HandySense CSR – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Wed, 05 Oct 2022 14:09:38 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png HandySense CSR – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 เนคเทค สวทช. มอบรางวัล โรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม การแข่งขันประยุกต์ใช้ระบบเกษตรแม่นยำฟาร์มอัจฉริยะในโรงเรียน (HandySense) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/hscsr-award-wm.html Thu, 02 Jun 2022 08:18:12 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26519
คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล (DAT) และคุณอัญธิกา สุรผัด เนคเทค สวทช. เดินทางไปส่งมอบรางวัล แก่โรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม จ.พิจิตร ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย การแข่งขันโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal)
ในโอกาสนี้ นางนพคุณ ครุฑหลวง ผู้อำนวยการสถานศึกษา พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการ และคณะครู ได้ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดความร่วมมือการนำผลงานวิจัยสวทช. มาบูรณาการด้านการศึกษา ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน พร้อมกันนี้ น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันร่วมนำชมพื้นที่แปลงเพาะปลูก โดยมีคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ได้ให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้นสำหรับการติดตั้งระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ HandySense
โรงเรียนฯ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 บาท ชุด HandySense และ เซนเซอร์ พร้อมด้วยโล่รางวัล และเกียรติบัตร สนับสนุนรางวัลโดยบริษัท Synergy Technology จำกัด
โรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม นำเสนอ “โครงการพัฒนาระบบ Smart Farm บูรณาการร่วมกับโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงและโรงเรียนปลอดขยะ” ด้วยเกษตรกรตำบลวังโมกข์มีรายได้ส่วนใหญ่จากการทำนา ความน่าสนใจของตำบลวังโมกข์คือมีการประยุกต์เทคโนโลยีมาช่วยให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นโรงเรียนจึงเล็งเห็นว่าการสนับสนุนจากโครงการนี้โรงเรียนจะเริ่มดำเนินการจัดทำศูนย์การเรียนรู้ด้าน Smart farm เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่แก่นักเรียนและผู้สนใจในตำบล
 
โรงเรียนยังร่วมโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (zero waste school) ซึ่งมีศูนย์การการจัดขยะประเภทใบไม้ โดยการทำบ่อปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้และนำมาดูแลต้นไม้ภายในโรงเรียน โดยนำ HandySense มาใช้ในการควบคุมความชื้นและคอยรดน้ำให้ปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าปุ๋ยสามารถนำไปใช้งานได้จริง ระบบจะทำการเก็บค่าความชื้น ความเป็นกรดเป็นด่าง ปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโปรแตสเซียม ผ่าน HandySense ในการสื่อสารรูปแบบ IoT
]]>
เนคเทค สวทช. มอบรางวัล โรงเรียนศึกษานารี การแข่งขันประยุกต์ใช้ระบบเกษตรแม่นยำฟาร์มอัจฉริยะในโรงเรียน (HandySense) . https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/hscsr-award-sn.html Thu, 26 May 2022 12:08:32 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26695
คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย คุณนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที และคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล (DAT) เนคเทค สวทช. เดินทางไปส่งมอบรางวัล แก่โรงเรียนศึกษานารี กทม. ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย การแข่งขันโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 65
ในโอกาสนี้ คุณขจิตพันธ์ สุวรรณสิริภักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษานารี จ.กรุงเทพ พร้อมด้วย คุณมานะ อินทรสว่าง อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ และคณะครูอาจารย์ ได้ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดความร่วมมือการนำผลงานวิจัยสวทช. มาบูรณาการด้านการศึกษา ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน พร้อมแนวทางการขยายผลโครงการไปปรับใช้กับพิ้นที่อื่น ๆ โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนชนิดพันธุ์พืช ชนิดปลา ขนาดบ่อเลี้ยง พื้นที่เพาะปลูก หรือโครงสร้างอื่น ๆ ตามความเหมาะสม พร้อมกันนี้ น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันร่วมนำชมพื้นที่แปลงเพาะปลูก และห้องบริหารจัดการทางการศึกษา โดยมีคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ได้ให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้นสำหรับการติดตั้งระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ HandySense
โดยโรงเรียนฯ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 บาท ชุดเซนเซอร์ พร้อมด้วยโล่รางวัล และเกียรติบัตร สนับสนุนรางวัลโดยบริษัท Synergy Technology จำกัด
 
โรงเรียนศึกษานารี นำเสนอ โครงการระบบอัตโนมัติในการปลูกสะระแหน่จากน้ําทิ้งตู้เลี้ยงปลาควบคุมด้วย HandySense โดยใช้ HandySense ในการตรวจวัดความชื้นของดิน อุณหภูมิ และความชื้นอากาศ ความเข้มแสงของการปลูกสะระแหน่ และควบคุมการหมุนเวียนของน้ำในตู้เลี้ยงปลา หลอดไฟ และพัดลม
]]>
คว้ารางวัลชนะเลิศ ! รร.สาธิตเกษตรฯ กำแพงแสน ที่ 1 ในเวทีประยุกต์ใช้ระบบเกษตรแม่นยำฟาร์มอัจฉริยะในโรงเรียน (HandySense) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/handysense-csr-award-1st.html Wed, 25 May 2022 13:04:57 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30207
24 พฤษภาคม 2565 คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล (DAT) ผู้พัฒนาระบบและที่ปรึกษาโครงการ และคุณศิริพร ปานสวัสดิ์ ผู้จัดการงานประชาสัมพันธ์ เนคเทค สวทช เดินทางไปมอบรางวัล แก่ ณ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา จ.นครปฐม ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal)
โดยมี รศ.ดร.วินัย พูลศรี คณบดีคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ ผศ.สานิตย์ รัศมี ผู้อำนวยการ พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ ได้แก่ ผศ.ดร.วสันต์ เดือนแจ้ง และ ว่าที่ รต. ภูมิพัฒน์ ธนัชญาอิศมเดช ให้การต้อนรับ และได้ร่วมหารือถึงแนวทางในการขยายผลโครงการฯ การบูรณาการผลงานวิจัยด้านเกษตรของสวทช.มาใช้ในด้านการศึกษา และ เป้าหมายของโรงเรียนสำหรับการเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะต่อไปในอนาคต

