MENU
Banner

ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์

ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ หรือ Photonics Technology Laboratory (PTL) มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีแสงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย งานวิจัยของห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์แบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลักคือ

  1. งานวิจัยที่มีผู้ใช้ร่วมพัฒนา เช่น โจทย์วิจัยที่มาจากปัญหาของหน่วยงานรัฐหรือเอกชนแล้วต้องการใช้เทคโนโลยีแสงเข้าไปช่วยแก้ไข
  2. งานวิจัยพื้นฐานเพื่อค้นหาองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งระดับในประเทศและนานาชาติ ด้วยความมุ่งหวังว่าเทคโนโลยีแสงจะเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศตามภารกิจของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ นอกจากนี้ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ยังช่วยส่งเสริมและผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับตลาดแรงงานของประเทศด้วยการให้ความรู้และประสบการณ์ในการทำวิจัยและผลิตต้นแบบให้งานวิจัยออกมาถึงมือผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

วิสัยทัศน์

เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ของประเทศ และผลักดันนวัตกรรมแสงสู่ภาคเอกชน

พันธกิจ

  1. มุ่งสู่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีแสงในด้านต่างๆ เช่น การเกษตร การแพทย์ การศึกษา การส่งออก และอุตสาหกรรมการผลิต
  2. ถ่ายทอดงานวิจัยสู่มือผู้ใช้งาน ให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อสังคมและเศรษฐกิจ
  3. สร้างเครือข่ายกับหน่วยงานรัฐและเอกชน ทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อพัฒนานวัตกรรมแบบก้าวกระโดด

เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ

  1. เทคโนโลยีแสงด้านเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ตรวจวัด (Optical Instrumentations and Photonics Appliances)
  2. เทคโนโลยีประมวลผลภาพด้านแสงขั้นสูง (Advanced Imaging Research)
  3. เทคโนโลยีแสงด้านอุปกรณ์และเส้นใยนำแสง (Optics and Fiber-optics Components)
  4. เทคโนโลยีแสงชีวภาพหรือไบโอโฟโทนิกส์ (Biophotonics)

ผลงานวิจัย

1. กลุ่มวิจัยและพัฒนาเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ทางการเกษตร

idsru-ptl

เครื่องตรวจวัดคุณภาพเมล็ดข้าว ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทค ร่วมกับกรมการข้าว ได้พัฒนาเครื่องมือทางแสงที่สามารถตรวจสอบขนาด สี และรูปร่างของเมล็ด โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาคอยวิเคราะห์หน้างาน ปัจจุบันมี 3 Series ให้เลือกใช้ตามความต้องการ ได้แก่ 1) เครื่องวัดขนาดคัพภะของเมล็ดข้าว (A-rice) 2) เครื่องมือตรวจเมล็ดข้าวแดง เมล็ดข้าวเหนียว หรือเมล็ดข้าวเจ้าที่ปนมากับเมล็ดพันธุ์ (C-rice) และ 3)เครื่องมือตรวจคุณภาพเมล็ดข้าว (S-rice) เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ทำงานได้สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

idsru-ptl

เครื่องตรวจเพศหนอนไหมและเครื่องตรวจวัดคุณภาพเส้นไหม อุตสาหกรรมผ้าไหมในประเทศไทยมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีคุณค่าทั้งทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทค จึงร่วมมือกับกรมหม่อนไหมพัฒนาเครื่องตรวจเพศที่ใช้ในการคัดพันธุ์หนอนไหมและเครื่องตรวจคุณภาพเส้นไหมโดยใช้เทคโนโลยีโฟโทนิกส์ทดแทนการใช้แรงงานคน

idsru-ptl

แอพพลิเคชั่นใบข้าวเอ็นเค (BaiKhaoNK) กรมการข้าวร่วมกับห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทคนำเทคโนโลยีตรวจวัดสีด้วยสมาร์ทโฟนมาช่วยเกษตรกรลดความยุ่งยากในการคาดคะเนปริมาณปุ๋ยที่ต้นข้าวต้องการ โดยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่สามารถบอกปริมาณของธาตุไนโตรเจนที่ขาดแคลนในดินและการขาดธาตุโพแทสเซียม ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จาก https://play.google.com/store ค้นหา BaiKhaoNK

idsru-ptl

คลอรีนสมาร์ตบ็อกซ์ ความสะอาดของน้ำเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่นในการเลี้ยงกุ้งต้องมีฆ่าเชื้อในบ่อด้วยสารคลอรีนทุกครั้ง เพื่อป้องกันสารคลอรีนตกค้างก่อนปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ จะต้องมีการทดสอบด้วยสารโอโทลิดีน (o-tolidine) หากมีคลอรีนในน้ำ จะเกิดปฏิกริยาเปลี่ยนน้ำจากไม่มีสีเป็นสีเหลือง เพื่อให้การสังเกตสีมีความแม่นยำ เนคเทคจึงพัฒนาสมาร์ตบ็อกซ์ (smart box) ที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนและแอพพลิเคชั่น งานวิจัยนี้สามารถต่อยอดและประยุกต์เป็นเครื่องตรวจค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และแอมโมเนียได้อีกด้วย

idsru-ptl

เทคโนโลยีแสงแบบฉลาดสำหรับการปลูกเชิงผลิตพืชที่ดีและเหมาะสม พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น พืชสมุนไพรและพืชสวนบางชนิดสามารถเพิ่มผลผลิตและสารสำคัญได้หากมีสภาวะที่เหมาะสม งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นศึกษาปัจจัยทางแสงที่สำคัญ อาทิการกระจายแสง ค่าความสว่าง ระยะเวลาเปิด-ปิด และสเปกตรัม (สีเขียว แดง น้ำเงิน หรือขาว)ที่เหมาะสมกับการปลูก อีกทั้งยังมีงานวิจัยและออกแบบแผงหลอด LEDที่ใช้สำหรับปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพอากาศไทยโดยใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Internet of Things(IoT) เพื่อให้พืชสามารถเติบโตได้ดีตลอดทั้งปี

2. กลุ่มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและการแพทย์

idsru-ptl

เครื่องตรวจวัดเชิงแสงที่ใช้คลื่นผิวพลาสมอน (Surface Plasmon Resonance, SPR) หลักการคือวัดค่าดัชนีหักเหที่เปลี่ยนไปบริเวณพื้นผิวของเซนเซอร์ชิพซึ่งเป็นโลหะที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติเชิงแสง สามารถเป็นไบโอเซนเซอร์ โดยการเตรียมผิวของเซนเซอร์ชิพให้มีความจำเพาะกับสารที่ต้องการตรวจจับ ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทค ได้ร่วมมือกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ และศูนย์วิจัยพันธุศาสตร์การแพทย์ สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต นำเทคนิคนี้มาประยุกต์เป็นระบบคัดกรองการเกิดดาวน์ซินโดรมของทารกในครรภ์มารดา ที่สามารถตรวจได้อย่างรวดเร็วและราคาถูก อีกทั้งยังมีความร่วมมือกับทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ไบโอเทค พัฒนาไบโอเซนเซอร์สำหรับตรวจวัดแบคทีเรีย Acidovoraxavenae subsp. citrulli (Aac) ชนิดที่ปนเปื้อนในเมล็ดพันธุ์ของพืชตระกลูแตงและการตรวจกรุ๊ปเลือดแบบอัตโนมัติที่สามารถตรวจได้ละเอียดครบถ้วนทั้งหมู่โลหิตระบบ ABO (ABO system) เช่น หมู่โลหิต A B AB และ O และหมู่โลหิตระบบ Rh (Rh system) เช่น หมู่โลหิต Rh+ และ Rh- อีกด้วย

idsru-ptl

ระบบตรวจนับเซลล์แบบอัตโนมัติ (cell scan) เครื่องตรวจนับเซลล์ที่ใช้กันในปัจจุบันเป็นเครื่องที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีขนาดใหญ่ ราคาสูง และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ผล ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทคจึงพัฒนาระบบตรวจนับเซลล์แบบอัตโนมัติ (cell scan) ด้วยภาพจากซีมอสเซนเซอร์ (CMOS Sensor)ที่ช่วยให้ภาพไม่บิดเบือน ตรวจนับง่ายขึ้นนับเซลล์ได้ปริมาณมากในเวลาที่รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ ไม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและมีราคาถูก โดยผู้ทดสอบเพียงป้อนข้อมูลลักษณะของเซลล์ ขณะนี้มีการนำระบบตรวจนับเซลล์แบบอัตโนมัติไปใช้งานด้านเกษตรด้วย เช่น ใช้นับจำนวนลูกกุ้ง

