OnSpec – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Wed, 10 Jun 2026 08:22:54 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png OnSpec – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 เนคเทค สวทช. ต้อนรับคณะผู้บริหาร ป.ป.ส. นำเสนอ Raman Spectroscopy และ AI หนุนภารกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติด https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/oncb-visit080669.html Wed, 10 Jun 2026 08:07:49 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=43379

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) นำโดย นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและประชุมหารือร่วมกับผู้บริหาร สวทช. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแสวงหาแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสดังกล่าว คณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับ นวัตกรรมชิปขยายสัญญาณรามาน (Raman Spectroscopy) และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ “OnSpec : SERS Chips” ที่พัฒนาโดยเนคเทค สวทช. เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการตรวจวิเคราะห์และสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน การนำเสนอและสาธิตศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว ดำเนินการโดย ดร.ศักย์ศรณ์ ลิ้มวิเชียร ดร.พิทักษ์ เอี่ยมชัย และคุณพชรมณฑ์ สมบูรณ์ศักดิ์ศรี จากทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี (OEC) กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG)

ทั้งนี้ Raman Spectroscopy เป็นเทคนิคการวิเคราะห์ที่สามารถตรวจวัดและจำแนกองค์ประกอบของสารได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ขณะที่ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ทำให้การสนับสนุนการตัดสินใจมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น เทคโนโลยีดังกล่าวจึงมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานด้านนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจพิสูจน์สารต้องสงสัย ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. และนักวิจัยเนคเทค สวทช. ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ Raman Spectroscopy และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในอนาคต อันจะนำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานภาครัฐในการรับมือกับปัญหายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

]]>
เนคเทค สวทช. โชว์นวัตกรรม AI ตรวจคัดกรอง “วัณโรคแฝง” ด้วย SERS-TB ในกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ร้อยเอ็ด–ขอนแก่น https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2026sers-tb-onspec.html Fri, 29 May 2026 08:39:47 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=43319

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะผู้ร่วมพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจคัดกรองวัณโรคแฝง ได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรร่วมกับโรงพยาบาลร้อยเอ็ด และเครือข่ายสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 (สคร.7) ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมตรวจเลือดพกพา SERS-TB เพื่อช่วยในการยุติวัณโรค” ระหว่างวันที่ 25–26 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อถ่ายทอดความก้าวหน้าของนวัตกรรมตรวจคัดกรองวัณโรคแฝง (Latent Tuberculosis Infection: LTBI) ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบสาธารณสุขไทย พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการยุติปัญหาวัณโรค (END TB) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายในปี 2578

โดย เนคเทค สวทช. ได้นำ ผลงานวิจัย “SERS-TB” มาจัดแสดงพร้อมสาธิตการใช้งานจริง ซึ่งเป็นนวัตกรรมตรวจคัดกรองวัณโรคแฝงจากตัวอย่างเลือด ที่ผสานเทคนิค Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS) เข้ากับเครื่องตรวจวัดสัญญาณรามานแบบพกพา และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมต่อการใช้งานในระดับชุมชน

ดร.นพดล นันทวงศ์ นักวิจัยอาวุโส กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เทคโนโลยีสำคัญของระบบนี้คือ “OnSpec” ชิปขยายสัญญาณรามานโครงสร้างนาโนจากโลหะเงินที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจจับสัญญาณชีวโมเลกุลจากตัวอย่างเลือดที่มีความเข้มข้นต่ำ ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ระบบ SERS-TB ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้สะดวกในภาคสนาม โดยใช้ตัวอย่างเลือดปริมาณน้อยหยดลงบนชิป OnSpec ก่อนอ่านค่าด้วยเครื่องรามานแบบพกพา จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบ AI เพื่อประมวลผลและวิเคราะห์แบบอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเวลาการรอผลจากกระบวนการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ใช้เวลาหลายวัน ให้เหลือเพียงระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งยังช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ในการวิเคราะห์ข้อมูล และเพิ่มโอกาสในการคัดกรองเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ของเนคเทค สวทช. พร้อมสาธิตการทำงานของระบบ SERS-TB ในสถานการณ์จำลอง เพื่อให้สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เห็นกระบวนการทำงานจริงของเทคโนโลยี ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมตัวอย่าง การตรวจวัดด้วยเครื่อง Raman Spectrometer แบบพกพา ไปจนถึงการประมวลผลด้วย AI ซึ่งสะท้อนศักยภาพของการนำ Deep Tech มาประยุกต์ใช้ในระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารและทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลร้อยเอ็ด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 (สคร.7) และกองวัณโรค ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในบริบทการใช้งานจริง โดยมุ่งเน้นการขยายผลระบบคัดกรองเชิงรุกสู่ระดับชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเสี่ยงและลดการแพร่กระจายของวัณโรคได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ เนคเทค สวทช. ในการนำองค์ความรู้ด้าน AI เซนเซอร์ และเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ขั้นสูง มาพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์ปัญหาสาธารณสุขของประเทศ พร้อมสนับสนุนการยกระดับระบบบริการสุขภาพไทย และผลักดันเป้าหมายการยุติวัณโรคของประเทศไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

]]>
พลิกโฉมสาธารณสุขไทย ! สวทช. จับมือ มข.-รพ.ร้อยเอ็ด ปั้นนวัตกรรมรามาน AI ‘SERS-TB’ ขับเคลื่อน ‘Wellness Economy’ หยุดภัยเงียบ “วัณโรคแฝง” มุ่งเป้า END TB อีสาน ปี 2578 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2026-end-tb-serstb-onspec.html Wed, 27 May 2026 05:32:00 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=43283

ในสมรภูมิด้านสาธารณสุขและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ หรือ “Wellness Economy” หนึ่งในโจทย์ยากระดับประเทศที่ยืดเยื้อมานาน คือ การจัดการกับโรคอุบัติเก่าที่ไม่เคยหมดไปอย่าง “วัณโรค”

แต่สิ่งที่ทำให้โจทย์นี้ท้าทายยิ่งกว่ากลับไม่ใช่วัณโรคระยะแสดงอาการ แต่เป็นภัยเงียบที่กำลังซ่อนเร้นอยู่ในสังคมอย่าง ‘วัณโรคแฝง’ (Latent Tuberculosis Infection: LTBI) ซึ่งสถิติระบุว่าประชากรโลกถึง 1 ใน 4 มีเชื้อวัณโรคแฝงซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัวเนื่องจากยังไม่แสดงอาการ ทว่าพร้อมจะปะทุและลุกลามกลายเป็นวัณโรคระยะแพร่กระจายทันทีที่ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง

การตัดวงจรตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการยุติโรคนี้ ล่าสุด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และเครือข่ายสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 7 ได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร “นวัตกรรมตรวจเลือดพกพา SERS-TB เพื่อช่วยในการยุติวัณโรค” ระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่ขยายผลในจังหวัดร้อยเอ็ดและพื้นที่ความร่วมมือวิจัยในจังหวัดขอนแก่น เพื่อสาธิตการใช้งานต้นแบบนวัตกรรมคัดกรองที่หลอมรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับงานสาธารณสุขมูลฐานอย่างลงตัว มุ่งสู่ เวทีบูรณาการเทคโนโลยีต้านวัณโรค พร้อมปักหมุดผลักดันเป้าหมาย END TB ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในปี พ.ศ. 2578 (ค.ศ. 2035) ให้สำเร็จเป็นจริง

‘เครื่องยนต์วิจัยของชาติ’ ดัน Wellness Economy ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการผลักดันงานวิจัยชิ้นนี้ว่า นวัตกรรม SERS-TB เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของ สวทช. ในการทำหน้าที่เป็น “ขุมพลังวิจัย” และ “เครื่องยนต์วิจัยของชาติ” เพื่อตอบสนองต่อนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงมาแก้โจทย์วิกฤตด้านสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเท่าเทียมกัน

“การที่งานวิจัยด้านเครื่องมือแพทย์จะก้าวข้ามจากหิ้งไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบสาธารณสุขได้อย่างยั่งยืนนั้น จากงานวิจัยผลักดันเป็นนวัตกรรมจะต้องผ่านการทดสอบรอบด้าน ทั้งในมิติสมรรถนะ ความเหมาะสมกับระบบบริการจริง ความปลอดภัย และมาตรฐานทางการแพทย์เพื่อเตรียมพร้อมสู่การขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล จุดแข็งที่สุดของโครงการนี้ คือ การที่นวัตกรรมไทยได้ลงมาเรียนรู้และรับโจทย์จากพื้นที่ปฏิบัติงานจริงตั้งแต่ยังอยู่ในระยะวิจัย ทำให้นักวิจัยเข้าใจข้อจำกัด และเปิดโอกาสให้แพทย์รวมถึงบุคลากรหน้างานมีส่วนร่วมออกแบบทิศทางพัฒนาร่วมกัน สวทช. ตั้งเป้าที่จะผลักดันให้นวัตกรรมนี้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสาธารณสุขไทยในวงกว้าง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่โมเดลต้นแบบในห้องแล็บเท่านั้น”
ดร.วรวรงค์ กล่าว

เทคโนโลยี ‘OnSpec และ AI’ ย่นเวลา ‘คัดกรองวัณโรคแฝง’ จาก 2 วันเหลือ 10 นาที

ดร.นพดล นันทวงศ์ นักวิจัยอาวุโส กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เมื่อเจาะลึกไปที่กลไกการทำงานของนวัตกรรม SERS-TB เป็นการประยุกต์ใช้เทคนิค Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS) ร่วมกับ เครื่องวัดสัญญาณรามานแบบพกพา (Portable Raman Spectrometer) และระบบประมวลผลอัจฉริยะด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หัวใจสำคัญที่เนคเทคพัฒนาขึ้น คือ “OnSpec” (ออนสเปก) ชิปขยายสัญญาณรามานโครงสร้างนาโนจากโลหะเงินที่ผลิตด้วยเทคนิคการเคลือบฟิล์มบางขั้นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการขยายสัญญาณการกระเจิงแสงรามานได้มหาศาล ทำให้นักวิจัยสามารถตรวจวัดและตรวจจับสัญญาณชีวโมเลกุลจำเพาะจากตัวอย่างเลือด (พลาสมา) ที่มีความเจือจางมากในระดับ Trace Concentration ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งวิธีปกติไม่สามารถทำได้

“ขั้นตอนการทำงานจริงหน้างานถูกออกแบบให้ง่ายและรวดเร็ว (Workflow Optimization) เริ่มจากการหยดตัวอย่างเลือดปริมาณน้อยลงบนชิป OnSpec รอให้แห้ง แล้วใช้เครื่องรามานแบบพกพาอ่านสัญญาณเพื่อบันทึกลักษณะสเปกตรัม เนื่องจากสัญญาณรามานมีรายละเอียดและความซับซ้อนของข้อมูลสูงมาก ทีมวิจัยจึงได้พัฒนา AI เข้ามาทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและวิเคราะห์รูปแบบสเปกตรัมเหล่านั้นร่วมกันเป็นระบบเดียว ทำให้การอ่านผลมีความเป็นระบบ แม่นยำ ช่วยลดเวลาการรายงานผลเชิงเทคนิคเหลือเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่ถึง 1 ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องรอผลแล็บทางคลินิกนาน 1-2 วัน อีกทั้งยังช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์หน้างานในการตีความข้อมูล จึงตอบโจทย์การเป็นนวัตกรรมคัดกรองขั้นสูง ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point-of-Care) ในชุมชนอย่างแท้จริง” ดร.นพดล อธิบาย

ส่วนประกอบของแพลตฟอร์ม

ประสานพลัง มข. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “AI-based TB Diagnosis for All”

ความก้าวหน้าในการเปลี่ยน Deep Tech เพื่อให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในโรงพยาบาล เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรหลักอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดย ศาสตราจารย์ พญ.วิภา รีชัยพิชิตกุล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในมิติทางคลินิกว่า การพัฒนานวัตกรรมคัดกรองวัณโรค โดยเฉพาะในกลุ่ม ‘วัณโรคแฝง’ จำเป็นต้องเดินควบคู่ไปกับองค์ความรู้ทางการแพทย์และบริบทของระบบบริการสาธารณสุขจริง โดยเป้าหมายหลักของงานวิจัยชิ้นนี้คือการเพิ่มทางเลือกในการคัดกรองที่มีความรวดเร็วและเข้าถึงง่ายขึ้นในระดับชุมชน โดยผลลัพธ์ที่ได้จากระบบ SERS-TB จะถูกนำไปใช้ร่วมกับข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจทางการแพทย์ได้อย่างรอบคอบและเหมาะสมที่สุด การลงพื้นที่ทดสอบจริงครั้งนี้จึงช่วยให้ทีมวิจัยได้เห็นแง่มุมการใช้งานเพื่อนำไปปรับปรุงเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยจริง

ขณะที่ ศ. ดร.เกียรติไชย ฟักศรี คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ กล่าวถึงการเข้าถึงนวัตกรรมภายใต้แนวคิด “AI-based TB Diagnosis for All: นวัตกรรมการตรวจวัณโรคถ้วนหน้า เร็ว ง่าย เข้าถึงชุมชน”  ว่า “AI-based TB Diagnosis for All คือ ทิศทางอนาคตของการนำปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีวินิจฉัยยุคใหม่เข้ามาทลายข้อจำกัดเดิม ๆ เพื่อช่วยให้ระบบคัดกรองวัณโรคทำงานได้เร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น และขยายการบริการลงลึกไปสู่ระดับชุมชนห่างไกลได้มากขึ้น การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพในลักษณะนี้เริ่มต้นจากโจทย์จริงของประเทศ เทคโนโลยีจึงถูกหล่อหลอมขึ้นจากข้อมูลที่มีคุณภาพ การทดสอบทางคลินิกที่เข้มข้น และการประสานพลังร่วมกันระหว่าง สวทช. มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสในการตรวจคัดกรองและเข้าถึงระบบดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน

สมรภูมิจริง รพ.ร้อยเอ็ด ถอดรหัสความท้าทายและการบริหารจัดการระดับพื้นที่

ด้าน นพ.ชินวัฒน์ ศรีใส รองผู้อำนวยการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ได้ให้ภาพสะท้อนเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์และบทบาทของโรงพยาบาลในพื้นที่ว่า โรงพยาบาลร้อยเอ็ดตระหนักดีถึงอุบัติการณ์ของวัณโรคและให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการอย่างครบวงจรมาโดยตลอด ตั้งแต่ขั้นคัดกรอง รักษา ติดตามผู้สัมผัสร่วมบ้าน ไปจนถึงการบูรณาการเครือข่ายสาธารณสุข วัณโรคเป็นวิกฤตสาธารณสุขที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยหน่วยงานเดียว แต่ต้องทำงานประสานกันทั้งระบบ ตั้งแต่โรงพยาบาล จังหวัด เขตสุขภาพ ไปจนถึงชุมชนรากหญ้า การนำระบบ SERS-TB เข้ามาทดสอบในสนามจริงที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จึงเป็นขั้นตอนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญยิ่งที่ช่วยให้ทีมวิจัยได้เห็นสภาพแวดล้อมที่แท้จริง ทั้งขั้นตอนของคลินิก ห้องปฏิบัติการ และภาระงานของบุคลากร เพื่อปรับแต่งนวัตกรรมให้ตอบโจทย์หน้างานและเพิ่มโอกาสค้นหาผู้มีความเสี่ยงในชุมชนให้เร็วยิ่งขึ้นในอนาคต

ด้าน พ.ท.นพ.ฐมฤกษ์ แสงเงิน ผู้อำนวยการคลินิกวัณโรค โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ได้เปิดเผยถึงแง่มุมการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ร้อยเอ็ดที่เชื่อมโยงกับแนวทางการทำงานของพื้นที่ขอนแก่นว่า เมื่อเทคโนโลยีขั้นสูงต้องลงมาเผชิญความจริงในระดับปฏิบัติการงานควบคุมวัณโรคหน้างานมีความซับซ้อนสูงมาก ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจเจอแล้วให้ยารักษา แต่ความท้าทายหลักอยู่ที่การติดตามกลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้าน (House Contact) การป้องกันและลดอัตราการขาดยาของผู้ป่วย ตลอดจนการบริหารจัดการระบบข้อมูลร่วมกันผ่านเครื่องมือดิจิทัล เช่น ระบบ TB Data Center เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน

“การนำเครื่องมือ SERS-TB มาทดสอบภาคสนามช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดที่ห้องแล็บในกรุงเทพฯ อาจจะบอกไม่ได้ทั้งหมด ทั้งเรื่องกระบวนการเก็บสิ่งส่งตรวจ การไหลเวียนของผู้ป่วย (Patient Flow) การจัดสรรพื้นที่ และการทำงานร่วมกับห้องแล็บในโรงพยาบาล หัวใจสำคัญคือ เทคโนโลยีใหม่ต้องไม่สร้างภาระงานเพิ่มให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหน้างาน และต้องเชื่อมโยงเข้ากับระบบฐานข้อมูลติดตามผู้ป่วยที่มีอยู่เดิมได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้ปัจจุบันโรงพยาบาลร้อยเอ็ดมีแนวทางการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (Active Case Finding) โดยจับมือร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ระบุพิกัดจุดเสี่ยง ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการนำนวัตกรรมคัดกรองไวอย่าง SERS-TB ไปต่อยอดทำงานเชิงรุกในชุมชน หลังเสร็จสิ้นกระบวนการวิจัยทดสอบภาคสนามนี้ต่อไป” พ.ท.นพ.ฐมฤกษ์ ระบุ

]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมเวที RAMA MEDICAL INNOVATIONS AND PITCHING DAY 2025 โชว์ผลงานวิจัย–นวัตกรรมการแพทย์ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/rama-qic2025.html Tue, 02 Sep 2025 08:33:56 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=41099

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 – คณะเเพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน มหกรรมคุณภาพและนวัตกรรม (Quality and Innovation Conference) ครั้งที่ 32 ภายใต้หัวข้อ “รามาธิบดียกระดับการพัฒนาคุณภาพและการเปลี่ยนแปลงด้วย AI” ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 ณ อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี

ภายในงานดังกล่าว สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ได้เข้าร่วมกิจกรรม “RAMA MEDICAL INNOVATIONS AND PITCHING DAY 2025” จัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงทางการแพทย์ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับบุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยจากหลากหลายสาขา โดยผลงานที่นำมาจัดแสดง ได้แก่

– แพลตฟอร์มวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ด้วยเครื่องวัดสัญญาณรามานแบบพกพา ร่วมกับชิปขยายสัญญาณรามาน
– Medical AI Data Platform แพลตฟอร์มข้อมูลกลางทางการแพทย์ ภายใต้ Medical AI Consortium
– Customizable 3D-Printed Soft Materials for Advanced Medical Uses วัสดุนิ่มเรซินไวแสง (UV-curable resin) สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติประเภท LCD และ DLP สามารถปรับสมบัติเชิงกล และออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานในอุตสาหกรรมการแพทย์
– SonoSein (โซโนเซน) แบบจำลองเพื่อฝึกเก็บชิ้นเนื้อคัดกรองมะเร็งเต้านม
– ROSS : MOTION ASSIST EXOSUIT ชุดพยุงหลังป้องกันการบาดเจ็บสำหรับผู้ดูแล รุ่น Black support

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หัวข้อ Navigating Tomorrow: AI in Business Innovation and Healthcare Transformation โดย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ NECTEC สวทช. และ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย

พร้อมด้วยเวทีเสวนาหัวข้อ “From Code to Care: Partnering AI and Medicine” สะท้อนถึงศักยภาพของ AI ในการยกระดับการดูแลรักษาทางการแพทย์ ตั้งแต่การวิจัยขั้นพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลและการดูแลผู้ป่วยจริง ร่วมเสวนาโดย
– ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์
– ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโตรสโคปีและเซนเซอร์
– ดร.สรรพฤทธิ์ มฤคทัต หัวหน้าทีมวิจัยการประมวลผลและเข้าใจภาพ
– ผศ. นพ.มนต์ธวัช อำนวยผล หัวหน้าศูนย์สุขภาพแนวหน้ารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ดำเนินรายการโดย อ. พญ.ชญานิน นิติวรางกูร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

งาน “RAMA MEDICAL INNOVATIONS AND PITCHING DAY 2025” จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีให้หน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ได้นำเสนอผลงานด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ทางการแพทย์ รวมถึงการเปิดโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือต่อยอดไอเดียสู่การใช้งานจริง โดยในปีนี้มีการจัดนิทรรศการจากหลากหลายองค์กร รวมถึงเวที Pitching ของนักศึกษาแพทย์ และการเสวนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสุขภาพและเทคโนโลยีดิจิทัล

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนพันธกิจของ สวทช. ในการผลักดันการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการแพทย์ดิจิทัล ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาควิจัย ภาครัฐ และภาคการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน

]]>
เนคเทค x มข. จัดเวิร์กช็อป Spectroscopic AI ด้านสุขภาพ เกษตร และอาหาร https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/spectroscopic-ai.html Sat, 22 Jun 2024 08:59:28 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=36968

เนคเทค สวทช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยบัณฑิตวิทยาลัย และ ศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ คณะแพทยศาสตร์  จัดประชุมสัมมนาวิชาการและอบรมเชิงปฏิบัติการ “Spectroscopic AI: Health, Agriculture and Food Science Applications” เมื่อวันที่ 18 – 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศ.ดร.เกียรติไชย ฟักศรี คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและเปิดกิจกรรม

ในโอกาสนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำเสนอความก้าวหน้าจากการนำรามานสเปกโทรสโกปีและการประยุกต์ใช้ AI เพื่อวินิจฉัยวัณโรค มากกว่า 1,000 ตัวอย่าง ความถูกต้องมากกว่า 90% พร้อมด้วยทีมวิจัยจากเนคเทคได้นำเสนอผลงานวิจัย ได้แก่

  • Portable Raman Mapping System เครื่องตรวจวัดสัญญาณรามานแบบพกพาที่สามารถตรวจวัดด้วยเทคนิค Mapping ได้ พร้อมระบบประมวลผล Cloud computing
  • Gasset: แพลตฟอร์มพัฒนาแก๊สเซนเซอร์ชนิดสารกึ่งตัวนําการประยุกต์ใช้งาน และการวิเคราะห์สัญญาณร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
  • LSRP Spectra Chip ชิปตรวจวัดทางการแพทย์ ตรวจวัดสารชีวโมเลกุล พวกโปรตีน แอนติบอดี (Biomolecules)
  • LSPR Spectra อุปกรณ์ตรวจวัดทางการแพทย์ สารชีวโมเลกุล (Biomolecules)
  • Micro-sampling Device อุปกรณ์เก็บตัวอย่างปริมาตรน้อย

วันที่ 18 มิถุนายน 2567 เป็นกิจกรรมบรรยายและแนะนำผลงานวิจัย หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • หัวข้อ Introduction to Raman spectroscopy and ONSPEC; NECTEC’s SERS Sensor
    บรรยายโดย ดร.นพดล นันทวงศ์
    ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ เนคเทค
  • หัวข้อ Advanced Applications of NECTEC SERS Sensors in Medicine, Agriculture, and Food Safety
    บรรยายโดย ดร.พิทักษ์ เอี่ยมชัย
    นักวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี
  • หัวข้อ GASSET: แพลตฟอร์มพัฒนาแก๊สเซนเซอร์ชนิดสารกึ่งตัวนำ การประยุกต์ใช้งาน และการวิเคราะห์สัญญาณร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
    บรรยายโดย ดร.คทา จารุวงศ์รังสี
    นักวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี
  • หัวข้อ หัวข้อ Raman spectroscopy and AI Application on Tuberculosis Diagnosis (Funded by Good Venture Foundation, USA)
    บรรยายโดย ดร.เบญจวรรณ แก้วสีขาว
    นักวิจัย ศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วันที 19 มิถุนายน 2567 เป็นกิจกรรมอภิปรายโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานรามานสเปกโทรสโกปี และการประยุกต์ใช้ทางด้านสุขภาพ เกษตรและอาหาร โดยได้รับความสนใจจากนักวิจัย อาจารย์ นักศึกษาปริญญาโทและเอก มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำตัวอย่างมาร่วมทดสอบ พร้อมหารือด้านงานวิจัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

]]>
ทีมเนคเทค สวทช. ร่วมแชร์ประสบการณ์วิจัยในเวทีประชุมวิชาการระดับชาติ ECTI-CARD 2023 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ecticard2023.html Thu, 27 Apr 2023 16:25:48 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=32627

27 เมษายน 2566 : นักวิจัยกลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์(SSDRG) เนคเทค สวทช. ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ (Keynote Speaker) ในการประชุมวิชาการระดับชาติ งานวิจัยและพัฒนาเชิงประยุกต์ ครั้งที่ 15 (ECTI-CARD 2023) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาชุมชนอัจฉริยะ: Innovations and Creative Technologies for Developing Smart Communities”

พิธีเปิด ECTI-CARD 2023

ดร.มติ ห่อประทุม หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี บรรยายในหัวข้อ “Nano-engineering Approaches Toward Advanced Sensor with Data Analytics Platform in the AI Era” กล่าวถึงการวิจัยพัฒนาของทีมวิจัย อาทิ Thin Film, Sensor ต่างๆ และ Gass Sensor, ชิปขยายสัญญาณรามานที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการตรวจอัตลักษณ์ของสารเคมี ล่าสุดได้ประยุกต์ใช้ชิปขยายสัญญาณรามานในงานคัดกรองการตรวจวินิจฉัยวัณโรค ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งการพัฒนาเซนเซอร์ ร่วมกับ Machine Learning สำหรับจำแนกสารเคมีไอระเหยง่ายร่วมกับ Chinese Academy of Sciences (CAS) ซึ่ง ดร.มติกล่าวทิ้งท้ายว่า การมี Sensor ที่ดีจะทำให้ข้อมูลที่มีคุณภาพ ส่งผลให้วิเคราะห์ข้อมูลได้ถูกต้องและสอนให้ AI ทำงานได้อย่างแม่นยำด้วย

ดร.รุ่งโรจน์ จินตเมธาสวัสดิ์ นักวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ บรรยายในหัวข้อ “Terahertz technology and recent advances in non-contact inspection” แบ่งปันประสบการณ์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์กับการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย โดยได้เปรียบเทียบจุดเด่นของคลื่นเทระเฮิรตซ์เทียบกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านความถี่อื่น และพูดถึงแนวโน้มการนำไปประยุกต์ใช้ในงานตรวจสอบแบบไม่ทำลายต่างๆ เช่น ด้านการเกษตรและอาหาร ด้านอุตสาหกรรม ด้านความปลอดภัย ด้านการแพทย์ และด้านเภสัชกรรม จากนั้นจึงได้บรรยายเกี่ยวกับงานวิจัยทางด้าน THz imaging และ THz spectroscopy ที่น่าสนใจ รวมถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในทีมวิจัย ที่มีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ของเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบต่างๆ เช่น การประมวลผลสัญญาณ หรือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อผลักดันให้เกิดใช้งานในงานตรวจสอบด้านต่างๆ เช่น การตรวจสอบความชื้นในอาหาร การค้นหาวัตถุซุกซ่อนตามร่างกายหรือในบรรจุภัณฑ์ และการตรวจสอบปริมาณสารสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นต้น

ECTI-CARD 2023 เป็นการประชุมวิชาการระดับชาติที่มุ่งเป้าผลงานวิจัยที่เป็นการประยุกต์ด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ (Electrical Engineering/Electronics, Computer, Telecommunications, and Information Technology) โดยมีจุดมุ่งหมายหลักของการจัดงานเพื่อรวบรวมผลงานวิจัย บทความวิชาการ งานนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และการพัฒนาเชิงประยุกต์ รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย ผู้พัฒนา ผู้ใช้งาน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการร่วมกัน อีกทั้งสามารถนำผลงานที่ตีพิมพ์ไปพัฒนาต่อยอดในระดับชาติ ระดับสากล และพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ได้ การประชุมครั้งนี้จัดโดยภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 26-28 เมษายน 2566 ณ Hua Hin Grand Hotel & Plaza

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://ecticard2023.ecticard.org/
ขอบคุณภาพจาก ECTI-CARD 2023

]]>
World TB Day 2023 ปักหมุดยุติวัณโรค! กับสัมมนา “เทคโนโลยีและการวิจัยเพื่อยุติวัณโรค” https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2023sers-endtb.html Thu, 23 Mar 2023 09:03:57 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=32353

เวทีที่จะมาเผยเทคนิคใหม่ในการตรวจวินิจฉัยวัณโรคได้ไวยิ่งขึ้น พร้อมอัปเดตเทคโนโลยีและการวิจัยที่ช่วยขับเคลื่อนแผนการยุติวัณโรคในประเทศไทย 

เนคเทค สวทช. และพันธมิตรขอเชิญผู้สนใจร่วมงานประชุมสัมมนาวิชาการเรื่องเทคโนโลยีและการวิจัยเพื่อยุติวัณโรค และการลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

พบกันวันที่ 24 มีนาคม 2566 เวลา 09.30 – 15.30 น.
ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว.
ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนร่วมงานแบบ Onsite ที่ https://forms.gle/ZGR9iHrjAp5iGBAT8
*จำกัด 20 ที่นั่ง*

Live | ถ่ายทอดสดตลอดงาน

]]>
เนคเทค สวทช.ต้อนรับคณะเยี่ยมชมจากหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ku-visit190922.html Wed, 21 Sep 2022 08:17:57 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=29540

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2565 เนคเทค สวทช. ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาโท จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนประมาณ 11 ท่าน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมผลงานของทีมวิจัยเทคโนโลยีเชิงแสงไฟฟ้าเคมี (OEC) และทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ (TRT) กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ศึกษาดูงานเพื่อเรียนรู้ทางด้านการวิจัย และพัฒนาวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เพื่อที่นิสิตจะได้นำข้อมูลความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับความรู้ที่ได้รับในห้องเรียนให้เกิดประโยชน์สำหรับการประกอบวิชาชีพต่อไปโดยได้มีการจัดกิจกรรม workshop และการบรรยายงานวิจัยในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

1. กิจกรรม workshop: เทคนิค Raman spectroscopy โดยได้มีการบรรยายพื้นฐานของเทคนิคทาง Raman การสาธิตการใช้งานเครื่อง Raman spectrometer และการประยุกต์ใช้งานเทคนิค Raman เพื่อการพิสูจน์เอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยา รวมทั้งการนำเสนอเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมโดย ดร.ราจู บอตต้า และ ดร.ฐิตพัฒน์ เงินสุทธิวรกุล นักวิจัยจากทีม OEC (รวมถึง น.ส.จิตติพร วุฒิรัตนรักษ์ นิสิตระดับปริญญาโท ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ปัจจุบันปฏิบัติงานในฐานะเป็นนักศึกษาร่วมงานสังกัดทีม OEC และ น.ส.ฌาลิศา มูลเหล็ก ผู้ช่วยวิจัยจากทีม TRT ร่วมให้การต้อนรับและช่วยดูแลกลุ่มนิสิตฯ ในกิจกรรมต่าง ๆ

2. การบรรยาย “ภาพรวมของเทคโนโลยีและงานวิจัย SERS (OnSpec) รวมทั้งการประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ และแนวโน้มของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในอนาคต” โดย ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย SSDRG พร้อมรับมอบของที่ระลึกจาก ผศ.ดร.ไชยา ประสิทธิชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

3. การนำเสนอ “แพลตฟอร์มฐานข้อมูลสเปกตรัมและเครื่องมือการวิเคราะห์สัญญาณสเปกตรัมขั้นสูง”
โดย นายอลงกต ทับทอง นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 จากภาควิชาอิเล็คทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร และนายจิรภัทร ทองอยู่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิทยาการข้อมูล คณะวิทยาศาสตร์ ม.ศิลปากร ปัจจุบันทั้งสองปฏิบัติงานในฐานะเป็นนักศึกษาฝึกงานสังกัดทีม TRT

