Talk Session
AI, Quantum and the Next S-curve of Thailand
3 กันยายน 2569
17.40 – 18.10 น.
ห้องนอร์ธ ฮอลล์
วิทยากร

คุณอโณทัย เวทยากร
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
สรุปสาระสำคัญ
AI และควอนตัม: จุดเปลี่ยนสู่อนาคตใหม่ของประเทศไทย
คุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท IBM ประเทศไทย จำกัด กล่าวในการบรรยายหัวข้อ “AI, Quantum and the Next S-Curve of Thailand” ว่า โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งคำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่ “AI ทำอะไรให้เราได้บ้าง” แต่คือ “ใครจะเป็นผู้นำ ใครจะเป็นผู้ตาม หรือใครมีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
ความแตกต่างระหว่างองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับงบประมาณ จำนวนบุคลากรที่มีความสามารถ หรือการใช้ AI รุ่นที่ใหญ่กว่า แต่อยู่ที่ “วิธีคิด” (Mindset) ว่าองค์กรจะมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ หรือนำ AI มาเป็นรากฐานในการออกแบบวิธีการทำงาน รูปแบบธุรกิจ และแหล่งรายได้ใหม่ เพื่อก้าวสู่การเป็น องค์กรที่มี AI เป็นแกนกลาง (AI First Enterprise)
ผู้บรรยายเปรียบช่วงเวลานี้ว่าเป็น “Day Zero of AI Revolution” หรือวันเริ่มต้นของการปฏิวัติ AI ครั้งสำคัญ เพราะ AI กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “เครื่องมือ” ไปสู่ “เพื่อนร่วมงาน” และต่อไปจะกลายเป็น กำลังคนดิจิทัล (Digital Workforce) ที่สามารถช่วยคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้
องค์กรจึงต้องก้าวข้ามการทดลองใช้ AI ในโครงการเล็ก ๆ ไปสู่การ นำ AI เชื่อมโยงเข้ากับการทำงาน จริงทั้งองค์กร ทั้งระบบงาน ข้อมูล กระบวนการอัตโนมัติ ความปลอดภัย ธรรมาภิบาล และการพัฒนาทักษะบุคลากร ก่อนต่อยอดไปสู่การออกแบบธุรกิจใหม่โดยมี AI เป็นแกนกลาง
สำหรับประเทศไทย การลงทุนด้าน ศูนย์ข้อมูล ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI ของภูมิภาค แต่โอกาสนี้ต้องเดินควบคู่กับการจัดการความท้าทายด้านพลังงาน น้ำ ผังเมือง และการยกระดับทักษะบุคลากรให้ทันต่อการเติบโตของเทคโนโลยี
อีกหัวใจสำคัญคือ “ความไว้วางใจ” (Trust) เพราะ “หากไม่มีความเชื่อใจในเทคโนโลยี ก็จะไม่เกิดการนำไปใช้งาน” และหากไม่มีการใช้งานจริง เทคโนโลยีก็ไม่สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจหรือประโยชน์ต่อประชาชนได้ ดังนั้น องค์กรต้องให้ความสำคัญกับ ธรรมาภิบาล AI (AI Governance) และการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบตั้งแต่วันแรก
เรื่องนี้ยิ่งสำคัญเมื่อ AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถทำงานและตัดสินใจบางอย่างได้ด้วยตนเอง จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ระบบเหล่านี้อาจต้องเข้าถึงข้อมูลและระบบสำคัญขององค์กร จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดสิทธิ์ ตรวจสอบตัวตน ติดตามการทำงาน และวางมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุม
ขณะเดียวกัน คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) กำลังเปิดโอกาสให้มนุษย์แก้โจทย์ที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปยังทำได้ยากหรือใช้เวลานานมาก เช่น การจำลองโมเลกุล การค้นคว้ายา การแพทย์เฉพาะบุคคล การพัฒนาวัสดุใหม่ ตลอดจนการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในภาคการเงิน โทรคมนาคม พลังงาน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อนาคตจึงไม่ใช่การเลือกระหว่าง AI ควอนตัม หรือคอมพิวเตอร์แบบเดิม แต่คือการนำเทคโนโลยีทั้งสามมาทำงานร่วมกัน เพื่อใช้จุดแข็งของแต่ละเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรมที่เดิมอาจเป็นไปไม่ได้
“Quantum วันนี้อยู่ ณ จุดเดียวกับที่ AI อยู่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว” เมื่อ AI และควอนตัมมาบรรจบกัน จึงมีโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับหลากหลายอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
ท้ายที่สุด “Day Zero” ไม่ได้หมายความว่า AI เพิ่งมาถึง แต่คือวันที่เราต้องตัดสินใจว่าจะรับมือกับเทคโนโลยีนี้อย่างไร จะใช้ AI เพียงเพื่อทำงานให้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น หรือใช้ AI เพื่อ ออกแบบอนาคตใหม่ของธุรกิจ จะเร่งสร้างนวัตกรรมโดยมองข้ามความไว้วางใจ หรือวางความไว้วางใจไว้ตั้งแต่วันแรก และจะรอให้ผู้อื่นเป็นผู้กำหนดกติกา หรือร่วมเป็นผู้สร้างกติกาใหม่ของโลกไปพร้อมกัน
“Day Zero มาถึงแล้ว อนาคตอยู่ในมือของเรา สิ่งที่เราตัดสินใจในวันนี้จะกำหนดอนาคตขององค์กร สังคม และคนรุ่นต่อไป”