พระเวสสันดร

ปัณยา ไชยะคำ. พระเวสสันดร. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2528.

ครั้งหนึ่ง ณ กรุงเชตุดร พระนางผุสดีพระมเหสีของพระเจ้ากรุงสัญชัยได้รับพรวิเศษจาก
พระอินทร์ โดยพรวิเศษนั้น พระนางผุสดีได้มากถึง 10 ข้อ มีข้อหนึ่งพระนางได้ขอให้ได้เป็นพระมารดาของพระโพธิสัตว์ และเมื่อพระนางได้ตั้งครรภ์พระนางผุสดีก็ได้ประสูติพระโอรส ชื่อว่า“ พระเวสสันดร “ พระเวสสันดรยิ่งเจริญวัยมากขึ้นเท่าใด พระองศ์ก็ยิ่งบริจาคทานแก่ประชาชนมากขึ้นตามลำดับ เมื่อพระเวสสันดรมีพระชันษาได้ 16 พรรษาพระองศ์ได้อภิเษกสมรสกับพระนางมัทรี พระราชธิดาแห่งกรุงมัทราช เมื่อพระเวสสันดรขึ้นครองราชสมบัติ พระองศ์ก็ยิ่งบริจาคทานมากขึ้นๆ ทรงโปรดให้สร้างโรงทาน 6 แห่ง ต่อมาพระนางมัทรีได้ประสูติพระราชธิดาและพระราชโอรส ทรงพระนามว่า กัณหา และ ชาลี ต่อมามีอยู่คราวหนึ่ง แคว้นกลิงคราฐเกิดฝนแล้งเจ้าเมืองกลิงคราฐได้ข่าวว่าช้างคู่บุญของพระเวสสันดรชื่อ “ ช้างปัจจยานาเคนทร์ “ เป็นช้างมงคลถ้าไปอยู่ที่ใด ที่นั่นฝนจะตกต้องตามฤดูกาล
พระองศ์ จึงส่งพราหมณ์แปดคนไปขอช้างจากพระเวสสันดร พระเวสสันดรบริจาคทานให้ ทำให้ชาวเมืองเชตุดรโกรธแค้นและขอให้พระเจ้ากรุงสัญชัยขับไล่พระเวสสันดรออกจากเมืองพระเจ้ากรุงสัญชัยมิรู้จะทำประการใด จึงต้องยอมทำตามคำร้องเรียนของประชาชน พระเวสสันดร พร้อมด้วย
พระนางมัทรีและสองกุมาร ทรงรถเทียมม้าออกจากเมือง ระหว่างทางมีพราหมณ์มาดักรอขอราชรถ พระเวสสันดรก็บริจาคทานให้ไปแล้วทุกพระองศ์ก็เสด็จโดยพระบาทเดินทางมุ่งเข้าป่าไป ทั้ง 4
พระองศ์ เดินทางมาจนกระทั่งถึงสระบัวใหญ่เชิงเขาวงกต ซึ่งเทวดาเนรมิตไว้ พระเวสสันดรจึงตกลงพระผนวชเป็นฤาษี บำเพ็ญภาวนาอยู่ที่นี่ กล่าวถึงชูชก เป็นขอทานแก่โลภมาก มีเมียสาวสวยชื่อ
อมิตดา นางอมิตดาขยันขันแข็ง จึงเป็นที่รังเกียจของบรรดาหญิงที่เกียจคร้าน ทำให้บรรดาหญิงที่เกียจคร้านนั้นพากันด่าทอทุบตี จนนางอมิตดาไม่กล้าออกไปทำงานนอกบ้าน จึงอ้อนวอนให้ชูชกไปขอลูกทั้งสองของพระเวสสันดรมาให้นางใช้ต่างทาส





โดย : นางสาว wiyada dokprom, ripw.klungluang patumtani 13180, วันที่ 30 มกราคม 2545