4. การบรรยาย “เทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์และการประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ”  โดย ดร.รุ่งโรจน์ จินตเมธาสวัสดิ์ นักวิจัยจากทีมวิจัย TRT

ทั้งนี้คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมระบบต่าง ๆ ภายใน NECTEC Pilot Plant ได้แก่

  • ระบบการเคลือบฟิล์มบางในสุญญากาศ ห้องปฏิบัติการ OEC โดย น.ส.พชรมณฑ์ สมบูรณ์ศักดิ์ศรี ผู้ช่วยวิจัยจากทีม OEC ร่วมให้การต้อนรับและอธิบายถึงคุณลักษณะของชิป OnSpec
  • ระบบ Time-Domain Spectroscopy (TDS) ห้องปฏิบัติการ TRT โดย ดร.รุ่งโรจน์ จินตเมธาสวัสดิ์ ให้การต้อนรับและอธิบายคุณลักษณะของเครื่องมือวิจัยต่าง ๆ รวมทั้งได้หารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต
]]>
เนคเทคคว้า 3 รางวัลในงาน “วันนักประดิษฐ์ 2563” (Thailand Inventors’ Day 2020) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/nectec-inventors-day-2020.html Mon, 03 Feb 2020 07:03:58 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=17726
nectec-th-Inventors-day-2020

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมมอบรางวัล ในโอกาสนี้ ดร. พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมแสดงความยินดีกับทีมวิจัยเนคเทคที่คว้ารางวัลในปีนี้อีกด้วย โดยเนคเทคได้รับรางวัล ทั้งสิ้น 3 ผลงาน ดังนี้

ผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 2 รางวัล ดังนี้
ระดับดีมาก สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย
OnSpec VULCAN: เครื่องเคลือบฟิล์มบางสำหรับชิปขยายสัญญาณรามาน
nectec-th-Inventors-day-2020
OnSpec VULCAN: เครื่องเคลือบฟิล์มบางสำหรับชิปขยายสัญญาณรามาน
โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี (OEC)
ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีมากจากสภาวิจัยแห่งชาติ

OnSpec VULCAN เป็นต้นแบบการผลิตชิปขยายสัญญาณรามานเครื่องแรกของประเทศไทย ด้วยเทคนิคการเคลือบฟิล์มชั้นสูง OnSpec VULCAN สามารถเคลือบฟิล์มบางโครงสร้างนาโนในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถรองรับการผลิตเซนเซอร์ชนิดชิปขยายสัญญาณรามานแบบฟิล์มบางโลหะเงินได้เป็นจำนวนมากเพื่อรองรับการจำหน่ายเชิงพาณิชย์

พัฒนาโดย:

ดร.พิทักษ์ เอี่ยมชัย, นายวิยะพล พัฒนะเศรษฐกุล, นายศักย์ศรณ์ ลิ้มวิเชียร, ดร.มติ ห่อประทุม, ดร.นพดล นันทวงศ์, ดร.พงศ์พันธ์ จินดาอุดม, นายทวี ป๊อกฝ้าย และ นายอัศวพงษ์ ทรัพย์พัฒน์

ระดับดี สาขาการศึกษา
KidBright: บอร์ดส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งและ STEM Education
nectec-th-Inventors-day-2020
KidBright: บอร์ดส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งและ STEM Education
โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (EST)
ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดี สาขาการศึกษาจากสภาวิจัยแห่งชาติ

KidBright บอร์ดส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งและสเต็ม ได้รับการออกแบบและพัฒนาทั้ง ฮาร์ดแวร์ (บอร์ดKidBright) และซอต์ฟแวร์ (KidBright IDE) โดยคำนึงถึงความง่ายของการใช้งานเหมาะสำหรับนักเรียนระดับประถมปลายและมัธยมต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ช่วยลดความซับซ้อนของการเชื่อมต่อเซนเซอร์ที่ต้องอาศัยความรู้ระดับสูงเกี่ยวกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์

รวมถึงการพัฒนาส่วน Device Manager ที่คอยบริหารจัดการเรื่องการรับส่งข้อมูลจากเซนเซอร์และอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อให้สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่มีในบอร์ดสมองกลฝังตัวทั่วไป เช่น การแก้ไขปัญหาภาวะ blocking จากการรับส่งข้อมูลของเซนเซอร์และอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อมากกว่า 1 ชนิด การสอนการเขียนโปรแกรมแบบ Multi-tasking การสอนความรู้เรื่อง IoT (Internet of Things) เป็นต้น โดยบล็อก IoT จาก KidBright ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย พร้อมกันนี้ KidBright IDE รองรับการเพิ่มบล็อกที่พัฒนาขึ้นโดยผู้อื่น หรือ Plugins เพิ่มเติมอีกด้วย

นวัตกรรมนี้ส่งผลให้มีการพัฒนาเยาวชนให้มีศักยภาพกระบวนการคิด พัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยกระดับการศึกษาของประเทศ และกระตุ้นให้เกิดสังคมนวัตกรรม

รางวัลวิทยานิพนธ์ 1 รางวัล
ระดับดี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์
nectec-th-Inventors-day-2020
การพัฒนาระบบอ่านปากโดยใช้เทคโนโลยีโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึก
ร่วมกับแบบจำลองมาร์คอฟซ่อนเร้น
(Computer Lipreading Via Hybrid Deep Neural Network Hidden Markov Models)
โดย ดร.ขวัญชีวา แตงไทย – นักวิจัยทีมวิจัยการเข้าใจเสียงและข้อความ
ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์

การสร้างระบบอ่านปากให้ใช้งานได้จริงเป็นความท้าทายมากเหตุผลหลักเนื่องมาจากข้อมูลที่เห็นจากการขยับปากเป็นข้อมูลเพียงแค่ 30% ของระบบการออกเสียงทั้งหมดของมนุษย์ หลายงานวิจัยได้รายงานประสิทธิภาพความถูกต้องของการอ่านปากในระดับสูง โดยจำกัดการทำงานไว้ที่จำนวนคำศัพท์ไม่เกิน 50 คำ แต่สิ่งที่ยังขาดคือการพัฒนาให้ระบบอ่านปากทำงานรองรับจำนวนคำศัพท์ขนาดใหญ่

งานวิจัยชิ้นนี้ได้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบอ่านปากเพื่อใช้งานจริง โดยมีเป้าหมายรองรับจำนวนคำศัพท์ขนาดมากกว่า 5,000 คำขึ้นไป ระบบอ่านปากในงานวิจัยชิ้นนี้ถูกพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึกร่วมกับแบบจำลองมอร์คอฟซ่อนเร้น (DNN-HMMs)

เมื่อทำการทดสอบกับคลังข้อมูลเสียงภาษาอังกฤษทีซีดี-ทีมิด (TCD-TIMIT) มีคำศัพท์ขนาด 6000 คำ พบว่าเราสามารถสร้างระบบอ่านปากอัตโนมัติที่มีความถูกต้องสูงถึง 59.42% เมื่อใช้ DNN-HMMs ร่วมกับการประมวลผลข้อมูลแบบดีฟออโต้เอนโค้ดเดอร์ (Deep autoencoder) ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ได้รายงานผลความถูกต้องที่สูงที่สุดของระบบอ่านปากที่รองรับคำศัพท์ขนาดใหญ่ที่เคยรายงานบนฐานข้อมูล TCD-TIMIT

นอกจากนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ยังได้อภิปรายถึงประสิทธิผลของแบบการใช้จำลอง DNN-HMMs ในระบบอ่านปากอัตโนมัติด้วยการอธิบายข้อมูลแบบเห็นภาพ (Data visualization) และยังทำการวิเคราะห์ความผิดพลาดของระบบอ่านปากเพื่อเสนอแนวทางการในการปรับปรุงระบบได้ในอนาคต

]]>
[Hall of Fame] ทีมนักวิจัยไทยคว้ารางวัลจากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์ที่ไทเป https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/inst2017.html Sun, 01 Oct 2017 07:00:51 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=19894
2017 TAIPEI INT'L INVENTION SHOW & TECHNOMART
2017 Taipei International Invention Show  & Technomart

ทีมนักวิจัยไทยร่วมกันคว้ารางวัลจากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์ 2017 Taipei International Invention Show & Technomart Invention Contest จัดที่ Taipei World Trade Center ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2560 ณ เมืองไทเป ไต้หวัน

ผลงานโดยนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัล ได้แก่

TAIPEI INT'L INVENTION SHOW & TECHNOMART
1. ผลงาน Onspec Surface-enhanced Raman Scattering Chip
โดย ดร.นพดล นันทวงศ์ ดร.พิทักษ์ เอี่ยมชัย ดร.มติ ห่อประทุม นายศักย์ศรณ์ ลิ้มวิเชียร นายวิยะพล พัฒนะเศรษฐกุล และ ดร.พงศ์พันธ์ จินดาอุดม
ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีฟิล์มบางเชิงแสง (OTL) หน่วยวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRU)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.)
ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal Award)
TAIPEI INT'L INVENTION SHOW & TECHNOMART
2. ผลงาน Handheld real time ISFET based Nitrate Sensor
โดย ทีม ISFET Platform โดย นายวรพันธุ์ ไชยศรีรัตนากูล นายอวิรุทธิ์ ศรีสุวรรณ์ ดร.วิน บรรจงปรุ และ ดร.วุฒินันท์ เจียมศักดิ์ศิริ
ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (MRD)
ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC)
ได้รับรางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal Award)

ชิปขยายสัญญาณรามาน Onspec พัฒนาขึ้นด้วยเทคนิคการเคลือบฟิลม์ขั้นสูง โดยพัฒนาฟิล์มบางโครงสร้างนาโนของโลหะเงินที่มีคุณลักษณะเฉพาะตัวสามารถขยายสัญญาณรามานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นผิวขยายสัญญาณประกอบด้วยชิปในบรรจุภัณฑ์พร้อมใช้งาน สามารถประยุกต์ใช้ได้กับการตรวจวัดสารตัวอย่างที่มีความเจือจางมากในระดับ trace concentration ซึ่งไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยเทคนิคการตรวจวัดสัญญาณรามานแบบปกติ

ISFET หรือ Ion Sensitive Field Effect Transistor เป็น platform ของเคมีคอลเซนเซอร์ และ ไบโอเซนเซอร์ สร้างโดยอาศัยเทคนิคทางด้านการตรึงฟิล์มที่จำเพาะกับสารที่ต้องการวัด บนชั้นซิลิกอนไนไตรด์ ซึ่งเป็น เกทไดอิเล็กทริกของ ISFET ตัวอย่างต้นแบบและงานวิจัยที่ผ่านมาคือ Nitrate Sensor DNA sensor และ TB sensor เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
]]>