idsru-ptl

เทคโนโลยีตรวจจับสายดีเอ็นเอด้วยอนุภาคนาโน เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้น การระบุชนิดของเชื้อก่อโรคและการตรวจสอบที่รู้ผลอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทค จึงได้พัฒนาเทคนิคการตรวจจับสายดีเอ็นเอของเชื้อก่อโรคโดยการใช้อนุภาคนาโนร่วมกับการตรวจวัดแสงจากอนุภาคนาโนนั้น ภายใต้ชื่อเครื่อง DNAlight เพื่อหาเชื้อก่อโรคปริมาณน้อยในสารตัวอย่าง ข้อดีของวิธีนี้คือสามารถตรวจวัดดีเอ็นเอของไวรัสได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน อีกทั้งผู้ใช้สามารถใช้งานง่าย เพียงแค่อ่านสัญญาณจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

idsru-ptl

เทคโนโลยีตรวจจับด้วยกล้องอินฟราเรดและซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเพื่อใช้เฉพาะงาน การตรวจวัดคลื่นรังสีความร้อนสามารถทำได้โดยใช้กล้องอินฟราเรด และสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง โดยพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เหมาะสม เช่น ระบบตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อคัดกรองผู้ป่วย ในกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น เมอร์ส (MERS-CoV) ซาร์ส (SAR-HCoV-229E) และไข้หวัดนก (Bird Flu) ที่ต้องการการคัดแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติเพื่อป้องกันการระบาดเป็นวงกว้างและเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจ สามารถทำได้โดยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายแบบไม่ต้องสัมผัสตัวผู้ป่วย ด้วยเครื่องมือที่เนคเทคพัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี เป็นโปรแกรมสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิระยะไกลโดยไม่ต้องสัมผัสตัวผู้ป่วย โดยระบบจะตรวจวัดอุณหภูมิบริเวณใบหน้าของผู้ป่วยและมีเสียงเตือนเมื่อมีบุคคลต้องสงสัยที่ติดเชื้อ การวัดด้วยวิธีนี้สามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยได้หลายคนพร้อมกันโดยใช้เวลาในการตรวจเพียง 0.03 วินาทีต่อครั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการตรวจจับในสถานที่ที่มีคนเยอะๆ เช่น โรงพยาบาล สถานีขนส่ง และสนามบิน เป็นต้น หรือการประยุกต์ใช้งานเพื่อเป็นเครื่องจับเท็จแบบไม่สัมผัสตัว เพื่อลดความยุ่งยากในการขอรับความยินยอมจากบุคคลที่ต้องถูกตรวจสอบ โดยเนคเทคได้พัฒนาซอฟแวร์ร่วมกับการใช้ประโยชน์จากกล้องอินฟราเรดจับความร้อนที่เกิดขึ้นบริเวณหัวตาขณะที่มีการสัมภาษณ์บุคคลต้องสงสัย ซอฟต์แวร์จะวิเคราะห์ผลโดยไม่คุกคามร่างกายของผู้ต้องสงสัย

idsru-ptl

เทคโนโลยีการพัฒนาลวดลายเกรตติงด้วยเทคนิคการแทรกสอดลำแสงเลเซอร์ (Laser beam Interference Lithography) เกรตติงเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้เลี้ยวเบนแสงหรือแยกแสงออกเป็นหลายทิศทาง โดยทิศทางการเลี้ยวเบนจะขึ้นกับความยาวคลื่นของแสง ทิศทางที่แสงตกกระทบ ลักษณะลวดลายและขนาดของเกรตติง สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเซนเซอร์เชิงแสงเพื่อใช้ในการตรวจวัดเชิงเคมีและชีวภาพ เทคนิคที่ใช้พัฒนาลวดลายเกรตติงโดยทั่วไปมีข้อจำกัด เช่น เทคนิค photo lithography มีข้อจำกัดเชิงแสงdiffraction limit ทำให้ไม่สามารถสร้างลวดลายเล็กกว่า 500 นาโนเมตรได้ หรือเทคนิค electron beam lithography ที่เหมาะสำหรับการสร้างลวดลายขนาดเล็กบนพื้นที่น้อยกว่า 5x5 ตารางมิลลิเมตร และต้นทุนในการผลิตจะสูง ทำให้ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์พัฒนาเทคนิคlaser beam interference lithography เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยใช้การแทรกสอดกันของลำแสงเลเซอร์สองลำ ลำแสงดังกล่าวจะฉายไปยังฟิล์มไวแสงและกัดด้วยน้ำยาดิเวลลอปเปอร์ (developer) ปัจจุบันสามารถสร้างเกรตติงแบบหนึ่งมิติและสองมิติที่มีระยะคาบฟังก์ชันในช่วง 350 – 1000 นาโนเมตร บนพื้นที่ 1x1 ตารางนิ้ว

