NAC2022 – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Sun, 03 Apr 2022 17:57:07 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png NAC2022 – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 ผนึกกำลังความร่วมมือแพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทย (CiraCore x AI for Thai x AI9) https://www.nectec.or.th/news/news-article/aiforthai-nac2022.html Sun, 03 Apr 2022 17:51:44 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=25352

บทความ | วลัยลักษณ์ คงพระจันทร์
ถ่ายภาพ | พงศ์ศธร วิศลดิลกพันธ์

เนคเทค สวทช. จัดเวทีเสวนาผนึกกำลังความร่วมมือแพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทย (CiraCore x AI for Thai x AI9) ในงาน NAC2022 โดยมี ดร.อลิสา คงทน รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวเปิดการเสวนา ความว่า หัวข้อเสวนาจะกล่าวถึงความก้าวหน้าของแพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทยของ 3 ทีมวิจัย ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัยของภาครัฐ และบริษัทสตาร์ตอัพทางด้าน AI ของไทย เห็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์กับโจทย์จริงในภาคอุตสาหกรรม ทั้ง AI ทางด้านภาพ (Image Processing) และ AI ทางด้านภาษา (Natural Language Processing, Text to Speech, Speech to Text) เป็นต้น ตลอดจนแนวทางความร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทยระหว่าง 3 ทีมวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยต่อไป

แนะนำ3ผลงานปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทย

AI for Thai แพลตฟอร์มให้บริการปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผอ.กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. กล่าวว่า AI for Thai เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมงานวิจัยด้าน AI ของเนคเทค สวทช. มาให้บริการในรูปแบบ API และ Services ใน 3 ด้าน ภาษา รูปภาพ และการสนทนา โดยมีเป้าหมายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศ เพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและบริการเทียบเท่าสากล รวมถึงสนับสนุนการสร้างและพัฒนาความรู้ด้าน AI ให้กับเยาวชน

CiRA CORE แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย รศ.ดร.ศิริเดช บุญแสงหัวหน้าโครงการ CiRA CORE KMITL และ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อธิบายว่า CiRA CORE มี concept “LOW-CODE NO-CODE AI Platform” เพื่อให้การพัฒนา AI เป็นไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เปรียบเสมือนการมีชิ้นส่วนเลโก้ชิ้นสำคัญเตรียมรอไว้ให้นักพัฒนาประกอบต่อยอดเป็นชิ้นงานได้

AI9 เป็น AI Deep Tech Startup ที่เกิดจากแนวคิดของเนคเทค สวทช. ที่ต้องการส่งต่องานวิจัยโดยคนไทยให้ถึงมือภาคธุรกิจเอกชน ดร.ชูชาติ หฤไชยะศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท AI9 จำกัด เล่าว่า AI9 โฟกัสเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ในด้านการสนทนา (Speech) และภาษา (Language Technology) เพื่อให้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าใจภาษาของมนุษย์ ตอบโจทย์ความต้องการภาคเอกชนที่ต้องการยกระดับ workflow การทำงานให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไปสู่การนำความสามารถของ AI มาเป็นหนึ่งในแรงงาน หรือที่เรียกว่า “Cognitive Automation”

