Hackathon – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Fri, 19 Jan 2024 07:36:58 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png Hackathon – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 ทีม SAI เนคเทค คว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขัน Brain Hackathon Competition https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/sai-award-140124.html Tue, 02 Jan 2024 07:33:19 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=35104

ขอแสดงความยินดีกับทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) กลุ่มวิจัยวิทยาการข้อมูลและการวิเคราะห์ (DSARG) ที่คว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขัน Brain Hackathon Competition จำนวน 2 รางวัล ดังนี้

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดโปสเตอร์ ภายในโครงการ Brain Hackathon จากผลงาน ‘Identifying Mild Cognitive Impairment Using Network Analysis On Time-Series of Electroencephalogram (EEG)’ โดย          นายจตุพงศ์ อบอุ่น (ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ทีมวิจัย SAI, กลุ่มวิจัย DSARG, NECTEC) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566

รางวัล Outstanding Award (Academic Track) จากผลงาน “A neuromarker for Mild Cognitive Impairment on attention task using EEG between-region routing efficiency” ในงาน Coding ERA ชั้น 1 Central Plaza Grand Rama 9 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2567

สมาชิกในทีมประกอบด้วย

    • นาย จตุพงศ์ อบอุ่น (ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ทีมวิจัย SAI, กลุ่มวิจัย DSARG, NECTEC)
    • นาย ปิยนนท์ เจริญพูนพาณิชย์ (ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ทีมวิจัย SAI, กลุ่มวิจัย DSARG, NECTEC)
    • นางสาว จิตณัฏฐา โธนบุตร (3rd year student, KMITL)

พี่เลี้ยง / ที่ปรึกษา

    • ดร.ชัยณรงค์ อมรบัญชรเวช นักวิจัย สังกัดทีมวิจัย SAI, กลุ่มวิจัย DSARG, NECTEC
    • ดร.อิทธิ ฉัตรนันทเวช หัวหน้าทีมวิจัย สังกัดทีมวิจัย NAI, กลุ่มวิจัย NCAS, NANOTEC
    • ผศ.ดร.ศิรวัจน์ อิทธิภูริพัฒน์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและวัตนกรรมประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

โครงการ “Brain Hackathon” หรือ โครงการจัดกิจกรรมการแข่งขันและเตรียมความพร้อมบุคลากรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพการเขียนโปรแกรมในเยาวชนและบุคคลากรจากสหสาขา ผ่านประสบการณ์จริงในการรังสรรค์นวัตกรรมด้านประสาทวิทยาการคำนวณเพื่อตอบโจทย์วิจัยและอุตสาหกรรม และ สร้างกลไกการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพอย่างเร่งด่วนและยั่งยืนได้ถูกจัดทำขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนากระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ความสามารถในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และวิทยาการคำนวณ รวมถึงความรู้ทางด้านประสาทศาสตร์ ให้แก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีศักยภาพและความรู้ความสามารถมากพอที่จะนำสิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการวิจัยในครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและการทำงานในชีวิตจริงต่อไป

]]>
เผยผลงานสุดสร้างสรรค์ ของสุดยอดนวัตกรน้อยในเขตพื้นที่ EEC คว้ารางวัลเวที “ออกแบบอย่างใจคิดพิชิตอุตุน้อย Hackathon” (UtuNoi Hackathon) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/utunoi-hkt-2022-award.html Sun, 12 Jun 2022 16:59:26 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26837

12 มิถุนายน 2565 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดงานประกาศผล และพิธีมอบรางวัลการแข่งขัน “ออกแบบอย่างใจคิดพิชิตอุตุน้อย Hackathon” (UtuNoi Hackathon) เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ฝึกทักษะการออกแบบนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ครู อาจารย์ และเยาวชนระดับมัธยมศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หวังสร้างชุมชนนักประดิษฐ์ด้วยวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Community Data Science) เตรียมพร้อมพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สายงานพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงที่มาของการจัดกิจกรรม ซึ่งสวทช. ได้ร่วมดำเนินโครงการพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ครูและเยาวชน ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ได้จัดอบรมและกิจกรรมแข่งขัน ในรูปแบบออนไลน์ (Online) ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 400 โรงเรียน ในหัวข้อต่าง ๆ ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ การโค้ดดิ้ง (Coding), ระบบสมองกลฝังตัว (Embedded system), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) และในครั้งนี้ได้ได้จัดกิจกรรม ณ สถานที่จริง ให้กับคุณครู และนักเรียน ได้มีโอกาสมาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิจัย ได้มาใช้เครื่องมือในโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication lab หรือ FabLab) ในการใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติและการตัดด้วยเลเซอร์ (3D-Printing & Laser cutting)  เพื่อออกแบบพัฒนาผลงานสถานีวัดอากาศอุตุน้อย นำไปใช้ประโยชน์ในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง รวมถึงการขยายผลต่อยอดเป็นชุดสื่อการเรียนการสอน เป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ โดยความสำคัญของกิจกรรมนี้น้อง ๆ จะได้ฝึกทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี การคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking  ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมไปถึงทักษะการโค้ดดิ้ง และสเต็ม ตามที่สพฐ. ให้ความสำคัญ

คุณธัญรัตน์ อินทร รองเลขาธิการสายงานเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้กล่าวถึงบทบาทของ EEC ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดการลงทุนในนวัตกรรมขั้นสูงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านนวัตกรรมเพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นับเป็นภารกิจที่ EEC ให้ความสำคัญ ทั้งด้านการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ ซึ่งโครงการพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ครูและเยาวชน ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ EEC ร่วมดำเนินงานกับสวทช. มาอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนกิจกรรมด้านการพัฒนากำลังคนด้านอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมดิจิทัล ได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ นั่นก็คือ KidBright และอุปกรณ์ใน Fab Lab ผ่านการคิด วางแผน ออกแบบ และลงมือทำด้วยตนเอง ทั้งนี้ ในเขตพื้นที่ EEC มีนิคมอตุสาหกรรมต่างๆ Automation Park ที่เป็นตัวอย่างของนวัตกรรม พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชนทางด้านเทคโนโลยี ในการพัฒนาทักษะความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศสู่อุตสาหกรรม 4.0

ดร.โชติมา หนูพริก ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. กล่าวว่า สพฐ. พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับเนคเทค สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ในการสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการคิด พัฒนาความรู้ และได้รับประสบการณ์ที่นอกเหนือจากการเรียนรู้ภายในห้องเรียน โดยกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง เชื่อว่าผู้เรียนจะสามารถต่อยอดไปสู่การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ และในอนาคตอาจมีแผนการขยายผลโครงการฯ ไปยังโรงเรียนในพื้นที่อื่น หรือพื้นที่ห่างไกล ที่มีเพชรเม็ดงามที่ต้องการการเจียระไนให้เป็นนักพัฒนา เป็นนวัตกรน้อยสำหรับเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมภายในประเทศต่อไป

36 ชั่วโมงสุดเข้มข้นของ UtuNoi Hackathon

การแข่งขัน“การออกแบบอย่างใจ คิดพิชิตอุตุน้อย Hackathon”(UtuNoi Hackathon) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2565  เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คุณครู และนักเรียน ได้ร่วมกันนำเสนอไอเดียอย่างสร้างสรรค์ ออกแบบพัฒนาสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ หรืออุตุน้อย โดยเปิดรับสมัครครู และนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ. ฉะเชิงเทรา จ. ชลบุรี และจ.ระยอง ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม 2565 มีทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาแข่งขันในรอบนี้ทั้งสิ้น 15 ทีม จาก 12 โรงเรียน จำนวน 74 คน แต่ละทีมจะประกอบด้วยครู 2 คน และนักเรียน 3 คน ซึ่งหัวหน้าทีมจะต้องเป็นครูที่ผ่านการอบรมในหัวข้อ “KidBright อุตุน้อย” นอกจากนี้ทุกทีมจะได้รับการอบรมออนไลน์ปรับพื้นฐานความรู้ และเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม ในเวทีการแข่งขันแต่ละทีมจะต้องออกแบบ พัฒนาเชื่อมต่อบอร์ด KidBright ร่วมกับเซนเซอร์ภายนอกสำหรับตรวจวัดสภาพอากาศ จากโจทย์การแข่งขัน  3 ประเภท ได้แก่ เซนเซอร์วัดความเร็วลม เซนเซอร์วัดทิศทางลม และเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน โดยเริ่มต้นจากออกแบบโครงสร้าง Sensor ขึ้นรูปชุดอุปกรณ์วัด และออกแบบวงจรไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกัน ด้วยเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ภายในห้อง Fab Lab สร้างเป็นสถานีอุตุน้อยในการวัดค่าสภาพอากาศ ภายในระยะเวลา 36 ชั่วโมง จนได้เป็นต้นแบบของเซนเซอร์ที่สามารถนำไปเผยแพร่ให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ที่อยากพัฒนาสถานีอุตุน้อยเองร่วมกับบอร์ด KidBright ที่โรงเรียนมีอยู่ และการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมการส่งข้อมูล สภาพอากาศไว้บน UtuNoi PLAYGROUND และคาดหวังว่าในปีหน้า จะขยายผลส่งเสริมการเรียนปัญญาประดิษฐ์ในโรงเรียน (KidBright AI) ให้กับโรงเรียนที่นำร่องไปแล้วเกือบ 400 โรงเรียน

ผลการคัดเลือกทีมที่สามารถคว้ารางวัล “ออกแบบอย่างใจคิดพิชิต อุตุน้อย Hackathon” ในแต่ละประเภท

ผลงานสถานีอุตุน้อย ประเภทเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน ได้รับทุนการศึกษา มูลค่า 20,000 บาท
ทีมจากโรงเรียนแกลง “วิทยาสถาวร”  จังหวัดระยอง

อาจารย์ที่ปรึกษา
1. นายเอกรัฐ เอมเจริญ
2. นางสาวประภาพร ปลายเนิน

ทีมนักเรียนผู้พัฒนา
1. นายณภัทร ศิริจันทร์
2. นางสาวมานิศา กล้าหาญ
3. นางสาวธีรนาฎ เพ็ชรฉกรรจ์

รายละเอียดผลงาน: ออกแบบและสร้างเครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝน อย่างง่ายโดยเป็นความถูกต้องแม่นยํา ประหยัดงบประมาณง่ายต่อการใช้งาน เพื่อนําไปใช้ในการพยากรณ์ ป้องกันภัยพิบัติ หลักการทำงาน น้ำไหลหยดลงไปยังคานกระดก คานกระดกหนึ่งครั้งส่งสัญญานไปยังลีดสวิตซ์  1 ครั้ง น้ำ ถ้าลีดด์ผ่านสวิตซ์ เป็นวงจรปิด ถ้าลีดด์ไม่ผ่านสวิตซ์ เป็นวงจรเปิด

ผลงานสถานีอุตุน้อย ประเภทเซนเซอร์วัดความเร็วลม ได้รับทุนการศึกษา มูลค่า 20,000 บาท
ทีมจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา  

อาจารย์ที่ปรึกษา
1. นายสุทธิพงษ์ สุขสร้อย
2. นายรติ พิพัฒน์ศรี

ทีมนักเรียนผู้พัฒนา
1. นางสาวณัฏฐาณิชา จิราพรพิสิฐ
2. นางสาวพนิตนันท์ พานิชนันโท
3. นายไตรวิชญ์ จันทร์งาม

รายละเอียดผลงาน : เมื่อลมพัด จะทำให้แขนของเครื่องพัดตามความเร็วลมแบบแปรผันตรงกัน หากลมพัดเร็วขึ้นแขนก็จะหมุนเร็วขึ้น จากนั้นจะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังบอร์ด KidBright บอร์ดจะทําการคํานวณค่าความเร็วลมตามที่เขียนโค้ดวงจร การทำงานของเครื่องวัดความเร็วลมมีตัว REED SWITCH เป็นหลอดแก้วผนึกกั้นอากาศมีขั้วไฟฟ้าที่ปลายทั้งสองด้าน ด้านในต่อกับก้านหน้าสัมผัสขนาดเล็ก ที่ทำจากโลหะสารแม่เหล็ก เมื่อใบพัดของเครื่องวัดความเร็วลมที่ ติดแม่เหล็กเคลื่อนที่ ทำให้สนามแม่เหล็กในบริเวณสัมผัสกันทำให้เกิดสัญญาณ PULSE  และส่งสัญญาณไปยังบอร์ด KidBright เพื่อประมวลต่อไป  

ผลงานสถานีอุตุน้อย ประเภทเซนเซอร์วัดทิศทางลม ได้รับทุนการศึกษา มูลค่า 20,000 บาท
ทีมจากโรงเรียนชลกันยานุกูล จังหวัดชลบุรี

อาจารย์ที่ปรึกษา
1. นายณัฐ กาญจนศิริ
2. นายอุภัยภัทร บุญเพ็ง

ทีมนักเรียนผู้พัฒนา
1. นางสาวธิษณาพัชญ์ อุมา
2. นางสาวปภาวรินทร์ ลาภอนันต์
3. นางสางศศิชา อากาศอำนวย

รายละเอียดผลงาน : ใช้หลักการต้านทานอากาศเมื่อมีอากาศไหลผ่านอุปกรณ์ สามารถวัดทิศทางลมในทิศทางทำมุมกับเครื่องวัด แรงลมจะผลักให้หางหมุนรอบแกนหมุนจนกว่าจะมีทิศทางขนานกับลม ภายในวงจรจะมีลีดด์สวิตซ์ทำงานเมื่อมีแม่เหล็กเข้ามาใกล้โดยแต่ละตัวจะมีการต่อตัวต้านทานจะทำให้รู้ว่าลูกศรชี้ไปในทิศทางใด

]]>
เริ่มแล้ว! 36 ชั่วโมงสุดเข้มข้น กับการแข่งขัน “ออกแบบอย่างใจคิด พิชิตอุตุน้อย Hackathon” ฝึกทักษะคิดสร้างสรรค์ ปั้นนวัตกรน้อยในเขตพื้นที่ EEC ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/utunoi-hkt-2022.html Fri, 10 Jun 2022 16:08:12 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26783

10 มิถุนายน 2565: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการแข่งขัน “การออกแบบอย่างใจคิด พิชิตอุตุน้อย Hackathon” (UtuNoi Hackathon) ในระหว่างวันที่ 10 – 12 มิถุนายน 2565 เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ฝึกทักษะการออกแบบนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ครู อาจารย์ และเยาวชนระดับมัธยมศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เตรียมพร้อมการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ก้าวสู่ประเทศไทย 4.0

สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันฯ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. สายงานพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.โชติมา หนูพริก ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ได้กล่าวถึงบทบาทของหน่วยงานในการสนับสนุนกิจกรรม และกล่าวเปิดการแข่งขัน ร่วมด้วย ทีมงานจากเนคเทค สวทช. นำโดย ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการ ดร.เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (EDT) คณะนักวิจัย ทีมงานพัฒนากําลังคนด้านอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ (HRDS) เข้าร่วมกิจกรรม ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. จ.ปทุมธานี

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวถึงที่มาของการจัดกิจกรรม ซึ่งสวทช. ได้ร่วมดำเนินโครงการพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ครูและเยาวชน ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ได้จัดอบรมและกิจกรรมประกวดแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ (Online) ให้แก่ครู อาจารย์ และนักเรียนในพื้นที่ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 400 โรงเรียน ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การโค้ดดิ้ง (Coding), ระบบสมองกลฝังตัว (Embedded system), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT), วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data science) การใช้งานการพิมพ์ 3 มิติและการตัดด้วยเลเซอร์ (3D-Printing & Laser cutting) และในครั้งนี้ได้มีโอกาสได้จัดกิจกรรม ณ สถานที่จริง ให้กับคุณครู และนักเรียน สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ EEC ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับนักวิจัย ได้ใช้เครื่องมือในโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication lab หรือ FabLab) ในการพัฒนาผลงานตามที่ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมได้ส่งข้อเสนอโครงการเข้าร่วมในการคัดเลือกรอบแรก โดยน้อง ๆ จะได้ฝึกทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะการคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking  ตามโจทย์การแข่งขัน “ออกแบบอย่างใจคิด พิชิตอุตุน้อย Hackathon” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมไปถึงทักษะการโค้ดดิ้งและสเต็ม ที่สพฐ.ให้ความสำคัญ ซึ่งทุกโครงการเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ของน้อง ๆ เยาวชนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ต้องการเรียนรู้ พัฒนาผลงาน เพื่อนำสถานีวัดอากาศอุตุน้อยไปใช้ประโยชน์ในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง เช่น Smart Farm, การท่องเที่ยว, ป้องกันภัยพิบัติ รวมถึงนำไปพัฒนาเป็นชุดสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น

ดร.โชติมา หนูพริก ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. กล่าวว่า สพฐ.พร้อมสนับสนุนและทำงานร่วมกับเนคเทค สวทช. ในการสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการคิด เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง โดยเชื่อว่าผู้เรียนจะสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ ในอนาคตอาจมีการขยายผลโครงการฯไปยังโรงเรียนในพื้นที่อื่น หรือ พื้นที่ห่างไกลที่มีเพชรเม็ดงามที่ต้องการการเจียระไน และขอส่งกำลังใจให้กับทุกท่านที่ร่วมแข่งขันเชื่อว่าทุกคนจะทำอย่างเต็มความสามารถใน 36 ชั่วโมงนับจากนี้

กิจกรรมการแข่งขัน “การออกแบบอย่างใจคิด พิชิตอุตุน้อย Hackathon” (UtuNoi Hackathon) เปิดรับสมัครครู และนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ. ฉะเชิงเทรา จ. ชลบุรี และจ.ระยอง ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม 2565 โดยมีทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาแข่งขันในรอบนี้ทั้งสิ้น 15 ทีม จาก 12 โรงเรียน จำนวน 74 คน แต่ละทีมจะประกอบด้วยครู 2 คน และนักเรียน 3 คน ซึ่งหัวหน้าทีมจะต้องเป็นครูที่ผ่านการอบรมในหัวข้อ “KidBright อุตุน้อย” นอกจากนี้ทุกทีมจะได้รับการอบรมออนไลน์ให้ความรู้ ปรับพื้นฐาน และเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม ในเวทีการแข่งขันแต่ละทีมจะต้องออกแบบ พัฒนาเชื่อมต่อบอร์ด KidBright กับเซนเซอร์ภายนอกสำหรับตรวจวัดสภาพอากาศ เช่น วัดความเร็วลม วัดทิศทางลม หรือวัดปริมาณน้ำฝน (ตามโจทย์ที่จะได้รับก่อนการแข่งขัน) โดยใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ภายในห้อง Fab Lab เพื่อสร้างเป็นสถานีอุตุน้อยในการวัดค่าสภาพอากาศ รวมทั้งการเก็บข้อมูล ส่งข้อมูลไปยังระบบคลาวด์คอมพิวเตอร์ประมวลผล และแสดงผลให้ได้ภายในระยะเวลา 36 ชั่วโมง เพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 60,000 บาท โดยเป็นรางวัลสำหรับผู้พัฒนาเครื่องมือวัดความเร็วลม ผู้พัฒนาเครื่องมือวัดทิศทางลม และผู้พัฒนาเครื่องมือวัดปริมาณน้ําฝน ประเภทละ 20,000 บาท

]]>
ส่องโมเดล ! ‘ปั้นคนอาชีวะ’ เสิร์ฟอุตสาหกรรมใน EEC ด้วยหลักสูตรไอโอทีพร้อมเวทีฝึกฝีมือแบบมาราธอน https://www.nectec.or.th/news/news-article/iot-hkt-2022.html Wed, 27 Apr 2022 10:07:48 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=25630

บทความ | วลัยลักษณ์ คงพระจันทร์ 

“การสร้างกำลังคนภาคอุตสาหกรรม” เป็นโจทย์สำคัญที่อีอีซี (EEC) หรือ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มุ่งพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุนของอุตสากรรมเป้าหมาย (S-Curve) ที่มีความต้องการบุคลากรกว่า 5 แสนคนในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนกลุ่มอาชีวศึกษา ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องได้รับการอัปสกิล พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ให้เท่าทันเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมี EECi หรือ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 

EECi x SMC ขับเคลื่อนนวัตกรรมคู่กำลังคน

“EECi ไม่ได้มุ่งพัฒนาเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมเท่านั้น แต่ต้องพัฒนากำลังคนควบคู่ไปด้วย” ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสวทช. ซึ่งกำกับและดูแลเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) กล่าว พร้อมอธิบายต่อว่า EECi พัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์อุตสาหกรรมมุ่งเป้าใน 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. ภาคการเกษตร: อุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery)
  2. โครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม: ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ แบตเตอรีประสิทธิภาพสูง และการขนส่งสมัยใหม่
  3. อุตสาหกรรมแห่งอนาคต: เครื่องมือแพทย์ การบิน และอวกาศ

นอกจาก EECi จะมุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มรองรับขยายผลงานวิจัยไปสู่อุตสาหกรรม ทั้งในรูปแบบโรงงานต้นแบบ สนามทดสอบ Testbed และ Sandbox ต่างๆ แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมปัจจุบัน และการเตรียมกำลังคนอนาคตเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ  โดยได้จัดตั้ง “RUNs Academy (Reskill-Upskill-New skill Academy)” เพื่อเพิ่มทักษะขั้นสูงและทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานสมัยใหม่ให้กับกำลังคนอุตสาหกรรมทั้งจาก SMEs และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญใน EECi เป็นเครือข่ายระบบนิเวศนวัตกรรม 

รวมถึงการเตรียมคนในระยะยาวโดยนำความรู้เรื่องสเต็ม (STEM Education) แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์มาสนับสนุนการเรียนการสอนของเยาวชนและอาจารย์ในภาคตะวันออก ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร EECi โดยเน้นเรื่องของวิศวกรรม

เช่นเดียวกันกับศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน หรือ SMC (Sustainable Manufacturing Center) ภายใต้การกำกับดูแลของเนคเทค สวทช. เป็นโครงการนำร่องของเมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (ARIPOLIS) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เมืองนวัตกรรมของ EECi

ด้วยเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยเป็นสาระสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคของ Post Covid เพื่อที่จะทำให้อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศเนี่ยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด SMC จึงจัดตั้งขึ้นภายใต้การอนุมัติของครม.เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 เป็นสำคัญ

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. มองว่า “การพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 นอกเหนือจากการนำเข้าเทคโนโลยีหรือว่าเครื่องมือเครื่องจักรต่างชาติ ผมเชื่อว่า SMC จะเป็นส่วนสำคัญที่เติมเต็มให้หลาย ๆ ส่วนสามารถใช้เทคโนโลยีภายในประเทศ และลดค่าใช้จ่ายต่างๆในการพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมได้ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนที่จะให้คำปรึกษาเรื่องเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน และสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ประเทศไทยยังขาดอยู่มาก” 

โดย SMC มีเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรด้าน ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Automation robotics and intelligent) ตอบโจทย์ EECi โดยเน้นพัฒนาบุคลากรในทุกระดับตั้งแต่นิสิตนักศึกษาที่จะไปเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง ในด้านของงานวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งมีพื้นฐานความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอุตสาหกรรม โดย SMC ได้ร่วมมือพันธมิตรในการจัดตั้งโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรทางด้านอาชีวศึกษา

Upskill แบบเพลินๆ (Play&Learn) กับการเผชิญโจทย์จริง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เนคเทค สวทช. และพันธมิตรจัดการแข่งขัน IoT Hackathon Gen R เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนาทักษะด้าน Industrial Internet of Things (IIoT) ให้กับบุคลากรอาชีวศึกษาในเขต EEC โดยการอบรมภาคทฤษฎีและปฏิบัติแบบเข้มข้นสำหรับนักเรียนระดับ ปวส. และครูผู้สอนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2564 นำมาสู่การแข่งขัน IoT Hackathon Gen R เพื่อวัดผลการอบรม เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้จากการอบรมฯ ไปฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนสามารถทำได้ ทำเป็น ก่อนส่งผู้เรียนไปสู่การฝึกงาน

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมามีนักเรียนผ่านการอบรมของโครงการฯ กว่า 100 คน โดยมี 38 คนผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามเงื่อนไขและเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งหลังจบการแข่งขัน ทางโครงการฯ ได้สนับสนุนให้ได้ฝึกงานยังสถานประกอบการต่างๆ และจากการติดตามผล มากกว่า 50% ได้รับการตอบรับที่ดี และได้รับเข้าทำงานยังโรงงานต่อ ซึ่งถือเป็นที่น่าพอใจ

Artboard 1

สำหรับกิจกรรม  IoT Hackathon Gen R ในนี้ จัดขึ้นในธีม Data Analytics for Factory 4.0 ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลไอโอทีอุตสาหกรรม (IIoT) ที่ผู้เข้าแข่งขันจะได้พบกับโจทย์จริง ข้อมูลจริง จากอุตสาหกรรมใน 3 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 

โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเริ่มต้นจากการนำข้อมูลดิบมาวิเคราะห์เพื่อตามหาประเภทอุตสาหกรรมที่ทีมได้รับ เพื่อใช้ข้อมูลนี้ไปออกแบบ วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล พร้อมการนำเสนอในรูป แดชบอร์ด สำหรับการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะใน 6 ด้าน Production Monitoring, Quality Control, Power Management, Warehouse Management, Maintenance, Lean Manufacturing

ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับน้อง ๆ อาชีวศึกษาที่จะเชี่ยวชาญในด้านฮาร์ดแวร์มากกว่า ด้วยการเรียนรู้ด้านข้อมูลอุตสาหกรรมต้องเริ่มจากการทำความรู้จักความหมาย และการได้มาของข้อมูลผ่านตัวแปรต่าง ๆ ซึ่งมีความซับซ้อน และต้องอาศัยระยะเวลาและประสบการณ์ในการทำความเข้าใจ ซึ่งน้อง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เรียนรู้ทฤษฎีที่สำคัญผ่านการอบรม “Basic Industrial IoT” ที่จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยสอนให้รู้จักอุปกรณ์พื้นฐานในอุตสาหกรรม เช่น PLC HMI Sensor Protocol ที่ใช้สื่อสารในอุตสาหกรรม ไปจนถึงการสร้างแอปพลิเคชันสำหรับระบบ Industrial IoT เป็นต้น พร้อมติวเข้มอีกครั้งก่อนการแข่งขัน

“หลักสูตร” จุดเริ่มต้น IoT Hackathon Gen R

ก่อนการแข่งขัน IoT Hackathon Gen R ทั้ง 2 ปีที่ผ่านมานั้น น้อง ๆ จะได้รับการอบรมจากหลักสูตรไอโอทีที่ทีมนักวิจัยระบบไซเบอร์กายภาพ (CPS) ได้พัฒนาขึ้น คุณปิยวัฒน์ จอมสถาน นักวิจัยทีมวิจัยระบบไซเบอร์กายภาพ (CPS) และหัวหน้าโครงการฯ เล่าว่า ให้ข้อมูลว่า การดำเนินโครงการที่ผ่านมาได้พัฒนาหลักสูตรและจัดการอบรมให้กับนักศึกษาและอาจารย์ (Train The Trainer) สถาบันอาชีวศึกษาในเขตพื้นที่ EEC หลายครั้ง พร้อมทั้งออกแบบพัฒนาชุดอุปกรณ์การเรียนการสอนจำนวน 3 ชุด เพื่อส่งให้ผู้เรียนได้ใช้ในการอบรมหลักสูตรอบรมต่างๆ [1] รายละเอียดดังนี้

  • หลักสูตร Fundamental IoT: เรียนรู้พื้นฐานไอโอที ตั้งแต่เซนเซอร์ ประเภทสัญญาณอนาล็อก/ดิจิทัล การเขียนภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การใช้งานอุปกรณ์ Microcontroler การเชื่อมต่อกับ IoT Platform เป็นต้น

  • หลักสูตร Advance IoT: ศึกษาเกี่ยวกับการสร้างเซิฟเวอร์ การสร้างโครงสร้างของระบบไอโอที MQTT Server MQTT Protocal การเลือกใช้ Database ไปถึงการใช้งานแอปพลิเคชัน เช่น Dashboard การแจ้งเตือนผ่านไลน์ เป็นต้น

    โดยทั้ง 2 หลักสูตรข้างต้น ใช้ชุด I-KIT เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน 
  • หลักสูตร Basic Industrial IoT: ศึกษาพื้นฐานไอโอทีด้านอุตสาหกรรม หลักการดึงข้อมูลจากจากอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น PLC HMI หรือคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในอุตสาหกรรม ไปจนถึงองค์ประกอบใน Data ฺBase โดยใช้ชุด I2 – Starter Kit

“เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้สำหรับฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้น้อง ๆ ไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้ในสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งจากการศึกษาของโครงการ ถือเป็นหลักสูตรแรกในประเทศไทย” คุณปิยวัฒน์ กล่าว

ชุด I2 - Starter Kit
  • หลักสูตร Advance Industrial IoT: เรียนรู้การสร้างแอปพลิเคชันไอโอทีอุตสาหกรรม โดยใช้ I2 – Kit เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ประกอบไปด้วยโมดูลต่าง ๆ ได้แก่

    • PLC Module: แอปพลิเคชันที่ทุกคนสามารถศึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองไลน์การผลิตในโรงงาน การศึกษาเรื่อง Production line Line monitoring การสร้างสร้าง Production plan ที่เหมาะกับ Production line monitoring การทำ log temp log vibration ที่เหมาะกับงานต่างๆในอุตสาหกรรมจริง เป็นต้น โดยเลือกใช้ PLC Module 2 แบรนด์ที่นิยมใช้ในประเทศไทย เพื่อให้ตอบโจทย์กับกลุ่มงานทุกรูปแบบที่นักศึกษาต้องเจอในอนาคต

    • Gateway Module: สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลใน PLC สามารถส่งข้อมูลขึ้นระบบ Cloud และ Internet ได้

    • ชุดตรวจวัดอุณหภูมิ: ใช้สำหรับศึกษาเรื่องการ Scaleling data ที่เป็นอนาล็อก ซึ่งปกติจะคุ้นเคยกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสัญญาณแบบสำเร็จรูป

    • Predictive Maintenance Module: ศึกษาการทำงานของมอเตอร์ในเครื่องจักร ร่วมกับเซนเซอร์วัดการสั่น และอุณหภูมิ สำหรับสอนเรื่อง Predictive maintenance ไม่ว่าจะเป็น การสร้างโมเดล หลักการเก็บข้อมูลให้เหมาะกับการวิเคราะห์

    • Expansion Module: โมดูลหรือเซ็นเซอร์ต่างๆที่สามารถพบได้กับอุตสาหกรรมเฉพาะและซับซ้อน เช่น Encoder ultrasonic Stepping Motor เป็นต้น

    • Industrial Automation Machine: เปรียบเสมือนเครื่องจักรเครื่องหนึ่ง โดยจะมีแปลนการประกอบ และ Part Number ที่อุปกรณ์ เราก็จะมีตัวแปลนว่าต้องประกอบอย่างไร เพื่อให้ผู้เรียนได้ประกอบเครื่องจักร เขียนโปรแกรม ไปจนถึงสร้างแอปพลิเคชัน 

“ความตั้งใจที่ผมเข้ามาได้รับโอกาสในการเข้ามาทำงานตรงนี้ เริ่มจากการพัฒนาหลักสูตรตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึง Advance ผมมีความตั้งใจที่สร้างหลักสูตรให้เป็นวิชาที่เด็กอาชีวะทั่วประเทศสามารถเรียนได้ โดยอาจารย์สามารถนำหลักสูตร เอกสารประกอบการต่าง ๆ ไปใช้สอนได้ทันที” คุณปิยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย 

EECi x ไทยพาณิชย์ พันธมิตรร่วมพัฒนากำลังคน ICT

การแข่งขันสุดเข้มข้นตลอด 36 ชั่วโมง จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ รายล้อมด้วยหาดทรายและเสียงคลื่น ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารไทยพาณิชย์ หาดตะวันรอน จ.ชลบุรี โดยการสนับสนุนงบประมาณและสถานที่จัดการจาก มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ได้ผนึกกำลังกับเนคเทค สวทช.มาอย่างยาวนานในการพัฒนากำลังคนด้าน ICT ทั้งระดับอาชีวศึกษา ระดับมหาวิทยาลัย และระดับสูงกว่าปริญญาตรี 

คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ‘การพัฒนากำลังคน’ เป็นนโยบายของธนาคารไทยพาณิชย์ เราอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยและมองว่าสังคมไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องพัฒนากำลังคนโดยเฉพาะเยาวชนของชาติ 

ซึ่งการพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม ผู้ใหญ่ในวงการศึกษาทุกระดับต้องตั้งคำถามและหาแนวทางในการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ได้ “เรียนรู้จากของจริงเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เรียนรู้จากโจทย์จริง”  โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเยาวชนด้านไอที จึงถือเป็นกรอบงานและเป้าหมายเดียวกันกับทางมูลนิธิฯ ที่ต้องการจะสนับสนุนการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีสกิล ICT มากขึ้น นำมาสู่การสนับสนุนงบประมาณและสถานที่สำหรับจัดการการแข่งขันฯ 

“สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้แพ้ ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่น้อง ๆ จะได้รับประสบการณ์ทำงานร่วมกัน ได้เรียนรู้ ลงมือแก้ปัญหาจากโจทย์ของภาคอุตสาหกรรม ได้ทดลองเจอกับสถานกรณ์การทำงานจริงก่อนถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์มีความหมายและคุ้มค่า ถือว่าน้องๆชนะกันทุกคนทุกทีมแล้ว” คุณปิยาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

Artboard 1 copy 2

สอดคล้องกับมุมมองของ ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสวทช. ซึ่งกำกับและดูแล เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ที่ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ กล่าวว่า “เยาวชนอาชีวะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการผลิต เพราะฉะนั้นถ้าจะยกระดับภาคการผลิตของไทย ก็ต้องพัฒนาเยาวชนอาชีวศึกษาให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ได้โดยง่าย ซึ่งน้องๆเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปทำงานกับโรงงานอุตสาหกรรม ช่วยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปทำงานร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมต่อไป” 

Artboard 1 copy

“Team Work” เสียงจากน้องๆ Gen R ถึงสิ่งที่ได้รับนอกจากการ UpSkill

การแข่งขันในครั้งนี้มีนักศึกษาเข้าร่วมทั้งสิ้น 41 คน จาก 7 วิทยาลัย ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี, วิทยาลัยเทคนิคพัทยา, วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ, วิทยาลัยการอาชีพพนัสนิคม, วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์, วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย และวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง โดยแบ่งกลุ่มเป็น 3 คนต่อทีม 

จากการสัมภาษณ์น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันถึงประสบการณ์ ความรู้สึกที่มีต่อการแข่งขันในครั้งนี้ นอกเหนือจากสาระความรู้ ทักษะที่ได้รับทั้งในด้าน IoTอุตสาหกรรมและการนำเสนอผลงานแล้ว น้อง ๆ ยังกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นการทำงานที่กดดัน ต่อเนื่อง และยาวนานครั้งแรกของพวกเขา” 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้ร่วมฝ่าฟันการแข่งขันตลอด 36 ชั่วโมงไม่ได้เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน ยิ่งทวีความกดดันเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม  “Team Work คือ คีย์เวิร์ดที่น้อง ๆ ทุกทีมได้สะท้อนออกมา ในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ซึ่งเป็นซอฟต์สกิลในการทำงาน ที่ทุกคน ทุกสายอาชีพต้องมี 

น้อง ๆ ทีม ทีม ALT + F4 เล่าว่า “เมื่อต้องเจอกับเพื่อนร่วมทีมที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บ้างก็เป็นรุ่นพี่ รุ่นน้อง จึงต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน พูดคุยสอบถามความถนัดของแต่ละคน เพื่อแบ่งหน้าที่การทำงานให้เหมาะสม” ซึ่งเมื่อถามในมุมมองของทีมจุดเด่นที่ทำให้ ALT + F4 คว้าชัยชนะไปครอง คืออะไร น้อง ๆ เห็นตอบตรงกันว่า  ‘ความสามัคคี’ 

สำหรับทีมที่มีทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องมาร่วมงานกันอย่าง ทีม แอ๊ะแอ๋แม่จ๋า ที่เล่าว่าพวกเขาเดินเกมการแข่งขันแบบ “ชิว ๆ เรื่อย ๆ” โดยความสุขของพี่น้องในทีมต้องมาก่อน ค่อยๆก้าวไปเรื่อย ๆ ก้าวไปพร้อมกัน” แต่ก็สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ไปครอง

โดยน้อง ๆ ยังสะท้อนถึงหลักสูตรการอบรมว่า การศึกษาเรื่องเหล่านี้ด้วยตนเองสามารถทำได้ แต่อาจจับทางไม่ถูกว่าต้องศึกษาจากจุดไหน ซึ่งเนคเทคได้ออกแบบหลักสูตรที่คนไม่รู้อะไรเลยสามารถเริ่มเรียน เริ่มจากศูนย์มาจนถึงจุดตรงนี้ สามารถทำได้แน่นอน

“เรื่องหลักสูตรนี้ก็ดีอยู่แล้ว แต่ที่ดีที่สุด คือทีมงานที่จัด และผู้สอน ที่สอนง่าย สนุกสนาน ไม่ทำให้เราเครียดมาก ถึงแม้ว่าจะเรียนออนไลน์แต่ก็พยายามเข้าเรียน เพราะพี่ ๆ เขาตั้งใจสอนเรา ให้ความรู้ฟรี ๆ เราก็ต้องตั้งใจ แต่การมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะว่าความพยายามของทุกคน” 

IoT Hackathon 2022 Gen R เป็นตัวอย่างกิจกรรมการพัฒนาเยาวชนด้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ กลุ่มอาชีวศึกษาที่จะเป็นกำลังสำคัญในภาคการผลิตของไทยในอนาคต จากการเรียนรู้และได้ลงมือปฏิบัติจากโจทย์จริง ทั้งในด้าน Hard Skill การประยุกต์ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม รวมถึง Soft Skill ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนใหม่ การวางแผนการทำงานภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งจะเป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต่อไป

บรรณานุกรม

[1] นิราวัลย์ ศรีชัย และ ขวัญชนก หาสุข. (2565). โครงการการพัฒนาทักษะด้าน Industrial Internet of Things (IIoT) แบบเข้มข้นสาหรับการพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา

]]>
Upskill เด็กอาชีวะ ด้วยทักษะ IoT ในภาคอุตสาหกรรม พร้อมสู่เส้นทางการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/iiot-hackathon-2022-award.html Fri, 08 Apr 2022 04:48:21 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=25470

ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยกับความเข้มข้นตลอด 36 ชั่วโมงในการแข่งขัน IoT Hackathon 2022 Gen R ภายใต้แนวคิด “Data Analytics for Factory 4.0” ได้พิสูจน์ความสามารถ และฝีมือน้อง ๆ Gen R ทั้ง 11 ทีม จำนวน 33 คน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาในเขตภาคตะวันออก ในการนำความรู้ และทักษะทางด้าน Industrial Internet of Things หรืออินเทอร์เน็ตสำหรับทุกสรรพสิ่งเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2565 ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารไทยพาณิชย์ หาดตะวันรอน จ.ชลบุรี

การแข่งขันในครั้งนี้ดำเนินงานโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บริษัท เอส เอ็น ซี จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้เอื้อเฟื้องบประมาณและสถานที่ ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารไทยพาณิชย์ หาดตะวันรอน จ.ชลบุรี ในการจัดกิจกรรมแข่งขัน

เรียนรู้แบบท้าทายด้วยโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม

ด้วยแนวคิดของการแข่งขันในปีนี้ คือ “Data Analytics for Factory 4.0” ที่น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันจะได้พบกับโจทย์จริง ข้อมูลจริง จากอุตสาหกรรมใน 3 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเริ่มต้นจากการนำข้อมูลดิบมาวิเคราะห์เพื่อตามหาประเภทอุตสาหกรรมที่ทีมได้รับ เพื่อใช้ข้อมูลนี้ไปออกแบบ วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล พร้อมการนำเสนอในรูป แดชบอร์ด สำหรับการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะใน 6 ด้าน Production Monitoring, Quality Control, Power Management, Warehouse Management, Maintenance, Lean Manufacturing

โดยคณะกรรมการจะพิจารณาผลงานใน 3 ส่วน ได้แก่ (1) ความสามารถในการเลือกและดึงข้อมูลทางอุตสาหกรรมออกมาได้อย่างครบถ้วน ตรงตามแอปพลิเคชันที่ทีมเลือก สามารถอธิบายความสำคัญและความสัมพันธ์ของข้อมูลที่เลือกใช้ได้ (2) การนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อสร้างตัวแปร เชิงตรรกะ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับโรงงาน หรือแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาจากข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ (3) ความสามารถในการออกแบบและพัฒนา รายงาน, แดชบอร์ด ที่เป็นประโยชน์ต่อโรงงาน และ Presentation ในการนำเสนอผลงาน

โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วม พิจารณาตัดสินผลงาน ดังนี้
1. คุณวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ที่ปรึกษา ในโครงการพัฒนาทักษะแบบเข้มข้นสำหรับบุคลากรระดับอาชีวศึกษา ทางด้าน Industrial Internet of Things
2. คุณเสมา พูลเวช บริษัท เอส ซี จี เคมิคอลส์ จำกัด
3. คุณวภช หลายวัฒนไพศาล นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงานปฏิบัติการ สังกัดสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA)
4. ดร.กุลชาติ มีทรัพย์หลาก หัวหน้าทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) เนคเทค สวทช.
5. ดร.เอมอัชนา นิรันตสุขรัตน์ นักวิจัย ทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) เนคเทค สวทช.

ผลงานเด็ก Gen R คว้าชัยเวที IoT Hackathon 2022

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ALT + F4
ได้รับข้อมูลอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ (Conrod) สร้างแดชบอร์ดและรายงาน แสดงผลการตรวจสอบสินค้า (Production Monitoring) ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE) การบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) การบริหารจัดการด้านพลังงาน (Power Management) การบริหารค่าใช้จ่ายพนักงานและเครื่องจักร

สมาชิกในทีม
นางสาวนิชาภา ฝ่าพิมาย วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ
นายธนกร ชลศิริพงษ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์
นางสาวกรกนก ขำดำ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์

ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม DMK Transport

ได้รับข้อมูลอุตสาหกรรมผลิตอาหาร (ไส้กรอก) สร้างแดชบอร์ด และ รายงาน แสดงผลการตรวจสอบสินค้า (Production Monitoring), การบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management), การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) และการบริหารจัดการด้านพลังงาน (Power Management)

สมาชิกในทีม
นายณัฐสิทธิ์ องค์เจริญ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ
นายสรายุทธ สามารถ วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย
นายณภัทร อิ่มใจจิตร์ วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย
ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม แอ๊ะแอ๋แม่จ๋า

ได้รับข้อมูลอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ผลิต Resistor) สร้าง แดชบอร์ด และ รายงาน แสดงผล ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE), สถานภาพและปริมาณของสินค้า (Status & Product Quantity) ชนิดของสินค้าและความสามารถในการผลิต (Type of Product & Productivity) การบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) การควบคุมคุณภาพและพลังงาน (Power and Quality Control) การขาย (Sales) และต้นทุนจากการสูญเสีย (Cost Lost)

สมาชิกในทีม
นายสินชัย พร้อมจรรยา วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ
นายณณณณณ งามปัญญา วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์
นายนิธิพงษ์ สายคง วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์
ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท

รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล  ได้แก่  (1) Ctrl C / Ctrl V

ได้รับข้อมูลอุตสาหกรรมผลิตอาหาร (ไส้กรอก) สร้าง แดชบอร์ด และรายงาน Production Line การบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) การบริหารจัดการด้านพลังงาน (Power Management) และ ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE)

สมาชิกในทีม
นางสาวแพรวา เทียนขจร วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี
นางสาวเขมิกา ภูริปรัชญา วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์
นายปิยพนธ์ ธนะวาสน์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์

2) ทีม M1
ได้รับข้อมูลอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ สร้างแดชบอร์ด และรายงาน แสดงผลการบริหารจัดการและแจ้งเตือนด้านพลังงาน (Power Management) อุณหภูมิ (Temperature) เวลาในการผลิต (Cycle Time) ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE) การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) และการบริหารจัดการด้านพลังงาน (Power Management)

สมาชิกในทีม
นายพงษ์พิพัฒน์ ศรีเกษม วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย
นายภูธิต ห่อคนดี วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย
นายภานุพันธ์ วัฒนชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์
ได้รับรางวัลมูลค่า 5,000 บาท


IoT Hackathon 2022 Gen R เป็นตัวอย่างกิจกรรมการพัฒนาเยาวชนด้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ กลุ่มอาชีวศึกษาที่จะเป็นกำลังสำคัญในภาคการผลิตของไทยในอนาคต จากการเรียนรู้และได้ลงมือปฏิบัติจากโจทย์จริง ทั้งในด้าน Hard Skill การประยุกต์ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม รวมถึง Soft Skill ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนใหม่ การวางแผนการทำงานภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งจะเป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต่อไป

]]>
ติดอาวุธเด็ก Gen R ด้วยทักษะโรงงานอัจฉริยะ ในเวที IoT Hackathon 2022 พร้อมส่งต่ออุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81-gen-r-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0.html Tue, 05 Apr 2022 09:00:45 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=25273

5 เมษายน 2565 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค สวทช. โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด  (มหาชน) จัดการแข่งขัน IoT Hackathon 2022 Gen R Data Analytics for Factory 4.0 เพื่อส่งเสริมทักษะ ด้าน Industrial Internet of Things (IIoT) ให้แก่นักเรียนอาชีวศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันฯ ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการ EECi คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล ผู้อำนวยการเทคนิคบ้านค่าย ผู้แทนจากวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี คณะครูอาจารย์ที่ปรึกษา และ ทีมเนคเทค สวทช. นำโดย นักวิจัยระบบไซเบอร์กายภาพ (CPS) งานพัฒนากำลังคนด้านอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ ร่วมกิจกรรมฯ ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารไทยพาณิชย์ หาดตะวันรอน จ.ชลบุรี

ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการ EECi

ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการ EECi  กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการพัฒนาทักษะด้าน Industrial Internet of Things (IIoT) ให้แก่บุคลากรด้านอาชีวศึกษามุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนด้านอุตสาหกรรมเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย และเป็นการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทยในภาพรวม ด้วยการนำงานวิจัยพัฒนาไปสู่การลงทุน ในรูปแบบการพัฒนาแพลตฟอร์มต่าง ๆ   ประกอบด้วยโรงงานต้นแบบ สนามทดสอบและการเตรียมพร้อมด้านกำลังคนรับรองอุตสาหกรรมเป้าหมายผ่านการสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นให้สอดคล้องกับความต้องการการยกระดับทักษะเดิมให้ดีขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ต้องนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศโดยคาดหวังว่าจะสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างงาน สร้างอาชีพสร้างประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจและยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยกำลังคนที่มีคุณภาพพร้อม

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช.

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวถึงการจัดกิจกรรมแข่งขันในครั้งนี้เป็นกิจกรรมครั้งที่ 2 หลังจากจัดครั้งแรกเมื่อต้นปี 2564 มีนักเรียนผ่านการอบรมของโครงการ ฯ กว่า 100 คน  มี 38 คนผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามเงื่อนไขและเข้าร่วมแข่งขัน หลังจบการแข่งขันโครงการ ฯ ได้สนับสนุนนักเรียน จำนวน 30 คน เข้ารับการฝึกงานยังสถานประกอบการต่างๆ และจากการติดตามผลของโครงการ ฯ มากกว่า 50% ได้รับการตอบรับที่ดี 

ในปีนี้ เนคเทค สวทช. ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนสนับสนุนการดำเนินโครงการทั้งด้านการให้ทุนสนับสนุนจาก EEC และความเอื้อเฟื้อในการจัดกิจกรรมจากมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประสานความร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีวศึกษา 16 แห่ง สถานประกอบการในเขตพื้นที่ EEC ดำเนินงานในโครงการ ฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์สร้างทักษะเตรียมกำลังคนรองรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ได้พัฒนาหลักสูตรร่วมกับวิทยาลัย และถ่ายทอดองค์ความรู้ ภาคปฏิบัติที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี Industrial IoT ให้ครูและนักเรียนของสถาบันอาชีวศึกษาในเขตพื้นที่ EEC ดำเนินการจัดอบรมหลักสูตร Internet of Things ทั้งแบบ Online และ Onsite ให้อาจารย์ที่สนใจ เพื่อมาช่วยสอนในโครงการฯ และได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในโครงการฯ ให้สอดรับการความต้องการจากสถานประกอบการ

คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

การจัดกิจกรรมการแข่งขัน IoT Hackathon 2022 Gen R ภายใต้แนวคิด Data Analytics for Factory 4.0 เปิดรับสมัครนักเรียนจากสถาบันอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วุฒิการศึกษา (ปวช.) และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  ในเขตพื้นที่  EEC ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 มีนักเรียนจำนวน 103 คน จาก 8 วิทยาลัยเข้าร่วม และเข้าอบรมพัฒนาทักษะด้าน IIoT แบบเข้มข้น โดยใช้ชุดอบรม I – Kit จัดในรูปแบบ Online เป็นระยะเวลา 8 วัน หลังจากนั้นได้มีการจัดสอบคัดเลือกนักเรียนเพียง 45 คน ให้เข้ารับการอบรมต่อเนื่อง อีก 5 วัน เพื่อเรียนรู้ทักษะภาคปฏิบัติที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดยใช้ชุดอบรม I2 – Starter Kit และจัดวัดผลผู้เรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่จัดอบรมผ่านการแข่งขัน IoT Hackathon 2022 Gen R ในหัวข้อ Data Analytics for Factory 4.0 ระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน 2565 โดยผู้แข่งขันจะได้ตัวอย่างข้อมูลจริงจากโรงงาน นำมาวิเคราะห์และสร้าง Dashboard และสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มตามความเหมาะสมที่สามารถนำข้อมูลมาสร้างรายงาน เพื่อชิงรางวัลรวม 70,000 บาท แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 30,000 บาท รองชนะเลิศ 20,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 10,000 บาท และชมเชย 2 รางวัล ๆ ละ 5,000 บาท 

]]>