หากธุรกิจของท่านมีความต้องการที่จะเลือกดูรายการต่าง ๆ อาทิ รายการภาพยนตร์ สารคดี ข่าว หรือรายการบันเทิงอื่น ๆ จากเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในเวลาที่ต้องการ บริการวิดีโอออนดีมานด์จะช่วยให้การบริการแก่ท่านได้ โดยรายการต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกบันทึกอยู่ในหน่วยข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Jukebox) ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์บริการ รายชื่อของรายการต่าง ๆ จะปรากฏขึ้นบนจอโทรทัศน์เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้เลือกชม โดยผู้ใช้บริการสามารถดูเนื้อเรื่องสั้น ๆ ของแต่ละรายการได้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกชมรายการใด ๆ
บริการวิดีโอออนดีมานด์ใช้เทคโนโลยีที่จะต้องโต้ตอบระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้บริการ จึงทำให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากการชมภาพยนตร์เป็นไปได้ ดังตัวอย่างเช่น
- คาราโอเกะออนดีมานด์ (Karaoke On Demand) คือเลือกร้องเพลงได้ที่บ้าน
- นิวส์ออนดีมานด์ (News On Demand) คือเลือกอ่านข่าวเฉพาะที่ต้องการ เช่น ข่าวเฉพาะที่ต้องการ เช่น ข่าวการเมือง ข่าวกีฬา ข่าว Hot-Line เป็นต้น
- เทเลช้อปปิ้ง (Tele-Shopping) คือเลือกซื้อของได้ตามต้องการจากร้านค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้ที่บ้าน
- วิดีโอคอนเฟอร์เรนซิ่ง (Video conferencing) คือเลือกประชุมทางไกลกับใครก็ได้ที่อยู่ในระบบตามต้องการ
- เลคเชอร์ออนดีมานด์ (Lecture On Demand) คือเลือกเรียนเรื่องที่สนใจได้ตามต้องการ
มวลชน
จะเห็นได้ว่าวิดีโอออนดีมานด์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ที่การให้บริการด้านความบันเทิงเท่านั้น แต่สามารถให้ประโยชน์ครอบคลุมถึงด้านธุรกิจ และด้านการศึกษาด้วย จากข้อมูลของบริษัท Digital คาดคะเนว่าภายในปี 1996 บริการวิดีโอออนดีมานด์จะเข้าถึงกว่า 100,000 หลังคาเรือน ในสหรัฐอเมริกา กว่า 125,000 หลังคาเรือน ในยุโรป และกว่า 500,000 หลังคาเรือน ในเอเชียแปซิฟิก โดยมีอัตราการเติบโต 200-300 % ต่อปี จนถึงปลายศตวรรษนี้จะมีผู้รับบริการถึง 20 ล้านหลังคาเรือนทั่วโลก คิดเป็นปริมาณในตลาดถึง 5,000 ล้านดอลลาร์
สำหรับตลาดในเมืองไทย คงจะต้องรอผลการสำรวจตลาด โดยการทดลองการให้บริการ ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป
การทำงานของระบบ
การทำงานของระบบวิดีโอออนดีมานด์มีส่วนประกอบด้วยกัน 3 ส่วน ดังแสดงในรูปที่ 1

1. Video Server และ Switch Combination
ตัว Server จะทำหน้าที่เลือกและดึงข้อมูลของรายการต่าง ๆ จากหน่วยข้อมูลตามความต้องการของผู้ใช้บริการสำหรับการให้บริการระบบวิดีโอออนดีมานด์ขนาดใหญ่นั้น อาจจะให้ ATM (Asynchronous Transfer Mode) Switches ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง
2. สายส่งสัญญาณ (Transmission Medium)
โดยปกติแล้วสายนำสัญญาณที่ใช้คือสายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) โดยใช้เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลเพื่อลดขนาดของข้อมูล สายนำสัญญาณอีกแบบหนึ่ง คือสายโทรศัพท์ (สายทองแดงทั่วไป) ซึ่งใช้กับเทคโนโลยี ADSL (Asynchronous Digital Subscriber Line) และระบบส่งสัญญาณอีกแบบหนึ่งที่ไม่ต้องใช้สายเคเบิล คือดาวเทียม การทำงานของระบบทั้งสามจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป
3. ตัวแปลง และรับสัญญาณ (Set Top Convertor)
ตัวแปลง และรับสัญญาณนี้จะรับสัญญาณ