ในโอกาสนี้คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ได้ร่วมสำรวจพื้นที่แปลงเกษตรที่โรงเรียนฯ พร้อมหารือกับ อาจารย์เสกสรรค์ วิลัยลักษณ์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ และน้อง ๆ ในทีม ถึงข้อแนะนำในการติดตั้งระบบ HandySense การติดตั้งระบบน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการติดตั้งระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะในโรงเรียนต่อไป

สำหรับรางวัลที่โรงเรียนฯ ได้รับ ประกอบด้วย บอร์ด HandySense และเซนเซอร์สนับสนุนโดย บริษัท Synergy Technology จำกัด เงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท พร้อมด้วยโล่รางวัล และเกียรติบัตร
 
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์วิทยาเขตกําแพงแสน นำเสนอโครงการ “เกษตรอัจฉริยะด้วย HandySense” โดยส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การทำการเกษตรจึงเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกพืชผักและการจำหน่ายผลผลิตที่ได้ ในแต่ละวันนักเรียนจะใช้เวลาว่างและช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเพื่อไปดูแลพืชผักที่ปลูกเอาไว้ อีกทั้งทางโรงเรียนยังได้มีการจัดการเรียนการสอนทางด้านโค้ดดิ้ง (Coding) พัฒนาทักษะด้านอิเล็กทรอนิกส์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้นคณะผู้จัดทำโครงการจึงมีแนวคิดนำระบบ HandySense มาช่วยในการปลูกพืชผักในโรงเรียนเพื่อควบคุมอุณหภูมิและการจ่ายน้ำแบบอัตโนมัติที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก และนำพืชผักที่ปลูกได้มาจำหน่ายและเป็นอาหารกลางวันของทางโรงเรียนต่อไป
]]>
เนคเทค สวทช. มอบรางวัล โรงเรียนวัดห้วยจระเข้วิทยาคม เวทีประยุกต์ใช้ระบบเกษตรแม่นยำฟาร์มอัจฉริยะในโรงเรียน (HandySense) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/handysense-csr-2nd.html Tue, 24 May 2022 14:00:51 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30223
24 พฤษภาคม 2565 ณ โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม จ.นครปฐม คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล (DAT) ผู้พัฒนาระบบและที่ปรึกษาโครงการ และคุณศิริพร ปานสวัสดิ์ ผู้จัดการงานประชาสัมพันธ์ เนคเทค สวทช เดินทางไปมอบรางวัล แก่ โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม จ.นครปฐม ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 การแข่งขันโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal)
โดยมี นางสาวศจี ชินอักษร ผู้อำนวยการโรงเรียน นางเบญจวรรณ แสงทอง รองผู้อำนวยการ นางขนิษฐา วรฮาด นางมัทนี เสียงเสนาะ และนายชัยชนะ นุชฉัยยา อาจารย์ที่ปรึกษา พร้อมด้วยคณาจารย์ให้การต้อนรับพร้อมนำชมพื้นที่แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแปลงเพาะปลูกพืชผักสวนครัวที่จะใช้ติดตั้งระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ และศูนย์เรียนรู้ด้านธรณีวิทยาภายในโรงเรียน โดย คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ได้ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำในการติดตั้งระบบ HandySense ระบบน้ำ ไฟ รวมถึงแนวทางการปลูกและดูแลมะเขือเทศภายในโรงเรือนที่โรงเรียนกำลังดำเนินการ

สำหรับรางวัลที่โรงเรียนฯ ได้รับ ประกอบด้วย บอร์ด HandySense และเซนเซอร์สนับสนุนโดย บริษัท Synergy Technology จำกัด เงินรางวัลมูลค่า 1,000 บาท พร้อมด้วยโล่รางวัล และเกียรติบัตร

โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม ได้นำเสนอโครงการ “ชื่อโครงการสวนเกษตรอัจฉริยะอนาคตใหม่ของโรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม” เป็นพื้นที่สาธิตตัวอย่างส าหรับการน าเทคโนโลยีด้านการเกษตรแนวคิดใหม่ มาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ HandySense ในโครงการนี้จะมีการพัฒนาโดยติดตั้งระบบ HandySense เข้ากับระบบควบคุมด้วยบอร์ด Raspberry Pi3 ที่มีการท างาน 3 ระบบ คือ 1) ระบบพ่นหมอกลดอุณหภูมิ 2) ระบบรดน้ำในดิน 3) ระบบให้ปุ๋ยน้ำ ใน 2 ระบบแรกออกแบบให้มีการควบคุมการท างานผ่านระบบ AI ด้วยอัลกอริทึม Neighbor Distance มีผลทำให้ลดอุณหภูมิในอากาศได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้องเช่นเดียวกับระบบรดน้ำจะทำให้พืชได้รับน้ำได้อย่างเพียงพอและถูกต้อง ซึ่งจะทำให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีผลผลิตสูงขึ้น ในระบบที่ 3 มีการทำงานตามช่วงเวลา ทุกระบบสามารถควบคุมการทำงานแบบ Online ได้ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อลดความต้องการในการใช้แรงงาน ประหยัดต้นทุน พลังงาน เพิ่มผลผลิต ควบคุม การท างานของระบบผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และเป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานอื่น ๆ และเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

]]>
เนคเทค สวทช. มอบรางวัลปลูกฝัน ปั้นนวัตกรน้อย ด้านเกษตรอัจฉริยะ HandySense แก่ โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/handysense-pts.html Mon, 21 Feb 2022 09:59:44 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=24762

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 ณ โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ จ.ปทุมธานี | คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวทช. พร้อมด้วยคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล และคุณศิริพร ปานสวัสดิ์ ผู้จัดการงานประชาสัมพันธ์ เนคเทค สวทช. เดินทางไปมอบรางวัลแก่ โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal) 

ในโอกาสนี้คุณกาญจนา คล้ายพุฒ ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย คุณวัชราภรณ์ ชูเมือง และคุณมนัสพร วงษ์ทองทิว อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ได้ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดความร่วมมือการนำงานวิจัยสวทช. มาบูรณาการด้านการศึกษา ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนต่อไป พร้อมกันนี้ น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันร่วมนำชมพื้นที่เพาะปลูกจริงของโครงการฯ และรับคำปรึกษาแนะนำเบื้องต้นสำหรับการติดตั้งระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ HandySense และการเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมโดยคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี 

สำหรับรางวัลที่โรงเรียนฯ ได้รับ ประกอบด้วย บอร์ด HandySense และเซนเซอร์สนับสนุนโดย บริษัท Synergy Technogy จำกัด เงินรางวัลมูลค่า 2,000 บาท พร้อมด้วยโล่รางวัล และเกียรติบัตร

โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ได้นำเสนอโครงการ “ตู้เย็นมีชีวิต” เป็นกิจกรรมการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวที่มีระยะการเจริญเติบโตสำหรับเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน เช่น ต้นหอม ผักชี เป็นต้น เพื่อแก้ปัญหาการซื้อผักมาแช่ตู้เย็นไว้และเหี่ยวเฉา โดยสามารถนําผลการศึกษาต่อยอดสู่การปลูกผักชนิดอื่น ๆ ต่อไป โครงการนี้ได้มีการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ เน้นทักษะชีวิตผ่านการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning  เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วม และ ลงมือปฏิบัติจริงตั้งแต่เริ่มแรก ตลอดจนการเขียนโปรแกรมควบคุมผ่าน HandySense เช่น การวัดค่าอุณหภูมิ ความชื้น เพื่อควบคุมระบบการรดน้ำแบบอัตโนมัติ การวัดปริมาณแสง การตรวจจับน้ำฝน มีระบบแจ้งเตือน และสั่งงานผ่าน Application บนมือถือได้

สำหรับโรงเรียนที่ได้รับรางวัลในโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal)  ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล นำโดยคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี จะทยอยเดินทางลงพื้นที่ไปให้คำปรึกษา ดูแลการติดตั้ง แต่ติดตามผลการดำเนินงานต่อไป

]]>
เนคเทค สวทช. จับมือเครือข่ายพันธมิตร เสริมแกร่งเยาวชนในยุค New Normal เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรน้อยด้านเกษตรอัจฉริยะ HandySense ตามเศรษฐกิจใหม่ BCG Model https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/handysense-csr-final.html Mon, 07 Feb 2022 17:17:44 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=24519

7 กุมภาพันธ์ 2565 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) จัดประกวดโครงการประยุกต์ใช้ระบบเกษตรอัจฉริยะ HandySense ใช้งานได้จริงในโรงเรียนรอบชิงชนะเลิศในรูปแบบออนไลน์ สำหรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ชิงรางวัลอุปกรณ์ HandySense พร้อมทุนพัฒนาโครงการฯ หวังเป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีเกษตรที่ช่วยเติมเต็ม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชนอย่างยั่งยืน 

คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของสวทช.คือการนำผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ในการดำเนินงานให้เกิดผลตอบโจทย์ไปสู่การใช้งานจริง ในรูปแบบ BCG Economy Model ซึ่งเป็นโมเดลที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำทางเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของคนทั้งประเทศ ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้สังคมต้องปรับเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต การบริโภค รวมทั้งการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ทั้งคนเมืองและต่างจังหวัด

การนำเอาแนวBCG Economy Model ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) คือการใช้ทรัพยากรชีวภาพที่มีมากมายและหลากหลายอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างที่สุดด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นำมาสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือ การนำวัสดุต่าง ๆ  กลับมาใช้ใหม่หรือใช้ให้ยาวนานที่สุดอย่างคุ้มค่า และสุดท้ายก็คือเรื่องของ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกันนั้น สวทช.จึงได้นำผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการดำเนินงานให้เกิดผลบรรลุดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ การส่งเสริมเรื่องเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งผลงานวิจัยและพัฒนาที่ชื่อว่า HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ โดย เนคเทค สวทช.

