SMC – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Thu, 23 Jul 2026 20:29:35 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png SMC – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 สรุปแนวทางใช้เทคโนโลยีอัปเกรดโรงงาน ‘แบบไม่เจ็บตัว’ อุดรอยรั่วการผลิต เซฟต้นทุน เริ่มสเกลเล็กแต่เห็นผลจริง https://www.nectec.or.th/news/news-article/sustainable-factory-tech-upgrade.html Thu, 23 Jul 2026 19:54:30 +0000 https://nectec.or.th/?p=43446

🔑 Key Message

จากผลิตให้มาก สู่ผลิตให้มีประสิทธิภาพ: ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ แรงงาน และข้อกำหนดด้านความยั่งยืน ทำให้โรงงานต้องใช้ข้อมูลแบบ Real-time มาช่วยตัดสินใจมากขึ้น เป้าหมายจึงขยับจากการเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว มาเป็นการผลิตให้แม่นยำ คุ้มค่า และลดความสูญเสียในกระบวนการ

เริ่มจากโจทย์จริง ไม่ใช่เทคโนโลยี: การนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ควรเริ่มจากการสำรวจปัญหาหน้างาน เลือกจุดที่ส่งผลต่อธุรกิจ และทดลองในขนาดที่วัดผลได้จริง ก่อนขยายสู่ระบบที่ใหญ่ขึ้น

ประเมินความพร้อมก่อนลงทุน: สวทช. เนคเทค และศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) มีเครื่องมือช่วยโรงงานประเมินความพร้อมครอบคลุมด้านโรงงาน บุคลากร เทคโนโลยี และความยั่งยืน ตั้งแต่ Thailand i4.0 Index, Human Capability Framework, iSmart OEE, Daysie, ACAM ไปจนถึง UNAi ที่ช่วยให้เห็นข้อมูลตำแหน่งในโรงงานแบบเรียลไทม์

Table of Contents

เป้าหมายของการบริหารโรงงานในปัจจุบัน ขยับจากการวัดความสำเร็จด้วย ‘ปริมาณการผลิต’ มาเป็นความสามารถในการผลิตที่ ‘แม่นยำและสูญเสียน้อยที่สุด’ เมื่อต้นทุนทุกด้านปรับตัวสูงขึ้น ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ และแรงงาน ผนวกกับข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เข้มงวด ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องหันมาพึ่งพาข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อพลิกโฉมการผลิตให้แม่นยำคุ้มค่า และลดความสูญเสียในกระบวนการ

บทความนี้พาไปถอดบทเรียนจากงาน Sustainable Manufacturing Executive Forum โดยศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) เนคเทค สวทช. เจาะลึกตั้งแต่แนวคิดการใช้ AI แก้ปัญหาหน้างาน การเริ่มลงทุนจากสเกลเล็ก ๆ ไปจนถึงเครื่องมือประเมินความพร้อมจากภาครัฐ ที่จะช่วยเปลี่ยนโรงงานไทยให้พร้อมสู่การทำ Green Transformation ได้อย่างมั่นใจและตรงจุด

ปรับทิศทางการผลิต จากปริมาณสู่ประสิทธิภาพ

เมื่อต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และแรงงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้า ตลาดส่งออก และนักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านความยั่งยืนมากขึ้น ภาคการผลิตจึงต้องกลับมาทบทวนวิธีการทำงานใหม่ทั้งหมด ดร.กรกช ธีวงศ์คำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Automation & IoT บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) มองว่าแรงกดดันเหล่านี้ทำให้เป้าหมายขององค์กรเปลี่ยนไป โดยระบุว่า “เป้าหมายของเราคงจะไม่ใช่ผลิตให้มากเข้าไว้ แต่คงจะต้องเป็นการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุดบนการใช้ฐานข้อมูลแบบ Real-time เบทาโกรมองการเติบโตอย่างยั่งยืนบนการมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กัน”

ในมุมของเบทาโกร AI และ Green เป็นเรื่องที่เดินไปด้วยกัน เพราะการใช้ข้อมูลช่วยลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตได้พร้อมกัน นอกจากการนำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว ดร.กรกช ยังกล่าวถึงหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน คือ การสร้าง “AI Literacy” ให้กับคนในองค์กร “เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วมาก เราต้องรีบแคตช์เข้ามาใช้ ซึ่งแปลว่าหลังบ้านของเราต้องมีศักยภาพรองรับ อนาคตเราต้องมีภาพของการประยุกต์ใช้และต่อยอด Product ไปกับ AI ได้แบบยั่งยืน”

ด้าน คุณธัชพล จิรโมฬี ผู้จัดการส่วนเทคโนโลยีอัตโนมัติ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด สะท้อนมุมมองว่า “ถ้าเกษตรกรอยู่ดี คูโบต้าก็อยู่ได้” สยามคูโบต้าจึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของเครื่องจักรกลการเกษตรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการควบคุมต้นทุน ภายใต้โจทย์นี้ Automation และ AI จึงไม่ได้ถูกนำมาใช้ในลักษณะโปรเจกต์ แต่เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวัน เช่น การช่วยพนักงานในงานที่ใช้แรงมาก โดยโรงงานกำหนดให้มีตัวช่วยเมื่อต้องยกของเกิน 8 กิโลกรัม รวมถึงงานที่จำเป็นต้องทำแต่ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มโดยตรงให้ลูกค้า ทั้งหมดนี้อยู่บนหลักคิดที่ว่า “การเลือกไม่ใช่เทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่เป็นการเลือกตัวที่คุ้มค่าและเหมาะสมเข้ามา เพื่อให้เกิดความยั่งยืน”

เปลี่ยนช่วงเวลาชะลอตัวให้เป็นจังหวะของการเริ่มต้น

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. และผู้อำนวยการ SMC เล่าว่า ทีมนักวิจัยเตือนตัวเองเสมอว่า “อย่าให้เป็น Technology Push” ต้อง Supply Push เพราะสิ่งสำคัญของการขับเคลื่อนโรงงานสู่ระบบดิจิทัลคือ การออกไปทำความเข้าใจแรงกดดันที่โรงงานเผชิญอยู่จริง โดยเฉพาะเรื่องสภาพเศรษฐกิจ การตัดสินใจลงทุนภายใต้ภาวะที่ยอดขายลดลงและต้นทุนยังสูงอยู่ ไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างไรก็ตาม ดร.พนิตา ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่ยังเดินหน้าทำ Digital Transformation ในช่วงวิกฤตว่า “เขาบอกว่าช่วงที่ยอดคำสั่งซื้อน้อยเป็นเวลาที่เหมาะสมในการปรับปรุงเครื่องจักร ใช้โอกาสที่สายการผลิตไม่ตึงตัวมาก ดึงพนักงานเข้ามาวันเสาร์-อาทิตย์เพื่อติดตั้งเซ็นเซอร์ IoT โดยไม่ต้องไปเสียดาย OT เมื่อไรวันที่ฟื้นจากวิกฤต เขาก็จะพร้อมทันที”

ดร.พนิตา แนะนำว่า “เริ่มเล็กๆ ก่อน พิสูจน์ให้ได้ว่าเทคโนโลยีเหมาะกับเราจริง แล้วค่อยขยาย” สอดคล้องกับมุมมองของคุณวรรัฐ สาระสุรีย์ภรณ์ ผู้จัดการส่วนการขายและการตลาด บริษัท เอ.ไอ. เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งแนะนำให้โรงงานเริ่มจากการทำ Lean เพื่อค้นหาจุดสูญเสีย แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อคัดเลือกกระบวนการนำร่องที่มีตัวชี้วัดชัดเจนก่อนขยายไปสู่ระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่

“ปัจจุบันเป้าหมายเราใหญ่กว่า ‘การเอาคนออก’ เป้าหมายคือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้ทรัพยากร โดยนำ Automation และ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น” คุณวรรัฐ กล่าว

ใช้ AI จาก Pain Point ที่ชัดเจนและวัดผลได้

การนำ AI มาใช้ในโรงงานให้เกิดผลลัพธ์จริง ต้องเริ่มจากปัญหาที่ชัดเจนและมีผลต่อธุรกิจ คุณสุกิจ อัคคกิจโกศล DX & AI Division Director บริษัท ซี.เอส.ไอ. (ประเทศไทย) จำกัด ยกตัวอย่างการพัฒนา AI Vision Inspection สำหรับโรงงานผลิตหลอดไฟ ซึ่งเดิมใช้คนตรวจสอบจุดเชื่อมสายไฟ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและประสิทธิภาพลดลง บริษัทจึงนำซอฟต์แวร์ TAKUMI ทำงานร่วมกับ AI Camera เพื่อตรวจจับจุดเชื่อมต่อ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการรีเวิร์กและเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนภายใน 3–6 เดือน

“อยากให้กลับไปดูว่าในโรงงานมี Loss ตรงไหนบ้าง และ Loss นั้นมี Impact กับธุรกิจขนาดไหน จากนั้นถึงค่อยเลือกมาพัฒนาจุดนั้น เราไม่ควรเริ่มจากการเลือกเทคโนโลยี แต่ต้องเลือกจุดที่สร้าง Business Value และเกิด ROI มากที่สุด” คุณสุกิจ กล่าว

ประเมิน 4 ความพร้อม ก่อนขยับสู่โรงงานอัจฉริยะ

การลงทุนจะต่อยอดได้แม่นยำขึ้นเมื่อโรงงานรู้สถานะของตนเอง คุณอุดม ลิ่วลมไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม เนคเทค สวทช. แนะนำให้โรงงานประเมินความพร้อมใน 4 ด้าน ได้แก่

(1) ด้านความพร้อมของโรงงาน สวทช. พัฒนา Thailand i4.0 Index เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินระดับความพร้อมของโรงงานทั้งในรูปแบบการประเมินออนไลน์และการประเมินเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลจากการประเมินจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นสถานะของตนเองเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เข้าใจจุดแข็งและประเด็นที่ควรพัฒนารวมถึงสามารถกำหนดแนวทางยกระดับโรงงานได้สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจ

(2) ด้านความพร้อมของบุคลากร SMC Academy มีเครื่องมือ Human Capability Framework (HCF) สำหรับประเมินศักยภาพและความพร้อมของคนในองค์กรควบคู่กับการพัฒนาทัศนคติ ทักษะและขีดความสามารถของบุคลากรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เนื่องจากการลงทุนเทคโนโลยีจะเกิดประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อบุคลากรมีความเข้าใจสามารถใช้งาน ดูแล และต่อยอดระบบได้อย่างต่อเนื่อง

(3) ด้านความพร้อมของเทคโนโลยี SMC มีโซลูชันสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมหลายรูปแบบ เช่น ‘iSmart OEE’ สำหรับติดตามประสิทธิภาพเครื่องจักรแบบ Real-time, ‘Daysie’ ซึ่งเป็น No-code Edge AI-IoT Application Platform รวมถึง ‘NomadML’ และ ‘CVDev’ สำหรับงาน Visual Inspection ที่ช่วยให้โรงงานนำข้อมูลและระบบอัจฉริยะไปใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

(4) ด้านความยั่งยืน เนคเทค สวทช. พัฒนา ACAMP หรือ Automated Carbon Accounting Management Platform ซึ่งใช้ IoT ช่วยดึงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้น้ำมัน (Scope 1) และพลังงานไฟฟ้า (Scope 2) สนับสนุนให้องค์กรสามารถติดตามข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและวางแผนมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นระบบ

มองเห็นหน้างานจริงด้วยข้อมูลตำแหน่งแบบเรียลไทม์

ข้อมูลที่ดีต้องรวมถึงข้อมูลตำแหน่งของสิ่งของ คน และยานพาหนะ ดร.กมล เขมะรังษี นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ กลุ่มวิจัยการสื่อสารและเครือข่าย เนคเทค สวทช. นำเสนอ UNAi (อยู่ไหน) เทคโนโลยีระบุตำแหน่งภายในอาคาร ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้างานที่มักมองไม่เห็นและคาดเดาไม่ได้ UNAi ช่วยยืนยันตำแหน่งสินค้าหรือรถโฟล์คลิฟต์ได้แม่นยำขึ้น กรณีศึกษาจากบริษัท ยูไนเต็ดคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัดr พบว่าระบบนี้ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูล ลดเวลาค้นหาสินค้า และต่อยอดไปสู่ Digital Twin เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาครัฐพร้อมหนุน ลดความเสี่ยง เปลี่ยนเกมธุรกิจ

การปรับตัวสู่เทคโนโลยีไม่ได้แปลว่าภาคเอกชนต้องแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพัง ดร.พนิตา ทิ้งท้ายว่า เนคเทค และ SMC พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโรงงานเข้ากับเทคโนโลยี ตั้งแต่การประเมินสุขภาพโรงงาน ไปจนถึงการจับคู่เทคโนโลยี (Matching)

นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีเครื่องมือสนับสนุน ทั้งการให้คำปรึกษาเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI รวมถึงแคมเปญให้ทุนสนับสนุน 120,000 บาท เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนเบื้องต้น การให้บริการด้านการพัฒนาบุคคลากร และเปิดพื้นที่ศูนย์ SMC จ.ระยอง ให้ผู้ประกอบการเข้าไปทดลองใช้ระบบ AS/RS หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกหลากหลายได้จริง

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นปรับโรงงานให้พร้อมต่อ AI และ Green Transformation 
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาจากภาครัฐได้ที่ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC)
เว็บไซต์ www.nectec.or.th/smc หรือ Facebook: smceeci

]]>
SMC ACADEMY โชว์ผลสำเร็จ 3 ปี พัฒนาบุคลากรทักษะสูง 4,000 คน เดินหน้าระบบประเมินและวางแผนกำลังคนอุตสาหกรรม รองรับ Industry 5.0 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/smc-academy2026.html Fri, 01 May 2026 03:05:10 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=43083

วันที่ 29 เมษายน 2569 : ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) ภายใต้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงาน “SMC ACADEMY DAY: Human Capability for Industry 5.0” เพื่อประกาศก้าวสำคัญของ SMC ACADEMY ในการยกระดับศักยภาพกำลังคนภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการเปิดตัว Human Capability Framework (HCF) เครื่องมือประเมินทักษะและวางแผนกำลังคนสำหรับภาคการผลิต พร้อมถ่ายทอดผลสำเร็จตลอด 3 ปีที่ผ่านมาในการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 4,000 คน จากมากกว่า 300 โรงงานทั่วประเทศ ภายในงาน SMC Academy ได้เปิดพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ AIS Business, AppliCAD, D-LAB, iCube, Murata และ InsightAI ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบการวางแผนการผลิต Simulation และ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถของโรงงานไทยสู่ยุค Industry 5.0

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา SMC ACADEMY ได้ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนากำลังคนทักษะสูงให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ วันนี้การเปิดตัว Human Capability Framework หรือ HCF ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการพัฒนาคนจาก ‘การอบรม’ ไปสู่ ‘การวางแผนเชิงกลยุทธ์’ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็น Skill Gap และออกแบบ Roadmap การพัฒนาบุคลากรได้อย่างแม่นยำ” จากการดำเนินงานที่ผ่านมาและการติดตามสถานการณ์ภาคอุตสาหกรรม “วันนี้ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ คือเทคโนโลยีพัฒนาเร็ว แต่บุคลากรยังตามไม่ทัน ทำให้การลงทุนด้าน Automation และ AI ยังไม่สร้างผลได้เต็มศักยภาพ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา SMC ACADEMY ได้พัฒนาบุคลากรกว่า 4,000 คน จากมากกว่า 300 โรงงาน ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น electronics, food, automotive และ SME สะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในภาคการผลิต ระยะต่อไปเรามุ่งต่อยอด SMC ACADEMY และ Human Capability Framework (HCF) ให้เป็นกลไกสำคัญในการวางแผนและยกระดับกำลังคน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน Industry 5.0 ของประเทศอย่างเป็นระบบ”

และอีกหนึ่งช่วงสำคัญของเวทีใหญ่ คือการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วย Human Capability Framework (HCF) และ Roadmap การพัฒนา HCF” โดย นายปิยวัฒน์ จอมสถาน หัวหน้าโครงการ SMC ACADEMY กล่าวว่า “การนำ HCF มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินศักยภาพบุคลากร วิเคราะห์ช่องว่างของทักษะ (Skill Gap) และออกแบบแนวทางการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรในยุค Industry 5.0 การบรรยายในช่วงนี้จะสะท้อนให้เห็นว่า HCF ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการประเมินเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการวาง “แผนที่การพัฒนากำลังคน” (Workforce Development Roadmap) ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม โดยมีการนำเสนอทั้งแนวทางการใช้งานจริงในโรงงาน ตั้งแต่การประเมินเชิงลึก (Deep Assessment) ไปจนถึงการประเมินด้วยตนเอง (Self-Assessment) ครอบคลุมบุคลากรทุกระดับ และการนำผลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ยังได้ถ่ายทอดทิศทางการพัฒนา HCF ในระยะต่อไป เพื่อยกระดับสู่แพลตฟอร์มข้อมูลกำลังคนภาคอุตสาหกรรม ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานประกอบการ ภาคการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ สนับสนุนการสร้าง Benchmark ด้านศักยภาพบุคลากร และช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายด้านกำลังคนของประเทศมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Exhibition and Showcase Zone ที่รวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันจากพันธมิตรมาแสดงการใช้งานจริง เพื่อสะท้อนภาพการพัฒนาคนควบคู่กับเทคโนโลยีในโรงงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Cyber Resilience สำหรับโรงงานอัจฉริยะจาก AIS Business, ระบบ Asprova APS สำหรับการวางแผนการผลิตจาก D-LAB, โซลูชัน Simulation-Driven Design จาก AppliCAD, ระบบ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตจาก InsightAI ตลอดจนระบบ IoT และ Smart Monitoring จาก Murata และ iCube นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัด Exclusive Workshop ให้ผู้บริหารและฝ่ายพัฒนาบุคลากรของภาคอุตสาหกรรมได้ทดลองใช้ HCF จริง เพื่อประเมินศักยภาพองค์กร วิเคราะห์ช่องว่างของทักษะ และออกแบบ Workforce Development Roadmap ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในสายการผลิต

การจัดงาน SMC ACADEMY DAY: Human Capability for Industry 5.0 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ SMC Academy ในฐานะกลไกสำคัญของประเทศในการสร้าง Human Infrastructure เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 โดยมี “คน” เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนผลิตภาพ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

]]>
เนคเทค สวทช. และ SMC ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ในงาน AUTOMATION EXPO 2026 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/automation-expo-2026.html Mon, 09 Mar 2026 04:17:23 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42736

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) นำทีมนักวิจัยร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและโรงงานอัจฉริยะ ในเวที AUTOMATION EXPO 2026 ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมอุตสาหกรรมที่มุ่งยกระดับภาคการผลิตไทยสู่ Industry 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ งานดังกล่าวจัดโดย บริษัท จีเอ็มทีเอ็กซ์ จำกัด ร่วมกับ Messe Frankfurt (HK) Ltd. ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ นงนุช พัทยา นำโดย คุณเพชรรัตน์ เอกแสงกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และ คุณดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมผู้บริหารจาก สวทช. เข้าร่วม ได้แก่ ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. สายงานเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 และ คุณอุดม ลิ่วลมไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม เนคเทค

ตลอดการจัดงาน ทีมนักวิจัยจาก สวทช. เนคเทค และ SMC ได้ร่วมจัดกิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอป ถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยควบคู่ประสบการณ์การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ Factory Cybersecurity, Digital Transformation, Operational Technology (OT), Industrial IoT, Zero Defect Manufacturing และการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคนิคสำหรับโรงงานอัจฉริยะ

25 กุมภาพันธ์ 2569

เริ่มต้นด้วยหัวข้อ “Factory Cyber Security: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโรงงาน” โดยทีมนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะ (IMI) นำโดย คุณอุ่นพงศ์ สุภัคชูกุล หัวหน้าทีมวิจัย IMI และ คุณชญานิน ทองผาสุข ผู้ช่วยวิจัย ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับความสำคัญของระบบความปลอดภัยไซเบอร์ในโรงงานยุค Industry 4.0 ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิด Zero Trust แนวทางการออกแบบ Security Operation Center (SOC) สำหรับโรงงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เกิดจากการเชื่อมต่อระบบ IT และ OT

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายหัวข้อ “Carbon Footprint based on ISO 14064” โดย ดร.อัมพร โพธิ์ใย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน (DTI) เนคเทค นำเสนอแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กรตามมาตรฐาน ISO 14064 ตั้งแต่กระบวนการคำนวณ การตรวจวัด ไปจนถึงแนวทางการจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

26 กุมภาพันธ์ 2569

วันที่สองของงานมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ปฏิบัติจริงงานด้วย Digital Transformation (DX) & Operational Technology (OT)” โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ คุณวรินทร์ รอดโพธิ์ทอง กรรมการที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA), คุณชัชชัย ผลมูล รองนายกสมาคมฝ่ายความร่วมมือและพัฒนาธุรกิจ สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA), รศ.ดร.นที ทองอุ่น ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือวัดและพลังงานไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB) โดยมี ดร.พรพรหม อธีตนันท์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล เนคเทค ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ การเสวนามุ่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับกระบวนการผลิต พร้อมแนวทางการใช้ข้อมูลแบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบ OT

ขณะเดียวกันยังมีการบรรยายหัวข้อ “Zero Defect Manufacturing: Smarter Inspection for Smarter Factories” โดย ดร.อภินันทน์ ตั้นพันธุ์ CTO: Chief Technology Officer SMARTSense Industrial Design Co., Ltd ร่วมกับ ดร.ธีศิษฏ์ ลีลาสวัสดิ์สุข นักวิจัยทีมวิจัยสมองกลอัจฉริยะและความจริงเสมือน (SMR) เนคเทค และคุณศุภชัย พินิจสะวะ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Asset Performance Management Solution ถ่ายทอดแนวคิดการยกระดับระบบตรวจสอบคุณภาพในโรงงานผ่านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นอกจากนี้ยังมีการจัด Workshop: Developing Machines for Industry 4.0 with Industrial IoT (IIoT) โดยทีม SMC Academy นำโดย คุณปิยวัฒน์ จอมสถาน หัวหน้าโครงการ SMC Academy และ คุณนิราวัลย์ ศรีชัย ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ถ่ายทอดแนวทางการออกแบบและพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Industrial IoT ตั้งแต่การทำความเข้าใจโครงสร้างระบบ IIoT การออกแบบ Industrial IoT Gateway ไปจนถึงตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริงในโรงงาน

27 กุมภาพันธ์ 2569

วันสุดท้ายมีการบรรยายหัวข้อ “SMART TECHNICIAN: ช่างเทคนิคยุคดิจิทัล” โดย คุณสุรพันธ์ ทองรังสี วิศวกรอาวุโส ทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) เนคเทค นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการปรับตัวของช่างเทคนิคในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยเน้นทักษะสำคัญที่จำเป็นสำหรับบุคลากรยุคใหม่ เช่น การทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ระบบ Collaborative Automation และการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม

AUTOMATION EXPO 2026 มุ่งยกระดับภาคการผลิตไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโลก ผ่านการพัฒนา “ระบบนิเวศโรงงาน (Factory Ecosystem)” อย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา (NICE) จังหวัดชลบุรี

]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมกับ บ. R&D Computer System จัดงาน “Practical IoT for Manufacturing” ชูแนวคิดเทคโนโลยีใช้งานได้จริง ลดต้นทุนภาคการผลิต https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/practical-iot.html Fri, 20 Feb 2026 09:35:14 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=42667

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เนคเทค สวทช. โดย ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ร่วมกับ บริษัท R&D Computer System จัดกิจกรรม “Practical IoT for Manufacturing: จากทฤษฎีสู่การลดต้นทุนจริง” ณ ห้อง SD-601 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี กิจกรรมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Partnership & Practicality” มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยและภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในภาคการผลิต ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory อย่างเป็นรูปธรรม

คุณอุดม ลิ่วลมไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม เนคเทค สวทช. กล่าวต้อนรับและเปิดงาน ได้กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยี IoT และระบบอัตโนมัติในการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในระดับโรงงาน

ช่วง Executive Vision ได้รับเกียรติจาก คุณพฤฒิ เมาลานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท R&D Computer System ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “The Path To Practical Smart Factory ทางรอดโรงงานไทย: จากวิกฤตต้นทุน สู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน” สะท้อนมุมมองการพัฒนาโซลูชัน IoT ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในภาคการผลิต คำนึงถึงมาตรฐานสากล การสนับสนุนโดยทีมงานในประเทศ และการพัฒนาระบบอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อสำคัญ อาทิ “สิทธิประโยชน์เพื่อการลงทุนสู่อุตสาหกรรม 4.0” โดย ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 สวทช. ซึ่งให้ข้อมูลด้านกลไกสนับสนุนการลงทุนเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริง รวมถึงหัวข้อ “โรงงานจะเริ่มใช้ IoT อย่างไรดี?” โดย ดร.พรพรหม อธีตนันท์ ที่สะท้อนประสบการณ์และแนวทางการเริ่มต้นใช้งาน IoT ในภาคอุตสาหกรรมไทย

อีกหนึ่งกิจกรรมของงาน คือ การสาธิตการใช้งานจริงผ่าน Live Demo และการนำเสนอกรณีศึกษาจากผู้ใช้งานจริง (Real User Review) ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นภาพการเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรสู่ระบบ Cloud และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างชัดเจน

ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธผลงานและโซลูชันจาก บริษัท R&D Computer System, Industry 4.0 Platform และพันธมิตรเครือข่าย SMC พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ารับคำปรึกษาด้านการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ การจัดการพลังงาน และแนวทางการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยและภาคเอกชน ในการผลักดันให้เทคโนโลยี IoT ไม่เป็นเพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในภาคการผลิต โดยมีผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการโรงงาน System Integrator (SI) และสมาชิกเครือข่าย SMC เข้าร่วมงานกว่า 100 คน

]]>
SMC Open House 2025 เปิดพื้นที่โชว์เทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ “From Concept to Factory” ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/smc-openhouse-2025.html Thu, 04 Dec 2025 03:34:37 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=41839

3 ธันวาคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่ EECi จังหวัดระยอง ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) ภายใต้เมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (ARIPOLIS) เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) สังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม จัดงาน SMC Open House 2025 ภายใต้แนวคิด “From Concept to Factory: Experience Smart Manufacturing in Action จากแนวคิดสู่โรงงานจริง: สัมผัสเทคโนโลยีแห่งการผลิตอัจฉริยะ” เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอเทคโนโลยี การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในยุคการผลิตอัจฉริยะ

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำว่า เนคเทคมีพันธกิจในการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ และ Internet of Things (IoT) เพื่อตอบโจทย์การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย โดย SMC ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค และผู้อำนวยการ SMC กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของศูนย์ในปี 2569 ว่าจะมุ่งเสริมความพร้อมด้านเทคโนโลยีให้โรงงาน SME สนับสนุนการจัดการพลังงานและการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero รวมถึงต่อยอดทักษะบุคลากรอุตสาหกรรมผ่านหลักสูตรฝึกอบรม Bootcamp และกิจกรรมพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ พร้อมสร้างระบบนิเวศความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการจากสมาชิก พันธมิตร และนักวิจัยของ SMC ครอบคลุมโซลูชันด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสำหรับการผลิตยุคใหม่ พร้อมทั้งกิจกรรมเยี่ยมชมพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ SMC Testbed, Smart Warehouse, Smart Motor และ Smart Greenhouse ซึ่งเป็นโรงงานผลิตพืชระบบควบคุมอัจฉริยะสำหรับการทดลองปลูกพืชสมุนไพร นอกจากนี้ ยังมี Fablab Mini Workshop สาธิตการใช้งานเครื่องมือด้านวิศวกรรม และกิจกรรม Business Matching เพื่อสร้างโอกาสและเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ

กิจกรรม SMC Open House 2025 ตอกย้ำบทบาทของ SMC ในฐานะศูนย์กลางขับเคลื่อนเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่ Smart Manufacturing และยกระดับอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน กิจกรรมได้รับความสนใจอย่างมากมีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน

]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทยสู่ยุคดิจิทัล ชู “คลังสินค้าอัจฉริยะ” เทคโนโลยี 5G และ AGV ในงาน Intermach 2025 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/intermach2025-5g-agv.html Fri, 23 May 2025 02:50:14 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=40105

16 พฤษภาคม 2568 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) โดย คุณอุดม ลิ่วลมไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “คลังสินค้าอัจฉริยะยุคใหม่: พลิกโฉมโลจิสติกส์ด้วยระบบติดตามอุปกรณ์ในคลังสินค้า, การใช้งาน 5G และ AGV อัจฉริยะอย่างยั่งยืน” ภายในงาน Intermach 2025 ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของคลังสินค้าในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างรวดเร็ว โดยมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเป็นตัวเร่ง เช่น ระบบติดตามอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ เทคโนโลยี 5G ที่เพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารข้อมูล และยานยนต์ไร้คนขับอัตโนมัติ (AGV) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนย้ายสินค้าอย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาและการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมไทย อาทิ:

  • แพลตฟอร์มระบุตำแหน่งภายในอาคารสำหรับโรงงานและคลังสินค้าแบบอัจฉริยะ โดย ดร.ทิวัตถ์ พงศ์ถาวรกมล หัวหน้าทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ เนคเทค สวทช.
  • ยกระดับคลังสินค้าด้วย AGV: เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คลังสินค้ายุคใหม่ โดย คุณจักรกฤช พรมจิตร ผู้จัดการฝ่ายขายระบบโลจิสติกส์ บริษัท ยุงค์ไฮน์ริช ลิฟท์ ทรัค จำกัด
  • โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่ สำหรับคลังสินค้าและภาคการผลิต โดย คุณภุชงค์ เจริญสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS)

