ปาฐกถาพิเศษ

“Power up Thailand with Frontier Technologies”

3 กันยายน 2569

13.00 – 13.30 น.

ห้องนอร์ธ ฮอลล์

วิทยากร

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล

ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ปอว.)

สรุปสาระจากปาฐกถาพิเศษ

Power Up Thailand with Frontier Technologies: วางรากฐานวันนี้ เพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ปอว.) กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 40 ปี NECTEC พร้อมชี้ว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา NECTEC ได้สร้างคุณูปการสำคัญให้กับประเทศ และจากนี้จะยิ่งมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ New Growth Industry และ Frontier Technology

“ถ้าประเทศจะไปสู่ New Growth Industry ได้ High-skill Workforce เป็นสิ่งที่สำคัญมาก” ประเทศไทยจึงต้องสร้างกำลังคนที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมีทักษะรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ขณะเดียวกัน กำลังคนเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ประเทศจำเป็นต้องมี National Lab หรือห้องปฏิบัติการระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย รองรับความเสี่ยงจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ และสร้างองค์ความรู้ก่อนต่อยอดสู่ภาคเอกชน

ศ. ดร.ศุภชัย ยกสิงคโปร์เป็นตัวอย่างของประเทศที่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้จากการ วางรากฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และกำลังคนอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่ประเทศไทยต้องนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความพร้อมสำหรับอนาคต

สำหรับประเทศไทย กระทรวง อว. กำลังผลักดัน Frontier Technologies สำคัญใน 4 ด้าน ได้แก่ Semiconductor & Photonics, Wellness, Quantum และ Space

ด้าน Semiconductor & Photonics ประเทศไทยมีความพร้อมและความได้เปรียบจาก Supply Chain ที่มีอยู่ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดย NECTEC สามารถเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการผลักดันเรื่องนี้

ด้าน Wellness ไทยสามารถนำจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การท่องเที่ยว สปา รวมถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจ มาต่อยอดให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่และก้าวสู่การเป็น Wellness Hub

ส่วน Quantum Technology แม้หลายคนอาจมองว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว แต่ ศ. ดร.ศุภชัย ย้ำว่า “มันมาแน่” ดังนั้น ประเทศไทยต้องเริ่มเตรียมกำลังคน งานวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่วันนี้

ขณะที่ Space Economy ไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินทางสู่อวกาศ เพราะ “การไปอวกาศเป็นแค่เป้าหมายหนึ่งเท่านั้น” สิ่งสำคัญคือระหว่างทางประเทศไทยจะได้พัฒนาคน เทคโนโลยี และงานวิจัยที่สามารถนำไปต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอื่นได้อีกมาก

“ถ้าอะไรที่เป็น Frontier เป็น Beyond เราต้องเดินหน้าด้วยงานวิจัย และต้องเดินหน้าด้วย National Lab” โดย NECTEC จะต้องเป็นหนึ่งในกลไกที่เดินนำหน้า เพื่อสร้างความพร้อมให้ประเทศก่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคตจะมาถึง

ศ. ดร.ศุภชัย ทิ้งท้ายว่า 40 ปีข้างหน้าของ NECTEC จะเต็มไปด้วยความท้าทาย และประเทศไทยยังต้องการ NECTEC ในการ “Lead Frontier Technology” ร่วมกับมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่และพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย