแรกจะมีกระแสต่อต้านและมีปัญหาอุปสรรค แต่ด้วยความเชื่อมั่นในศาสตร์และปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ว่าจะทำให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนได้จริงจึงได้ยืนหยัดดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ยังมีตัวแทนพี่น้องเกษตรกรอีกหลายท่าน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้ร่วมพลิกฝื้นพื้นที่แล้งด้วย โคก หนอง นา โมเดล ด้วยความเชื่อมั่นและแรงศรัทธาในหลักปรัชญาของพระราชา ด้วยความหวังที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก อยู่อย่างพอเพียง มีชีวิตที่มั่นคงและมีความสุข

โคก หนอง นา โมเดล
ตัวแทนพี่น้องเกษตรกรร่วมแบ่งปันประสบการณ์การนำ โคก หนอง นา โมเดล มาใ้ช้จริง

โคก หนอง นา “ดารา” โมเดล

บอย-พิษณุ นิ่มสกุล และ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักปรัชญาเกษตรพอเพียง จะพาทุกท่านไปเยี่ยมชมพื้นที่ โคก หนอง นา ของตนเอง ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมทั้งเปิดใจ “เพราะเหตุใดจึงเข้าร่วมโครงการ โคก หนอง นา”

โคก หนอง นา โมเดล
บอย-พิษณุ นิ่มสกุล และ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์

โคก หนอง นา เพื่อการจัดการนํ้าอย่างยั่งยืน

ด้วยพื้นฐานสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกร “โคก หนอง นา โมเดล” ถือเป็นแนวคิดและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตคนไทยที่มีเกษตรกรเป็นฐานรากของสังคม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทางวิชาการต่างๆ ถูกนำมาปรับเป็นคำพูดที่ง่ายต่อการเข้าใจแล้วนำไปสอนและถ่ายทอดแก่ชาวนาเพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้และมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อพื้นฐานชีวิตมีมาตรฐานมีความมั่นคงแล้ว ชีวิตคนไทยจึงจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ติดตามสื่อการเรียนรู้ทางการเกษตรได้ที่
https://www.what2grow.in.th หรือ https://www.facebook.com/what2grow
]]>