3. กลุ่มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมและการส่งออก

idsru-ptl

ชุดตรวจวิเคราะห์ไส้เดือนฝอยปนเปื้อนในพรรณไม้น้ำส่งออก ประเทศไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปยังต่างประเทศมากมาย และในหลายประเทศหากมีการตรวจพบศัตรูพืชปนเปื้อนไปเพียงตัวเดียว สินค้าจะถูกทำลายทันที ด้วยเหตุนี้ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พัฒนาระบบกักศัตรูพืชในพรรณไม้น้ำอย่างไส้เดือนฝอย ที่มีขนาดเล็ก (ยาวเพียง 100 ไมครอน) และมีปริมาณน้อยมากซึ่งยากต่อการตรวจพบด้วยวิธีเดิม โดยชุดตรวจวิเคราะห์ไส้เดือนฝอย Nlabที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถกักไส้เดือนฝอยให้อยู่ในพื้นที่จำกัด และตรวจสอบรายละเอียด จำแนกสายพันธุ์ได้ด้วยกล้องที่ติดกับชุดตรวจ ทำให้สะดวกรวดเร็ว และวิเคราะห์ผลได้ถูกต้องมากขึ้น

การพัฒนาระบบเคลือบฟิล์ม เป็นงานวิจัยร่วมระหว่างห้องปฎิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีฟิล์มบางเชิงแสง (Optical Thin-film technology research Lab, OTL) และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบชุบเคลือบฟิล์มแข็งบนรูปทรงสามมิติที่ต้องการความแม่นยำสูง โดยทำการชุบเคลือบแบบเคมีไฟฟ้าที่อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส ทำให้ฟิล์มที่ได้มีสมบัติดังนี้ 1) hardcoating 2) ทนทานต่อการกัดกร่อน 3) มีความหนาระดับนาโนเมตร 4) ยิ่งใช้ยิ่งแข็งทนทาน5) กันน้ำ 6) ไม่มีปัญหา microbending7) ยอมให้ออกซิเจนผ่านเข้าชั้นฟิล์มและเกิดเป็นชั้นเซรามิกใต้ฟิล์มชั้นแรก8) สามารถชุบเคลือบได้กับทุกวัสดุ เพราะไม่ใช้ความร้อนในการชุบเคลือบเหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการการเคลือบชั้นฟิล์มป้องกันที่มีความละเอียดแม่นยำสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วน เช่น อุปกรณ์ประกอบฮาร์ดดิสก์ ชิ้นส่วนแว่นตา ชิ้นส่วนรถยนต์ ฯลฯ

การพัฒนาวัสดุชนิดใหม่เพื่อใช้กับการผลิตแอลอีดีสีขาว ปัจจุบันเทคโนโลยีผลิตหลอดไฟชนิดไดโอดเปล่งแสงสีขาว (White Light Emitting Diode, WLED) กำลังได้รับความสนใจสูงและทั่วโลกก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจากหลอดไฟแบบเก่า (แฮโลเจน และฟลูออเรสเซนซ์) มาเป็นWLED เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างสูงกินไฟต่ำเกิดความร้อนต่ำขณะทำงานทนทาน และเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม WLED ที่ขายตามท้องตลาดในปัจจุบันยังมีประสิทธิภาพต่ำเนื่องจากข้อจำกัดของวัสดุเปล่งแสง (emitter material) ห้องปฎิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทค ร่วมกับไบโอเทค นาโนเทค และภาคเอกชนพัฒนาวัสดุชนิดใหม่เพื่อใช้ในการผลิตหลอดไฟชนิดไดโอดเปล่งแสงสีขาว (White Light Emitting Diode, WLED) โดยใช้ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide, ZnO) ทดแทนสารเปล่งแสงในWLEDเนื่องจากมีราคาถูก มีเสถียรภาพทางเคมี (chemical stable) เตรียมง่าย ทนการกัดกร่อน และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ความท้าทายของงานวิจัยนี้อยู่ที่การเปลี่ยนซิงค์ออกไซด์ให้เป็นชนิดpที่มีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่และท้าทายอย่างมากในวงการวิทยาศาสตร์โลก

