IDA Platform – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Wed, 10 Sep 2025 04:14:38 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png IDA Platform – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 เส้นทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม IDA เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลในโรงงาน https://www.nectec.or.th/news/news-public-document/ida-story.html Tue, 15 Aug 2023 08:54:10 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=33788

โดย ทีมวิเคราะห์ตลาดและเทคโนโลยี
เนคเทค สวทช.

วิกฤตการณ์ที่ต้องจัดการเพื่อหาทางเลือกและทางรอด

กระแสโลก Digital Transformation and Disruption ที่บีบคั้นให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องปรับตัวให้อยู่รอดได้ โดยเฉพาะในยุค New and Next normal หลังการแพร่ระบาดทั่วโลกของ COVID-19 ซึ่งเป็นแรงกระเพื่อมเร่งให้ภาคอุตสาหกรรมมุ่งเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน เพื่อให้สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์เหล่านี้ไปให้ได้ แพลตฟอร์มดิจิทัลน่าจะเป็นตัวช่วยภาคอุตสาหกรรมได้อีกแรง โดยช่วยลดช่องว่างการมุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 ที่หวังผลหลักทำให้ต้นทุนต่ำที่สุดและเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

นอกจากวิกฤตการณ์ในระดับมหภาคแล้ว ในระดับจุลภาค เมื่อเห็นบิลค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนแล้ว ผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่คงตกใจกับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เผาผลาญเงินอย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่การใช้ไฟฟ้ายังเท่าเดิม โดยตัวแปรสำคัญของเรื่องนี้คือค่า Ft[1] ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา ประชาชนทั่วไปยังลำบากทุกหย่อมหญ้า นับประสาอะไรกับผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะโรงงานผลิตสินค้าที่ต้องใช้ไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเครื่องจักรตลอด 24 ชม. ย่อมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงยิ่งกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ชีวิตจริงของโรงงาน

ปัจจุบันผู้ประกอบการโรงงานต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักรเสียหาย (โดยไม่ได้แจ้งเตือนก่อน) ระบบควบคุมต่าง ๆ ทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว และย่อมส่งผลต่อการผลิตสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ การไม่มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเครื่องจักรมีปัญหาหรือหยุดการทำงาน ข้อมูลที่มีไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจและหลาย ๆ โรงงานข้อมูลเหล่านั้นยังอยู่ในรูปแบบแฟ้มกระดาษกองโต ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้จัดการปัญหาได้ทันท่วงที เจ้าของโรงงานหลายแห่งที่พยายามนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ยังต้องลองผิดลองถูกในการจัดการหาระบบดิจิทัลมาช่วยเหลือหรือมองหา System Integrator (SI) และต้องการผู้เชี่ยวชาญที่น่าไว้วางใจมาช่วยชี้แนะให้ตรงจุดของปัญหา

สิ่งที่โรงงานอยากเห็น

เพื่อเอาตัวรอดในการจัดการพลังงานและการบริหารจัดการโรงงาน และมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0 หากมีตัวช่วยเรื่องการจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉายภาพให้เห็นแบบรวดเร็วและเข้าใจง่ายมากกว่าเป็นแฟ้มกระดาษปริมาณมหาศาล มีตัวช่วยสะกิดเตือนอย่างทันท่วงทีก่อนเกิดความเสียหายต่อการผลิตและเครื่องจักร มองหาตัวช่วยเพื่อวัดประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิตในแง่มุมต่าง ๆ ย่อมเป็นทางเลือกและทางรอดของโรงงานในยุคปัจจุบัน

แพลตฟอร์ม IDA เป็นตัวช่วยได้

Industrial IoT & Data Analytic Platform (IDA) หรือ แพลตฟอร์ม IDA คือตัวช่วย “ปลดล็อคศักยภาพโรงงานด้วยเทคโนโลยีไอโอที” หรือ “Connecting industrial IoT, unlocking new insights”

เนคเทค-สวทช. ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0 หลายผลงาน โดยแพลตฟอร์ม IDA ก็เป็นหนึ่งในนั้น แพลตฟอร์ม IDA คือ แพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อ เชื่อมโยง และรวบรวมข้อมูล (Integrate) จากอุปกรณ์ไอโอทีหรือ Internet of Things (IOT) ที่ช่วยตรวจจับสัญญาณต่าง ๆ จากเครื่องจักรในกระบวนการผลิตสู่การวิเคราะห์ บูรณาการข้อมูล และแสดงผล (Visualize) แบบ Real time ทำให้ทราบสถานภาพของเครื่องจักร ตลอดจนการวินิจฉัยข้อมูล (Diagnose) แจ้งเตือนและตอบสนอง (Alert & React) นำไปสู่การบริหารจัดการการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันท่วงที และที่สำคัญยังช่วยในการประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

สำหรับเทคโนโลยีที่เป็นส่วนประกอบหลักของแพลตฟอร์ม IDA เฉพาะของเนคเทคนั้น ได้แก่[2]

1. uRTU (Universal Remote Terminal Unit) หรือ หน่วยตรวจวัดระยะไกลยูนิเวอร์แซลโดยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทราบต้นทุนรวมถึงภาพรวมด้านการใช้พลังงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานให้คุ้มค่าสูงสุด

2. NETPIE (Network Platform for Internet of Everything) หรือ แพลตฟอร์มสื่อสารเพื่อเชื่อมต่อทุกสรรพสิ่ง โดย “NETPIE 2020” แพลตฟอร์ม IoT สัญชาติไทยเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ด้วยคุณสมบัติที่พัฒนาขึ้นเพื่อลดภาระและตอบโจทย์ผู้ใช้งานด้าน IoT โดยเฉพาะ ทำให้เป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างต้นแบบ การพัฒนาระบบเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการดูแลรักษา ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนั้นแพลตฟอร์มยังมีหน้าจอแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ เพื่อการวิเคราะห์และติดตามของเจ้าหน้าที่และเจ้าของโรงงาน จึงนับได้ว่าแพลตฟอร์ม IDA เป็นแพลตฟอร์ม IoT และระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรการผลิตสู่การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) อย่างอิสระ ดังนั้นแพลตฟอร์ม IDA จึงสามารถประยุกต์ใช้งานครอบคลุมได้หลายมิติ เช่น

1. การตรวจวัดปริมาณการใช้พลังงานในโรงงาน (Energy Monitoring) โดยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทราบต้นทุนรวมถึงภาพรวมด้านการใช้พลังงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานให้คุ้มค่าสูงสุด

2. การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต หรือ Overall Equipment Effectiveness (OEE) โดยการเชื่อมโยงข้อมูลพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของเครื่องจักรเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิผลโดยรวมที่บ่งบอกความพร้อมของเครื่องจักรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประสิทธิภาพการผลิต นำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างตรงจุดเพื่อเพิ่ม Productivity แก่โรงงานอุตสาหกรรม

3. การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) โดยการเชื่อมโยงข้อมูลพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของเครื่องจักรมาวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องจักรจะเกิดอาการเสียหายในอนาคต ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างทันท่วงที ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาเครื่องจักรในโรงงาน

