นกยูงกับนกกา ตอนที่ 2

ต่อจากตอนที่แแล้ว

นกยูงเมื่อเห็นนกกาบินจากไปโดยไม่ได้ทักทายแม้แต่คำเดียวเช่นนั้นแล้วนกยุงก็บินจากที่นั้นไปบ้าง ขณะกำลังบินอยู่นั้นในใจก็คิดไปว่า เมื่อตัวเองบินไปถึงฝูงของตน กลัวพวกญาติพี่น้องจำตัวเองไม่ได้ จึงทำให้จิตรใจละล้าละลังพะวักพะวงเป็นอันมาก แต่แล้วก็นึกถึงแม่ของตน จำเราจะต้องแอบเข้าไปหาแม่ก่อน แล้วเราจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟังเห็นทีจะปลอดภัยไม่ถูกพรรคพวกลุมจิกตีเอา เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้วก็บินลิ่นลงไและแอบเข้าไปหาแม่เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง แม่นกยูงฟังลูกของตนที่เล่ามานั้นในใจก็เกิดกลัวๆกล้าๆแล้วก็พาลูกของตนแอบไปหาหัวหน้าฝูง แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้หัวหน้าฟัง เมื่อหัวหน้าฝูงได้ฟังและได้เห็นลายที่ตัวลูกยูงสวยงามเช่นนั้น จึงพานกยูงสองแม่ลูกออกไปที่ฝูงนกยูงหนุ่มๆสาวๆรวมตัวกันอยู่ เพราะขณะนั้นเป็นฤดูที่นกยูงเริ่มผสมพันธ์กัน นกยูงจึงได้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มไม่ได้ออกไปหากิน
เมื่อหัวหน้าฝูงพาสองแม่ลูกมาถึงก็ร้องประกาศ และเล่าเรื่องทั้งหมดให้นกทั้งฝูงฟัง เมื่อนกทั้งหมดได้ฟังต่างก็ดีใจ ของร้องนกยูงนั้นออกมาเดินคลี่ปีกคลี่หางให้เพื่อนฝูงได้ชมบ้าง นกยูงตัวนั้นก็ออกไปเดินกลีดกายค่อยๆเยื้องย่างกางปีกแผ่ทางคล้ายร่ายลำให้นกทั้งหลายดู นกทั้งหมดในฝูงต่างดีอกดีใจและชมเชยกัน เมื่อหมดฤดูผสมพันธุ์แล้วนกตัวเมียทั้งหลายก็เริ่มวางไข่และฟักไข่และเมื่อถึวกำหนดลูกนกทั้งหมดออกจากไข่ แต่เป็นที่แปลกประหลาดทำให้นกทั้งหมดตกตลึงไปตามๆกัน เพราะลูกนกทั้งหมดมีสีส่อเค้าว่าจะสวยงามทุกตัว แต่ตัวไหนสีจางไปก็เป็นนกตัวเมีย ที่ไหนสีเข้มก็เป็นตัวผู้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้คงจะเป็นเพราะระหว่างผสมพันธุ์กันนั้น นกทั้งหมดมีใจจดใจจ่ออยู่กับความสวยงามของนกยูงที่ร่ายรำอยู่ในขณะผสมพันธุ์กันนั้น นกทุกตัวดีใจไปตามๆกันที่ลูกของตนต่อไปจะสวยงาม นับแต่นั้นนกยูงก็มีสีสันเหมือนกันหมดตราบเท่าทุกวันนี้
ฝ่ายนกกาเมื่อบินจากนกยูงมาแล้ว เมื่อบินเข้าไปสถานที่พวกพ้องของตนอาศัยอยู่นั้น ครั้งจะจู่ๆบินเข้าไปในฝูงกาของตนก็ไม่ได้ เพราะกลัวพวกพ้องของตัวจะจำไม่ได้ จะพากันจิกตีเอา เพราะนกกามีนิสัยดุร้ายรักแต่พวกพ้องของตนเท่านั้น เมื่อมีผู้ใดแปลกปลอเข้ามากล้ำกลายใกล้ฝูงของตนละก็เป็นต้องถูกลุมตีเอาแทบตาย ในเมื่อพวกของตัวถูกทำร้ายหรือพอได้ยินเสียงของพวกก็จะรีบบินพากันมาเร็วรี่เข้าจิกตีไม่ลดละจนกว่าผู้แปลกปลอมจะล่าถอยหนีไป คนเก่าคนแก่ได้พูดเปรียบเปรยไว้ว่า “ ลูกหลานทั้งหลายเจ้าจงดูเยี่ยงอย่างกาบ้างซี นกกานั้นขยันขันแข็งหาใครเหมือนได้ยาก แต่ให้เอาแต่เยี่ยงกา อย่าเอาอย่างกา เพราะกามีนิสัยชอบลักชอบขโมยของผู้อื่น ” ที่พูดแบบนี้ฉันเห็นพูดแบบเห็นแก่ตัวมากไปหน่อย ฉันขอหยุดไว้เท่านี้ก่อนเรื่องเลวร้ายของมนุษย์ นกกาคิดรังเรอยู่สักครูก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่าจะต้องอาศัยหัวหน้าฝูงให้ช่วยเหลือ ถึงรอดพ้นจากถูกทำร้าย จึงแอบลัดเลาะอยู่ตามพุ่มต่ำๆเพื่อจะรอให้หัวหน้าฝูงผ่านมา ครั้งแล้วหัวหน้าฝูงก็ผ่านมาดังที่ใจคิดไว้ ความดีใจจึงพรวดพราดบินออกไปด้วยความดีใจ ทำให้หัวหน้าตกใจและตรึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมองดูและพิจารณาด฿ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นนกอะไร จะว่านกกาก็ไม่ใช่ เพราะน่าตาดำเป็นมันผิดจากนกตัวอื่นๆ จึงร้องถามไปว่า “ เจ้าเป็นนกอะไร มาจากไหน แล้วทำไมถึงได้เข้ามาในที่นี้ เจ้าจงรีบกลับออกไปเสีย ประเดี๋ยวกาตัวอื่นมาพบเจ้าเข้าเขาจะตีเจ้าๆจะได้รับอันตราย ” นกกาผู้มีกรรมจึงหมอบตัวลงตรงหน้าหัวหน้าฝูง แล้วบอกความจริงทุกอย่างที่ผ่านมา
เมื่อหัวหน้าฝูงได้ฟังแล้วรู้สึกสมเพศ แล้วจึงพูดตำหริขึ้นว่า “ เจ้ามันมักใหญ่ใฝ่งามจนเกินไป แล้วลืมชาติกำเนิดของเจ้ามันจึงทำให้เจ้าต้องลำบากอยู่เช่นนี้ เจ้าคิดอยากจะสวยงามกว่าพวกพ้อง แต่แล้วมันก็งามดีอยู่หรอก เพราะขนของเจ้าแลดูดำเป็นมันขึ้นเงาดี เสียแต่ว่าหน้าของเจ้าดำไปหน่อย หากว่าหน้าของเหมือนเดิมก็คงจะสวยดี เอาละข้าจะช่วยเจ้า ” ว่าแล้วหัวหน้าฝูงก็พานกกาผู้เคราะห์ร้ายเข้าไปในฝูงนกกาทั้งหลาย เล่าเรื่องทั้งหมดให้เหล่านกกาทั้งหมดฟัง นกกาทั้งหมดก็ให้อภัยแก่นกกาตัวนั้น นกกาตัวเมียทั้งหมดนึกนิยมชมชื่นสีขนของนกกาตัวนั้น่าดำสนิทและมีมันแลดูสวยงาม ต่างก็นึกคิดยากให้ลูกของตนที่จะเกิดมาขอให้มีขนสีดำเป็นเงาอย่างนกตัวนั้นบ้าง ผลของการที่ตนอยากได้อยากมีอย่างใจจดใจจ่อดังผลรับก็บังเกิดผลทำให้ลูกนกกาทุกตัวที่เกิดมาใหม่ทุกๆตัวมีขนดำเป็นมันเงาหมดทุกตัว




โดย : นางสาว Laddawan Meegul, คลองหลวง ปทุมธานี 13180, วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2545