ปัญหาน้ำ -
ปัญหาสิ่งแวดล้อม
|
ในทศวรรษหน้าความกดดันเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวเปลี่ยนแปลง
พื้นฐานทางการเมืองระหว่างประเทศทั้งระบบ ตัวอย่างของความกดดันที่เห็นได้ชัดคือ
ผู้ประสบภัยพิบัติจากสิ่งแวดล้อมมีจำนวนถึง 25 ล้านคน มากกว่าผู้ลี้ภัยแบบที่เรารู้จักกันดี
ซึ่งมีจำนวน 22 ล้านคน "ผู้ลี้ภัยทางสิ่งแวดล้อม" นี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณกึ่งซาฮาราแอฟริกา
อินเดีย จีน เม็กซิโก และอเมริกากลาง คาดว่าจำนวนคนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในปี
ค.ศ. 2010
ปัญหาเรื่องน้ำจะกลายเป็นปัญหาสำคัญต่อความสงบสุขของโลก เมื่อต้นศตวรรษที่
18 โลกนี้มีประชากรน้อยกว่าพันล้านที่ต้องใช้น้ำสะอาดจำนวนน้อยกว่าหนึ่งล้านลูกบาศก์กิโลเมตรร่วมกัน
ในปี ค.ศ. 1900 มีคน 2 พันล้านแบ่งกันใช้น้ำจำนวนเท่าเดิม และปัจจุบันมีคนกว่า
6 พันล้านคนที่ต้องแย่งใช้น้ำจำนวนคงที่นั้น
ประชากรในประเทศที่ขาดแคลนน้ำในปัจจุบันมีประมาณ 550 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเป็น
1 พันล้านในปี ค.ศ. 2010 ปัญหาขาดแคลนน้ำนี้ ย่อมมีผลกระทบอย่างสูงต่อการเกษตร
การแบ่งปันทรัพยากรน้ำจะนำมาซึ่งการแก่งแย่งแข่งขันระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต
ในอนาคต ลุ่มน้ำไนล์เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดถึงความต้องการน้ำที่เพิ่มมากขึ้น
และความจำเป็นในอันที่ประเทศที่เกี่ยวข้องจะต้องหันหน้ามาปรองดอง และร่วมกันจัดการจัดสรรแบ่งปันน้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขถ้วนหน้า
เกือบร้อยละ 47 ของดินแดนทั่วโลกรวมทั้งแอฟริกาอยู่ในแอฟริกาอยู่ในเขตลุ่มน้ำที่ต้องใช้ร่วมกันตั้งแต่
2 ประเทศขึ้นไป มีอยู่อีก 44 ประเทศที่พื้นที่เกือบร้อยละ 80 ของประเทศ อยู่ในลุ่มน้ำระหว่างประเทศจำนวนลุ่มน้ำและทะเลสาบที่ตองแบ่งกันตั้งแต่
2 ประเทศขึ้นไป ในปัจจุบันมีมากกว่า 300 แห่ง ด้วยเหตุนี้จึงมิใช่เรื่องที่จะต้องเคลือบแคลงสงสัยอีกแล้วว่า
ทำไมเราจึงต้องหันหน้าเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้น้ำร่วมกัน เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการดำรงขีวิต
ของการดำรงอยู่ของระบบนิเวศและเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาแบบยั่งยืนประสบความสำเร็จ

ที่มา : รวบรวมจาก วารสารส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
ฉบับที่ 44