การตรวจจับการใช้พลังงานในระดับเครื่องจักรแบบ Real-time ช่วยให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการตัดสินใจในการวางแผนและบริหารจัดการพลังงานในสถานประกอบการของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมต่อยอดไปสู่การวัดประสิทธิภาพการผลิตของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness: OEE) และการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) ต่อไป

ตัวอย่าง Dashboard แสดงผลสถานะเครื่องจักร “ควบคุมแรงดันปั๊มน้ำเย็นแบบรวมศูนย์อัตโนมัติ” มีเริ่มต้นตั้งแต่เชื่อมต่อรวบรวมข้อมูล (Integrate) จึงมีการแสดงผล (Visualize) ในกรณีตัวอย่างนี้คือแสดงออกมาเป็นกราฟแนวโน้มแรงดันปั๊มน้ำเย็น และมีการวินิจฉัยข้อมูล (Diagnose) ว่ามีความปกติหรือผิดปกติ และที่สำคัญมีระบบแจ้งเตือนผ่าน Application LINE เพื่อให้บริษัทฯ สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที (Alert & React) แพลตฟอร์ม IDA จึงเป็นทั้งทางเลือกและทางรอดของการจัดการพลังงานของโรงงาน

จากเทคโนโลยีสู่ผู้ใช้ตัวจริง: กรณีศึกษา 2 บริษัท

จากบริษัทผู้ใช้แพลตฟอร์ม IDA ในปัจจุบันกว่า 20 แห่ง  บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด และบริษัท เดอะเพ็ท จำกัด จังหวัดปทุมธานี เป็นกรณีศึกษาที่จะนำมาแสดงให้เห็นตัวอย่างประโยชน์ที่เกิดจากการใช้งานแพลตฟอร์ม IDA

รณีศึกษาแรกคือ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด มีแผนดำเนินการเพื่อยกระดับโรงงานไปสู่ระดับ Industry 4.0 โดยในการผลิตน้ำมันพืชให้มีคุณภาพสูงนั้น จำเป็นต้องมีการตรวจวัดกระบวนการในการผลิต (Process Monitoring) และสิ่งสำคัญที่สุดหนึ่งคือ การบำรุงรักษาเครื่องจักรมิให้มีความผิดปกติหรือหยุดทำงานส่งผลให้การผลิตหยุดชะงัก โดยโรงงานได้ใช้แพลตฟอร์ม IDA เพื่อเป็นตัวช่วยการตรวจสอบการใช้พลังงานพื้นฐานและการบำรุงรักษาเครื่องจักรสำหรับหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องจักรที่สำคัญที่สุดในกระบวนการผลิต ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบมอเตอร์ทั้งในส่วนของปั๊มน้ำและพัดลมโดยติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์เพื่อนำข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้า การสั่นสะเทือน (Vibration) อุณหภูมิ (Temperature) และกระแสไฟฟ้า (Current) ผ่านอุปกรณ์ URCONNECT ขึ้นสู่ระบบเครือข่าย IoT คลาวด์ของ IDA เพื่อตรวจวัด และแพลตฟอร์ม IDA ช่วยแสดงผลสถานะการทำงานแบบ Real-time หากเกิดความผิดปกติสามารถทำการแจ้งเตือนได้ทันที นอกจากนี้ IDA Dashboard ยังมีการแสดงผลตัวชี้วัดประสิทธิภาพของเครื่องจักร เช่น Cooling Efficiency ของ Cooling Tower ซึ่งจะถูกนำไปปรับปรุงการใช้งานได้

สำหรับกรณีศึกษาที่สอง บริษัท เดอะเพ็ท จำกัด จังหวัดปทุมธานี มีการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนกระบวนการบำรุงรักษาระบบ Cooling Tower น้ำหล่อเย็นของเครื่องจักร พร้อมทั้งออกแบบระบบให้สามารถควบคุมย้อนกลับได้ โดยเมื่อใช้งานจริง นำไปควบคุมส่วน Pump Chiller เป็นหลัก ทำให้สามารถควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้า สำหรับมอเตอร์ปั๊มได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์ม IDA นอกจากช่วยให้โรงงานทราบถึงสถานะการทำงานของปั๊มน้ำและมอเตอร์ของ Cooling Tower แล้ว ยังช่วยในการควบคุมการทำงานของปั๊มน้ำเย็นแบบอัตโนมัติอีกด้วย ส่งผลให้ลดการใช้แรงงานคน อีกทั้งยังสามารถควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าของปั๊มน้ำและมอเตอร์ของ Cooling Tower ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากสถานะการทำงานของปั๊มและมอเตอร์แล้ว ยังมีการตรวจวัดแรงดันและอุณหภูมิน้ำเย็นสำหรับระบายความร้อนเครื่องผลิตฉีดพลาสติก ซึ่งสามารถตรวจสอบความผิดปกติและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ช่วยป้องกันเครื่องจักรเสียหายและลดระยะเวลาการหยุดผลิตเพื่อซ่อมแซมเครื่องจักรได้ การแจ้งเตือนความผิดปกติของปั๊มน้ำ มีระบบแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ในกลุ่มผู้รับผิดชอบ ทำให้เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น ระบบจะแจ้งเตือนผ่านทางช่องแชตกลุ่ม เพื่อให้ผู้รับผิดชอบสามารถเข้าแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วการใช้งานแพลตฟอร์ม IDA นอกจากช่วยลดต้นทุนและประหยัดพลังงานได้แล้ว ยังช่วยในเรื่องของความเสถียรของกระบวนการผลิต ส่งผลให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์คงที่ ช่วยให้ลดของเสียของผลิตภัณฑ์อีกด้วย

จากกรณีศึกษาทั้งสองบริษัท ถึงแม้ว่าโรงงานจะมีขนาดแตกต่างกัน และการผลิตสินค้าที่แตกต่างกัน แต่ก็มีการใช้งานแพลตฟอร์ม IDA ที่มีความคล้ายคลึงกัน โดยเน้นในส่วนบำรุงรักษาเครื่องจักรสำหรับหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ที่เป็นหนึ่งในเครื่องจักรที่สำคัญที่สุดในกระบวนการผลิต ตลอดจนช่วยในการควบคุมการทำงานของปั๊มน้ำเย็นแบบอัตโนมัติอีกด้วย และยังช่วยแสดงผลสถานะการทำงานแบบ Real-time หากเกิดความผิดปกติสามารถทำการแจ้งเตือนเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีเช่นเดียวกันทั้งสองโรงงาน

ทั้งนี้ เมื่อได้วิเคราะห์ประเมินเชิงตัวเลข เพื่อยืนยันถึงผลประโยชน์ที่บริษัททั้งสองได้รับจากการใช้แพลตฟอร์ม IDA อย่างเป็นรูปธรรม โดยทีมประเมินผลของเนคเทค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมิติผลประโยชน์ที่บริษัทได้รับที่มีความแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน ดังนี้

สำหรับบริษัท ธนากรฯ ในภาพรวมบริษัทฯ มี Return on Investment (ROI) เป็นจำนวนสูงถึง 102 เท่าของเงินลงทุน โดยมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) เพียงภายใน 1 เดือนเท่านั้น ตลอดจนได้สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากการลดความสูญเสียกำลังการผลิตโดยรวมได้สูงถึง 126 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการมีข้อมูลแบบ Real-time Dashboard และมีระบบแจ้งเตือน ทำให้สามารถวางแผนป้องกันก่อนเครื่องจักรเสียหาย ซึ่งถ้าเสียหายขึ้นมานั้นต้องใช้เวลาสั่งซื้อหรือซ่อมนานถึง 3 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือ ทำให้บริษัทฯ มีการลงทุนเพิ่มเพื่อต่อยอดจากการใช้งานแพลตฟอร์ม IDA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยได้ติดตั้งระบบ Cooling Tower และ  Expander เช่น การติดตั้ง Pressure Transmitter, Vibration Sensor & Temperature Sensor และระบบ Automation มูลค่ารวมเกือบ 1 ล้านบาท

ในขณะที่บริษัท เดอะเพ็ทฯ เมื่อเทียบประสิทธิภาพการผลิตก่อนการติดตั้งระบบและหลังการติดตั้งระบบแพลตฟอร์ม IDA บริษัทฯ มี Return on Investment (ROI) เป็นจำนวน 1.4 เท่าของเงินลงทุน เมื่อคำนวณระยะเวลาคืนทุน (Payback Period)  ใช้เวลาในการคืนทุน 1 ปี ตลอดจนได้สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดเวลาการทำงานของพนักงาน 4 หมื่นบาท จากการมีระบบแจ้งเตือนแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และยิ่งไปกว่านั้นคือ ช่วยประหยัดการใช้พลังงานสูงถึงเกือบ 1 ล้านบาท หรือในระยะยาวสามารถประหยัดพลังงานได้สูงถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปี มีผลทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจลงทุนเพิ่มต่อยอดจากการใช้งานแพลตฟอร์ม IDA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระบบควบคุมและเซนเซอร์ มูลค่ารวมเกือบ 3 แสนบาท

เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองบริษัท พบว่าบริษัท ธนากรฯ มี ROI (102 เท่า) สูงกว่าบริษัท เดอะเพ็ทฯ (1.4 เท่า) อย่างมาก เนื่องจากขนาดโรงงานการผลิต และจุดที่นำเอาเทคโนโลยีไปแก้ปัญหามีความแตกต่างกันเนื่องจากบริษัท ธนากรฯ ได้ประโยชน์จากการใช้แพลตฟอร์ม IDA ในการลดความสูญเสียกำลังการผลิต ลดความเสี่ยงในการสูญเสียจากการลดกำลังการผลิต ลดความเสียหายของเครื่องจักร ลด downtime ลดค่าบำรุงรักษาโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากเกิดขึ้น จะกระทบอย่างมากต่อยอดการผลิต ยอดขายและต้นทุนจัดเก็บคลังสินค้าเป็นมูลค่าสูง

ในขณะที่บริษัท เดอะเพ็ทฯ ทดลองนำไปใช้งานโดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ในมิติการประหยัดพลังงานและลดเวลาการทำงานของพนักงานก่อน ซึ่งการนำไปใช้ยังไม่ได้อยู่ในกระบวนการผลิตโดยตรง ทำให้มูลค่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นยังไม่สูงเท่า หากในอนาคตปรับไปสู่การวิเคราะห์เพื่อการลดความสูญเสียกำลังการผลิตเช่นบริษัท ธนากรฯ ก็มีแนวโน้มให้ค่าผลตอบแทนการลงทุนสูงขึ้นได้ ในขณะที่ต้นทุนของในส่วนของการประยุตก์ใช้แพลตฟอร์ม IDA ของทั้งสองแห่งไม่ต่างกันมากนัก ทั้งนี้จากผลประโยชน์ต่อการลงทุนที่แตกต่างกันดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) และการลงทุนเพิ่มของบริษัทฯ ที่แตกต่างกันเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้เป็นเพียงกรณีศึกษาการใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม IDA โดยเน้นในส่วนบำรุงรักษาเครื่องจักรสำหรับหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ที่มีการวิเคราะห์เชิงตัวเลขทั้ง ROI, Payback Period, Impact และ Investment เพียงสองบริษัทเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์ม IDA นี้ในแง่มุมอื่น ๆ ของโรงงาน หรือใช้เทคโนโลยีอื่น ๆ มาสผมผสานอีก ตลอดจนใช้ในโรงงานที่ขนาดการผลิตและสินค้าที่แตกต่างกัน ย่อมจะส่งผลให้การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์ตลอดจนผลประโยชน์และประสิทธิภาพการผลิตตามบริบทโรงงานที่แตกต่างกัน

แหล่งอ้างอิง

[1] ค่า Ft หรือ Float time คือค่าไฟฟ้าผันเเปรที่เปลี่ยนเเปลงไปจากค่าเชื้อเพลิงที่กำหนดไว้
[2] https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-service/idaplatform.html

สนใจรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ ที่นี่

เส้นทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม IDA เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลในโรงงาน: ตัวอย่างทางเลือกและทางรอดของผู้ใช้งานจริง

บทวิเคราะห์โดย

  • ดร.จิรพรรณ เชาวนพงษ์
    ฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี (SPD)
  • คุณเพชรลักษณ์ โชควัฒนาสมบัติ
    ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล
  • คุณธภัทร วัฒนาบุญศิริ
    ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล
  • ดร.กุลชาติ มีทรัพย์หลาก
    กลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม (IIARG)
  • คุณรุ่งโรจน์ พันธุ์โภคา
    กลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม (IIARG)
]]>
เดอะเพ็ท ใช้ IDA Platform ยกระดับกระบวนการผลิตสู่การควบคุมคุณภาพที่ยั่งยืน https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2022ida-the-pet.html Wed, 12 Oct 2022 08:00:30 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=30471
7 ตุลาคม 2565 คณะผู้บริหาร นักวิจัย และ บุคลากร เนคเทค สวทช. นำโดย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค และ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ SMC ในฐานะหัวหน้าโครงการ IDA Platform ดร.พรพรหม อธีตนันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี และทีมวิจัยในโครงการฯ เดินทางเยี่ยมชมผลการดำเนินงานโครงการ IDA Platform ณ บริษัท เดอะเพ็ท จำกัด ผู้ผลิตผลิตขวด PET สำหรับบรรจุน้ำอัดลม น้ำดื่ม น้ำมันพืช และ ผลิต PP Board เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมโฆษณาและบรรจุภัณฑ์ จ.ปทุมธานี โดยมี คุณสมชาย จองศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการ และคุณทักษิณ บำเพ็ญ ผู้จัดการแผนกวิจัยและพัฒนา ให้การต้อนรับนำชมพื้นที่ติดตั้ง IDA Platform พร้อมด้วยว่าที่ ร้อยตรี ธานี โกสุม (System Integrator : SI) เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ ร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนมุมมองจากการใช้งานเพื่อพัฒนาสู่ระยะต่อไป

