วิธีดำเนินการ
วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2546 ได้มาสัมภาษณ์ช่างไม้ ชื่อคุณลุงสุนทร จันทร์โท
อายุ62 ปี ที่หมู่บ้านธนวรรณ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งคุณลุงมีประสปการณ์ทางไม้หรือเป็นช่างไม้มา30
ปี คุณลุงอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับไม้ว่า
ไม้มีหลายชนิด หลายแบบขึ้นอยู่กับการนำมาใช้งาน ซึ่งแบ่งเป็น
2 ประเภท คือ
1. ไม้เนื้ออ่อน เช่นไม้ยางเหียน ไม้ยางพลวง ไม้ยางพารา ไม้สถิตย์ ไม้ประเภทนี้ราคาถูก
นิยมนำมาทำเป็นไม้แป ไม้ลูกตั้งข้างฝา หรือนำมาทำเป็นฝากระปุกต่าง
2.ไม้เนื้อแข็งเช่นไม้เต็งรังไม้มะค่าโมงไม้ชิงชังไม้แดงไม้ประดู่ซึ่งมีราคาแพงนิยมนำมาทำเป็นวงกบถ้าหากว่าเป็นชิงชันจะนำมาทำเป็นโต๊ะฝังมุข
และเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงเนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็งจะมีการขยายตัวน้อย
ไม้เต็งรังนิยมนำมาทำเป็นเสาบ้าน ทำพื้น เพราะมีความคงทน
ปลวกและแมลงทำลายได้ยากไม้ประดู่ในชนบทนิยมนำมาทำเป็นเกวียน
ทนแดด ทนฝน มีความแข็งแกร่งอีกชนิดหนึ่ง แต่ไม่สามารถนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือปูพื้นได้เพราะยางจากเนื้อไม้มีอันตราย
ไม้แดงนิยมนำมาทำเป็นเสาบ้านหรือพื้น วงกบก็ได้ไม้ชนิดนี้จะมีราคาแพงกว่าไม้เต็งเนื่องจากเนื้อไม้มีสีแดง
ยางหนึบทำให้ไม่ลื่น
ซึ่งแตกต่างจากไม้เต็งเนื้อยางแทบจะไม่มีโดยเฉพาะเมื่อไม้แห้งไม้มะค่าโมงเป็นไม้ที่มีลายสวยงาม
แตกต่างจากไม้ชนิดอื่น นิยมนำมาทำเป็นโต๊ะอาหารและนำมาทำเป็นตัวถังรถสิบล้อ
มีความสวยงาม แข็งแกร่ง ทนแดด ทนฝน ได้เป็นอย่างดี ราคาสูงขึ้นกว่าเต็ง
แดง รัง ประดู่ แต่จะถูกกว่าไม้ชิงชัน
ไม้สัก
เป็นไม้ที่มีราคาแพงกว่าไม้ข้างต้น เพราะมียางพิเศษ ปลวกกินไม่ได้ และมีคล้ายเกล็ดทรายในเนื้อไม้
จะเป็นไม้เนื้อแข็งก็ไม่ใช่ ทำเป็นงานแกะสลักได้ทุกชนิด เป็นไม้ชนิดพิเศษที่ราคาแพงที่สุด
นิยมนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ราคาค่อนข้างแพง เช่นเตียงนอน เก้าอี้ โต๊ะ
ประตู หน้าต่าง ตู้แกะสลัก ทางภาคเหนือนิยมเป็นอย่างมาก สามารถทนแดด ทนฝน
ปลวกแมลงไม่สามารถกินได้
การขยายตัวของไม้
ถ้าไม้เนื้ออ่อนจะมีการยืดหยุ่นมาก ถ้าหากว่าได้ความร้อนจะเหี่ยวมาก เช่นไม้ฝาขนาด
1/2 “ x6“ (หรือประมาณ 16 ซ.ม.) ถ้าโดนอุณหภูมิที่ร้อนใน 1
ปี จะหดตัวประมาณ 1 ซ.ม. เหลือ 15 ซ.ม. ถ้าเป็นไม้เนื้อแข็งโดนความร้อนในระยะเวลาเท่ากัน