การพัฒนา AI ต้อง Make it Simple

ในช่วงท้ายของการเสวนาวิทยากรทั้ง 3 ท่านข้างต้นได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองแนวทางความร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทย ร่วมกับดร.เชิดศักดิ์ กิ่งก้าน กลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม เนคเทค สวทช. ผศ.ดร.สันทัด ชูวงค์อินทร์ หัวหน้าศูนย์ CiRA AMI (Advanced Manufacturing Innovation) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ ดร.รังสันต์ จอมทะรักษ์ หัวหน้าศูนย์ CiRA Educations มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจถึงบทบาทของการเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน นอกจากการพัฒนาเครื่องมือให้พร้อมใช้ ง่าย สะดวก และรวดเร็วอย่างตามแนวคิดของ AI for Thai และ Cira Core นั้น การเทรนด์ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแพลตฟอร์มด้าน AI ได้อย่างคล่องแคล่วเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน บริการ หรือเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เกิดการขยายผลได้อย่างรวดเร็ว โดยมีบริษัทอย่าง AI9 เข้ามาปิดช่องว่างในการนำงานวิจัยไปใช้เชิงธุรกิจ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ให้ผู้ใช้งานเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนา AI ให้เก่งนั้นจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาในการเก็บข้อมูล การเรียนรู้ของโมเดล การใช้งานและปรับไปพร้อม ๆ กัน

ในเรื่องความง่ายของการใช้งาน “โปรแกรม necML” เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่เนคเทค สวทช. ได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถพัฒนาโมเดลได้ โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเขียนโค้ด (Coding)

จินตนาการสำคัญกว่าการ Code

เมื่อกล่าวถึงการพัฒนาบุคลากร CiRA EDUCATION ได้ส่งเสริมให้เด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องของ AI ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล โดยเน้นการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ให้เด็ก ๆ ได้เห็นถึงความสนุก ประโยชน์ รวมถึงตัวอย่างความสำเร็จของการประยุกต์ใช้ AI เพื่อกระตุ้นให้ความอยากเรียนรู้ โดยสนับสนุนในเรื่องของการเรียนรู้อย่างสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการเป็นหลัก ก่อนเข้าสู่การเขียนโปรแกรม รวมถึงการสอนเรื่องจริยธรรมด้าน AI ให้เด็ก ๆ ได้มีแนวคิดการประยุกต์ AI ในบริบทที่ถูกต้องเหมาะสม และส่งต่อโอกาสในการเรียนรู้เรื่อง AI ให้ทุกโรงเรียนอย่างทั่วถึงกัน

AI จะยั่งยืนต้องไปในเชิงธุรกิจโดยไม่ลืมประโยชน์สาธาณะ

ความท้าทายในปัจจุบัน คือ การนำผลงานวิจัยด้าน AI ออกจากหิ้งไปสู่ห้าง บริษัท AI9 เป็นตัวอย่างหนึ่งของเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือ มีการเชื่อมโยงกันระหว่างภาครัฐไปสู่เอกชน สิ่งสำคัญ คือ ต้องไม่ลืมประโยชน์สาธารณะ
 
ในมุมของเนคเทค สวทช. AI for Thai ต้องเจอกับความท้าทายเรื่องทรัพยากรและการจัดการในการเปิดแพลตฟอร์มให้ผู้ใช้งานได้ฟรี แม้จะมีขีดจำกัด แต่ปริมาณการขอใช้งานก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนปัจจุบันมียอดรวมกว่า 27 ล้านการใช้งาน (Request) จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการสนับสนุนทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้สามารถบริการสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง

อยากเข้าวงการ AI ต้องมีใจเป็นอันดับแรก

“แรงบันดาลใจ” คือ กุญแจสำคัญในการเริ่มต้นเข้าสู่วงการ AI รวมถึงรักษาคนที่ทำงานด้าน AI เอาไว้ แน่นอนว่า AI ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ แต่หากปราศจากใจรักแล้ว ก็อาจจะยอมแพ้ออกไปได้ง่าย ๆ ดังนั้น รุ่นพี่ที่เป็นผู้เล่นในวงการ AI ในปัจจุบันจะต้องฉายภาพประโยชน์ ความสนุก ความสำเร็จของ AI ออกไปเพื่อให้น้อง ๆ ได้เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะเริ่มต้นเรียนรู้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ในการเป็นผู้พัฒนาเสมอไป เริ่มต้นจากการเป็นผู้นำแพลตฟอร์มไปประยุกต์ใช้ แล้วขยายผลต่อไปถึงฝั่งนักพัฒนา หรือ สายอาชีพอื่น ๆ ในด้านปัญญาประดิษฐ์

]]>
สวทช. จัดใหญ่ งาน NAC2022 ‘พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยงานวิจัย-นวัตกรรม BCG’บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 28-31 มีนาคมนี้ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/nac2022.html Wed, 02 Mar 2022 08:43:10 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=24891

2 มีนาคม 2565 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.): ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) นำทีมนักวิจัย สวทช. แถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (17th NSTDA Annual Conference: NAC2022) ภายใต้แนวคิด “พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG” (Revitalizing Thai Economy through BCG Research and Innovation) โดยจัดบนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบผ่านทางเว็บไซต์ www.nstda.or.th/nac ระหว่างวันที่ 28-31 มีนาคม 2565 

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. แถลงว่า ปีนี้ สวทช. จัดงาน NAC2022 แบบออนไลน์เต็มรูปแบบ เพื่อให้สอดรับกับวิถี New Normal  ซึ่งทุกกิจกรรมจะเป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด ทั้งสัมมนา นิทรรศการ การจัดกิจกรรมเยี่ยมชม Open House ผ่านทางเว็บไซต์ www.nstda.or.th/nac ระหว่างวันที่ 28-31 มีนาคม 2565 ประกอบด้วย 3 กิจกรรม นิทรรศการออนไลน์ 102 เรื่อง สัมมนาออนไลน์ 45 หัวข้อ Open House เปิดให้ชมแบบออนไลน์ 61 เรื่อง

โดยงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2022) ตลอด 4 วันเต็ม สวทช. จัดออนไลน์เต็มรูปแบบรับวิถี New Normal และเข้มข้นขึ้นในเนื้อหาสาระ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัยได้เข้าไปหาความรู้ อัปเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากศักยภาพของบุคลากรวิจัยและห้องปฏิบัติการ สวทช. เพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการ โดย สวทช. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมประจำปี สวทช. ในวันที่ 28 มีนาคม 2565 ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางช่อง 11 หรือ NBT ตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกาเป็นต้นไป

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวต่อว่า สำหรับธีมงานปีนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศให้ระบบเศรษฐกิจแบบ BCG (Bio-Circular-Green Economy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว) เป็นวาระแห่งชาติ (เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564) โดยประกาศเป้าหมายให้ BCG เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้มีความเข้มแข็ง และประชาชนมีรายได้สูงขึ้น ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย BCG เป็นระยะเวลา 6 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2564-2570 ประกอบด้วย 4 แผนยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. เกษตรและอาหาร 2. สุขภาพและการแพทย์ 3. พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และ 4. การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของประเทศไทยในฐานความหลายหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมของประเทศไทย สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย BCG ร่วมกับทุกกระทรวงและทุกหน่วยงาน

“ตัวอย่างที่ สวทช. ขับเคลื่อนนโยบาย BCG ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และตอบโจทย์ BCG สาขาต่าง ๆ เช่น  การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่น – การผลิตและเพิ่มมูลค่าพันธุ์ฟักทองไข่เน่าอัตลักษณ์ท้องถิ่น กลุ่มนาน้อย จ.น่าน ระบบฟาร์มเกษตรอัจฉริยะ HandySense , Plant-based egg ผลิตภัณฑ์ไข่เหลวจากโปรตีนพืช ,ชุดตรวจสารปนเปื้อนในน้ำนมดิบ (Peroxide Test Stripe) ที่ตอบโจทย์ BCG สาขาเกษตรและอาหาร การพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ในช่วงโควิด-19 เช่น เปลความดันลบ PETE, นวัตกรรม “ENcase” เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมี ชุดตรวจโควิด-19 แบบต่าง ๆ รวมไปถึงการพัฒนาวัคซีนแบบฉีดพ่นจมูก ก็ตอบโจทย์ BCG สาขาสุขภาพและการแพทย์ เป็นผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ”