คุณทักษิณ บำเพ็ญ ผู้จัดการแผนกวิจัยและพัฒนา ได้เล่าถึงภาพรวมการติดตั้ง IDA Platform โดยติดตั้งอุปกรณ์ URCONNECT จำนวน 2 จุด จุดที่ 1 ใช้ติดตามควบคุม Pump & Motor Cooling ติด Sensor ทั้งหมด 16 จุดควบคุมการทำงาน Cooling Tower จุดที่ 2 ใช้ติดตามควบคุม Pump & Motor Chiller Water ติด Sensor ทั้งหมด 17 จุด ในเรื่องของการใช้งาน ปัจจุบัน IDA Platform ได้เข้ามามีบทบาทในการทำงานดังนี้ 1) ควบคุมการทำงานของ Pump น้ำเย็นแบบอัตโนมัติ 2) ติดตามแรงดันและอุณหภูมิน้ำเย็นสำหรับเครื่องผลิตฉีด 3) ติดตามการใช้พลังงานและคาดการณ์ความผิดปกติของ Pump น้ำ ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด ทำให้ทราบว่าระบบตรงไหนมีปัญหา สามาถเข้าแก้ไขได้ทันท่วงที 4) ติดตามสถานะเครื่องจักรผ่าน Dashboard ได้อย่าง real-time 5) ใช้แจ้งเตือนความผิดปกติผ่าน Application Line ไปยังกลุ่มผู้รับผิดชอบ

นอกจากนี้ ในเรื่องความคุ้มค่าต่อการลงทุน บริษัทฯ มีความเห็นว่า โครงการนี้มีความคุ้มค่า ลงทุนเพียง 300,000 บาท และเห็นผลเชิงประจักษ์ โดยที่ข้อมูลใน IDA สามารถช่วยบริษัทวางแผนควบคุมการเปิด-ปิด Pump น้ำเย็นแบบอัตโนมัติ ช่วยวางแผนการใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น โดยจากการประเมินความคุ้มค่าด้านการลงทุน เมื่อเปรียบเทียบก่อนติดตั้ง กับหลังติดตั้ง IDA Platform พบว่าสามารถลดต้นทุนและประหยัดพลังงานได้ พร้อมทั้งมีระยะเวลาคืนทุนเพียง 4 เดือนเท่านั้น

คุณสมชาย จองศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการ กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากเรื่องประหยัดพลังงานแล้ว สิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากคือ “ความเสถียรของกระบวนการ” เมื่อกระบวนการผลิตเสถียรขึ้น นำไปสู่ความเสถียรของผลิตภัณฑ์ นี่คือหัวใจหลักของบริษัท 

ในอดีตเมื่อพบปัญหาในระบบการผลิต พนักงานจะสอบถามจากพนักงาน QC ว่าเกิดปัญหาที่ใด ทำให้การผลิตต้องหยุดชะงัก 1-2 วัน เพื่อหาสาเหตุของปัญหานั้นๆ ภายหลังจากติดตั้ง IDA Platform เมื่อพบปัญหาสามารถตรวจสอบผ่านระบบได้เลย ทำให้ทราบสถานะเครื่องจักร และเข้าแก้ไขได้ทันเวลา ลดภาระงานและลดการใช้กำลังคน ปัจจุบันพนักงานทุกคนเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดเข้าใจทฤษฎีและเทคโนโลยีมากขึ้น มีระบบสามารถทดลองนำข้อมูลมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ต่อได้ ในอนาคต บริษัทฯ สามารถรับออเดอร์ เพิ่มกำลังการผลิตและขยายเครื่องจักร โดยไม่กังวลใจเพราะมีหลักเกณฑ์ในการควบคุม

ติดต่อ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC)

112 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง
อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
เว็บไซต์ : https://www.nectec.or.th/smc
Facebook : https://www.facebook.com/smceeci

]]>
ติดตามการใช้งาน IDA Platform ยกระดับกระบวนการการผลิตที่ ไทยก้าวไกลกรุ๊ป https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ida-tgg.html Mon, 01 Aug 2022 07:04:32 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=28219

ดร. พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค และ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ในฐานะหัวหน้าโครงการ IDA Platform พร้อมด้วย ดร. กุลชาติ  มีทรัพย์หลาก หัวหน้าทีมระบบไซเบอร์กายภาพ ดร. พรพรหม อธีตนันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี และทีมวิจัยเนคเทค สวทช. เดินทางเข้าเยี่ยมชมผลการดำเนินงานโครงการ IDA Platform ณ บริษัท ไทยก้าวไกลกรุ๊ป (TGG) จำกัด จังหวัดปทุมธานี โดยมี คุณวิรัช ชัยอัศวนันต์ รองกรรมการผู้จัดการฯ พร้อมด้วยคณะให้การต้อนรับ นำชมพื้นที่ติดตั้ง IDA Platform และร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนมุมมองการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการผลิต เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2565

คุณวิรัช กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือกับเนคเทคว่า โครงการนี้เกิดจาก Pain Point ของบริษัทเรื่องการบริหารจัดการเครื่องจักรที่ยังไม่เป็น Real-time ทำให้เกิดของเสียมากขึ้น โครงการแรกที่ TGG  ร่วมงานกับเนคเทค คือ การเข้าร่วม แข่งขัน Smart Factory IoT Challenge 2020 และในปีนั้น TGG ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดย TGG ได้ติดตั้ง Sensor เชื่อมต่อกับ URCONNECT เพื่อรับค่าพารามิเตอร์ของระบบ Cooling Tower จากร่วมแข่งขันปีนั้น ช่วยให้ TGG สามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์  วางแผน  กำหนดมาตรการลดต้นทุนได้ สร้างคุณประโยชน์ต่อบริษัทเป็นอย่างมาก  อีกทั้งช่วยเพิ่มผลิตภาพลดภาระการตรวจสอบระบบ ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และมีการลงทุนด้วยค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก นับเป็นกิจกรรมแรก และนำมาสู่ ความร่วมมือกับ NECTEC ในโครงการ IDA Platform 

คุณนัทธวัฒน์ วิริยจิตตโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน สรุปสถานภาพปัจจุบันของ IDA Platform ได้ติดตั้งอุปกรณ์ URCONNECT เพื่อดึงสัญญาณการตรวจวัดพลังงานไฟฟ้า ณ โรงงาน TGG ในส่วนของตู้ควบคุมไฟฟ้าหลักภายในโรงงานหรือ Main Distribution Board (MDB) ไลน์การผลิต (Production line) และระบบสนับสนุนกระบวนการผลิต (Utility systems) ทำให้สามารถติดตาม ตรวจสอบผลการใช้ไฟฟ้า ดูปริมาณการใช้ไฟฟ้าแบบ Real-time และย้อนหลังผ่าน Dashboard ได้ เช่น ตัวประกอบการใช้ไฟฟ้า (Load Factor), ตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (Power Factor), กำลังไฟฟ้า (Power), ปริมาณการใช้พลังงาน (Energy Consumption) นอกจากนี้ URCONNECT ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจวัดอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวัดอุณหภูมิ ความดัน และระดับน้ำ นอกจากนี้ โรงงานสามารถเพิ่มเติมอุปกรณ์ตรวจวัดในส่วนอื่น ๆ ในอนาคตได้อีกด้วย 

TGG ให้ความเห็น ว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน เนื่องจากช่วยเรื่องการวางแผนการใช้พลังงานไฟฟ้าของโรงงาน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการนำผลการใช้พลังงานไฟฟ้าแต่ละไลน์ผลิต มาวางแผน เปิด-ปิด เครื่องจักรให้เหมาะสมโดยพิจารณาที่ตัวประกอบการใช้ไฟฟ้า (Load factor) ของระบบเป็นหลัก (>80%) และนำข้อมูลมาช่วยในการวิเคราะห์ เพื่อจัดทำมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า รวมทั้ง เรื่องความยั่งยืนด้านพลังงานไฟฟ้าที่จะรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เชิงตัวเลขต่อไป

ว่าที่ ร้อยตรี ธานี โกสุม ผู้ติดตั้งระบบฯ (System Integrator : SI ) กล่าวเสริมว่า  TGG เป็นบริษัทผู้นําด้านการผลิตท่อและอุปกรณ์ HDPE ท่อ LDPE และแผน HDPE Geomembrane ในกระบวนการผลิตท่อ HDPE ท่อ LDPE มีการใช้ระบบ Cooling Tower ในการระบาย ความร้อน บริษัทมีความต้องการดึงค่าพารามิเตอร์ของระบบ Cooling Tower ขึ้นระบบ ออนไลน์เพื่ออํานวยความสะดวกในการดูความผิดปกติ ของระบบ ทําให้มีความรวดเร็วในการ ตัดสินใจในการซ่อมบํารุงเมื่อเกิดปัญหากับระบบการผลิต อีกทั้ง ยังสามารถบันทึกข้อมูล เพื่อนําค่าพารามิเตอร์ของระบบมาวิเคราะห์ต่อไปในอนาคต โดยโครงการฯ จัดให้มี SI พร้อมด้วยทีมวิจัยจากเนคเทคร่วมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ และ ออกแบบระบบร่วมกัน กับทีมของ TGG ตลอดระยะเวลาโครงการ

คุณรวมลาภ อนันตศานต์  ที่ปรึกษาโครงการฯ ให้ข้อเสนอแนะเรื่อง Dashboard โดยเสนอให้ทีมพัฒนาปรับ-เพิ่มโมดูลต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ทราบข้อมูล ของการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ส่วนระบบ Cooling Tower นั้น  จากการที่ TGG เข้าร่วมโครงการ Smart Factory IoT Challenge 2020 เมื่อปี 2020 นั้น ทำให้ TGG ยังสามารถใช้ตัวเดิมได้ดี อีกทั้งสามารถนำข้อมูลเดิมมาใช้ร่วมกับ IDA Platform ซึ่งมีโมดูล Cooling Tower อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะเกิดประโยชน์จากการวางแผนการใช้พลังงาน โดย IDA Platform สามารถจัดการข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ ทั้งการดึงข้อมูล บันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถลดภาระงานในส่วนนี้และช่วยให้โรงงานวิเคราะห์และวางแผนได้ง่ายขึ้น 

นอกจากนี้ TGG  และทีม IDA Platform ได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจาก โจทย์วิจัยอื่นๆ ที่ต้องการนำเทคโนโลยีเข้ายกระดับกระบวนการผลิต เช่น การประยุกต์ใช้ IoT ในภาคอุตสาหกรรม การประยุกต์ใช้แขนกลในสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดการใช้กำลังคน เป็นต้น

ในช่วงท้าย ดร. พนิตา และ ดร. พรพรหม ยังได้นำเสนอบริการให้คำปรึกษาเพื่อขอรับ การสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ BOI และสิทธิประโยชน์ของการเป็นสมาชิกศูนย์นวัตกรรม การผลิตยั่งยืน (SMC) ที่สามารถตอบโจทย์โรงงานที่ต้องเพิ่มศักยภาพกระบวนการผลิต ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งเชิญ บริษัท ไทยก้าวไกลกรุ๊ป จํากัด เป็นสมาชิก SMC Membership ด้วย

ติดตามรายละเอียดสมัครสมาชิก SMC
https://www.nectec.or.th/smc/services-membership/

]]>
“Daisin” นำ IDA Platform ช่วยยกระดับกระบวนการผลิต สร้าง Roadmap ยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart Factory https://www.nectec.or.th/news/news-article/ida-daisin.html Wed, 06 Jul 2022 04:59:50 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=27898

จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก เศรษฐกิจ และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ “ไดซิน” ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของไทย วาง Roadmap อย่างชัดเจนในการนำเทคโนโลยีเข้ายกระดับกระบวนการผลิต เพื่อก้าวสู่ “Smart Factory” ภายในปี 2025 โดยไดซินได้ร่วมเป็นหนึ่งในโรงงานนำร่องใช้งาน IDA Platform แพลตฟอร์มไอโอทีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (Industrial IoT and Data Analytics Platform) เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการไปสู่เป้าหมาย Smart Factory

คณะผู้บริหาร นักวิจัย และบุคลากร เนคเทค สวทช. นำโดย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ในฐานะหัวหน้าโครงการ IDA Platform เดินทางไปเยี่ยมชมผลการดำเนินงานโครงการ IDA Platform ณ บริษัท ไดซิน จำกัด เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2565 คุณธนินทร์ ลี้โกมลชัย ประธาน บริษัท ไดซิน จำกัด กล่าวถึง การวาง roadmap เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันทั้งด้านต้นทุนและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สำหรับการใช้งาน IDA Platform นั้น อยู่ในแผนงานด้าน IIoT & Automation ที่บริษัทเริ่มต้นนำระบบอัตโนมัติที่มีราคาเหมาะสมเข้ามาใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิต เช่น Karakuri kaizen, หุ่นยนต์, รถขนถ่ายสินค้าอัตโนมัติ (AGV) ไปจนถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการตรวบสอบชิ้นงาน

ไดซิน ติดตั้งอุปกรณ์ ใน IDA Platform ณ เครื่องจักร จาก 2 กระบวนการผลิตที่สำคัญและใช้ค่าพลังงานสูง ได้แก่
1) Die Casting เป็นกระบวนการผลิตต้นน้ำในการฉีดขึ้นรูปชิ้นงานและส่งต่อไปยังกระบวนการถัดไป ซึ่งเครื่องจักรสำคัญในกระบวนการนี้ คือ “เตาหลอม”
2) Machining เป็นกระบวนการตกแต่งและเจาะรูชิ้นงานตามแบบ ซึ่งเครื่องจักรสำคัญในกระบวนการนี้ คือ เครื่องอัดอากาศ (Air Compressor)

