Bootcamp LLM – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Fri, 20 Mar 2026 09:06:36 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png Bootcamp LLM – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 ‘อว.’ จุดไฟ AI สัญชาติไทย! ปั้น 24 บิ๊กโปรเจกต์ ThaiLLM ยกระดับงานวิจัยจากหิ้ง สู่ ‘ใช้งานจริง’ เชื่อมข้อมูลระดับประเทศ หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2026bootcamp-llm-final.html Fri, 20 Mar 2026 07:25:56 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42847

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้าฯ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลังสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ประกาศความสำเร็จโครงการ “LLM Research Challenge Thailand 2026” ปั้นบุคลากรไอทีสายพันธุ์ใหม่กว่า 110 ชีวิต พร้อมโชว์ 24 นวัตกรรมต้นแบบจากขุมพลัง AI สัญชาติไทย เตรียมขยายผลสู่บริการสาธารณะ บูรณาการฐานข้อมูลวิจัย NRIIS-TNRR มุ่งเป้า ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยในพิธีมอบรางวัลการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 ว่า โครงการนี้คือกลไกสำคัญภายใต้นโยบาย “อว. for AI” ที่มุ่งหวังเปลี่ยน “งานวิจัยบนหิ้ง” ให้กลายเป็นการ “ใช้งานจริง” ผ่านเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อให้ประชาชนและนักวิจัยเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายและรวดเร็ว

“หัวใจสำคัญคือการสร้างต้นแบบที่ใช้งานได้จริงในหน่วยงาน (Use Case) ซึ่ง กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนการยกระดับ 24 ผลงาน ในวันนี้ให้ก้าวข้ามจากการเป็นแค่ระบบต้นแบบ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการตัดสินใจเชิงนโยบายด้วย AI อย่างแม่นยำและยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระบุว่า วช. ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างเทคโนโลยีและผู้ใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นการนำ LLM ไปเพิ่มประสิทธิภาพระบบสืบค้นและถาม-ตอบอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการใช้งานฐานข้อมูลวิจัยขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นใน Bootcamp ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ผลงานโปรแกรมมิ่ง แต่คือการสร้าง ‘เครือข่ายนักพัฒนา’ ที่เข้มแข็ง ทำให้เห็นการนำ LLM ไปสร้าง Agent อัตโนมัติ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยที่ซับซ้อน ซึ่ง วช. จะผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง NRIIS และ TNRR เพื่อให้ข้อมูลวิจัยเป็นสมบัติที่จับต้องได้สำหรับคนไทยทุกคน” ดร.วิภารัตน์ ระบุ

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. เป็นขุมพลังทางเทคโนโลยี ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นฟันเฟืองด้านนวัตกรรมดิจิทัล (Technology Provider) ที่ช่วยสนับสนุนเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เหล่านักพัฒนาในโครงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI สัญชาติไทยที่สมบูรณ์ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา สวทช. ทีมวิจัย เนคเทค มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องมือ AI ที่มีความเข้าใจบริบทภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น OpenThaiGPT หรือโมเดลเฉพาะทางอื่น ๆ ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จึงไม่ได้มองแค่การพัฒนาโค้ด แต่เรากำลังสร้าง ‘Digital Ecosystem’ ที่เอื้อให้เกิดการนำงานวิจัยไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์และบริการภาครัฐ เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและสร้างอำนาจต่อรองให้ประเทศไทยในเวทีโลก” ศ.ดร.ชูกิจ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผลลัพธ์ที่โดดเด่นของโครงการฯ ประกอบด้วยการพัฒนาบุคลากรด้าน AI และ Big Data กว่า 100 คน และข้อเสนอโครงการใช้งานจริงกว่า 24 รายการ ที่ครอบคลุมทั้งระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจหมุนเวียน และระบบอัจฉริยะช่วยสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรวิจัย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) อย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวง อว. ได้เป็นประธานพิธีมอบรางวัลชนะเลิศผลงานดีเด่นจากการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย โดยทีมที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย

  • รางวัลชนะเลิศ มูลค่า 60,000 บาท ได้แก่ “ทีม B05 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร”

