NECTEC-ACE – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Fri, 13 Sep 2024 07:05:57 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png NECTEC-ACE – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 NECTEC-ACE 2024 ผนึกกำลังรัฐและเอกชน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซนเซอร์ไทย สู่ระบบนิเวศเซนเซอร์อัจฉริยะระดับโลก https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/press-ace2024.html Tue, 10 Sep 2024 11:19:33 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=37541

เนคเทค สวทช. จัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการประจำปี 2567 (NECTEC Annual Conference & Exhibitions 2024: NECTEC-ACE 2024) ภายใต้แนวคิด “ฐานรากเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาไทยก้าวหน้า” ซึ่งปีนี้มุ่งเน้นด้าน “เปิดโลกเทคโนโลยียุคใหม่ ด้วยเซนเซอร์ไทยอัจฉริยะ: The Next Era of Thai Intelligent Sensors” โดยมีศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. และพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชน กว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน ณ ศูนย์การประชุมอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) กล่าวว่า เซนเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นสององค์ประกอบหลักที่ขับเคลื่อนให้เทคโนโลยีสมัยใหม่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราอย่างที่เราคาดไม่ถึง ทั้งเป็นกุญแจสำคัญของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ที่ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เชื่อมต่อกันและสื่อสารกันได้ ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีผลในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้เซนเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์ยังถูกใช้ในระบบขนส่งอัจฉริยะ ช่วยให้การจราจรมีความปลอดภัย สะดวกรวดเร็ว และประหยัดพลังงาน ถูกใช้ในระบบดูแลสุขภาพ ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ รักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตามสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิด และถูกนำมาประยุกต์ใช้ในระบบเกษตรอัจฉริยะ ช่วยให้เกษตรกร สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ดังนั้นเซนเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์จึงมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

NECTEC-ACE 2024 ความสำคัญในการสนับสนุนให้ หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ภาคเกษตร สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ผู้ประกอบการ และนักลงทุน สามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ ร่วมทั้งการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ผลักดันผลงานวิจัยไปสู่ผู้ใช้งานจริงได้อย่างยั่งยืน โดยผ่านโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติและเครือข่ายพันธมิตร เพื่อยกระดับการพัฒนาและการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งสร้างสรรค์ผลงานวิจัยให้ตอบโจทย์การใช้งานภายในประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวทช. โดยเนคเทคซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นผู้เชื่อมโยงการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตร สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ผู้ประกอบการและนักลงทุน ในการสนับสนุนและถ่ายทอดผลงานวิจัยและพัฒนาไปสู่ การใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศ ปัจจุบันเทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะในประเทศไทย ตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ ในอุตสาหกรรม และเซนเซอร์อัจฉริยะมีความสำคัญต่ออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และอุปกรณ์ ที่เชื่อมต่อการใช้งานเซนเซอร์อัจฉริยะจึงมีมากมาย สามารถบูรณาการเข้ากับแอปพลิเคชันที่หลากหลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยในปีต่อ ๆ ไป คาดว่าอุตสาหกรรมเซนเซอร์อัจฉริยะจะยังคงเติบโตและสร้างสรรค์ช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาและการลงทุนในอนาคต รวมถึงช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเร่งการพัฒนาเชิงพาณิชย์สำหรับเทคโนโลยีเซนเซอร์ของไทยให้เป็นหนึ่งที่สำคัญในระบบนิเวศเซนเซอร์อัจฉริยะของโลก

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า NECTEC-ACE 2024 มีเป้าหมายเพื่อผลักดันเทคโนโลยีและผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยมุ่งเน้น 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ 1.Intelligent Sensors 2.Networking & Communication และ 3.AI & Big Data อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง NECTEC-ACE2024 ในปีนี้นำเสนอเรื่องราวของเทคโนโลยีเซนเซอร์ ที่มีบทบาทสำคัญในยุคดิจิทัลและเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ เสริมสร้างศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและสากล ในฐานะที่เนคเทค สวทช. ได้ก่อตั้ง Thai Microelectronics Center (TMEC) เป็น MEMS Foundry แห่งแรกของไทย ตั้งแต่ปี 2538 เปิดให้บริการพัฒนาอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ MEMS และเซนเซอร์ ในกลุ่ม More Than Moore ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การสร้างต้นแบบ การทดสอบไปจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์ในปริมาณน้อยถึงปานกลาง ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านมา ได้แก่  MEMS Pressure Sensors, Silicon Particle Detector, Si MEMS Microphones, Si MEMS Gyroscopes และ Ion-Sensitive Field-Effect Transistor (ISFET) อีกบทบาทสำคัญของ TMEC คือการเป็นโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศและเสริมสร้างกำลังคนเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต โดยเนคเทค สวทช. พร้อมนำองค์ความรู้ด้านเซนเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์ เข้าไปมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงในมิติของภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการและ นักลงทุนทั่วไป ที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมเสริมระบบนิเวศการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเซนเซอร์อัจฉริยะภายในประเทศให้มีความพร้อมก้าวสู่ตลาดการแข่งขันในระดับสากล

ความพิเศษของการจัดงาน NECTEC-ACE 2024 ในปีนี้ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 17 ยังคงได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนรวม 26 หน่วยงาน ที่เล็งเห็นประโยชน์ และความสำคัญในการสนับสนุน โดยมีผู้สนใจได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมาแล้วทั้งสิ้น มากกว่า 1,000 คน ซึ่งปีนี้นำเสนอเรื่องราว ในหลากหลายมิติที่เกี่ยวข้องทางด้านเทคโนโลยีเซนเซอร์ ให้ทุกท่านได้เห็นถึงบทบาทของเซนเซอร์อัจฉริยะที่มีบทบาทสำคัญในยุคดิจิทัล และเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ผ่านกิจกรรมภายในงาน ทั้งในรูปแบบการจัดสัมมนาวิชาการ และการจัดแสดงนิทรรศการ ที่ทุกท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถานภาพปัจจุบัน และศักยภาพของเทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะในประเทศไทย ตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงมุมมองด้านนโยบายการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยพัฒนา โอกาส ความท้าทายการลงทุน ทั้งในมิติของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ใช้งาน ที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม เสริมระบบนิเวศ (Ecosystem) การพัฒนาเซนเซอร์อัจฉริยะที่จะนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ ให้เกิดขึ้นภายในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรมภายในงานเต็มไปด้วยเนื้อหา สาระความรู้ เพื่อนำเสนอต่อผู้ที่สนใจทางด้านเซนเซอร์อัจฉริยะทุกท่านได้เข้ามาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ประกอบด้วย