IDA Platform ได้เข้ามาช่วยลดภาระงานในการเก็บบันทึกข้อมูลทั้งหมด และเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรปกติให้เป็น “Smart Machine” ที่สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ และผู้ดูแลได้ โดยมีกระบวนการเริ่มจากรับค่าสัญญาณจากเครื่องจักรด้วย Sensor ต่างๆ ในส่วนของเตาหลอมที่ให้พลังงานเชื่อเพลิงสูงจะใช้ Recorder ในการส่งต่อข้อมูล และในส่วนของเครื่องอัดอากาศ จะใช้ MK5 GATEWAY ในการส่งต่อข้อมูล โดยทั้งสองอุปกรณ์ที่ทำงานต่างกันค่าต่างๆที่เครื่องจักร ตรวจจับได้ จะถูกส่งต่อมายังอุปกรณ์ URConnect ที่วิจัยพัฒนาโดย NECTEC เพื่อแปลงสัญญาณสู่รูปแบบดิจิทัล จากนั้นข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งผ่าน Siemens Gateway มายัง Cloud ของ NEXPIE เพื่อนำไปตรวจสอบ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลแบบ real-time บน Dashboard ต่อไป

คุณประสงค์ เกรียงไกรกุล Section Manager เล่าว่า บริษัทมีนโยบายการผลิตบนพื้นฐาน Lean Production system ไม่ผลิตสินค้า และจัดเก็บวัตถุดิบเกินความจำเป็น โดยทำการผลิตตามคำสั่งซื้อ และจัดส่งให้ทันตามรอบที่กำหนด ข้อมูลจาก IDA Plarform ช่วยให้ทราบสถานะของเครื่องจักรแบบ real-time พร้อมการแจ้งเตือนความผิดปกติ ทำให้ทีมเข้าแก้ปัญหา หรือ ป้องกันได้ทันท่วงทีจึงเข้ามาช่วยรักษาประสิทธิภาพ และเสถียรภาพกระบวนการผลิตของบริษัท ง่ายต่อการบริหารจัดการ และตัดสินใจ ทีมได้นำข้อมูลเครื่องจักรจาก IDA Platform มา วิเคราะห์กำหนดค่ามาตรฐานเพื่อกำหนดการแจ้งเตือน (Alarm) ผ่านแอปพลิเคชัน Line เมื่อค่าต่างๆ ผิดไปจากค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ เพื่อให้ผู้ดูแลเข้าตรวจสอบ และ แก้ปัญหาที่เกิดกับเครื่องจักรได้อย่างทันท่วงที รวมถึงสามารถคาดการณ์สถานภาพของเครื่องจักรเพื่อป้องกันก่อนเกิดความเสียหายได้อีกด้วย (Predictive Maintenance)

คุณประสงค์ ยังได้ยกตัวอย่างการนำข้อมูลจาก IDA Platform ไปใช้ลดปัญหาการเกิดน้ำ ในระบบอากาศอัดเข้าสู่ระบบการผลิต เนื่องจากเครื่องอัดอากาศ (Air compressor) เมื่อผลิตอากาศอัดอากาศที่ผลิตได้จะมีอุณหภูมิที่สูง เมื่อเจอกับอุณหภูมิต่ำจึงเกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ สร้างความเสียหายแก่ระบบการผลิต ทำให้เกิดสนิมภายในท่อ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ต้องผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า Air dryer ที่ทำหน้าที่เป็นตัวทำให้อากาศที่ผลิตได้แห้งก่อนที่จะส่งไปใช้งานในกระบวนการผลิต บริษัทจึงทำการวัดค่าและศึกษาอุณหภูมิจุดน้ำค้าง (Dew point) ของเครื่อง Air dryer และติดตั้งอุปกรณ์ระบายน้ำ (Auto drain) โดยกำหนดค่ามาตรฐานอุณหภูมิจุดน้ำค้างอยู่ที่ 10 – 15 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิสูงกว่าค่าดังกล่าว ระบบจะแจ้งเตือนความผิดปกติให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและแก้ไขทันที

รวมถึงการวัดค่าและแจ้งเตือนอุณหภูมิของเตาหลอม เนื่องจากอุณหภูมิมีผลต่อคุณภาพของน้ำอลูมิเนียมในการฉีดขึ้นรูป รวมถึงสถานะภาพของเตาหลอมที่อาจเสียหายได้จากอลูนิเนียมที่แข็งจากอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ในเรื่องการลดต้นทุนพลังงาน ไดซินยังได้ตรวจวัดพฤติกรรมของเครื่องอัดอากาศในด้าน Load/Unload, Air Pressure เพื่อคำนวณการจ่ายแรงดันให้เหมาะสมกับการใช้งาน พร้อมทั้งดูสถานะการใช้พลังงานของเครื่องจักรในแต่ละกระบวนการผลิตเพื่อวางแผนใช้พลังงานให้คุ้มค่าต่อไป

ด้านคุณเอกณัท สุวรรณศรี Executive Vice President กล่าวว่า ไดซิน ยังมีแผนในการขยายผลถ่ายทอดองค์ความรู้ (Yokoten) ของการใช้งาน IDA Platform ไปยังกระบวนการผลิตอื่น ๆ และสาขาอื่น ๆ ของบริษัทไดซินอีกด้วย

นอกจากนี้ คณะนักวิจัย เนคเทค สวทช. ยังได้นำเสนอผลงานวิจัยที่สอดคล้องกับโจทย์จริงของบริษัทไดซินที่ต้องการนำเทคโนโลยีเข้าระดับกระบวนการผลิตในส่วนอื่น ๆ เช่น การนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ตรวจสอบชิ้นงาน (Visual inspection System & AI) การใช้งานรถขนถ่ายสินค้าอัตโนมัติ (AGV) ผ่านระบบ 5G เป็นต้น สืบเนื่องจากแผนการลงทุนวิจัย พัฒนา และการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตของไดซิน ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) จึงได้เชิญคุณชุติมา ศรีสิทธิรัตน์กุล นักวิเคราะห์อาวุโส งานกระตุ้นการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน (RDI) สวทช. แนะนำมาตรการส่งเสริม การเงิน ภาษี และบัญชีนวัตกรรม เช่น มาตรการยกเว้นภาษี 200% สำหรับค่าใช้จ่ายไปเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (RDI) มาตรการสนับสนุนเงินเข้ากองทุนเพื่อขยายสิทธิประโยชน์ BOI ตามมาตรการ Merit-Based Incentives เป็นต้น

]]>
ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช เดินหน้าต่อยอด IDA Platform ยกระดับกระบวนการผลิตสู่ Industry 4.0 https://www.nectec.or.th/news/news-article/ida-cook.html Wed, 29 Jun 2022 13:00:58 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=27838

คณะผู้บริหาร นักวิจัย และบุคลากร เนคเทค สวทช. นำโดย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ในฐานะหัวหน้าโครงการ IDA Platform ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ สวทช. และ ดร.พรพรหม อธีตนันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี เดินทางไปเยี่ยมชมผลการดำเนินงานโครงการ IDA Platform เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 65 ณ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์และน้ำมันพืช ภายใต้แบรนด์ “กุ๊ก”