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ในฐานะประธานจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 กล่าวว่า การจัดงานในรูปแบบออนไลน์ปีนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เต็มอิ่มกับเนื้อหาสาระที่ สวทช. เตรียมมานำเสนอ และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะหัวข้อการสัมมนาที่มีทั้งหมด 45 หัวข้อสัมมนา ตัวอย่าง เช่น ความท้าทายในการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, โมเดลเศรษฐกิจ BCG สาขาเครื่องมือแพทย์ ความก้าวหน้าอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน, Food Waste กับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน, จีโนมิกส์ประเทศไทย: อนาคตของการแพทย์จีโนมิกส์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนม, การอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาตามหลักสูตรฐานสมรรถนะด้วย BCG Model รวมทั้ง International Webinar on COVID-19

นิทรรศการออนไลน์ 102 ผลงาน แบ่งเป็น 4 กลุ่มตามการดำเนินงานสำคัญเพื่อขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และแผนปฏิบัติการ AI  ของ สวทช. ได้แก่ 1. เกษตรและอาหาร 2. สุขภาพและการแพทย์ 3. พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และ 4. ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ (Digital and Electronics) โดยในนิทรรศการแต่ละเรื่องจะมีนักวิจัยเจ้าของผลงานมานำเสนองานวิจัยในรูปแบบ VDO Online โดยทั้งนิทรรศการออนไลน์ และหัวข้อสัมมนาออนไลน์ สามารถรับชมผ่านระบบ VDO Conference ของซิสโก้ (cisco) เว็บเอ็กซ์ มีทติ้ง (webex meeting) โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนา สามารถลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.nstda.or.th/nac โดยเลือกหัวข้อที่สนใจตามวันและเวลาที่สะดวก 

“ระบบจะส่ง Link URL ไปให้ทางอีเมล เพื่อใช้เข้าร่วมฟังการสัมมนา โดยผู้เข้าฟังสามารถรับชมผ่านโปรแกรม webex meeting ซึ่งติดตั้งได้ ทั้งบนคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน หากไม่สามารถเข้าร่วมฟังในเวลาที่ลงทะเบียนไว้ ก็สามารถรับชมย้อนหลังได้อีกด้วย”

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Open House หรือการเปิดบ้านให้ผู้ประกอบการ และนักลงทุนได้เยี่ยมชมแบบออนไลน์ จากการนําเสนอเทคโนโลยีจากความชำนาญของห้องปฏิบัติการชั้นนำ 43 ห้องปฏิบัติการ จำนวนรวม 61 เรื่อง ซึ่งความพิเศษของการจัดในรูปแบบออนไลน์ คือ สวทช. เปิดบ้านให้เห็นห้องปฏิบัติการวิจัยผ่านวีดีโอแบบใกล้ชิด และหากมีคำถามก็สามารถแชทข้อความสอบถามได้ทันที เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย ทั้งนักธุรกิจ นักอุตสาหกรรม และนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสและแรงบันดาลใจสามารถนำไปเป็นแนวทางต่อยอดธุรกิจด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ สวทช. ได้นำตัวอย่างผลงานวิจัยมาแสดง อาทิ “Plant-based egg” ผลิตภัณฑ์ไข่เหลวจากโปรตีนพืช ที่พัฒนาสูตรโปรตีนจากพืชเป็นไข่เหลวจากพืชพาสเจอร์ไรซ์ ที่มีคุณสมบัติในการขึ้นรูปในระหว่างการทอดในน้ำมันได้ และเนื้อสัมผัส ใกล้เคียงกับไข่ไก่ เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มกินวีแกน(Vegan), Vegetarian, กลุ่มที่แพ้ไข่