ต่อด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อ “พลิกโฉมโลจิสติกส์ด้วยระบบติดตามอุปกรณ์ในคลังสินค้า, การใช้งาน 5G และ AGV อัจฉริยะอย่างยั่งยืน” เวทีแห่งการแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์แนวโน้ม ทิศทาง และแนวทางการพัฒนาโลจิสติกส์ไทยด้วยเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดและยั่งยืน อาทิ ระบบติดตามอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Tracking) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้า, เทคโนโลยี 5G ที่เข้ามาเสริมขีดความสามารถในการสื่อสารข้อมูลให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงยานยนต์ไร้คนขับอัตโนมัติ (AGV) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนย้ายสินค้าอย่างยั่งยืน วิทยากรประกอบด้วย: ดร.ทิวัตถ์ พงศ์ถาวรกมล (เนคเทค สวทช.) คุณจักรกฤช พรมจิตร (บริษัท ยุงค์ไฮน์ริช ลิฟท์ ทรัค จำกัด) คุณภุชงค์ เจริญสุข (บริษัท AIS)คุณอาทิตย์ สหะวงศ์วัฒนา วิศวกรวางแผนโลจิสติกส์อาวุโส บริษัท โบรเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี ดร.โรสริน อัคนิจ นักวิเคราะห์อาวุโสจากเนคเทค สวทช. รับหน้าที่ดำเนินรายการตลอดการเสวนา

]]>
เนคเทค SMC ผนึกกำลังพันธมิตร จัดสัมมนา “Carbon Footprint Makeover” ในงาน INTERMACH 2025 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/intermach2025.html Wed, 21 May 2025 10:27:39 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=40103

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) และศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร และ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดสัมมนา Carbon Footprint Makeover: How to Cut Emissions & Thrive (พลิกโฉมคาร์บอนฟุตพริ้นต์: ลดการปลดปล่อยและเติบโตอย่างยั่งยืน) ภายในงาน INTERMACH 2025 ภายใต้แนวคิด Manufacturing Solution Towards Net Zero Manufacturing เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตให้ก้าวสู่ความยั่งยืน ลดการปล่อยคาร์บอน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งมาร่วมแบ่งปันมุมมอง กลยุทธ์ และกรณีศึกษาจริง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยหัวข้อที่น่าสนใจประกอบด้วย:

Carbon Footprint: เครื่องมือลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่…Net Zero โดย คุณธาดา วรุณโชติกุล ผู้จัดการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ ถ่ายทอดแนวทางการใช้เครื่องมือ Carbon Footprint เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมีระบบ

บทเรียนและเส้นทางสู่ Net Zero โดย คุณธานิษฏ์ กองแก้ว ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ แชร์ประสบการณ์จริงขององค์กรด้านสังคมที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างครบวงจร พร้อมแนะนำแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรภาคธุรกิจได้

Choosing the Right Climate Tech: How to Evaluate, Apply, and Cut Industrial Emissions โดย คุณปฏิพล ธนารักษ์วุฒิกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาการลดการปล่อยคาร์บอน บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด นำเสนอวิธีการเลือกเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) ที่เหมาะสมกับแต่ละภาคการผลิต พร้อมเทคนิคการประเมินและประยุกต์ใช้เพื่อลดการปล่อยมลพิษในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Sustainable Landscape for Freight Forwarder: Collaborating for a Low-Emission Ecosystem โดย ดร.นิธิพล ตันสกุล Regional Head of Sustainability – APAC จากบริษัท Rhenus Logistics เจาะลึกถึงแนวทางการสร้างระบบโลจิสติกส์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ ผ่านความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทบาทสำคัญของผู้ให้บริการขนส่ง (Freight Forwarder) ในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

Carbon Accounting Management Platform โดย ดร.อัมพร โพธิ์ใย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน เนคเทค สวทช. แนะนำแพลตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนที่พัฒนาโดยเนคเทค ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถตรวจวัด วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลการปล่อยคาร์บอนได้อย่างแม่นยำ พร้อมรองรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

งาน INTERMACH 2025 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 41 ชูจุดแข็งงานแรกในไทยที่จัดแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรมเครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตที่ทันสมัยในภูมิภาค วางเป้าสู่การสร้างการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมภาคการผลิตขานรับเทรนอุตสาหกรรมการผลิตสู่การลดคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero Carbon จัดขึ้นในวันที่ 14-17 พฤษภาคม 2568 ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา

]]>
เนคเทค x พันธมิตร จัดสัมมนาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคอัจฉริยะ ในงาน Manufacturing Expo Forum 2025 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/manufacturing-expo.html Sat, 03 May 2025 11:24:03 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=40003

29 เมษายน 2568 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร และ RX Tradex จัดสัมมนา 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ “AI กลไกการผลิตไร้พรมแดน” และ “เสริมทัพ อัพเกรด สู่อาณาเขตโรงงานอัจฉริยะ” เพื่อสะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงและแนวทางการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยในยุคดิจิทัล

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “AI ไทยกับยุทธศาสตร์ด้านการผลิต” และ “เปิดเกมรุก บุกโรงงานอัจฉริยะ” ซึ่งเน้นบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น AI (Artificial Intelligence), IoT (Internet of Things) และระบบอัตโนมัติ ที่กำลังเปลี่ยนโฉมโรงงานแบบดั้งเดิมให้กลายเป็น Smart Factory ที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำ

เนคเทค สวทช. ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมศักยภาพให้กับภาคการผลิตของไทย เดินหน้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้จริงในหลากหลายรูปแบบ เช่น AI for Visual Inspection: ระบบตรวจสอบคุณภาพด้วยภาพแบบอัตโนมัติ, NomadML: แพลตฟอร์ม AI สำหรับงานด้าน Computer Vision, 3D Scan and Inspection Robot: หุ่นยนต์สแกนและตรวจสอบชิ้นงานแบบสามมิติ, Generative AI Tools เช่น Pathumma LLM โมเดล AI ที่รองรับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ทั้งข้อความ เสียง และภาพ, DocChat: ผู้ช่วย AI สำหรับวิเคราะห์และสรุปข้อมูลจากเอกสารอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรรับเชิญ อาทิ คุณสุทัด ครองชนม์ นายกสมาคมไทยไอโอที คุณภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมแบ่งปันมุมมองเชิงลึกและประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัล อาทิ แนวโน้มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งศตวรรษใหม่, การยกระดับโรงงานสู่ Smart Factory, รวมถึงการรับมือกับ กฎเกณฑ์ใหม่ ในภาคการผลิตยุคดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน พร้อมแนะนำแนวทางต่อยอดธุรกิจ ให้เติบโตอย่างมั่นคงผ่านกรณีศึกษาจริงที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