คุณอดุลย์ เผยว่า “Industrial IoT and Data Analytics Platform (IDA Platform) ได้จุดประกายการเริ่มต้นยกระดับภาคการผลิตของบริษัท ในส่วนของโรงงานที่ควบคุมประเภท Semi – Auto หลังจากการเข้าร่วมโครงการนำร่องใช้งาน Industrial IoT and Data Analytics Platform (IDA Platform) โดยได้รับการสนับสนุนจาก สวทช จำนวน 1 แสนบาท และบริษัทร่วมลงทุนเองเพิ่มเติมกว่า 9 แสนบาท หลังจากนั้นได้มีการต่อยอดสู่ ระบบIntelligence Data-Driven Analysis & Analytics Platform ประยุกต์ใช้ในงานส่วนอื่นของบริษัท เนื่องจากผลที่ได้จาก โครงการ Industrial IoT and Data Analytics Platform (IDA Platform) ของ สวทช. ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินธุรกิจขององค์กร”

เริ่มแรกทีมงานของบริษัทร่วมหารือ เพื่อเลือกเครื่องจักรที่มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตมากที่สุด ทั้งในบริบทของผลกระทบที่เกิดขึ้นหากเครื่องจักรเสียหาย ระยะเวลาในการซ่อมแซม โดยติดตั้งสำหรับอุปกรณ์จาก Industrial IoT and Data Analytics Platform (IDA Platform) และ Sensor ตรวจวัดความผิดปกติของของเครื่องจักร เช่น Vibration Transmitter-วัดการสั่นสะเทือนของมอเตอร์ Temperature Transmitter-วัดอุณหภูมิภายในมอเตอร์ Pressure Transmitter-ตรวจวัดแรงดันเพื่อดูการตันของระบบหล่อลื่นน้ำมัน Power Meter อุปกรณ์สำหรับวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เป็นต้น และเชื่อมต่อข้อมูลจากฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งเข้ากับระบบ URCONNECT จากนั้นส่งข้อมูลทั้งหมดจาก Node Red ผ่านระบบ Internet ไปยัง NETPIE ที่เป็น Cloud Server

จากเดิมที่เมื่อเกิดความเสียหายกับเครื่องจักรจะซ่อมแซมเป็นรายครั้ง กระทบความต่อเนื่องของการผลิต เมื่อมีข้อมูลจาก IDA Platform ทำให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลแบบ Real-time เพื่อเข้าแก้ไข หรือ หยุดการทำงานของเครื่องจักรก่อนเกิดความเสียหาย อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ค้นหาจุดบกพร่อง หรือดูแนวโน้มปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเพื่อคาดการณ์และป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต

บริษัทฯ ได้ต่อยอดประโยชน์จากส่วนนี้ในการสร้างระบบแจ้งเตือนแบบเฉพาะเจาะจงในระบบ Intelligence Data-Driven Analysis & Analytics Platform เมื่อเกิดความผิดปกติที่ทำให้กระบวนการผลิตหยุดชะงัก กระทบกับคุณภาพของสินค้า ที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้าตรวจสอบและแก้ไขในทันที

“ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาการควบคุมระดับน้ำมันหล่อลื่นในกระเปาะน้ำมัน ของระบบน้ำหล่อเย็น (Cooling Tower) ชำรุดโดยที่ไม่มีใครรู้ ส่งผลให้เกียร์เกิดความเสียหายกระทบต่อการผลิตในระยะเวลากว่า 4 เดือน ที่ต้องลดกำลังการผลิตลง มีค่าอะไหล่และค่าซ่อมแซม เมื่อเราประยุกต์ใช้ Industrial IoT and Data Analytics Platform (IDA Platform)  หากมีสัญญาณผิดปกติเกี่ยวกับน้ำมัน เราจะสั่งหยุดมอเตอร์ทันที ช่วยป้องกันก่อนเกิดความเสียหายมาแล้วหลายครั้ง” 

ในด้านการจัดการพลังงาน บริษัทฯ สามารถตรวจสอบการใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบกับมาตรฐานในแต่ละกระบวนการผลิต เพื่อปรับปรุงหรือวางแผนการใช้พลังงานให้เหมาะสม ทำให้สามารถลดค่าพลังงาน ประหยัดต้นทุนไฟฟ้าในแต่ละส่วนการผลิตลงได้ อีกทั้งบริษัทกำลังต่อยอดนำข้อมูลพลังงานจาก Industrial IoT and Data Analytics Platform (IDA Platform) มาประมวลผลสร้างรายงานดิจิทัลแบบอัตโนมัติ รวมถึงเพิ่มเติมการประมวลผลค่า Carbon Footprint และ Carbon Credit อีกด้วย

นอกจากนี้ Dashboard แบบ Real-time จาก ระบบ Intelligence Data-Driven Analysis & Analytics Platform ยังเป็นฐานในการวางแผนการทำงานของบุคลากรในช่วง COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณอดุลย์ เล่าว่า “ในช่วง COVID-19 บริษัทยังสามารถดำเนินการผลิตได้ปกติ เนื่องจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สามารถดูข้อมูลจากที่ไหนก็ได้ เราจึงปรับเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ในรูปแบบ 4-2-2 คือ เข้ามาทำงานที่บริษัท 4 วัน Work from home 2 วัน และหยุด 2 วัน หากเกิดปัญหาสามารถ remote online เข้ามาแก้ไขได้ทันที”

ในช่วงท้ายบริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทในเครือ PPG (Poonphol Group) ได้แก่ บริษัท SMS Corporation จำกัด นำโดย ดร. วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา Chief Executive Officer บริษัท Siam Modified Starch โดย คุณณัฐชัย หวั่งหลี Managing director และทีมบริหาร จาก บริษัท สิทธินันท์ จำกัด บริษัท Siam Quality Starch จำกัด  ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโจทย์ความท้าทายในกระบวนการผลิต และข้อเสนอแนะที่มีต่อโครงการฯ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยเนคเทค สวทช. ได้แก่ ดร.กุลชาติ  มีทรัพย์หลาก หัวหน้าทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) ดร.ชาลี วรกุลพิพัฒน์ หัวหน้าทีมวิจัยความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (SEC) ดร.เฉลิมพล ชาญศรีภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายและผู้เชี่ยวชาญวิจัยอาวุโสด้านสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา และทีมงานโครงการ IDA Platform ร่วมรับโจทย์การวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต

ดร.พนิตา ดร.รวีภัทร์ และ ดร.พรพรหม ได้นำเสนอผลงานวิจัยเนคเทค สวทช. และบริการของศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ที่ช่วยตอบโจทย์การยกระดับกระบวนการผลิตในอนาคตได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การประเมินสถานะอุตสากรรม การพัฒนาบุคลากร ที่ปรึกษาด้านการใช้เทคโนโลยี แหล่งทุน และสิทธิประโยชน์ด้านภาษี พื้นที่ทดสอบการใช้งานเทคโนโลยี (Testbed) ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละโจทย์ของอุตสาหกรรม โดย SMC มีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยีให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงได้ ใช้งานได้จริง ในราคาที่เหมาะสม