จะเกิดการหดตัวน้อยกว่า ประมาณ 3 มิลลิเมตรเนื่องจากก่อนนำมาใช้งานได้มีการทดสอบตากแดดให้แห้ง
หรือผ่านการอบ ทำให้เนื้อไม้แน่นขึ้นกว่าเดิม ถ้าไม้เนื้ออ่อนอยู่ในสภาวะอากาศที่ชื้น
เย็น จะเกิดการขยายตัวกว่าเดิม ประมาณ 1/2 ซ.ม. ถ้าเป็นไม้เนื้อแข็งจะดูได้ยากมาก
ซึ่งจะไม่เกิน 1 มิลลิเมตร แต่ถ้าเป็นไม้ชิงชัน ที่ผ่านการอบแล้วจะไม่มีการขยายตัวหรือมีเพียงเล็กน้อยที่วัดค่าได้น้อยมากซึ่งเนื้อไม้จะแข็งมาก
ส่วนไม้ปาเก้จะมีอยู่2 ชนิด ถ้าหากว่าเกรด A จะเป็นไม้แดง มะค่า แต่ส่วนมากจะเป็นไม้แดง
แต่ถ้าเป็นเกรด B จะเป็นไม้เนื้ออ่อนหลายชนิด ซึ่งเรียกว่าไม้เบญจพรรณ
เช่นไม้ยาง ไม้มะม่วง ไม้ยางพารา แต่ไม้จำพวกนี้อายุการใช้งานจะสั้นมาก
ราคาถูกปลวกและแมลงชอบกิน
ในการทำประตูหน้าต่างจะต้องวัดขนาดเกินบ้างเผื่อการหดตัวของไม้
และด้านนอกไม่นิยมปรับให้สวยงามเราะจะต้องเผื่อขนาดไว้ให้ช่างไม้มาปรับขนาด(ไส
กบ) ให้พอดี การเจาะเดือยจะต้องเจาะ ให้กว้างกว่าประมาณ 2 มิลลิเมตร
ถ้าหากให้เท่ากันพอดีความหยาบของเนื้อไม้จะทำให้ไม่สามารถใส่ได้ ถ้าฝืนดันเข้าไปจะเกิดการแตกชำรุดได้
แต่ถ้าเกิดการแตกร้าวหรือไม่สนิทจะใช้กาวลาเท็กผสมกับขี้เลื่อยเนื้อไม้ชนิดนั้นๆอุดไว้ให้สนิท
ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วใช้กระดาษทรายขัดอีกครั้ง เพื่อที่จะให้เป็นไม้เนื้อเดียวกัน
การทดลอง
อุปกรณ์
- ปลอกมีดที่ทำจากไม้ชิงชัน
- มีดขนาดเท่าปลอกไม้
- ไม้บรรทัด
ตัวแปรควบคุม
- อุณหภูมิ
- ความชื้น
- แสงแดด
- เวลา
เริ่มทดลอง
วัดขนาดของปลอกมีด สันมีดกว้าง 6 มิลลิเมตร ยาว 29 เซนติเมตร
รวมความกว้างทั้งหมด 5 เซนติเมตร 3 มิลลิเมตร


รูปปลอกมีด
และมีดที่ขนาด พอดีกับปลอกมีด

รูที่ใช้เสียบมีดของปลอกมีด
ขั้นทดลองในอุณหภูมิที่ชื้น
1.การทดลองรอบที่ 1 เมื่อนำปลอกมีดมาทดลองให้อยู่ในที่อุณหภูมิชื้น
โดยการนำไปแช่ในน้ำ 1 ชั่วโมง แล้วนำมีดมาเสียบในปลอกปรากฏว่ายังสอดใส่ได้ตามปกติ
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดปรากฏว่าขนาดยังคงอยู่เท่าเดิม
2. การทดลองรอบที่ 2เมื่อนำปลอกมีดมาทดลองให้อยู่ในที่อุณหภูมิชื้น
โดยการนำไปแช่ในน้ำเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง แล้วนำมีดมาเสียบในปลอกปรากฏว่ายังสอดใส่ได้ตามปกติ
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดปรากฏว่าขนาดยังคงอยู่เท่าเดิม
3..การทดลองรอบที่ 3 เมื่อนำปลอกมีดมาทดลองให้อยู่ในที่อุณหภูมิชื้น
โดยการนำไปแช่ในน้ำเพิ่มเป็น 3 ชั่วโมง แล้วนำมีดมาเสียบในปลอกปรากฏว่าสอดมีดได้ยากขึ้นต้องใช้แรงเพิ่มขึ้นมาก
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดปรากฏว่าปลอกปลายมีดด้านนอกมีการขยายตัว
0.5 มิลลิเมตร ขนาดช่องเสียบมีการหดตัว
1 มิลลิเมตร เกิดจากแรงดันด้านนอกจากปลอกมีดที่ขยายออก แสดงว่าไม้เกิดการขยายตัว
รูปการนำปลอกมีดแช่ในน้ำ
เมื่อเกิดการขยายตัวของไม้ ทำให้มีดเสียบเข้าปลอกมีดได้ยากขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดการขยายตัวจะทำให้รูแคบลง
ขั้นทดลองในอุณหภูมิที่ร้อน
1. การทดลองครั้งที่ 1 เมื่อนำปลอกมีดมาตากแดดให้แห้ง 1 ชั่วโมง นำไม้บรรทัดมาวัดขนาดยังคงเท่าเดิม
แล้วนำมีดมาเสียบในช่องเสียบปรากฏว่ายังคงคับแคบ เสียบยากมาก
2. การทดลองครั้งที่
2 เมื่อนำปลอกมีดมาตากแดดให้แห้ง 2 ชั่วโมง นำไม้บรรทัดมาวัดขนาดยังคงเท่าเดิม
แล้วนำมีดมาเสียบในช่องเสียบปรากฏว่ายังคงคับแคบ เสียบยากมาก
3. การทดลองครั้งที่
3 เมื่อนำปลอกมีดมาตากแดดให้แห้ง 3 ชั่วโมง นำไม้บรรทัดมาวัดขนาดยังคงเท่าเดิม
แล้วนำมีดมาเสียบในช่องเสียบปรากฏว่ายังคงคับแคบ เสียบยากมาก
4. การทดลองครั้งที่
4 เมื่อนำปลอกมีดมาตากแดดให้แห้ง 4 ชั่วโมง นำไม้บรรทัดมาวัดขนาดยังคงเท่าเดิม
แล้วนำมีดมาเสียบในช่องเสียบปรากฏว่ายังคงคับแคบ เสียบยากมาก
5. การทดลองครั้งที่
5 เมื่อนำปลอกมีดมาตากแดดให้แห้ง 5 ชั่วโมง นำไม้บรรทัดมาวัดขนาดปรากฏว่ารูของช่องเสียบหดตัว
0.5 มิลลิเมตร แล้วขนาดด้านนอกของช่องเสียบหดตัวเข้าขนาด 0.5 มิลลิเมตร
เมื่อนำมีดมาเสียบกับปลอกมีดปรากฏว่าใส่ได้พอดี

เมื่อนำปลอกมีดไปตากแดดจำทำให้เกิดการหดตัวของไม้
และทำให้รูเสียบขยายตัวขึ้นเมื่อเสียบมีดในปลอกมีดจะเสียบได้ง่ายยิ่งขึ้น

สรุปผลการทดลอง
อุณหภูมิ,ความร้อน,และความชื้น
สามารถทำให้ขนาดของไม้ขยายตัวหรือหดตัวได้ ในการวัดขนาดของไม้ที่ขยายหรือหดตัวไม่สามารถที่จะดูด้วยตาเปล่าได้ขนาดการวัดที่ใช้ไม้บรรทัดยังเกิดการคาดเคลื่อน
หรือแทบที่จะวัดไม่ได้เลย ซึ่งการขยายหรือการหดตัวจะมีน้อยมาก แต่ในการทดลองใช้ปลอกมีดเป็นตัวชี้วัดอีกทางหนึ่งที่จะทดสอบได้ก็คือเมื่อปลอกมีดแช่ในน้ำไม้ก็จะเกิดการขยายตัวเมื่อนำมาเสียบจะเสียบได้ยากเพราะเนื้อไม้จะบวมขึ้นเล็กน้อยแทบวัดไม่ได้ซึ่งการขยายตัวด้านนอกจะทำให้ตัวปลอกที่เป็นรูเสียบหดตัวเข้าทำให้ดูฝืดและคับแคบยิ่งขึ้น เมื่อนำปลอกมีดมาตากแดดจะทำให้ปลอกไม้เกิดการหดตัวขึ้น
รูที่เป็นช่องเสียบขยายขึ้นตามเดิม ทำให้รูหลวมขึ้นมีดจะเสียบเข้าง่ายกว่าเดิม