  • 7 หัวข้อสัมมนาวิชาการ ที่ได้รวบรวมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาครัฐ และเอกชน กว่า 40 ท่าน มาร่วมนำเสนอความรู้ ความก้าวหน้า งานวิจัยและพัฒนาเซนเซอร์อัจฉริยะครบทุกมิติทั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รวมถึงด้านนโยบาย การสนับสนุน โอกาสการลงทุน และการเติบโตในอนาคต
  • 50 บูธนิทรรศการ แสดงผลงานวิจัยพัฒนาด้านเซนเซอร์อัจฉริยะ จากเนคเทค สวทช. ที่พร้อมตอบโจทย์การประยุกต์ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม และงานวิจัยขั้นสูงสู่อนาคตเทคโนโลยีเซนเซอร์ พร้อมด้วยผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม สถาบันการศึกษา ร่วมนำนวัตกรรม บริการ โซลูชัน มาตรการสนับสนุน เพื่อผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมเซนเซอร์ในประเทศ

โดยภายหลังการจัดงาน ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ สามารถติดตามบันทึกการสัมมนาย้อนหลังและข้อมูลนิทรรศการผลงานวิจัย ได้ที่เว็บไซต์ www.nectec.or.th/ace2024 ตั้งแต่ 30 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

พิธีเปิด NECTEC-ACE 2024

ภาพบรรยากาศ

]]>
เนคเทค สวทช. และพันธมิตร พร้อมโชว์ศักยภาพ โอกาสและทิศทาง การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซนเซอร์ไทย ในงาน NECTEC–ACE 2024 “เปิดโลกเทคโนโลยียุคใหม่ ด้วยเซนเซอร์ไทยอัจฉริยะ” 10 กันยายน นี้ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/nectec-ace-2024-press.html Tue, 27 Aug 2024 12:17:02 +0000 https://nectec.or.th/?p=37456

27 สิงหาคม 2567: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช. พร้อมหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอเอ็มดี เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค ประจำปี 2567 หรือ NECTEC Annual Conference and Exhibitions 2024 (NECTEC–ACE 2024) ภายใต้แนวคิด “ฐานรากเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาไทยก้าวหน้า” โดยใช้ชื่อ “The Next Era of Thai Intelligent Sensors: เปิดโลกเทคโนโลยียุคใหม่ ด้วยเซนเซอร์ไทยอัจฉริยะ” นำเสนอการพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ ในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมโชว์ศักยภาพ โอกาส นโยบาย และทิศทางของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเซนเซอร์ จัดขึ้นวันที่ 10 กันยายน 2567 ณ ศูนย์ประชุมอิมแพคฟอรั่ม(ฮอลล์ 4) เมืองทองธานี

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. ในฐานะองค์กรวิจัยของประเทศ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อกับภารกิจในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ เปรียบเสมือนเป็น “เครื่องจักรสำคัญเพื่อสร้างฐานรากทางเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศขั้นสูงให้กับประเทศ” ผลักดันเทคโนโลยีและผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยมุ่งเน้น 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ (1) Intelligent Sensors (2) Networking & Communication (3) AI & Big Data ซึ่งเนคเทค สวทช. ยังได้ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ รวมทั้งการสร้างแพลตฟอร์ม หรือเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญให้กับประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งสร้างสรรค์ผลงานวิจัยให้ตอบโจทย์การใช้งานภายในประเทศสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ผลักดันงานวิจัยไปสู่ผู้ใช้งานจริงได้อย่างยั่งยืน

ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 17 ของการจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการของเนคเทค หรือ NECTEC-ACE ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการส่งมอบผลงานวิจัยที่ใช้งานได้จริงให้กับประเทศ ในรูปแบบเวทีนำเสนอผลงานวิจัยการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และสนับสนุนภารกิจของเครือข่ายพันธมิตรในการขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ ความพิเศษของการจัดงาน NECTEC-ACE คือ การนำเสนอแนวคิดหลักของการจัดงานที่แตกต่างกันออกไปทุกปี โดยในปีนี้นำเสนอเรื่องราวของเทคโนโลยีเซนเซอร์ ที่มีบทบาทสำคัญในยุคดิจิทัลและเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ เสริมสร้างศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและระดับสากลจึงเป็นที่มาของการจัดงาน NECTEC-ACE 2024 ภายใต้แนวคิด The Next Era of Thai Intelligent Sensors เปิดโลกเทคโนโลยียุคใหม่ ด้วยเซนเซอร์ไทยอัจฉริยะ ที่เนคเทค สวทช. และหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 26 หน่วยงาน เตรียมพร้อมนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจในหลากหลายมิติเกี่ยวข้องกับเซนเซอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปแบบสัมมนาวิชาการ การจัดแสดงนิทรรศการเพื่อแสดงศักยภาพของงานวิจัยไทยที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้ตั้งแต่สถานะปัจจุบันของเทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะในไทย งานวิจัยพื้นฐาน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงโอกาส และความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์ของไทย ตลอดจนมุมมองด้านการตลาดและการลงทุน ทั้งในมิติของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม เสริมระบบนิเวศการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเซนเซอร์อัจฉริยะภายในประเทศ ให้พร้อมก้าวสู่ตลาดการแข่งขันในระดับสากล

นอกจากนี้ภายในงานแถลงข่าว NECTEC-ACE 2024 ยังได้นำเสนอตัวอย่างผลงานเด่นด้านเทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะของเนคเทค สวทช. อาทิ  (1) แพลตฟอร์มวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ด้วยเครื่องวัดสัญญาณรามานแบบพกพาร่วมชิปขยายสัญญาณ “ONSPEC Prime” ใช้ AI และ Cloud ในการจำแนกผู้ป่วยและพยากรณ์โรค เช่น วัณโรค ไข้เลือดออก และมะเร็ง ทราบผลใน 30 นาที รองรับการตรวจ on-site และการจัดการข้อมูลออนไลน์ (2) แพลตฟอร์มเทระเฮิรตซ์: ที่ประกอบด้วย TeraAnt อุปกรณ์รับและส่งสัญญาณเทระเฮิรตซ์เสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสง (THz Photoconductive Antenna) สำหรับนำสัญญาณเทระเฮิร์ต มาใช้ในการศึกษาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุในอุตสาหกรรมอาหาร และยา และ TeraBoost แผ่นบูสต์สัญญาณเมทะเซอร์เฟสสำหรับ 5G/6G ทำหน้าที่เสมือน WiFi Booster ช่วยเพิ่มกำลังและรวมสัญญาณเครือข่าย 5G ให้โฟกัสไปยังบริเวณที่มีความต้องการใช้งานหรือบริเวณตำแหน่งอับสัญญาณ โดยสามารถเพิ่มค่ากำลังของสัญญาณได้สูงสุดถึง 15 dB (ประมาณ 32 เท่า) ที่ความถี่ 26 GHz และรองรับการใช้งาน 6G ในอนาคต

ไฮไลต์ในงาน NECTEC–ACE 2024:

  • 6 หัวข้อสัมมนาทางวิชาการ ที่ได้รวบรวมกูรู ผู้บริหาร นักวิชาการ นักวิจัย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาครัฐ และเอกชน กว่า 25 ท่าน ที่จะมาร่วมนำเสนอความรู้ ความก้าวหน้า ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเซนเซอร์อัจฉริยะครบทุกมิติทั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุน โอกาสการลงทุน การเติบโตในอนาคต

  • 50 บูธนิทรรศการพร้อมใช้ แสดงผลงานวิจัยพัฒนาด้านเซนเซอร์อัจฉริยะ จากเนคเทค สวทช.
    ที่พร้อมตอบโจทย์การประยุกต์ใช้งาน ทั้งสุขภาพการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม และงานวิจัย
    ขั้นสูงสู่อนาคตเทคโนโลยีเซนเซอร์ และผลงานจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม สถานบันการศึกษา ร่วมนำนวัตกรรม บริการ โซลูชัน มาตรการสนับสนุน เพื่อผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมเซนเซอร์ในประเทศ

สามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ https://nectec.or.th/ace2024/

]]>
งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ประจำปี 2567 | NECTEC-ACE 2024 https://www.nectec.or.th/news/news-nectec-ace/ace2024.html Mon, 19 Aug 2024 04:59:27 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=37505

NECTEC-ACE 2024 : The next era of Thai intelligent sensors

เปิดโลกเทคโนโลยียุคใหม่ด้วยเซนเซอร์ไทยอัจฉริยะ

10 กันยายนนี้ ! เตรียมตัวพบกับงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค ประจำปี 2567 หรือ NECTEC-ACE 2024 มาในธีม “เปิดโลกเทคโนโลยียุคใหม่ด้วยเซนเซอร์ไทยอัจฉริยะ – The next era of Thai intelligent sensors” เจาะลึกเรื่องราวของเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่เปรียบเหมือนประสาทสัมผัสในโลกดิจิทัล หัวใจสำคัญของพัฒนา Smart Technology สนับสนุนเทคโนโลยี IoT และเป็นพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ สร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมของประเทศ

ห้ามพลาด!
🔺 หัวข้อสัมมนาสุดเข้มข้น เจาะลึกเรื่องราวการพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมสำรวจโอกาส นโยบาย และทิศทางของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเซนเซอร์

🔺 สัมผัสประสบการณ์จริง กับนิทรรศการผลงานวิจัยด้านเซนเซอร์ไทยอัจฉริยะในด้านต่าง ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น การเกษตร การแพทย์ อุตสาหกรรม จากทั้งเนคเทค สวทช. รวมถึงพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน

🔺 สร้างโอกาสทางธุรกิจ ร่วมเปิดมุมมองแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้เซนเซอร์ไทยอัจฉริยะ ไปจนถึงการต่อยอดสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี จากผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาครัฐ และเอกชน

ล็อกปฏิทินไว้เลย ! 10 กันยายน 2567
เวลา 08:30 – 16:30 น.
ณ ศูนย์ประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี (ฮอลล์ 4)

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานและจับจองหัวข้อสัมมนาได้ก่อนใคร

]]>
งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ประจำปี 2566 | NECTEC-ACE 2023 https://www.nectec.or.th/news/news-nectec-ace/ace2023.html Mon, 21 Aug 2023 08:58:49 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=33885

ชวนสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่จะทำให้มุมมองเกี่ยวกับ “ข้อมูล” ของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ที่งาน NECTEC-ACE 2023

เพราะ “โลกแห่งข้อมูล” เป็นได้มากกว่าที่คุณคิด
12 กันยายน นี้ ร่วมปลดปล่อย ‘พลังแห่งข้อมูล” เพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย ที่งาน NECTEC-ACE 2023
เนคเทค สวทช. และเครือข่ายพันธมิตร ชวนร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค ประจำปี 2566 หรือ “NECTEC-ACE 2023” ภายใต้แนวคิด“ฐานรากเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาไทยก้าวหน้า” โดยมุ่งเน้นนำเสนอเทคโนโลยีด้านข้อมูล “Data for Thai Data for all” 
 

ปลดปล่อยพลังแห่งข้อมูล เพื่อคนไทย

]]>
เนคเทค สวทช. ผนึกกำลังพันธมิตร โชว์ศักยภาพความก้าวหน้าเทคโนโลยีด้าน DATA “ปลดปล่อยพลังแห่งข้อมูล เพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย” ในงาน NECTEC-ACE 2023 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/press-nectec-ace2023.html Mon, 21 Aug 2023 08:25:02 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=33864

18 สิงหาคม 2566: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช. ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน ผนึกกำลังจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการของเนคเทค ประจำปี 2566 หรือ NECTEC Annual Conference and Exhibitions 2023 (NECTEC–ACE 2023) ภายใต้แนวคิด “ฐานรากเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาไทยก้าวหน้า” ที่มุ่งเน้นนำเสนอด้าน “Data for Thai Data for All” ในวันที่ 12 กันยายน 2566 ณ โรงแรม อีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

ชูศักยภาพ และความพร้อมเทคโนโลยีด้านข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิต

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. ในฐานะองค์กรวิจัยของประเทศ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อกับภารกิจในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ เปรียบเสมือนเป็น “เครื่องจักรสำคัญเพื่อสร้างฐานรากทางเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับประเทศ” โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดรวมทั้งการสร้างแพลตฟอร์มหรือเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญให้กับประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งเทคโนโลยี สร้าง สรรค์ผลงานวิจัยให้ตอบโจทย์การใช้งานภายในประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ผลักดัน และใช้ประโยชน์จากงานวิจัยพัฒนาไปสู่ผู้ใช้งานจริงได้อย่างยั่งยืน

การจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการของเนคเทค หรือ NECTEC-ACE ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการส่งมอบผลงานให้กับประเทศ เป็นเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิที่จะนำเสนอเทรนด์ทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และสนับสนุนภารกิจของเครือข่ายพันธมิตรที่จะมาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ โดยปีนี้นับเป็นครั้งที่ 16 ของการจัดงาน ซึ่งในปีที่ผ่านๆ มาได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยความพิเศษในแต่ละปีจะมีการนำเสนอแนวคิดหลักของการจัดงานที่แตกต่างกันออกไป โดยในปีนี้มุ่งเน้นนำเสนอวิทยาการความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทางด้านข้อมูล ภายใต้แนวคิด “Data for Thai Data for All” เพื่อเชิญชวนภาครัฐ เอกชน มาร่วมกันปลดปล่อยพลังแห่งข้อมูล พร้อมทั้งร่วมกันผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของการแลกเปลี่ยน และใช้ข้อมูลร่วมกันในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศในทุกมิติ

สำหรับความน่าสนใจงานประชุมวิชาการและ NECTEC–ACE 2023 ทุกท่านจะได้พบกับ

  • 12 หัวข้อสัมมนาวิชาการ รวบรวมกูรู ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย นักวิชาการ กว่า 50 ท่าน ที่จะมาร่วมนำเสนอความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานจริง ในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องด้านข้อมูล 3 Themes ที่สำคัญ ได้แก่ Data Platform, Big Data & AI, Data Governance + Security
  • 30 บูธนิทรรศการ ผลงานวิจัยจากเนคเทค และหน่วยงานพันธมิตร ที่แสดงถึงตัวอย่าง การใช้ประโยชน์จากข้อมูล, Data Solution, Core Technology และการใช้ข้อมูล ต่อยอด เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กร และธุรกิจ โดยมีตัวอย่างผลงานวิจัย อาทิ

TPMAP ระบบบริหารจัดการข้อมูลและพัฒนาคนแบบชี้เป้า
เครื่องมือช่วยในการกำหนดนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมและตรงจุดภายใต้บริบทในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องความยากจน ซึ่งเป็นปัญหาหลักของประเทศ

“ในเมือง”
ผลงานสุดท้าทายที่บูรณาการข้อมูล จาก 7 แกนเทคโนโลยีหลักที่ใช้ขับคลื่อนการพัฒนา Smart City เมืองไทย อาทิ สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) การบริการภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) และพลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) เพื่อวิเคราะห์ วางแผนรัมมือให้สามารถการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย และแก้ปัญหาในระยะยาว

การสร้างแผนที่ 3 มิติด้วยเทคโนโลยี LiDAR
เทคโนโลยีสร้างแผนที่ 3 มิติ ด้วยการใช้แสงเลเซอร์ย่านอินฟราเรดวัดระยะทาง ณ ตำแหน่งต่างๆ ของวัตถุที่สนใจ เหมาะสำหรับการสำรวจพื้นที่ การเกษตร การวิเคราะห์โครงสร้างอาคาร หรือการสร้างแผนที่ภายนอกและภายในอาคาร เป็นต้น

สามารถลงทะเบียนร่วมงานตั้งแต่วันนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ได้ที่ www.nectec.or.th/ace2023

]]>
NECTEC-ACE 2022 | Smart Farming นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ยั่งยืน ครบวงจร จาก KUBOTA https://www.nectec.or.th/news/news-article/nectec-ace-2022-kobota.html Tue, 20 Sep 2022 12:32:49 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30054

โดย | ปาลิตา โคนเคน สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

คุณรัชกฤต สงวนชีวิน Business Value Creation Division Manager บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตร และเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมเปิดเวที NECTEC-ACE2022 งานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค พร้อมนำเสนอนวัตกรรมการจัดการเกษตรกรรมอัจฉริยะ หรือ Agri-Innovation เพื่อการพัฒนานวัตกรรมฟาร์มสู่ความยั่งยืนด้วย Farmnovation คูโบต้าฟาร์ม
คุณรัชกฤต เล่าว่า Smart Farming, Smart Farmer และ Smart Agriculture เป็นคำที่ได้ยินกันมาอย่างยาวนาน โดยสยามคูโบต้าเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรและอยู่คู่กับภาคเกษตรกรรมประเทศไทยย่างเข้าปีที่ 45 เราริเริ่มสร้างเทคโนโลยีเกษตรขึ้นมาให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศ Smart Agriculture ให้ได้
จำนวนลูกค้าในยุคแรกที่คูโบต้าผลิตเครื่องจักรแบบเดินตาม มีจำนวนประมาณเกือบ 4 ล้านแอคเคาท์ทั่วประเทศ แต่ภายในเวลาแค่ 10 ปี เกษตรกรสามารถเข้าถึงเครื่องจักรสมัยใหม่ได้ ปัจจุบันคูโบต้ามีจำนวนลูกค้าประมาณ 5 แสนครัวเรือน แต่ข้อมูลจากทางภาคเกษตรแสดงให้เห็นว่าครัวเรือนเกษตรมีจำนวนประมาณ 8-9 ล้านครัวเรือน และจำนวนเกษตรกรที่ลงทะเบียนมีประมาณเกือบ 12 ล้านคนทั่วประเทศ แน่นอนว่าการใช้เครื่องจักรยังสามารถเติบโตได้อีกในอนาคต และมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามการใช้งานเครื่องจักรเป็นเพียงการลดต้นทุนเรื่องแรงงาน ส่วนผลผลิตอาจจะเพิ่มขึ้น หรือ ลดลงก็ได้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง
สยามคูโบต้าจึงเริ่มพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาการเกษตรของประเทศไทย โดยมองพืชเศรษฐกิจ เช่น พืชไร่ อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยาง ปาล์ม และอื่น ๆ ซึ่งเราไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวคนเดียวได้ เนคเทค สวทช. จึงเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สยามคูโบต้าได้ขอความอนุเคราะห์ในการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงเกษตรฯ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรไทย

FARM DESIGN กับแพลตฟอร์มการเกษตร เพื่อตอบโจทย์ชีวิต 4.0

วิวัฒนาการของการเกษตรในประเทศไทยยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ปัจจุบันสยามคูโบต้ากำลังศึกษาแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาเชื่อมต่อกับการทำเกษตรได้อย่างแม่นยำ โดยมีแปลงตัวอย่างที่ “คูโบต้าฟาร์ม” อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี แปลงข้าวตัวอย่างจะมีดีไซน์โค้ง ด้านบนเป็นแปลงอ้อย มันสำปะหลัง ยาง และปาล์ม อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 220 ไร่ ซึ่งเปิดให้เข้าเยี่ยมชมมาเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี และมีจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมดประมาณ 20,000 กว่าคน โดยหลายหน่วยงานไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเท่านั้น แต่มาพร้อมโจทย์ต่าง ๆ ที่จะทำให้ชีวิตการทำเกษตรดีขึ้น และสยามคูโบต้าก็นำเอาโจทย์เหล่านั้นกลับมาแลกเปลี่ยนภายในบริษัท รวมถึงพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มช่วยตอบโจทย์ชีวิตของเกษตรกร

อนาคตการเกษตร กับ โครงสร้างพื้นฐานของ Smart Farming เพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

Smart Farming เกิดจากโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่แข็งแกร่ง สยามคูโบต้าจึงเห็นความสำคัญในการปฏิรูปพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่สำหรับการพัฒนาเกษตรทั่วประเทศให้ทันสมัย อีกทั้ง Smart Farming ยังยึดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ในการพัฒนาคูโบต้าฟาร์ม
การปรับใช้ Smart Farming ให้ยั่งยืน จะยึดหลักการถือครองพื้นที่ของเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันประมาณ 70% ของประเทศไทย มีพื้นที่ถือครองต่ำกว่า 20 ไร่ และเกษตรกรกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ ดังนั้น การรวบรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่ จะทำให้เข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐจัดเตรียมไว้ อีกทั้งการต่อยอดให้ Smart Farming เกิดความสำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกรก่อน ขณะนี้รัฐบาลพยายามส่งเสริมตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับใหม่ล่าสุด ฉบับที่ 13 ที่จะพัฒนาประเทศไทยเป็น Smart Farming ตอนนี้ขึ้นอยู่กับพวกคุณทุกคนแล้ว ว่าพร้อมจะเปลี่ยนเป็น Smart Farming ไปด้วยกันหรือยัง ….
]]>
NECTEC-ACE 2022 | AIS iFarm นวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัล 5G และ IoT เพื่อการพัฒนาเกษตรแบบยั่งยืน https://www.nectec.or.th/news/news-article/nectec-ace-2022-ais.html Tue, 20 Sep 2022 12:14:46 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30039

บทความ | ปาลิตา โคนเคน สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

คุณกรรณิกา ตันติการุณย์ Head of 5G Product and Ecosystem Partner Development บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของ AIS ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนเรื่อง Digital Economy และ Digital Transformation ในเวทีเปิดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค หรือ NECTEC-ACE 2022 ที่เนคเทค สวทช. ร่วมกับพันธมิตรจับมือร่วมเติมเต็ม Ecosystem การใช้งานเทคโนโลยีให้เติบโต สร้างภาคเกษตรไทยให้ยั่งยืน
สำหรับ AIS มีบทบาทและมุ่งเน้นสนับสนุนการสร้างทรานส์ฟอร์เมชันสำหรับภาคธุรกิจของไทย ใน 5 แกนหลัก ได้แก่
1. การสร้าง 5G Ecosystem และ Partnership
2. การพัฒนา Intelligent Network ทั้ง Mobile Network หรือ Network ประเภทอื่นๆ
3. การสร้าง Digital infrastructure และ Platform เพื่อสนับสนุนเรื่อง IT Transformation และ Cloud Infrastructure and Security
4. Data driven สนับสนุนการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการส่งเสริมภาคธุรกิจ
5. สร้าง Trusted Professionals ให้แก่บุคลากรที่ให้บริการกับลูกค้า เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและทำงานอย่างมืออาชีพ
AIS มองว่าภาคเกษตรเป็นส่วนสำคัญของประเทศไทย ดังนั้น ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน ต้องเริ่มที่เกษตรกรรมเป็นอันดับแรก AIS จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม iFarm ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในเรื่องของข้อมูล แหล่งที่มาและการจัดสรรเงินทุน การเลือกปลูกพืชเกษตร ซึ่งจะมีเงื่อนไขในเรื่องของสภาพอากาศ หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ เกษตรกรจึงต้องการตัวช่วย ในการควบคุมปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ให้ดีขึ้น รวมถึงการหาช่องทางการขาย ดังนั้น iFarm จึงเกิดขึ้นจากการหาวิธีการแก้ปัญหา โดยรวบรวมองค์ความรู้ของผู้มีประสบการณ์ สร้างขึ้นมาเป็นข้อมูล ที่อยู่ในระบบ และพัฒนาแพลตฟอร์ม ให้ผสมผสานอุปกรณ์ที่เป็น Smart Device ประเภทต่าง ๆ และบูรณาการกับโครงสร้างพื้นฐานของ AIS

iFarm ฟีเจอร์สุดล้ำ ! ตอบโจทย์เกษตรกร คุ้มค่า คุ้มราคา

iFarm มี Dashboard ที่รวบรวมข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรและข้อมูลที่มาจากตัวอุปกรณ์ แบบ Real-time Monitoring เกษตรกรใช้งานได้อย่างสะดวกสามารถควบคุมอุปกรณ์ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงสามารถสร้างกิจกรรมเพื่อกำหนดช่วงเวลาการปลูก หรือ กิจกรรมเกี่ยวกับการปลูกในตัวแพลตฟอร์มได้อีกด้วย อีกทั้งสามารถสรุปข้อมูลเพื่อวิเคราห์วางแผนการเพาะปลูกอย่างถูกต้อง มาพร้อมกับฟีเจอร์กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานระบบเป็นจำนวนมาก
นอกจากเกษตรกรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของ iFarm แล้ว เรายังมีกลุ่มพันธมิตร หรือ Ecosystem ที่เป็นผู้ทำส่วนอื่น ๆ ประกอบบนแพลตฟอร์ม คือ ผู้ผลิตเซนเซอร์ หรือ Smart Device สำหรับภาคการเกษตร ซึ่งเรามี ‘Magellan’ ซึ่งเป็นไอโอทีแพลตฟอร์มสำหรับการเปิด API ให้กับผู้ผลิตเซนเซอร์มาลงทะเบียน และควบคุมการจัดการสังเกตข้อมูลผ่าน Magellan และสามารถนำข้อมูลมาแสดงผลบน iFarm
iFarm จะเข้ามาตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ให้กับทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์ และเกษตรกร โดยส่วนของผู้ผลิตจะมีแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ได้ ผ่าน API รวมถึงโครงข่ายที่เชื่อมต่อผ่าน Network AIS และ iFarm ที่เชื่อมต่อกับ IoT Gateway สามารถช่วยให้ทุกคนบริหารจัดการอุปกรณ์ได้อย่างมีคุณภาพ ลดต้นทุนในการนำเสนอ เพราะผู้ผลิตอุปกรณ์ไม่ต้องสร้างแพลตฟอร์มเอง สามารถนำเสนอราคาที่จูงใจให้กับเกษตรกรได้ รวมถึงผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่านขึ้นผ่าน Ecosystem ของ AIS สำหรับเกษตรกร จะช่วยเพิ่มผลผลิต คงคุณภาพการผลิต ลดต้นทุน ลดแรงงาน สามารถทำการติดตามและควบคุมอุปกรณ์ได้ทุกที่ทุกเวลา

AIS ให้คุณใช้ชีวิตได้มากกว่า ด้วยบริการแพลตฟอร์มที่เข้าใจ

ด้านการให้บริการแพลตฟอร์ม เรามีการอธิบายวิธีแก้ไขปัญหาแบบตัวต่อตัว เพราะการนำเสนอแค่แพลตฟอร์ม บางครั้งเกษตรกรบางท่านยังไม่สามารถเริ่มต้นได้ จึงต้องการให้ผู้ผลิต Provide Total Solutions คือ ช่วยเหลือตั้งแต่การออกแบบโรงเรือน การหาอุปกรณ์ ไปจนถึงการหาผู้ให้คำปรึกษา AIS มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการแพลตฟอร์ม และ Ecosystem ดังนั้น หากผู้ใช้บริการต้องการวิธีการบริหารแบบองค์รวม สามารถขอคำปรึกษาได้ทันที เพื่อออกแบบระบบนิเวศทางธุรกิจ ให้บริการด้านคำปรึกษา และช่วยสร้าง Smart Farm ให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการ White Label สู่ แพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชันของตัวเอง AIS ยินดีที่จะปรับแต่งแพลตฟอร์ม iFarm ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องการนำไปใช้ เพื่อประโยชน์ขององค์กรโดยเฉพาะ
การใช้งานแพลตฟอร์ม iFarm มีราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาท ด้วย AIS ต้องการที่จะสนับสนุนภาคเกษตรอย่างจริงจัง เราจึงเสนอราคาที่คิดว่าทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมติดตั้งซิม 4G สำหรับใช้งานเชื่อมต่อกับตัวแพลตฟอร์มได้อีกด้วย