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า “โครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal) มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการปลูกฝังแนวความคิด สร้างแรงจูงใจของการนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรไปประยุกต์ใช้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วัยเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รู้จัก เข้าใจ และทดลองปฏิบัติจริง โดยเริ่มต้นจาก HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ ที่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช. ได้ตั้งเป้าหมายให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจทั่วไปนำไปผลิตเพื่อใช้หรือจำหน่ายได้ โดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ (License Fee) และค่าตอบแทนการใช้สิทธิรายปี (Royalty Fee) ภายใต้แนวคิด Smart Farming Open Innovation มุ่งหวังให้เกษตรกรไทยยุคใหม่ได้มีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้งานในราคาที่จับต้องได้ ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือทางด้านสมาร์ตฟาร์มโดยผู้ประกอบการไทย เพื่อขับเคลื่อน Smart Farm สู่สังคมไทย สร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร สนับสนุนการเกษตรสมัยใหม่ ตอบโจทย์ BCG Model

HandySense เป็นชุดอุปกรณ์ที่ผนวกเทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อมทางการเกษตรและระบบควบคุมการทำงานอัตโนมัติ ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อม จึงเป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นของนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อนำไปสู่การสร้างทัศนคติ หรือ มุมมองใหม่ ที่ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ หรือบูรณาการเทคโนโลยีทางด้านเกษตรกับกิจกรรมในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน

โครงการฯ นี้ได้รับความสนใจโรงเรียนทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าในระยะแรกจะกำหนดพื้นที่โครงการในภาคกลาง และ ภาคตะวันออกเท่านั้น โดยมีโรงเรียนส่งข้อเสนอโครงการเข้ามาร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 36 ทีม 24 โรงเรียน จาก 17 จังหวัด และคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันนี้ทั้งสิ้น 31 ทีม จาก 20 โรงเรียน จาก 14 จังหวัด โดยทุกข้อเสนอโครงการที่ส่งเข้ามาแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรเพื่อพัฒนาพื้นที่เกษตรที่โรงเรียนมีอยู่เดิมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

คุณนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที กล่าวว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมสนับสนุนในโครงการดีๆ เช่นนี้ ก่อนอื่นต้องขอเล่าถึงวัตถุประสงค์หลักทั้ง 4 ข้อของสมาคมไทยไอโอที คือ 1) สร้างการรับรู้ในด้านเทคโนโลยีไอโอทีให้สังคม ไม่ว่าท่านจะอยู่ในบทบาทไหน นิสิต นักศึกษานักพัฒนานักวิจัยคณาจารย์ ให้รับรู้ประโยชน์และความสำคัญของเทคโนโลยีไอโอที 2) สมาคมฯ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ เทคนิคทักษะต่างๆ ทางด้านเทคโนโลยี เพื่อมุ่งมั่นที่จะสร้างผู้เชี่ยวชาญให้เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาสังคมและประเทศต่อไป 3) การสร้างเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหรือหน่วยงานทางการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ 4) มุ่งมั่นที่จะสร้าง Use case สร้างงานให้เกิดขึ้นได้จริงไม่ว่าจะเป็นโครงการจากภาครัฐและเอกชน

หลังจากการจัดตั้งสมาคมไทยไอโอที ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น และในครั้งนี้สมาคมฯ ได้พิจารณาและเห็นศักยภาพของนักวิจัยของเนคเทค สวทช. ที่ได้วิจัยออกแบบและพัฒนา HandySense ที่ปัจจุบันได้เปิดเป็น Open Hardware Open Platform ซึ่งมีคุณประโยชน์ในหลายๆ บริบท ไม่ว่าจะใช้ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการเกษตรให้เป็นการเกษตรอัจฉริยะ หรือนำมาใช้ในการศึกษาทดลองให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาซึ่งสามารถเป็นอุปกรณ์พื้นฐานเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดในหมู่นักพัฒนาโดยมีการตั้งกลุ่มนักพัฒนาและผู้สนใจทาง Social Network ที่เรียกว่า HandySense Community ทางสมาคมฯ ตั้งใจสนับสนุนโครงการนี้ในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการร่วมพัฒนาและผลิตงานให้พร้อมสำหรับเชิงพาณิชย์ 2)การประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านช่องทางสื่อต่างๆของสมาคมฯ

สำหรับกิจกรรมการประกวดโครงงานในครั้งนี้ทางสมาคมไทยไอโอที บริษัท ซีนเนอร์ยี่เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ซูปร้าเทคโนโลยี จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนของรางวัลทั้งหมดเป็นมูลค่า 10,000 บาท

ผลการแข่งขัน

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวรายงานและให้กำลังใจน้อง ๆ ผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายกับการนำเสนอผลงานแก่คณะกรรมการผ่านระบบออนไลน์ (Webex Event) โดยมี คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. คุณนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที และคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. ได้ให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตัดสินและประกาศผลรางวัล

รางวัลชนะเลิศ
โครงการเกษตรอัจฉริยะด้วย HandySense
จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์วิทยาเขตกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม
ได้รับอุปกรณ์ HandySense ครบชุด ประกอบด้วย บอร์ด เซนเซอร์แสง อุณหภูมิ ความชื้น และทุนสนับสนุน จำนวน 3,000 บาท
.

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1
โครงการตู้เย็นมีชีวิต จากโรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี
ได้รับอุปกรณ์ HandySense ประกอบด้วย บอร์ด และ เซนเซอร์ความชื้น และทุนสนับสนุน จำนวน 2,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2
โครงการสวนเกษตรอัจฉริยะอนาคตใหม่ของโรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม
จากโรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคม จังหวัดนครปฐม
ได้รับบอร์ด HandySense และทุนสนับสนุนจำนวน 1,000 บาท

รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

โครงการระบบอัตโนมัติในการปลูกสะระแหน่จากน้ำทิ้งตู้เลี้ยงปลาควบคุมด้วย HandySense จากโรงเรียนศึกษานารี กรุงเทพมหานคร

โครงการพัฒนาระบบ Smart Farm บูรณาการร่วมกับโรงเรียนเศรฐกิจพอเพียงและโรงเรียนปลอดขยะ จากโรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม จังหวัดพิจิตร

ได้รับทุนสนับสนุนรางวัลละ 1,000 บาท

]]>
HandySense จัดอบรมอัปสกิลพื้นฐาน Smart Farm ให้กับโรงเรียนโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/handysense-csr-workshop.html Tue, 01 Feb 2022 09:29:42 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=24472

เนคเทค สวทช. จัดอบรม “ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ HandySense เบื้องต้น” ให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal) โดยมีคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล (DAT) และ คุณสุพิชญา อรรถพร เนคเทค สวทช. เป็นวิทยากร ซึ่งเนื้อหาเน้นการปูพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะในปัจจุบัน แนวโน้มความต้องการเทคโนโลยีการเกษตรของโลกและประเทศไทย การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในบริบทของพื้นที่และความต้องการ พร้อมเรียนรู้พื้นฐาน HandySense และทำความรู้จัก HandySense Open Innovation อีกด้วย การอบรมฯจัดขึ้นผ่านระบบออนไลน์ Google Meet ในวันที่ 1 ก.พ. 65 เวลา 09.00 – 12.00 น. 

เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย รอบชิงชนะเลิศ ! โครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal) ชวนติดตามและส่งกำลังใจว่าโรงเรียนใดจะคว้าชัยในเวทีนี้ รู้ผลพร้อมกัน 7 ก.พ. 65 ถ่ายทอดสดทาง Facebook NECTEC NSTDA
]]>
ปลูกฝัน ปั้นนวัตกรน้อย ด้านเกษตรอัจฉริยะ ! เปิดรับสมัครโครงการการประยุกต์ใช้ระบบ HandySense ในโรงเรียน ชิงรางวัลกว่า 20,000 บาท https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/handysense-csr.html Wed, 10 Nov 2021 08:09:58 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=23309

ชวนน้อง ๆ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร่วมปลูกฝัน ปั้นนวัตกรน้อย ด้านเกษตรอัจฉริยะ ร่วมส่งโครงการการประยุกต์ใช้ระบบเกษตรอัจฉริยะ (HandySense) ในโรงเรียน ชิงอุปกรณ์ HandySense ครบชุด และทุนการพัฒนาโครงการมูลค่ารวมกว่า 20,000 บาท ในโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal)  

เนื้อหา

หลักการและเหตุผล

รศ.มาลี บุญศิริพันธ์ คณะกรรมการบัญญัติศัพท์นิเทศศาสตร์ราชบัณฑิตยสภา ได้ระบุว่าราชบัณฑิตยสภาได้บัญญัติศัพท์ “New Normal” หมายถึงความปกติใหม่ , ฐานวิถีชีวิตใหม่ หมายถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีตอันเนื่องจากมีบางสิ่งมากระทบ จนแบบแผนและแนวทางปฏิบัติที่คนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ภายใต้หลักมาตรฐานใหม่ ที่ไม่คุ้นเคย รูปแบบวิถีชีวิตใหม่นี้ ประกอบด้วยวิธีคิด วิธีเรียนรู้ วิธีสื่อสาร วิธีปฏิบัติและการจัดการ การใช้ชีวิตแบบใหม่เกิดขึ้นหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงและรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้มนุษย์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าจะธำรงรักษาวิถีดั้งเดิมหรือหวนหาถึงอดีต สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 หรือโคโรนาไวรัส ช่วงปลาย พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2563 ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนแพร่กระจายไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายจำนวนมาก จนกลายเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงอีกครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ มนุษย์จำเป็นต้องป้องกันตนเองเพื่อให้มีชีวิตรอดด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ผิดไปจากวิถีเดิม ๆ โดยสร้างเสริมปรับหาวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อควบคู่ไปกับความพยายามรักษาและฟื้นฟูศักยภาพทางเศรษฐกิจและธุรกิจ นำไปสู่การสรรค์สร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ มีการปรับแนวคิด วิสัยทัศน์ วิธีการจัดการ ตลอดจนพฤติกรรมที่เคยทำมาเป็นกิจวัตร เกิดการบ่ายเบนออกจากความคุ้นเคยอันเป็นปรกติมาแต่เดิมในหลายมิติ ทั้งในด้านอาหาร การแต่งกาย การรักษาสุขอนามัย การศึกษาเล่าเรียน การสื่อสาร การทำธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งสิ่งใหม่เหล่านี้ได้กลายเป็นความปรกติใหม่ ๆ จนในที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปจนทำให้เกิดความคุ้นชินก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติของผู้คนในสังคม

BCG Model การพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่มุ่งเน้นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ ไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้ อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยเปลี่ยนข้อได้เปรียบที่ไทยมีจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ให้เป็นความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรม เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจ BCG ที่เติบโต แข่งขันได้ในระดับโลก เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ ชุมชนเข้มแข็ง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

จากประเด็นสำคัญในเรื่องการใช้ชีวิตในยุคปกติใหม่ (New Normal) และการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วย BCG Model สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. มีเป้าหมายสำคัญในการนำผลงานวิจัยและพัฒนาด้าน วทน. ไปใช้ในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดผลบรรลุในประเด็นดังกล่าว หนึ่งในนั้น คือ การส่งเสริมเรื่องการใช้เกษตรสมัยใหม่ ซึ่งผลงานวิจัยพัฒนาที่ชื่อว่า HandySense ของเนคเทค สวทช. ได้ตั้งเป้าหมายให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจทั่วไปนำไปผลิตเพื่อใช้หรือจำหน่ายได้ ภายใต้แนวคิด Smart Farming Open Innovation หรือ นวัตกรรมแบบเปิด ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่เปิดเผยรายละเอียดการผลิต และอนุญาตให้สาธารณะนำไปผลิตและใช้งานโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ (License Fee) และค่าตอบแทนการใช้สิทธิรายปี (Royalty Fee) โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรไทยยุคใหม่ ได้มีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้งานในราคาที่จับต้องได้ และต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือทางด้านสมาร์ทฟาร์มโดยผู้ประกอบการไทย ปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการ นักประดิษฐ์อิสระ และผู้สนใจทั่วไป ได้นำผลงานดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและการกระตุ้นให้สังคมไทยได้เกิดการปรับตัวไปสู่ยุคปกติใหม่และการนำเทคโนโลยีทางด้านเกษตรอัจฉริยะ ไปใช้ในการทำธุรกิจ การเรียนการสอน และการดำเนินชีวิต การจัดกิจกรรมในโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal) จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการเกษตรของประเทศไทย ตามการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ BCG Model