ต่อเนื่องด้วยช่วง เอ็กซ์คลูซีฟ ทอล์ค ในหัวข้อ “สำรวจโอกาสใหม่ ผ่านความท้าทายของอุตสาหกรรม” โดยเชิญผู้นำจากองค์กรอุตสาหกรรมชั้นนำ ได้แก่ คุณสมชาย จักร์กรีนทร์ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ คุณดอกคูณ บุญเดช กรรมการสมาคมเครือข่ายอุตสาหกรรมชุบโลหะไทย มาร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมสู่อนาคต ผ่านการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI และระบบอัตโนมัติ

ปิดท้ายด้วยเวทีเสวนา “AI กลไกการผลิตไร้พรมแดน” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมแลกเปลี่ยน มุมมอง แนวคิดและทิศทางการนำ AI มาเสริมศักยภาพในภาคการผลิต ตั้งแต่การบริหารจัดการกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการพัฒนาทักษะแรงงานให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิทยากรในเวทีเสวนานี้ประกอบด้วย คุณธัชกรณ์ วชิรมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท เซอร์ทิส จำกัด คุณเจษฎา กิ่งแก้ว Business Development Director – Asia บริษัท ซีเนียร์ แอโรสเปซ (ไทยแลนด์) จำกัด คุณนันทวุฒิ โปร่งธุระ ผู้จัดการส่วนอาวุโส – ส่วนผลิตแทรกเตอร์ แอล บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ดำเนินรายการโดย ดร.พรพรหม อธีตนันท์ รักษาการผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล เนคเทค สวทช.

Manufacturing Expo เวทีสำคัญระดับอาเซียนสำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งรวบรวมเทคโนโลยี เครื่องจักร และนวัตกรรมล่าสุดไว้ในงานเดียว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดย RX Tradex ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้าในภูมิภาค ศูนย์กลางการพบปะของผู้ประกอบการ วิศวกร นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แนวโน้มใหม่ ๆ และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ ภายในงานผู้เข้าชมจะได้พบกับกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สัมมนาเชิงลึก, เวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญ, และ กิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ที่ออกแบบมาเพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของไทยและภูมิภาคอาเซียน

]]>
ปิดฉากอย่างเป็นทางการ! อบรมชุดหลักสูตรพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 (Industry 4.0 & Smart Manufacturing Bootcamp) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/smc-bootcamp1.html Tue, 01 Apr 2025 09:06:25 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=39656

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เนคเทค – SMC ได้ดำเนินการจัดอบรม ชุดหลักสูตรพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ (Industry 4.0 & Smart Manufacturing Bootcamp) รุ่นที่ 1 ภายใต้โครงการ SMC Academy ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2568 รวมระยะเวลาการอบรมทั้งสิ้น 23 วัน โดยหลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Industry 4.0 และงานวิจัยของเนคเทค เพื่อการใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การอบรมประกอบด้วย 2 กลุ่มหลักสูตรสำคัญ ได้แก่

  • กลุ่มพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม 4.0 (4 กลุ่มหลักสูตร)

1. พื้นฐานเทคโนโลยีและการบูรณาการอุตสาหกรรม Industry 4.0 (1 วัน)
2. พื้นฐานเครื่องจักร และการพัฒนาระบบอัตโนมัติ (4 วัน)
3. การพัฒนาเครื่องจักรอุตสาหกรรม และระบบ Industrial IoT (3 วัน)
4. พื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Preprocessing สำหรับอุตสาหกรรม 4.0 (3 วัน)

  • กลุ่มการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิจัยจากเนคเทค (6 เทคโนโลยีวิจัย)
    1. การพัฒนาแอปพลิเคชัน AIoT สำหรับอุปกรณ์ Edge Computing ด้วยแพลตฟอร์ม Daysie (2 วัน)
    2. การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ด้วย NOMADML ร่วมกับ Computer Vision ในงานอุตสาหกรรม (2 วัน)
    3. การประยุกต์ใช้ระบบระบุตำแหน่ง (UNAI) ในโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า (2 วัน)
    4. การพัฒนาระบบดัชนีวัดประสิทธิภาพการผลิต (OEE) ด้วย SMART OEE (2 วัน)
    5. การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรแบบเรียลไทม์ด้วย ACAMP (2 วัน)
    6. แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (IDA) (1 วัน)

ผู้เข้าอบรมในรุ่นที่ 1 เป็นวิศวกรจากโรงงานอุตสาหกรรม 33 คน ผู้จัดการหรือเจ้าของกิจการ 13 คน รวมทั้งสิ้น 46 คน จาก 11 บริษัทชั้นนำของประเทศ โดยมีผู้เข้าอบรมจากหลายภาคส่วน เช่น ฝ่าย IT, ฝ่ายผลิต, ฝ่ายซ่อมบำรุง และฝ่าย Facility

สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาโรงงานอัจฉริยะให้ประสบผลสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องเริ่มจาก “การพัฒนาคน” ให้เข้าใจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบอัตโนมัติ ระบบ IoT และ AI เพื่อให้สามารถต่อยอด ปรับใช้ และสร้างความยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง

พบกันใหม่! รุ่นที่ 2 เปิดรับสมัคร พฤษภาคม 2568

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วม อบรมชุดหลักสูตรพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ รุ่นที่ 2 สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดได้ทาง Facebook: SMC

]]>
SMC จับมือพันธมิตร จัด “SMC Academy Day” ก้าวสู่อนาคตด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/smc-academy-day2025.html Tue, 11 Feb 2025 07:36:22 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=38907

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 – ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ภายใต้เนคเทค สวทช. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร จัดงานสัมมนา “SMC Academy Day” ณ โรงแรม Maple Hotel บางนา กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก คุณอุดม ลิ่วลมไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม เนคเทค กล่าวต้อนรับและแนะนำภารกิจของศูนย์ฯ

เป้าหมายหลักของ SMC ในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุค Industry 4.0 ผ่านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต พร้อมทั้งแนะนำบริการต่างๆ ของศูนย์ฯ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ 

  1. บริการตรวจประเมินระดับความพร้อมของโรงงาน 
  2. บริการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร 
  3. บริการให้คำปรึกษาทางเทคนิคและคำปรึกษาเกี่ยวกับแหล่งทุนและสิทธิประโยชน์ 
  4. บริการพัฒนาระบบตามความต้องการของอุตสาหกรรม
  5. บริการเครื่องมือสำหรับทดสอบและเรียนรู้ภายในงาน

คุณปิยวัฒน์ จอมสถาน หัวหน้าโครงการ SMC Academy กล่าวถึงพันธกิจหลักของ SMC Academy ในการยกระดับศักยภาพของบุคลากรให้สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการผลิตอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นผู้นำด้านการฝึกอบรม Manufacturing & Factory 4.0 ในประเทศไทย ดำเนินงานภายใต้ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะของบุคลากรภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถปรับตัวเข้าสู่ ระบบการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) SMC Academy ให้บริการฝึกอบรมแก่บุคลากรภาคอุตสาหกรรม อาจารย์ นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ผ่านหลักสูตรที่ครอบคลุมสาขาต่างๆ เช่น Automation & Robotics, Internet of Things (IoT), OT Security หลักสูตรเหล่านี้ออกแบบให้มีทั้งภาคทฤษฎี (Seminar) และภาคปฏิบัติ (Workshop) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยการเรียนการสอนดำเนินการโดยนักวิจัยจาก SMC ซึ่งนำผลงานวิจัยมาปรับเป็นหลักสูตรฝึกอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรม

นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา SMC Academy ได้ฝึกอบรมบุคลากรไปแล้วกว่า 5,000 คน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้และพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับองค์กรของตนเอง ซึ่ง SMC Academy ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์อบรม แต่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและงานวิจัยเข้ากับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาคอุตสาหกรรม สามารถเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับองค์กรของตนเอง

พัฒนาบุคลากรสู่ความพร้อม Industry 4.0 ให้เหมาะสมกับองค์กร

งานสัมมนาครั้งนี้นำเสนอเนื้อหาที่ครอบคลุมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยเนคเทค สวทช. ร่วมบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ:

  • การพัฒนาบุคลากรสู่ความพร้อมในยุค Industry 4.0
    โดย คุณปิยวัฒน์ จอมสถาน หัวหน้าโครงการ SMC Academy  ซึ่งเน้นถึงกลยุทธ์การเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรให้สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการผลิตอัจฉริยะ
  • Smart Electronics Design & Development for Factory & Agriculture
    โดยคุณนริชพันธ์ เป็นผลดี หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล กล่าวถึงการนำอิเล็กทรอนิกส์และเซ็นเซอร์อัจฉริยะมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเกษตรกรรม
  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G และคลังสินค้าอัจฉริยะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (Smart Warehouse)
    โดย ดร.กมล เขมะรังษี นักวิจัย ทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ เจาะลึกแนวทางการปรับใช้ 5G ในระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการดำเนินงาน
  • การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์
    โดย ดร.อัมพร โพธิ์ใย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน ได้ให้แนวทางและเครื่องมือในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เทคโนโลยีพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ

นอกจากการสัมมนาแล้ว ภายในงานยังมีการจัดแสดง 14 ผลงานนวัตกรรมการผลิต พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ผู้เข้าร่วมสามารถเยี่ยมชมบูธแสดงผลงานจากองค์กรชั้นนำหลากหลายแห่ง ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีสำคัญและหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ ได้แก่

กลุ่มหลักสูตร Industrial & Manufacturing

  • พื้นฐานเทคโนโลยี และการบูรณาการอุตสาหกรรม Industry 4.0
  • Automation & Robotics ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • Internet of Things (IoT) & Edge Computing เทคโนโลยีที่ช่วยให้การเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์
  • AI & Data Technology การใช้ปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
  • Lean Management & Smart Manufacturing ระบบการบริหารจัดการที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • Smart Agriculture เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดของเสียทางการเกษตร

กลุ่มหลักสูตรเทคโนโลยีงานวิจัยของ NECTEC

  • UNAI การพัฒนาเทคโนโลยีระบุตำแหน่งใช้ในดรงงานอุตสาหกรรม
  •  NomadML การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับ Computer Vision
  •  Daysie พัฒนาแอปพลิเคชัน AIoT สำหรับ Edge Computing
  • Acamp การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์แบบเรียลไทม์
  • iSmart OEE การพัฒนาระบบดัชนีวัดประสิทธิภาพการผลิต
  • iDA พัฒนาระบบ IoT และระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม

ในปี 2568 SMC Academy จะขยายการจัดกิจกรรมและหลักสูตรอบรมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 10 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ Automation & Robotics, Internet of Things (IoT) & Edge Computing, AI & Data Technology, Lean Management & Smart Manufacturing, OT/IT Security, Factory Management, Smart Factory Executive Program, Power/Energy Management, Modern Automotive Innovation, Smart Agriculture

เทคโนโลยีทั้ง 10 ด้านนี้จะถูกพัฒนาเป็นหลักสูตรอบรมมากกว่า 25 หลักสูตร เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม อาจารย์ นักศึกษา และบุคคลทั่วไป พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกอนาคต

การสัมมนา SMC Academy Day ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกว่า 150 ท่าน ที่เป็นผู้บริหารระดับสูง นักอุตสาหกรรม ฝ่ายบุคคล และนักวิชาการ ที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งเน้นให้ความรู้และนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมในอนาคตได้ที่ www.facebook.com/smc-eeci

]]>