AIS x เนคเทค สวทช. ร่วมมือสร้างเกษตรกรรมไทยให้ยั่งยืน

AIS ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์ม ยินดีที่จะสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยไปพร้อมกับหน่วยงาน หรือ Ecosystem ของ สวทช. ซึ่งเป็น Ecosystem Partner ที่แข็งแกร่งทั้ง ผลงานวิจัย ข้อมูล และแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงพร้อมนำองค์ความรู้ของหน่วยงานภาครัฐมาบูรณาการขึ้นแพลตฟอร์ม iFarm ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเกษตรกรได้นำไปใช้ประโยชน์มากขึ้น
]]>
NECTEC-ACE 2022 | กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมเป็นสื่อกลางนำเทคโนโลยีดิจิทัลจากทุกภาคส่วน ส่งเสริมเจ้าหน้าที่ลงสู่การพัฒนาเกษตรกร https://www.nectec.or.th/news/news-article/nectec-ace-2022-doae.html Tue, 20 Sep 2022 11:51:46 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=29747
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมฉายภาพบทบาทการเติมเต็มระบบนิเวศเทคโนโลยีให้เติบโต สร้างภาคเกษตรไทยให้ยั่งยืน ในงาน NECTEC-ACE 2022 งานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค ซึ่งนำเสนอเรื่องราวหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาภาคการเกษตร และในโอกาสพิธีเปิดงานฯ คุณปาลลิน พวงมี ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนา งานส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “นโยบายและแนวทางการส่งเสริมประยุกต์ใช้เกษตรอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัล”
 

วางบทบาทเป็นสื่อกลางนำเทคโนโลยีสู่เกษตรกร

เทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนี้ ทั้งเรื่องของความต้องการสินค้าของผู้บริโภค เรื่องความแปรปรวนของสภาวะอากาศ เรื่องการผลิตที่ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ทำให้กรมส่งเสริมการเกษตรต้องเปลี่ยนวิธีการหรือเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดสู่พี่น้องเกษตรกร “สำหรับบทบาทของกรมส่งเสริมการเกษตร จะมองว่าเราเป็น Messenger ที่จะนำองค์ความรู้จากหน่วยวิชาการ หน่วยงานวิจัยทั้งหลายลงสู่พี่น้องเกษตรกร หรือ จะมองว่าเป็นเซลล์ขายองค์ความรู้ก็ได้ แต่เราขายแล้วไม่จบ เรามีการบริการหลังการขายตลอดเวลา ตลอดชีพ โดยการติดตามให้คำแนะนำพี่น้องเกษตรกร และการช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่”
 
ปัจจุบันเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาในภาคการเกษตร อีกทั้งความต้องการการผลิตที่มีความแม่นยำสูง ยิ่งทวีความจำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ถ่ายทอดสู่เกษตรกร อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตของเกษตรกรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดช่องว่างในการใช้งานเทคโนโลยี เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับกรมส่งเสริมการเกษตรที่วางเป้าหมายในการส่งเสริมถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีดิจิทัลให้ไปถึงมือเกษตรกร

แนวทางการส่งเสริมและประยุกต์เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล

การไปถึงเป้าหมายดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตรเริ่มต้นด้วยการพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานก่อนเป็นลำดับแรก โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรนั้นมีอยู่ทั่วประเทศกว่าหมื่นคน ซึ่งดูแลพี่น้องเกษตรกรตั้งแต่จังหวัดลงลึกถึงระดับตำบล เพื่อให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรนั้นราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจึงต้องได้รับการฝึกอบรม และเรียนรู้ไปพร้อมกันกับเกษตรกร
 
ถัดมาจึงเป็นการพัฒนาระบบการทำงานและบริการแบบดิจิทัล ที่กรมส่งเสริมการเกษตรพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่เดิมต้องทำแบบแมนนวลมากว่า 10 ปี สู่ “FAARMis” แอปพลิเคชันสำหรับใช้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านมือถือ รวมถึงการพัฒนาระบบให้เกษตรกรสามารถปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ด้วยตนเองผ่านมือถือด้วย “FarmBook”
 
ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรมีข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนอยู่ประมาณ 8 ล้านครัวเรือน โดยนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการวางแผนส่งเสริมการเกษตร วางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เป็น Big Data ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ตั้งแต่ ชนิดพืชที่ปลูก พื้นที่ปลูก ผลผลิต แรงงาน รายได้ แหล่งน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังพัฒนาแอปพลิเคชันเชื่อมโยงเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าด้วยกัน ผ่าน “ตลาดเกษตรกรออนไลน์” แหล่งรวบรวมร้านค้าของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการขายสินค้าเกษตรในช่วงโควิด-19 อีกด้วย
 
เรื่องเงินทุน หนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกษตรกรตัดสินใจใช้งานเทคโนโลยี โดยปีที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอรับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะมาปรับใช้ในการทำเกษตรให้เกิดความแม่นยำ ผลผลิตและปริมาณตรงกับความต้องการของตลาด พร้อมกับการแข่งขันในตลาดโลก

กรมส่งเสริมการเกษตร x HandySense

กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีโครงการส่งเสริมการเกษตรดิจิทัลในหลายพื้นที่ ทั้งการนำร่องทำแปลงต้นแบบการผลิตอ้อย มันสำปะหลัง ไม้ผล การให้น้ำ ด้วยเทคโนโลยี เพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรนำไปขยายผล โดยเนคเทค สวทช.ได้สนับสนุนอุปกรณ์ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ หรือ HandySense และ ร่วมกับ ธ.ก.ส. ในการติดตั้งเป็นจุดนำร่องแปลงเรียนรู้ของพี่น้องเกษตรกร หรือ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 6 ศูนย์ในปี 2564 รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตรอีก 10 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีระบบน้ำอัจฉริยะ ให้กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและพี่น้องเกษตรกร สามารถเข้ามาเรียนรู้และเห็นว่าเทคโนโลยีเกษตรนั้นไม่ยาก ช่วยให้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ประหยัดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการทำเกษตร สำหรับปีนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หริอ ดีป้า ต่อยอดการนำร่องติดตั้งระบบ HandySense โดยดีป้าสนับสนุน 200 คูปองสำหรับเกษตรกรที่ผ่านการอบรม HandySense เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้งานเทคโนโลยีต่อไป