ด้วยเหตุผลดังกล่าวกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกลุ่มพันธมิตร  เล็งเห็นถึงความสำคัญในการปลูกฝังแนวความคิด ส่งเสริม ให้เกิดการนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรไปประยุกต์ใช้ โดยเริ่มตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เริ่มให้ความสนใจใฝ่เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ดังนั้นการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนหันมามีความสนใจในการใช้เทคโนโลยีจะช่วยปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม ทัศนคติ เกิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการเกษตร ที่สามารถควบคุมปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการเพาะปลูก การคาดการณ์ผลผลิต ฯ โดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์

วัตถุประสงค์

  • เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรอัจฉริยะในยุคปกติใหม่ (New Normal)
  • เพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้นักเรียนรู้จักการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกต่องานด้านการเกษตร

กลุ่มเป้าหมาย

1.โรงเรียนในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก ได้แก่

2. ผู้เข้าร่วมโครงการระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป. 4 – ป.6) และ มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3)

คุณสมบัติและเงื่อนไข

1.4.1. เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป. 4 – ป.6) และ มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) ในพื้นที่โรงเรียนในเขตจังหวัดตามกลุ่มเป้าหมายนำร่องของโครงการฯ (ดูรายชื่อจังหวัดได้หัวข้อกลุ่มเป้าหมาย ข้อ1)

2.เป็นคณาจารย์ ที่สังกัดอยู่ ณ โรงเรียนตามกลุ่มเป้าหมายนำร่องของโครงการฯ

3.มีความสนใจและมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาโครงการ หรือเพื่อประยุกต์ใช้ HandySense กับงานด้านการเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียน

4.มีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการฯ และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามกำหนดการของโครงการฯ ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดโครงการฯ

เงื่อนไขในการสมัครเข้าร่วม

1. รับสมัครเป็นทีม ทีมละ 5 ท่าน โดยต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาทีมละไม่เกิน 2 ท่าน

2.มีความสนใจนำเทคนิค กระบวนการ และเทคโนโลยีระบบเกษตรอัจฉริยะ เข้ามาใช้ในการช่วยแก้ปัญหาหรือช่วยส่งเสริมให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลผลิตที่มีคุณภาพ ส่งเข้าร่วมโครงการฯ โดยจะเป็นผลงานที่คิดสร้างสรรค์ และพัฒนาอยู่ก่อนแล้ว หรือคิดสร้างสรรค์ใหม่ก็ได้

3.โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางด้านการเกษตร และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรอัจฉริยะ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบอินเทอร์เน็ต (สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในพื้นที่เกษตรที่ติดตั้งอุปกรณ์) ระบบให้น้ำพืชผ่านทางท่อ เป็นต้น

4.โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้อำนวยการโรงเรียนในการจัดทำโครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนในยุคปกติใหม่ (New Normal)

5. 1 โรงเรียนสามารถเข้าร่วมได้มากกว่า 1 โครงการ

6.เตรียมข้อมูลตามผลงานที่จะส่งสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ในรูปแบบของ “ข้อเสนอแนวทางในการพัฒนาผลงาน” (Proposal) เพื่อชี้แจงให้คณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิ ทราบถึงแนวทาง รูปแบบในการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ HandySense อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

7.ลงทะเบียนกรอกใบสมัคร Online พร้อมส่ง “ข้อเสนอแนวทางในการพัฒนาผลงาน” ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทาง e-mail หลักของโครงการฯ ภายในวัน และเวลา ที่กำหนด

ทั้งนี้ หากมีเรื่องที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับเงื่อนไขการสมัครเข้าร่วมที่ไม่อยู่ในทั้ง 7 ข้อข้างต้นนี้ ให้ถือผลการพิจารณาของคณะทำงาน “โครงการส่งเสริมสวนเกษตรอัจฉริยะในโรงเรียนยุคปกติใหม่ (New Normal)” เป็นที่สิ้นสุดตามแต่ละกรณี

การสมัครเข้าร่วมโครงการ

1.ผู้สมัครต้องกรอกใบสมัคร Online (เท่านั้น) พร้อมส่ง “ข้อเสนอแนวทางในการพัฒนาผลงาน” ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (PDF) มาที่ Email: icp-pbrs@nectec.or.th ตั้งแต่บัดนี้ – 31 ธันวาคม 2564 (23.59 น.)

2.ก่อนทำการสมัคร ควรมีข้อมูลผู้ร่วมทีม อาจารย์ที่ปรึกษา และข้อเสนอแนวทางในการพัฒนาผลงาน ให้พร้อม เพื่อความสะดวกในการกรอกใบสมัคร

กำหนดการของโครงการ

รายละเอียด

ช่วงเวลา

ประชาสัมพันธ์และเปิดรับข้อเสนอโครงการฯ

11 พ.ย. – 31 ธ.ค. 64

พิจารณาคัดเลือกจากข้อเสนอโครงการรอบแรก

4 – 16 ม.ค. 65

ประกาศรายชื่อผลงานที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกรอบแรก

17 ม.ค. 65

อบรมออนไลน์แนะนำ HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ เบื้องต้น

1 ก.พ. 65 

ผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศจัดส่งข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์และวิดีโอประกอบการพิจารณา

ภายใน 17.00 น. 3 ก.พ. 65

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและมอบรางวัล

7 ก.พ. 65

Workshop การใช้ระบบเกษตรอัจฉริยะ HandySense ณ โรงเรียน

ช่วงเดือน มี.ค. 65

ทีมนักวิจัยลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ

ช่วงเดือน พ.ค. 65

หมายเหตุ: กำหนดการในแต่ละกิจกรรมอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ทางโครงการฯ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนการปรับเปลี่ยนอย่างน้อย 2 สัปดาห์

เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการฯ

คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการจากใบสมัคร พร้อมด้วย ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาผลงาน ในการนำเสนอแนวความคิด แนวทางการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ และแนวทางการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังนี้

1. ด้านความสมบูรณ์ของข้อเสนอโครงการ (35%)

  • ข้อเสนอโครงการแสดงให้เห็นถึงแนวคิด ขั้นตอน และเป้าหมายของการประยุกต์ใช้ HandySense ในโรงเรียน
  • มีรูปแบบและหัวข้อครบถ้วน สามารถสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจได้ ใช้ภาษาได้ถูกต้อง มีภาพ หรือ ตัวอย่างประกอบทำให้สื่อได้ชัดเจน

2.ด้านความสามารถในการพัฒนาโครงการ (35%)

  • ขอบเขตโครงการชัดเจนและเหมาะสมทั้งตัวเนื้องานและระยะเวลา
  • ความสามารถในการดำเนินการพัฒนาโครงการของทีม
  • ความพร้อมของพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาโครงการ
    •  

3.ด้านโอกาสในการขยายผล (30%)

  • ความยั่งยืนและต่อเนื่องของโครงการ
  • ความสามารถในการประยุกต์ใช้ดำเนินงานกิจกรรมด้านอื่นๆของโรงเรียน

การสนับสนุนและสิ่งที่ได้รับ

1.การสนับสนุนแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

  • ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม
  • สมาคมไทยไอโอที โดย คุณนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมฯ สนับสนุนอุปกรณ์ HandySense และทุนในการพัฒนาผลงาน สำหรับผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ
    • รางวัลที่ 1: อุปกรณ์ HandySense ครบชุด ประกอบด้วย บอร์ด เซนเซอร์แสง อุณหภูมิ ความชื้น และทุนสนับสนุน จำนวน 3,000 บาท
    • รางวัลที่ 2: อุปกรณ์ HandySense ประกอบด้วย บอร์ด และ เซนเซอร์ความชื้น และทุนสนับสนุน จำนวน 2,000 บาท
    • รางวัลที่ 3: บอร์ด HandySense และทุนสนับสนุนจำนวน 1,000 บาท
    • รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้รับทุนสนับสนุนรางวัลละ 1,000 บาท

 2.สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ

  • ประกาศนียบัตรเข้าร่วมกิจกรรมโครงการฯ (กรณีผลงานที่ผ่านเข้ารอบนำเสนอโครงการ)
  • โล่ประกาศเกียรติคุณ สำหรับผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล
  • โรงเรียนที่ได้รับรางวัล จะได้การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ HandySense สำหรับการพัฒนาโรงเรือนอัจฉริยะ พร้อมการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดโดยนักวิจัยผู้ทรงคุณวุฒิ
  •  

คณะกรรมการพิจารณาตัดสินโครงการฯ

  1. คุณกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
  2. คุณนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที สมาคมไทยไอโอที
  3. คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
คุณวลัยลักษณ์ คงพระจันทร์ งานประชาสัมพันธ์
โทร 02 564 6900 ต่อ 2651 / Email: walailak.kon@nectec.or.th

ประกาศผลโรงเรียนที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ข้อปฏิบัติสำหรับโรงเรียนที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

1. ข้อปฏิบัติสำหรับโรงเรียนที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

1.1 โรงเรียนที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกรอบแรก ต้องจัดทำข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา โดยมีรายละเอียดข้อเสนอโครงการ ตามข้อ 2

1.2 โรงเรียนที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกรอบแรก ต้องจัดทำคลิปวิดีโอแนวทางในการพัฒนาผลงานมานำเสนอต่อคณะกรรมการของโครงการฯ โดยแต่ละทีมจะมีเวลาในการนำเสนอ 7 นาที (รวมคลิปวิดีโอ) และคณะกรรมการสอบถามเพิ่มเติม 8 นาที รวมใช้เวลา 15 นาที โดยเนื้อหาวิดีโอมีรายละเอียด ตามข้อ 3

1.3 ทางโครงการฯ กำหนดให้นำเสนอคลิปวิดีโอพร้อมบรรยายเสริมโดยทีมผู้พัฒนาผลงาน เพื่อให้คณะกรรมการเข้าใจในตัวผลงานและแนวทางในการพัฒนา สร้างสรรค์ผลงานมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้นำเสนอออนไลน์ ผ่านระบบ Cisco Webex Meetings ซึ่งผู้ประสานงานจะแจ้งลิงค์การเข้านำเสนอให้ทาง e-mail ของคุณครูที่ปรึกษาและสมาชิกทุกคนที่ได้กรอกไว้ในใบสมัคร

1.4 การนำเสนอคลิปวิดีโอต่อคณะกรรมการ กำหนดไว้ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 08.30 – 15.00 น. โดยจะเรียงลำดับการนำเสนอตามลำดับรายชื่อผลงานที่หน้าประกาศผลการพิจารณาคัดเลือก