นวัตกรรม มะนีมะนาว น้ำมะนาวคั้นสด 100% แช่แข็ง (ManeeManao) นักวิจัยได้เปลี่ยนสภาวะการแช่เยือกแข็งที่เหมาะสม โดยขั้นตอนการผลิตเดิมไม่ถูกเปลี่ยน ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการลดการทำงานของเอนไซม์ ผลการทดสอบด้วยกระบวนการที่ปรับปรุงนั้นคือ กลิ่น สี และรสของน้ำมะนาวแช่แข็งที่นำมาทำละลายเทียบเคียงน้ำมะนาวสด ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของกลิ่น สี รส ภายใน 2-3 วัน แต่น้ำมะนาวแช่แข็งสามารถเก็บได้นานกว่า 2 ปี

Handy Sense + Farm to School ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ และระบบเชื่อมโยงผลผลิตเพื่ออาหารกลางวัน HandySense จะตรวจวัดค่าสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชผลแบบเรียลไทม์ผ่านเซนเซอร์และส่งต่อข้อมูลผ่านระบบคลาวด์นำมาเปรียบเทียบกับค่าที่เหมาะสมของการเพาะปลูกพืชเพื่อแจ้งเตือนและสั่งการระบบต่าง ๆ ให้ทำงานต่อไป โดยนำมาบูรณาการกับระบบ Farm To School เพื่อตอบโจทย์ปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน สนับสนุนให้เกิดการซื้อขายผลผลิตระหว่างโรงเรียนและเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป

อุปกรณ์วัดค่าพลังงานไฟฟ้าและติดตามตำแหน่งอัจฉริยะ (Plug UNAI: Smart power monitoring and locator device) เป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อติดตามตำแหน่งและวัดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ภายในอาคาร ปัจจุบันมีการใช้จริงกับอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อนำข้อมูลตำแหน่งและค่าพลังงานที่ได้ไปวางแผนการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) ตอบโจทย์นโยบาย BCG ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ในการบำรุงรักษาเครื่องมือให้มีการใช้งานอย่างคุ้มค่า

ชุดตรวจแบบรวดเร็วในรูปแบบ strip test ตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสใบด่างมันสำปะหลังในมันสำปะหลัง สำหรับพกพาไปใช้ในภาคสนาม โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างส่งมาตรวจยังห้องปฏิบัติการ ทราบผลได้ภายใน 15 นาที และตรวจสอบได้เองโดยไม่ต้องอาศัยผู้ชำนาญการและเครื่องมือวัดอ่านผล

การพัฒนาชุมชนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG – การผลิตและเพิ่มมูลค่าพันธุ์ฟักทองไข่เน่า อัตลักษณ์ท้องถิ่น กลุ่มนาน้อย จังหวัดน่าน ทำให้ได้สายพันธุ์ฟักทองไข่เน่าที่มีสีเขียวปนเหลือง มีความสม่ำเสมอของรูปทรงผล มีรสชาติหวาน มัน อร่อยและเนื้อเหนียวหนึบ มีกระบวนการเพาะปลูกที่ได้มาตรฐาน ส่วนของฟักทองที่เหลือนำมาแปรรูป น้ำมันเมล็ดฟักทอง การหมักด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์และโค สร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ มีปริมาณโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้น้อยเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ISO 11193-1:2008, EN 455 และ ASTM D3578-05 ช่วยลดปริมาณโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติ ยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติให้สามารถแข่งขันได้กับผลิตภัณฑ์ถุงมือยางสังเคราะห์ และรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตยางและผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติของประเทศไทย

เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี ในชื่อ ENcase ที่ใช้เพียงส่วนผสมระหว่าง เกลือกับน้ำบริสุทธิ์ เพื่อทำเป็นสารละลายเกลือแกง ก่อนใช้กระบวนการทางไฟฟ้าทำปฏิกิริยาเคมี จนได้น้ำยาออกมา 2 ชนิดพร้อมกัน คือกรดและด่าง โดยในส่วนที่เป็นกรดมีองค์ประกอบของไฮโปคลอรัส มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการพัฒนา สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมงาน NAC2022 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ www.nstda.or.th/nac หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2564-8000

 

]]>