Young Smart Farmer อนาคตของชาติด้านการเกษตร

กรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุน Young Smart Farmer กว่า 12,000 ราย ถือเป็นกลุ่มอนาคตของชาติด้านการเกษตร โดย Young Smart Farmer ส่วนใหญ่ไม่ได้จบด้านการเกษตรกรรม แต่มีความรู้เฉพาะทางอื่น ๆ เช่น วิศวกรรม การตลาด ธุรกิจ โดยสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้กลับเข้าสู่ภาคการเกษตรพร้อมกับแนวคิด ‘ผลิตน้อย แต่ได้มาก’ กล่าวคือ มีความพร้อมในการใช้งานเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัลเป็นทุนเดิม ทำให้สามารถถ่ายทอดแนวความคิดสู่เกษตรกรให้เปิดรับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี
 
“สุดท้ายนี้ เรามองว่าการทำงานส่งเสริมการเกษตรจำเป็นต้องมีภาคีและพันธมิตรในการร่วมกันทำงานพัฒนาภาคการเกษตรไปสู่ความยั่งยืน ในฐานะของผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้ กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมและยินดีที่จะเป็นสื่อกลางนำนวัตกรรมดิจิทัลจากทุกภาคส่วนลงสู่พี่น้องเกษตรกร” คุณปาลลิน กล่าวทิ้งท้าย
]]>
NECTEC-ACE 2022 | ธ.ก.ส. ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย สู่สังคมที่ภาคภูมิ https://www.nectec.or.th/news/news-article/nectec-ace-2022-baac.html Tue, 20 Sep 2022 11:36:41 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30011
ธ.ก.ส. กล่าวคำมั่นสัญญาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย ในเวที NECTEC-ACE 2022 ซึ่งนำเสนอเรื่องราวหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาภาคการเกษตร และในโอกาสพิธีเปิดงานฯ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้ฉายภาพการส่งเสริมภาคการเกษตรไทยภายใต้บทบาทของ ธ.ก.ส. ผ่านบรรยายเรื่อง “ยกระดับการใช้นวัตกรรมการเกษตร ด้วย Agri-FinTech เพื่อเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคการเกษตร”
ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนภาคเกษตรไทย ทั้งในบทบาทหลักของสถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อเพื่อเกษตรกรมากว่า 50 ปี และการสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัยทั้งในส่วนของภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชนที่มีความสนใจเพื่อค้นหางานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร พร้อมการต่อยอดขยายผลในงานนวัตกรรมต่าง ๆ ที่แต่ละส่วนงานพัฒนา เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ไปสู่เกษตรกรได้ใช้จริง โดย ธ.ก.ส. มีวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรม “เป็นองค์กรที่เสริมสร้างและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารและพัฒนาชนบท” ผ่านการดำเนินงานใน 3 ด้าน ได้แก่
  1. สนับสนุนทุนวิจัยด้านนวัตกรรมเกษตรแก่เครือข่ายภายนอก โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร และสวทช. เพื่อสร้างและพัฒนางานวิจัยด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน
     
  2. ความร่วมมือกับเครือข่ายภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับนำผลงานวิจัยให้ไปถึงมือเกษตรกรได้ใช้งานจริง ยกตัวอย่าง ระบบการบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ (HandySense) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กรมส่งเสริมการเกษตร และ เนคเทค สวทช. โดยติดตั้งระบบเกษตรอัจฉริยะ HandySense จำนวน 6 โรงเรือน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนแคนตาลูปตำบลดงดินแดง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เมล่อนมีคุณภาพอยู่ในเกรด A และ B ได้น้ำหนักผลผลิตมากกว่าเดิม 1.08 เท่า ส่งผลให้รายได้ต่อรอบการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลงจากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยการควบคุมผ่านระบบ HandySense

  3. การค้นหาทายาทเกษตรกรและคนรุ่นใหม่ สนับสนุนเงินทุนและสินเชื่อให้กับทายาทเกษตรและเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เกิดการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและต่อยอดสู่ธุรกิจในชุมชน
อีก 5 ปีข้างหน้า ธ.ก.ส. มีวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั้งโลกกำลังเข้าสู่เป็นโลกดิจิทัลทั้งหมด ในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการอื่น ๆ สามารถเคลื่อนตัวไปได้ค่อนข้างมาก แต่เรื่องการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในภาคการเกษตรเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะในพี่น้องเกษตรกรรายย่อย ซึ่งการขับเคลื่อนให้พี่น้องเกษตรกรใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นโจทย์ท้าทาย ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันทำให้เกษตรกรปรับพฤติกรรมจากการเกษตรแบบเดิมมาใช้งานเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต และลดต้นทุน
สมกับคำมั่นสัญญาของ ธ.ก.ส. ที่จะพัฒนา Better Life สร้างคุณภาพชีวิตในชนบทให้ดีขึ้น Better Community สร้างชุมชนไทยให้เข้มแข็งขึ้น Better Pride สร้างความภาคภูมิใจในอาชีพการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย สู่สังคมที่ภาคภูมิ
]]>
NECTEC-ACE 2022 | กรมพัฒนาที่ดิน ประกาศวิสัยทัศน์ “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน เพื่อขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม” https://www.nectec.or.th/news/news-article/nectec-ace-2022-idd.html Thu, 15 Sep 2022 10:51:14 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=29731

กรมพัฒนาที่ดิน หนึ่งในพันธมิตรร่วมจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค หรือ NECTEC-ACE 2022 ซึ่งนำเสนอเรื่องราวหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน ด้วยการชวนพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมเติมเต็มระบบนิเวศการใช้งานเทคโนโลยีด้านการเกษตรให้เติบโตถึงมือเกษตรกร และในโอกาสพิธีเปิดงานฯ คุณเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ดิน อัจฉริยะ : แม่น & Match” โดยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับบทบาทและวิสัยทัศน์ของกรมพัฒนาที่ดินที่มุ่งเป็นองค์การอัจฉริยะทางดินเพื่อขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม

การไปสู่เกษตรอัจฉริยะ ข้อมูลดินต้อง “แม่น & Match”

จากแนวคิดของ NECTEC-ACE 2022 “เติมเต็ม Ecosystem ให้เติบโต สร้างภาคการเกษตรไทยให้ยั่งยืน” คำว่า เกษตรยั่งยืน นั้นเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย สำหรับปัจจุบันหากจะพูดถึงเรื่องความยั่งยืนทางการเกษตรนั้นหนีไม่พ้นที่จะต้องหันมาในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี

ดิน เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเพาะปลูก ซึ่งล่าสุดกรมพัฒนาที่ดิน ได้ประกาศตัวมุ่งสู่การเป็น “องค์การอัจฉริยะทางดิน” ที่ข้อมูลดินต้อง “แม่น & Match” กล่าวคือ ข้อมูลดินต้องแม่นยำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งาน เดิมข้อมูลดินของกรมที่ดินจะเป็นแผนที่ในลักษณะเอกสาร ซึ่งปัจจุบันได้ปรับสู่ข้อมูลที่พร้อมใช้ อัปเดตแบบเรียลไทม์ ปรับมาตราส่วนต่าง ๆ ให้มีเกิดความแม่นยำ และสามารถเข้าถึงได้ผ่านดิจิทัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ข้อมูลลักษณะดินทางเคมีและกายภาพ ข้อมูลการใช้ที่ดินในปัจจุบัน การจัดการดินและปุ๋ย ข้อมูลเชิงพื้นที่จัดเก็บในระบบภูมิสารสนเทศมีขอบเขตอ้างอิงได้กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ การจัดลำดับความเหมาะสมของดินกับพืชเศรษฐกิจ รวมถึงงานวิจัยและนวัตกรรมที่รองรับ

ตัวอย่าง Soil Series ระบบนำเสนอข้อมูลชุดดิน ข้อมูลชุดดินของกรมที่ดินเกิดขึ้นจากการสำรวจลึกลงไปตั้งแต่ผิวดินจนถึงชั้นใต้ดินที่สอดคล้องกับการเจริญเติบโตของพืช คือ ลึกลงไปประมาณ 150 เซนติเมตร ยกตัวอย่างชุดดิน อาทิ

  • ชุดดินบางกอก (Bangkok series) เป็นดินที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกข้าว ด้วยเนื้อดินที่เป็นดินเหนียวมีความอุดมสมบูรณ์สูงจากการพัดพาของตะกอนลำน้ำ พบมากในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง มีเนื้อที่ประมาณสี่แสนไร่

  • ชุดดินปากช่อง (Pak Chong series) เป็นดินที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ด้วยเนื้อดินที่เป็นดินเหนียวสีแดง ระบายน้ำได้ดี พบมากในพื้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่ประมาณสี่แสนไร่

  • ชุดดินท่าใหม่ (Tha Mai series) เป็นดินที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง ด้วยเป็นดินที่เกิดจากการสลายตัวผุพังของหินภูเขาไฟ ทำให้เนื้อเป็นดินเหนียวสีแดง ระบายน้ำได้ดี มีความอุดมสมบูรณ์สูง พบมากในพื้นที่ภาคตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณสี่หมื่นไร่เท่านั้น

เปิดเผยข้อมูลดิน สู่ Open Data

ปัจจุบันกรมพัฒนาที่ดินได้เปิดเผยข้อมูลดินทั้งหมดในรูปแบบ Open Data ผ่าน ldd on Farm ซึ่งเป็นเว็บแอปพลิเคชันที่เกษตรกรสามารถลงทะเบียนเพื่อวางแผนการใช้ที่ดินเกษตรกรแบบรายแปลง สามารถตรวจสอบตำแหน่งพื้นที่ต้องการเพาะปลูก เพื่อวางแผนการใช้ที่ดินเกษตรกรรายแปลง โดยระบบจะแสดงข้อมูลประจำแปลงนั้น ๆ เช่น ข้อมูลดิน ความเหมาะสมของดินในการปลูกพืช ข้อมูลแหล่งน้ำ ข้อมูลการใช้ที่ดิน และแสดงข้อมูลภูมิอากาศปัจจุบัน ณ ตำแหน่งที่ตั้งของแปลง เป็นต้น

“น้องดินดี”เอไอแชทบอท ดูแลเกษตรลงลึกรายคน

ล่าสุด กรมพัฒนาที่ดินได้เปิดตัว ‘น้องดินดี’ เอไอแชทบอทที่เกษตรกรสามารถลงทะเบียนพูดคุยกับน้องดินดีสอบถามเรื่องราวของดินและบริการของกรมพัฒนาที่ดินได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้นผ่านไลน์แอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลดิน ติดต่อขอรับบริการต่าง ๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน เช่น จุลินทรีย์ พด. บริการวิเคราะห์ดิน วิเคราะห์แผนที่ เป็นต้น สื่อความรู้ แอปพลิเคชัน และช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน “น้องดินดี”เอไอแชทบอท เป็นจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของกรมพัฒนาที่ดินนอกเหนือจะพัฒนาข้อมูลให้แม่นยำลงลึกถึงระดับรายแปลงยังมุ่งดูแลเกษตรกรรายคนอีกด้วย

“Match” สร้างข้อมูลให้เชื่อมโยง ส่งเสริมกับแหล่งอื่นนำไปสู่เกษตรอัจฉริยะ

กรมพัฒนาที่ดินมองว่าข้อมูลดินแม่นอย่างเดียวไม่พอต้องเชื่อมโยงถูกใจผู้ใช้ด้วย ซึ่งผู้ใช้งานข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดินมีหลายกลุ่ม ถ้าข้อมูลไม่ไปเชื่อมโยง หรือ Matching กับผู้ใช้ ข้อมูลก็จะไม่ได้รับการใช้งานเปรียบเสมือน “ข้อมูลตาย” ไม่อัปเดต
 
ปัจจุบันความแม่นยำของข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดินเชื่อมโยง (Match) กับ 3 กลุ่ม ได้แก่
 
1) พืช: ทั้งระดับความเหมาะสมในการเพาะปลูก 13 พืชเศรษฐกิจ การจัดการเพื่อลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพและผลผลิต ไปจนถึงการประเมินผลผลิต ซึ่งถ้าเราสามารถลดต้นการผลิตด้วยเทคโนโลยีได้ เชื่อว่าเรื่องการเพิ่มผลผลิต และเพิ่มคุณภาพในการผลิต ไทยเราไม่แพ้ใคร
 
2) ลูกค้า: เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทั้งระดับการผลิต นักวิจัย นักการตลาด นักจัดการทรัพยากร หรือ นำไปประกอบการถ่ายทอดองค์ความรู้
 
3) สถานการณ์การเปลี่ยนแปลง: ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จะเห็นปัจจุบันเรื่องของใครนะคะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงตอนนี้กรมพัฒนาที่ดินเราก็พยายามปรับตัวนะคะเทรนด์ความต้องการอาหาร พฤติกรรมการบริโภคและการตลาด เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โมเดลเศรษฐกิจบีซีจี เป็นต้น
 
นอกจากนี้กรมพัฒนาที่ดินยังเชื่อมโยงข้อมูล และบูรณาการทำงานกับหน่วยงานพันธมิตรมากมายในด้ารข้อมูลเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนคเทค สวทช. คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ ศูนย์ข้อมูลการเกษตรแห่งชาติ ศูนย์สารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน ระบบสืบค้นและบริการภูมิสารสนเทศกลางของประเทศ เป็นต้น
]]>