4. กลุ่มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

idsru-ptl

เลนส์มิวอายเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็นกล้องจุลทรรศน์ กล้องจุลทรรศน์ถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญแต่มีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้ใช้งานกล้องจุลทรรศน์อย่างเต็มที่ เนื่องจากราคาสูง ต้องการการดูแลรักษาอย่างดี และไม่สะดวกในการพกพาเพื่อใช้นอกสถานที่ ห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ในทุกที่ จึงได้พัฒนากระบวนการผลิตเลนส์พอลิเมอร์กำลังขยายสูงแบบไม่ใช้แม่พิมพ์ เพื่อนำมาติดหน้ากล้องของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้มีกำลังขยายใกล้เคียงกับกล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติการ และออกแบบอุปกรณ์ขาตั้งตัวอย่างที่ใช้ร่วมกันให้มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เหมาะแก่การเรียนรู้นอกสถานที่ อีกทั้งดูแลรักษาง่าย ไม่มีเชื้อราเกาะติด โดยกระบวนการผลิตเลนส์พอลิเมอร์ที่พัฒนาขึ้นดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการคุ้มครองทางกฏหมาย สามารถผลิตเลนส์พอลิเมอร์ขนาดเล็กกำลังขยายสูงได้อย่างรวดเร็ว มีความคมชัดสูง และต้นทุนต่ำกว่าการใช้แม่พิมพ์เป็นอย่างมาก อีกทั้งสามารถนำเลนส์มิวอายไปประยุกต์ใช้ในงานด้านอื่นๆ เช่น การแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม โดยพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานนั้นๆ ข้อมูลเพิ่มเติมFacebook Fanpage: MuEyeLens

บุคลากร

idsru-ptl
ความสนใจ/เชี่ยวชาญ
  1. ศุภนิจ พรธีระภัทร (หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัย) : Optoelectronics materials/ Bioelectronics/ Thin film and device
  2. อาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว : Optical imaging/Image processing/ Mobile app/ Thermal imaging
  3. สกุลกานต์ บุญเรือง : Micro-Nano optical devices/ Interference lithography /Optical waveguide/ Electromagnetic computation
  4. รัฐศาสตร์ อัมฤทธิ์ : Optical sensor/ Biosensor/ Optical design
  5. อัชฌา กอบวิทยา : Nanophotonics /Nano-optical sensor/Biosensor
  6. โกษม ไชยถาวร : Holography, Optical sensing, Optical metrology
  7. สถาพร จันทน์หอม : Mechanical System/ Mechanical Design/ Prototyping and Part
  8. ปรมินทร์ แสงวงษ์งาม : Optical communications/Signal Processing
  9. ยุทธนา อินทรวันณี : Spectral analysis, multispectral imaging, optical sensing
  10. จุฑาเพชร เวชรังษี : Signal Processing/FPGA
  11. อังคาร จารุจารีต : Image processing/Pattern recognition/ Digital holography
  12. ประสิทธิ์ ป้องสูน : Circuit Design/Signal Processing/Control System/RF Design
  13. สันติ รัตนวารินทร์ : Optomechanics /Biophotonics /Mechanical Design
  14. พงษ์ศักดิ์ สาระภักดี : Biosensors/Biomedical Optics/Bio-Imaging
  15. น้ำฝน เข็มทองเจริญ : Biosensors/Molecular Diagnosis/Biomedical Optics
  16. ศิระจิต วุฒิวงศ์ : Biochemical sensor/ Material science/ Nanocrystal material/ Material characterization
  17. ปณินทร เปรมปรีดิ์ : Optical communication/Digital signal processing/ Mobile app

ติดต่อ

ห้องปฎิบัติวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ (PTL)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
โทรศัพท์: 02-564-6900 ต่อ 2105, 2106, 2133
email : ptl[at]nectec.or.th
https://www.facebook.com/Photonics-Technology-Laboratory-1666730416922310/?fref=ts
SSDRU PTL

วันที่เผยแพร่ 13 ตุลาคม 2559 14:13