Chromium
(Cr)
โครเมียม
เลขอะตอม
24 เป็นธาตุแรกของหมู่ VIB ในตารางธาตุ จัดเป็นโลหะและโลหะ ทรานซิชัน
น้ำหนักอะตอม
51.996 amu
จุดหลอมเหลว
1875 ํc
จุดเดือด
2199 ํc
ความหนาแน่น
7.19 g/cc ที่ 20 ํc
เลขออกซิเดชันสามัญ
+2, + 3 และ + 6
การค้นพบ
ธาตุนี้ค้นพบโดย Vauguelin ในปี ค.ศ. 1797 ในแร่ crocoite (PbCrO
4
) จาก ไซบีเรีย ซึ่งเป็นแร่ตะกั่วมีสีแดง
ในปีต่อมา Vauguelin สามารถสกัดโครเมียมจาก Cr2O
3
โดยดีดิวซ์ Cr
2
O
3
โดยผงถ่าน
ในปี ค.ศ. 1893 Moissan สกัด Cr ได้เช่นกัน โดยรีดิวซ์ Cr
2
O
3
ด้วยถ่านหินในเตาไฟฟ้า
ในปี ค.ศ. 1898 Goldschmidt สกัด Cr อิสระปราศจากคาร์บอนเจือปน โดยนำ Cr
2
O
3
มารีดิวซ์ด้วย A1
เริ่มมีการใช้แร่ของโครเมียมในอุตสาหกรรมประมาณปี ค.ศ. 1800 โดยนำผลิตเคมีภัณฑ์สำหรับใข้ในอุตสาหกรรมหนังสัตว์และสี
ชื่อของธาตุนี้มาจากคำกรีก "Chromos" แปลว่าสีเนื่องจากสารประกอบของโครเมียมหลายชนิดมีสี
การใช้ประโยชน์
1. ใช้ทำโลหะเจือโดยผสมกับโลหะอื่น ๆ เช่น กับ Fe และ Ni ทำเหล็กปลอดสนิม (stainless steel)
2. ใช้เคลือบโลหะ พลาสติกต่าง ๆ เช่น เหล็กและเหล็กกล้า เพื่อป้องกันการผุกร่อนของโลหะเหล่านั้น กระบวนการการเคลือบหรือชุบโลหะเรียกว่า electroplating
3. ทำ refractory brick
4. ใช้ในงานวิจัยทางนิวเคลียร์และปฏิกิริยาที่เกิด ณ อุณหภูมิสูง
ความเป็นพิษ
โลหะ Cr, chromite และสารประกอบที่ Cr มีเลขออกซิเดชัน + 3 ไม่ปรากฎเป็นพิษต่อร่างกาย แต่สารประกอบของโครเมียมที่ Cr มีเลขออกซิเดชัน + 6 ทำให้เกิดอาการคันที่ผิวหนัง เป็นพิษต่อร่างกายการหายใจฝุ่นของโครเมตหรือไอของกรดโครมิก เป็นอันตรายต่อระบบหายใจได้ ระดับการทนได้ของฝุ่นของโครเมตในอากาศคือ 1 mg/m
3
ของอากาศ
ผู้เขียน :
ดร.ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์
ที่มา :
รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมธาตุ