

|
ตัวต้านทาน (Resistor) อย่างเดียวกันคือ จำกัดกระแส (Limit curent) ซึ่งแบ่งออกเป็นพวกใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ ตัวต้านทานชนิดค่าคงที่ (Fixed Resistor) ทานแบบนี้แสดงให้เห็นดังรูป |
![]() |
| รูปตัวอย่างตัวต้านทานชนิดค่าคงที่แบบต่างๆ |
แข็งสีดำหรือสีน้ำตาล ตัวต้านทานบางแบบทำด้วยสารจำพวกโลหะออกไซด์ ตัวต้านทานชนิดนี้โดยทั่วไป จะมีค่าผิดพลาดน้อย (Tolerance) หรือมีค่าความถูกต้องเชื่อถือได้ตามที่บอกค่าไว้ที่ตีเป็นได้สูง ตัวต้านทานคงที่ชนิดลวดพัน (wire wound) ตัวต้านทานชนิดนี้ทำมาจากลวดความต้านทานพันรอบ แกนฉนวน ซึ่งทำด้วยสารจำพวกเซรามิค ตัวต้านทานชนิดนี้มีลักษณะสมบัติพิเศษคือสามารถทนต่อ การไหลของกระแสผ่านตัวมันได้สูงกว่าตัวต้านทานแบบอื่น สัญญลักษณ์ของตัวต้านทานชนิดค่าคงที่ |
![]() |
| รูปสัญญลักษณ์ของตัวต้านทานชนิดค่าคงที่ |
| ตัวต้านทานชนิดเลือกค่าได้ (Topped Resistor) ตัวต้านทานบางชนิดอาจมีการเลือกค่าใดค่าหนึ่งได้ โดยปกติตัวต้านทานชนิดนี้จะมีหลายขั้วแยกออกมา เป็นปุ่มหรือขั้ว การเลือกค่าตัวต้านทานทำโดยวิธีแยกสายหรือโผล่สายออกมาภายนอกที่เรียกว่า แท๊ป (Tap) การแท๊ปสายอาจทำได้มากกว่าหนึ่งที่ดังรูป |
![]() |
![]() |
| รูปสัญญลักษณ์ของตัวต้านทานชนิดเลือกค่าได้ |
| ตัวต้านทานชนิดปรับค่าได้ (Variable Resistor) ปรับเสียงทุ้ม เสียงแหลมในวงจรไฮไฟ ปรับความสว่างของหลอดไฟ ปรับแต่งเครื่องวัด ต้านทาน เพื่อเป็นการสะดวกต่อการปรับค่าความต้านทาน จึงมักมีแกนยื่นออกมาหรือมีส่วนที่จะทำให้หมุน ปรับค่าได้ ที่ปลายแกนยื่นสามารถประกอบติดกับลูกบิดเพื่อให้หมุนได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยใช้ไขควงหรือวัสดุดื่นสอดเข้าในช่องแล้วหมุนหน้าคอนแทค คอนแทคจะเลื่อนไปทำให้ค่าความตีเนทาน เปลี่ยน |
![]() |
| รูปตัวต้านทานชนิดปรับทำได้ |
|
ภาษาช่างที่ใช้เรียกตัวต้านทานชนิดปรับค่าได้ว่า โวลุ่ม (Volume) สัญญลักษณ์ของตัวต้านทานชนิดปรับค่าได้ |
![]() |
| ตัวต้านทานไวความร้อน (THERMISTOR) ความต้านทานจะลดลง |
![]() |
| สัญญลักษณ์ของเทอร์มิสเตอร์ |
| ตัวต้านทานไวแสง (light dicrearing resistor)
ใช้อักษรย่อ LDR ตัวต้านทานชนิดนี้ จะเปลี่ยนค่าความต้านทานเมื่อความเข้มของแสงตกกระทบเปลี่ยนแปลง โดยปกติเมื่อความ เข้มของแสงมีค่ามากกว่าความต้านทานจะมีค่าลดลง |
![]() |
![]() |
| สัญญลักษณ์ของตัวต้านทานไวแสง |
| รหัสสี เมื่อป้อนแรงดันคร่อมตัวต้านทานหนึ่งโวลท์แล้วมีค่ากระแสไหลผ่านหนึ่งแอมแปร์ตัวต้านทานนั้นจะมีค่า หนึ่งโอห์ม |
![]() |
| โครงสร้างและขนาดของตัวต้านทานที่ทนกำลังงานได้ต่างกัน |
|
วงจรอิเลคทรอนิคส์ ในการที่จะวัดตัวต้านทานที่อยู่ในวงจรทำได้ยาก เพราะไม่สะดวกต่อการวัด ดังนั้นผู้ผลิตจึงกำหนดสัญญลักษณ์สีแทนค่าความต้านทาน (tolerance) โดยปกติมีค่าเช่นน้อยกว่า 5% หรือน้อยกว่า 10% จะใช้แถบสีแถบที่สี่เป็นตัวบอก |
![]() |
| แสดงแถบสีของตัวต้านทาน |
|
เป็นตัวเลขนัยสำคัญ (Significuntdigit) ส่วนในแถบ C เป็นตัวที่จะบอกให้ทราบว่า มีจำนวน 0 ต่อท้ายอยู่ จำนวนเท่าใด หรือกล่าวได้ว่าเป็นตัวคูณ (multiplier) ด้วยสิยก กำลังค่าของแถบสีแถบ C ส่วนในแถบสีแถบ D นั้น จะเป็นสีทองหรือแถบสีเงิน แถบสีทองมีความหมายเป็นค่าผิดพลาดได้ไม่เกิน 5% ส่วนแถบสีเงิน จะบอกความหมายเป็นค่าความผิดพลาด 10% ถ้าในแถบสี D มิได้พิมพ์สีใดไว้ ให้ถือว่ามีค่าความผิดพลาดได้ ไม่เกิน 20% ค่าความผิดพลาดจะเป็นช่วงที่บอกว่าค่าความต้านทานจะผิดพลาดไปจากค่าที่อ่านจากแถบสี มากน้อยเพียงใด สีแต่ละสีที่ใช้เป็นสัญญลักษณ์ที่แทนค่าตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งมีค่า 0 ถึง 9 ดังตาราง |
| แถบสี | ตัวเลขเทียบเท่า | ตัวคูณ | ความคลาดเคลื่อน |
| ดำ | 0 | 1 | - |
| น้ำตาล | 1 | 10 | - |
| แดง | 2 | 100 | - |
| ส้ม | 3 | 1,000 | - |
| เหลือง | 4 | 10,000 | - |
| เขียว | 5 | 100,000 | - |
| น้ำเงิน | 6 | 1,000,000 | - |
| ม่วง | 7 | 10,000,000 | - |
| เทา | 8 | 100,000,000 | - |
| ขาว | 9 | 1,000,000,000 | - |
| ทอง | - | 0.1 | - |
| เงิน | - | 0.01 | - |
| ไม่มีสี | - | 0.01 | - |
![]() |
| แถบสี | A | B | C | D |
| สี | น้ำเงิน | แดง | ส้ม | ไม่มีสี |
| ตัวเลข | 6 | 2 | 3 | ค่าผิดพลาด 20% |
แถบสี A และ B เป็นเลขนัยสำคัญ 62 แถบสี C สีส้มมีความหมายเป็นตัวคูณด้วย ![]() นั่นคือความต้านทานจะมีค่าเป็น 62,000 โอห์ม 20% หรือ 62 k 20% |
| ตัวอย่าง 2. จงอ่านแถบสีของตัวต้านทานในรูป |
![]() |
| แถบสี | A | B | C | D |
| สี | ม่วง | เขียว | แดง | ทอง |
| ตัวเลข | 7 | 5 | 2 | ค่าผิดพลาด 5% |
แถบสี A และ B เป็นเลขนัยสำคัญ 75 แถบสี C สีแดงมีความหมายเป็นตัวคูณด้วย![]() แถบสี D เป็นค่าผิดพลาด 5% นั่นคือความต้านทานจะมีค่าเป็น 7500 โอห์ม 5% หรือ 7.5 k![]() ค่าผิดพลาดไม่มากกว่า 5% |