"... เจ้าป่า เจ้าน้ำ เจ้าดิน เจ้าฟ้า เจ้าที่เจ้าดิน
ดินเจ็ดชั้น พวกเราลูกหลานญาติพี่น้อง
ปู้ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ลูกเล็กเด็กแดง
คนเฒ่าคนแก่ คนหนุ่มคนสาว ขอให้ท่านบันดาลให้เรามีพลัง
มีอำนาจเรียกคืน ให้ได้อยู่กับป่าผืนเดิม ให้ได้อยู่กับดินที่เราเคยอยู่
อยู่กับแม่น้ำ ภูเขา ขอให้พวกเราอย่าได้พรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดเลย
ขอให้ทรัพย์สิน วัวควาย สัตว์เลี้ยงทั้งหลายจงได้รับการคุ้มครองจากท่าน
พวกเราได้มากราบไหว้ในวันนี้ ขอให้ท่านบันดาลให้พวกเรามีอำนาจสูงส่ง
เล็กเท่าด้ายดึงไม่ขาด เล็กเท่าเข็มเหยียบไม่งอ
ขอฝนป้าตกต้องตามฤดูกาลมีน้ำอุดมสมบรูณ์
แผ่นดินชุ่มเย็น มีป่า มีต้นไม้ มีสัตว์ป่า
สรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงจงได้รับการคุ้มครองจากท่านต่อไป
"
บริเวณที่ประกอบพิธีหลื่อปก่านี้ เป็นบริเวณป่าอนุรักษ์ซึ่งชาวห้วยหอย
ห้วยข้าวลีบ ประตูเมือง ขุนป๋วยบน และลุ่ม และบ้านชุนนาสาร่วมกันดูแลรักษามานาน
มีการทำข้อตกลงร่วมกัน มีการช่วยกันทำแนวกันไฟ
และดับไฟป่า การทำแนวเขตมักจะเอื้อประโยชน์ให้แก่กันได้
ดังบทเพลงพื้นบ้านของชาวปกากะญอ ที่ขับขานว่า
"
สู่ ลอ ก่อ เชอ เลอะ เสอะ เคาะ เอาะ แล เลาะ เปอะ ก่อ หย่า คอ"
"ปลูกมะม่วงเป็นเขตแบ่งแดน แบ่งกินของเธอและฉัน"
หลังจากพิธีกรรมสิ้นสุดลง ผู้คนอพยพออกจากป่า
คืนความเงียบสงบให้กับผืนป่าอีกครั้งหนึ่งผืนป่าแห่งนี้จะอยู่ในความดูแลของเจ้าที่ต่อไป
ตะแหลว ไม้ไผ่สานที่ติดแน่นอยู่ตามต้นไม้จะเป็นสัญญลักษณ์ว่าผืนป่าแห่งนี้ห้ามล่วงล้ำทำลาย
เช่นเดียวกับเมื่อเพื่อนในเมืองที่มาร่วมพิธีกรรมกลับไปแล้ว
ชาวห้วยหอยและชุมชนใกล้เคียงจะต้องช่วยกันสอดส่อง
เป็นหูเป็นตาให้
ที่มา : รวบรวมจาก เบญจา
ศิลารักษ์ ข่าวสารป่ากับชุมชน