1.5 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ทีมผู้พัฒนาผลงาน รวมถึงป้องกันปัญหาสัญญาณขัดข้องระหว่างการนำเสนอคลิปวิดีโอ ผ่านช่องทาง Online ขอให้ทุกทีมส่งไฟล์คลิปวิดีโอมายังช่องทางที่โครงการฯ กำหนด

1.6 ในการนำเสนอนั้น จะให้ผู้แทนของทีมเป็นคนนำเสนอคนเดียวพร้อมคลิปวิดีโอ หรือจะหลายคนก็ได้ตามแต่ความพร้อมและความถนัดของแต่ละทีม ทั้งนี้การนำเสนอต้องอยู่ในขอบเขตของช่วงเวลาที่กำหนดไว้ตามข้อ 1.2

1.7 การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการโครงการฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด

1.8 สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมยังผู้ประสานงานหลักโครงการฯ ได้ตามช่องทางที่ได้แจ้งไว้ในเมลที่ส่งถึงอาจารย์ที่ปรึกษาและสมาชิกในทีมทุกคน

2. รายละเอียดข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์
ผู้เข้าแข่งขันจะต้องจัดทำ “ข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์” โดยมีหัวข้อดังนี้

  1. ชื่อโครงการ
  2. ชื่อผู้ทำโครงการ
  3. ชื่อที่ปรึกษาโครงการ
  4. ที่มาและความสำคัญของโครงการ
  5. วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
  6. วิธีดำเนินงาน
  7. แผนปฏิบัติงาน
  8. งบประมาณ
  9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  10. รูปภาพประกอบ / เอกสารอ้างอิง / เอกสารแนบ (ถ้ามี)

3. รายละเอียดวิดีโอประกอบการพิจารณา
ผู้เข้าแข่งขันจะต้องจัดทำวิดีโอประกอบการพิจารณา ความยาว 3 – 5 นาที โดย VDO ต้องประกอบด้วยเนื้อหา ต่อไปนี้

  1. แนะนำสมาชิกในทีม / อาจารย์ที่ปรึกษา
  2. แรงบันดาลใจ / ความสนใจ ในการจัดทำโครงการนี
  3. อธิบายแนวทางการนำ HandySense ไปใช้ในการดำเนินโครงการ สั้นๆ
  4. โครงการนี้จะให้ประโยชน์อะไรทั้งกับตนเอง โรงเรียน และชุมชนในระยะยาว
  5. แนวทางการแก้ไขปัญหาที่คาดว่าจะพบในโครงการ

4. การจัดส่งข้อเสนอโครงการและวิดีโอประกอบการพิจารณา

1. ไฟล์ข้อเสนอโครงการ:

  • ส่งในรูปแบบไฟล์ PDF
  • ตั้งชื่อไฟล์ข้อเสนอโครงการ โดยใช้รหัสที่ทางโครงการกำหนดให้ ซึ่งสามารถเข้าดูรหัสของแต่ละทีม ได้ที่หน้าประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกรอบแรก แล้วตามด้วย “ข้อเสนอโครงการ” ตัวอย่าง “HS000 ข้อเสนอโครงการ”

2. ไฟล์คลิปวิดีโอ

  • ส่งในรูปแบบไฟล์ .mp4
  • ตั้งชื่อไฟล์คลิปวิดีโอ โดยใช้รหัสที่ทางโครงการกำหนดให้ ซึ่งสามารถเข้าดูรหัสของแต่ละทีม ได้ที่หน้าประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกรอบแรก แล้วตามด้วย “VDO” ตัวอย่าง “HS000 VDO”

3. ช่องทางการส่งไฟล์ข้อเสนอโครงการและคลิปวิดีโอ
ส่งไฟล์ข้อเสนอโครงการและคลิปวิดีโอ ผ่านทาง Google Drive ที่ผู้ประสานงานหลักโครงการฯ ได้ส่งลิงค์ให้ไว้ทาง e-mail ของคุณครูที่ปรึกษาและสมาชิกในทีมทุกคน

4. กำหนดส่ง
กำหนดส่งไฟล์ทั้ง 2 ข้างต้น ภายในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 กรณีที่ผลงานใดไม่ได้ส่งข้อมูลให้กับทางโครงการฯ ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ทางคณะกรรมการของดเว้นการพิจารณาการให้คะแนนผลงานนั้นๆ ในทันที

เกณฑ์การพิจารณารอบชิงชนะเลิศ

1. ความสมบูรณ์ของรายงานข้อเสนอโครงการ (40 คะแนน)

  •  ข้อเสนอโครงการแสดงให้เห็นถึงแนวคิด ความคิดสร้างสรรค์ ขั้นตอน เป้าหมาย และความยั่งยืนของการประยุกต์ใช้ HandySense ในโรงเรียน (25 คะแนน)
  • มีรูปแบบและหัวข้อครบถ้วน สามารถสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจได้ ใช้ภาษาได้ถูกต้อง มีภาพ หรือ ตัวอย่างประกอบทำให้สื่อได้ชัดเจน (15 คะแนน)

2. ความสนใจ ความใส่ใจ (Passion) ที่มีต่อผลงานของตนเอง (30 คะแนน)

  • แรงบันดาลใจและที่มาที่ไปของผลงาน  (10 คะแนน)
  • การมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม (10 คะแนน)
  • ความสามารถในการตอบคำถาม (10 คะแนน)

3. ความสมบูรณ์ของเนื้อหาวิดีโอประกอบการพิจารณา (20 คะแนน)

4. การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม (10 คะแนน)

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

คุณวลัยลักษณ์ คงพระจันทร์ งานประชาสัมพันธ์
โทร 02 564 6900 ต่อ 2651 /  e-mail : walailak.kon@nectec.or.th

]]>