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 40,000 บาท ได้แก่ “ทีม B01 กรมประชาสัมพันธ์”

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 20,000 บาท ได้แก่ “ทีม B12 มหาวิทยาลัยมหิดล งานสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางสุขภาพ ฝ่ายสารสนเทศ สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี”
  • รางวัลพิเศษ NRCT Special Award มูลค่า 10,000 บาท ได้แก่
    • ทีม B18 มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์
    • ทีม B13 มหาวิทยาลัยรังสิต
  • รางวัลขวัญใจกรรมการ มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่
    • ทีม B04 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
    • ทีม B06 บริษัท IDS training
  • รางวัลขวัญใจกรรมการ (ดาวรุ่ง) มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่
    • ทีม B10 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย คณะเทคโนโลยีการจัดการ (สงขลา)
  • รางวัลชมเชย มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่
    • ทีม B07 บริษัท Aircamp
    • ทีม B11 มหาวิทยาลัยบูรพา คณะวิทยาการสารสนเทศ
    • ทีม B14 มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
    • ทีม B15 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
    • ทีม B16 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    •  ทีม B17 มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
    • ทีม B19 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
    • ทีม B20 สถาบันเทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
    • ทีม B21 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
    • ทีม B22 สำนักงานกิจการยุติธรรม
    • ทีม B23 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
    • ทีม B24 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
    • ทีม B25 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
    • ทีม B26 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
    • ทีม B27 สำนักงานศาลปกครอง

]]>
เปิดเวทีพบโค้ช Bootcamp LLM! วช. – เนคเทค ดัน 24 หน่วยงาน สร้าง LLM สัญชาติไทยใช้ได้จริง https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/bootcamp-llm-coaching.html Wed, 25 Feb 2026 08:00:59 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42613

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรม “พบโค้ช” ภายใต้โครงการ “Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 – จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย” ณ อาคาร วช.1 ห้องจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยมีผู้บริหาร นักวิจัย และผู้แทนจาก 24 หน่วยงาน เข้าร่วมพัฒนาผลงานต้นแบบอย่างเข้มข้น

โอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมแสดงความยินดีกับทุกหน่วยงานที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นเครือข่ายพันธมิตรด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยเน้นย้ำว่า การจัด Bootcamp ครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ โดยเฉพาะในยุคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

“ปัจจุบันระบบ ววน. ของประเทศไทยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างองค์ความรู้ใหม่เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์การทำงาน การให้บริการ และการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะ Thai Large Language Model (Thai LLM) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา AI ภาษาไทย” ดร.วิภารัตน์ กล่าวเสริม

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการเข้าค่ายเวิร์กช็อปครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาแนวคิดสู่การลงมือปฏิบัติจริง มีการบรรยายและถ่ายทอดเทคนิคการสร้าง Prompt เพื่อทดสอบประสิทธิภาพระบบ Agent-based AI โดยผู้เชี่ยวชาญจากเนคเทค เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจหลักการออกแบบระบบและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบริบทของหน่วยงานตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นเป็นกิจกรรม “Deep Dive with Coaches” เปิดพื้นที่ให้ทั้ง 24 หน่วยงานแบ่งกลุ่มทำงานเชิงลึก ร่วมออกแบบ ทดสอบ และปรับปรุงต้นแบบร่วมกับทีมโค้ชอย่างใกล้ชิด ก่อนเข้าสู่ช่วง “Agentic Showcase & Pitching” ที่ได้ทำการคัดเลือก 3–5 ทีมที่มีพัฒนาการโดดเด่นนำเสนอผลงาน พร้อมรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาต่อในระยะถัดไป

การจัด Bootcamp ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี AI แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จาก Thai LLM ให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในระดับองค์กรและระดับประเทศ

ทั้งนี้ โครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 กำหนดจัดกิจกรรมรวม 3 ครั้ง โดยกิจกรรมครั้งสุดท้ายในเดือนมีนาคม 2569 จะเป็นเวทีสรุปผลการพัฒนาผลงานของทั้ง 24 หน่วยงาน พร้อมการนำเสนอผลงานรอบ Final Pitching ต่อคณะกรรมการ เพื่อคัดเลือกทีมที่มีผลงานโดดเด่นทั้งด้านนวัตกรรม การประยุกต์ใช้จริง และศักยภาพการขยายผล และยังมีการมอบโล่รางวัลแก่หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย

]]>
เนคเทค สวทช. x วช. จัด Bootcamp ติวเข้ม 24 หน่วยงาน ปั้น ‘LLM สัญชาติไทย’ จุดไฟนวัตกรรมสืบค้นอัจฉริยะ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/nectec-nrct-bootcampllm2026.html Mon, 26 Jan 2026 03:28:29 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42222

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรม Bootcamp: พัฒนาระบบสืบค้นด้วย LLM สัญชาติไทย ระหว่างวันที่ 23–25 มกราคม 2569 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรจาก 24 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้สามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยสำหรับงานสืบค้นเอกสารและองค์ความรู้ขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการ วช. ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม กล่าวว่า วช. จัดทำฐานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมของประเทศ เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการ บริหารจัดการ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมในภาพรวมของประเทศ รวมถึงให้เกิดความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างทุกภาคส่วนในระบบวิจัย วช. จึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ภาษาไทย มาใช้ในการยกระดับระบบสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ เนื่องจากภาษาไทยมีโครงสร้างและบริบทเฉพาะ การมีโมเดลภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ระบบ AI สามารถเข้าใจและประมวลผลข้อมูลได้อย่างแม่นยำ ลึกซึ้ง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ

ด้าน ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทคในฐานะหน่วยงานวิจัยและพัฒนาฐานรากเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศ มุ่งผลักดันการนำผลงานวิจัยด้าน AI ภาษาไทยสู่การใช้งานจริงในหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ กิจกรรม Bootcamp ครั้งนี้เป็นการขยายผลจาก “โครงการพัฒนาระบบสืบค้นและถาม–ตอบ ข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยใช้โมเดลภาษาไทยขนาดใหญ่” ซึ่งดำเนินการโดย เนคเทค สวทช. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน AI และ Big Data สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลคุณภาพสูงระหว่างหน่วยงานวิจัย นำไปสู่ระบบสืบค้นองค์ความรู้วิจัยที่ค้นง่าย หาเจอ และเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยของประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีหน่วยงานผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม Bootcamp จำนวน 24 หน่วยงาน จำนวนกว่า 100 คน จากผู้สมัคร 31 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา

กิจกรรม Bootcamp ดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย” มุ่งสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ภาษาไทย เพื่อรองรับการใช้งานจริงในหน่วยงานภาครัฐและภาควิชาการ โดยตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านการบรรยายควบคู่กับการทำเวิร์กช็อปอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การเตรียมและประมวลผลข้อมูลเอกสารภาษาไทย การทำ OCR และ Text Cleaning การสร้างระบบ RAG ขั้นพื้นฐานและขั้นสูง การประยุกต์ใช้เทคนิค Hybrid Search, Re-ranking และ Conversation Memory ไปจนถึงการออกแบบ AI Agents สำหรับงานเอกสารและ Workflow อัตโนมัติ โดยใช้แพลตฟอร์ม LLM สัญชาติไทย เป็นแกนหลักของการพัฒนา

นอกจากนี้ ในวันสุดท้ายของกิจกรรมผู้เข้าร่วมจากทั้ง 24 หน่วยงานจะได้นำเสนอ Use Case และต้นแบบระบบสืบค้นที่พัฒนาจากข้อมูลจริงของแต่ละหน่วยงาน พร้อมรับข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในองค์กรของตนเอง

กิจกรรม Bootcamp ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง วช. เนคเทค สวทช. และ หน่วยงานพันธมิตรในการผลักดัน AI ภาษาไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์ความรู้ และขับเคลื่อนระบบวิจัยของประเทศ

]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมกับ วช. คิกออฟโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/bootcamp-llm2026.html Tue, 11 Nov 2025 08:14:35 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=41568

(วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568) ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรมสัมมนาภายใต้โครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 “จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย” เพื่อปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาโมเดลภาษาไทยขนาดใหญ่ (Large Language Model – LLM) ที่ตอบโจทย์การวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช. กล่าวว่า วช. ในฐานะผู้จัดทำฐานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมของประเทศ เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการ บริหารจัดการ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมในภาพรวมของประเทศ รวมถึงให้เกิดความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างทุกภาคส่วนในระบบวิจัย และเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ภาษาไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับเทคโนโลยี AI ของประเทศ เนื่องจากภาษาไทยมีโครงสร้างและบริบทเฉพาะตัวที่แตกต่างจากภาษาอื่น การมีโมเดลภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ระบบ AI สามารถเข้าใจและประมวลผลข้อมูลภาษาไทยได้แม่นยำและลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการใช้งานในภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และงานวิจัย

ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรามีความพยายามทำให้เกิดการใช้งาน AI อย่างถูกต้องและเท่าทัน นำไปสู่การจัดทำ “ยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ” ของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2565 โดยมีเป้าหมายเพื่อวางทิศทางการพัฒนาและการสร้าง AI Ecosystem อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเนคเทคก็มุ่งผลักดันการสร้างเทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ได้อย่างเหมาะสม ขอขอบคุณ วช. ที่เห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยี AI มาสนับสนุนงานวิจัย เนื่องจาก วช. เป็นหน่วยงานที่มีฐานข้อมูลงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ การร่วมมือกันระหว่างเนคเทคและ วช. ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเชื่อมโยง LLM เข้ากับงานวิจัยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลวิจัยและนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางในหลายภาคส่วน

ภายในงานประกอบด้วยการเสวนาหัวข้อ “Thai LLM ในภาครัฐ การศึกษา และอุตสาหกรรม” โดย

  • คุณณัฏฐา พาชัยยุทธ  ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร.
  • ผศ.ดร.เอกพล ช่วงสุวนิช อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์ฯ
  • ดร.ทุตานนท์ สินธุประสิทธิ์   Head of Research & Development, SCBX

พร้อมการแนะนำโครงการ “Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026” โดย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ   นักวิจัยอาวุโส หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบสืบค้นและถามตอบข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม โดยใช้โมเดลจำลองภาษาไทยขนาดใหญ่ ระยะที่ 2 เนคเทค สวทช. และ  นางสาวนิรมล ประทีปะจิตติ นักวิชาการและผู้จัดการโครงการ เนคเทค สวทช.

ต่อเนื่องด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “สร้าง AI Agent ด้วย RAG – การบูรณาการข้อมูลอย่างชาญฉลาด” โดยทีมวิจัยการยกระดับปัญญาประดิษฐ์ (AIM) นำโดย ดร.ศราวุธ คงยัง เพื่อพัฒนาทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LLM ในงานจริง พร้อมการทดสอบและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม

กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความสำเร็จ จาก “โครงการพัฒนาระบบสืบค้นและถามตอบข้อมูลวิจัยด้วยโมเดลภาษาไทยขนาดใหญ่” ในปีแรกสู่การดำเนินงานปีที่สอง ภายใต้การดำเนินงานโดยเนคเทค มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือและยกระดับทักษะบุคลากรด้าน AI และ Big Data ให้สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริงในงานของหน่วยงานต่าง ๆ โดยโครงการฯ มุ่งเป้าเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงฐานข้อมูล องค์ความรู้ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ผ่านผลงานพัฒนานวัตกรรมจากบุคลากรในหน่วยงาน สามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอดผลงานให้กับหน่วยงานของตนเอง

ทั้งนี้ วช. และ เนคเทค จะเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและสนับสนุนการพัฒนาผลงานอย่างใกล้ชิด  เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก LLM ภาษาไทยอย่างกว้างขวาง พัฒนาทักษะบุคลากรด้านไอที ในระดับ AI-Engineer ภายใต้โครงการไม่น้อยกว่า 100 คน เพื่อเป็นขุมพลังสำคัญและสร้างระบบนิเวศ AI ของประเทศที่ยั่งยืน

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่อเนื่องของโครงการ ได้ที่ https://www.ai.in.th/bootcamp-llm2026/

]]>