]]>
เนคเทค สวทช. รับฟังผลการใช้งาน IDA Platform พร้อมหารือโอกาสนำเทคโนโลยียกระดับการผลิต บริษัท ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรไทย จำกัด https://www.nectec.or.th/news/news-article/ida-thaiherb.html Wed, 15 Jun 2022 02:23:52 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=27180
14 มิถุนายน 2565: คณะผู้บริหาร นักวิจัย และบุคลากร เนคเทค สวทช. นำโดย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ สวทช. ดร.พรพรหม อธีตนันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี เดินทางไปเยี่ยมชมผลการดำเนินงานโครงการ IDA Platform ณ บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด จ. พระนครศรีอยุธยา โดยมี นายแพทย์ศิริชัย ลิ้มสกุล ผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ นำชมพื้นที่ติดตั้ง IDA Platform และร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนมุมมองจากการความร่วมโครงการ เพื่อการพัฒนาต่อไป
บริษัท ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรไทย จำกัด เผยว่า หลังจากได้เข้าร่วมเป็น 1 ในโครงการนำร่องโครงการ IDA Platform โดยการติดตั้งอุปกรณ์ ณ Main Distribution Board (MDB) ที่ควบคุมไฟฟ้าหลักภายในโรงงาน และ เครื่องหล่อเย็น (Chiller) ทำให้ทราบข้อมูลของการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยอัตโนมัติผ่าน Dashboard ไม่ว่าจะเป็น Load Factor (LF) ค่าพลังงาน ค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่จะมีการกำหนดเวลาให้พนักงานจดข้อมูล
คณะผู้จัดการฝ่ายที่เกี่ยวข้อง บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด และ คุณศรัณย์ ศรีพิพัฒน์ ผู้ติดตั้งและที่ปรึกษาโครงการ (SI) ได้แลกเปลี่ยนกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็น “พลังของข้อมูลจาก IDA Platform” ที่นอกจากจะทำให้บริษัททราบสถานะของอุปกรณ์แล้ว ยังช่วยชี้เป้าให้บริษัทเกิดข้อสังเกตเกี่ยวกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างตรงจุดเพื่อเพิ่ม Productivity แก่โรงงานอุตสาหกรรม หรือวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างทันท่วงที ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาเครื่องจักรในโรงงาน
ยกตัวอย่าง เครื่องหล่อเย็น (Chiller) ที่ชำรุดจากท่อทำน้ำเย็นแตก เมื่อตรวจสอบข้อมูลค่าอุณหภูมิของน้ำภายในเครื่องพบว่าค่าอุณหภูมิค่อย ๆ ลดต่ำลงจนถึงระดับที่ทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง เป็นสาเหตุให้ท่อเกิดการขยายตัวและแตกในที่สุด ดังนั้นในอนาคตหากมีการทำระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิของน้ำจะสามารถป้องกันการเกิดปัญหาในจุดนี้ได้ ในลักษณะ Preventive Maintaince หรือเพิ่มถังพักน้ำเพื่อรักษาค่าอุณภหภูมิให้คงที่ เป็นต้น
ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า เครื่องหล่อเย็น 2 เครื่องที่มีการตั้งค่าอุณหภูมิแต่ละเครื่องเท่ากัน แต่ข้อมูลการใช้พลังงานต่างกันถึง 20% ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างดังกล่าว เพื่อจะลดค่าพลังงานดังกล่าว
อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ข้อมูลจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงานเพื่อทำการวิเคราะห์ เชื่อมโยงหรืออ่านค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ เพื่อนำมาสู่การพัฒนา ป้องกัน หรือ แก้ปัญหาการจัดการในโรงงานต่อไป ซึ่งโครงการฯ ได้จัดให้มี SI พร้อมด้วยทีมวิจัยและวิศวกรรมของโครงการฯ ร่วมปรึกษา เพื่อรับโจทย์ และออกแบบระบบร่วมกันกับโรงงานตลอดระยะเวลาโครงการ โดยประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการข้อมูลในเชิง Visualization ทำให้เนคเทค สวทช. มองเห็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอด IDA Platform ในอนาคต ด้วยการเพิ่มส่วนการวิเคราะห์ข้อมูล
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือความร่วมมือในอนาคต จากโจทย์ความต้องการเพิ่มเติมของบริษัท โดยคณะนักวิจัยเนคเทค สวทช. ร่วมเยี่ยมชมพื้นที่การผลิต และคลังสินค้า เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ที่จะเข้ามาปิดช่องว่าง เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตให้กับโรงงานได้ นำโดย ทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) ได้แก่ คุณรุ่งโรจน์ พันธุ์โภคา วิศวกร และ คุณไพบูลย์ ขอมเดช วิศวกร ทีมวิจัยสมองกลอัจฉริยะและความจริงเสมือน (SMR) ได้แก่ ดร. กิตติพงศ์ เอกไชย หัวหน้าทีมวิจัย และ ดร.พิเชษฐ์ บุญหนุน นักวิจัย พร้อมด้วย คุณสิรีพัชร อานพรหม นักวิเคราะห์ ฝ่ายบริหารโครงการวิจัย และ คุณวิชชุดา เอกพันธ์ นักวิเคราะห์ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) 
ในช่วงท้าย ดร.พนิตา ดร.รวีภัทร์ และ ดร.พรพรหม ยังได้นำเสนอบริการและสิทธิประโยชน์ของการเป็นสมาชิกศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ที่สามารถตอบโจทย์โรงงานที่ต้องเพิ่มศักยภาพกระบวนการผลิตไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้เป็นอย่างดี
ติดตามรายละเอียดสมัครสมาชิก SMC > https://www.nectec.or.th/smc/services-membership/
สิทธิพิเศษสำหรับผู้สมัคร รับทันทีสมาชิกภาพ 2 ปี!!! พร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมาย
เฉพาะผู้ที่สมัครวันนี้ – 30 มิถุนายน 2565 เท่านั้น
]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมแลกเปลี่ยน Digital Transformation ของภาคอุตสาหกรรมไทย ในงาน IIFES 2022 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/iifes-2022.html Mon, 31 Jan 2022 12:19:47 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26308

28 ม.ค. 65 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) โดย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “DX International Forum” ในงาน IIFES 2022 ซึ่งเป็นการประชุมที่ได้เชิญบุคคลสำคัญจากหน่วยงานภาครัฐจากแต่ละประเทศ ที่ดำเนินงานในการส่งเสริม Digital Transformation (DX) หรือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางดิจิทัล เป็นกลไกใช้วางรากฐาน เป้าหมาย การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาในภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศญี่ปุ่น จีน อังกฤษ และไทย เข้าร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ ได้นำเสนอการดำเนินงานของ เนคเทค สวทช. เพื่อมุ่งส่งเสริม Digital Transformation ในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยการก่อตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน หรือ Sustainable Manufacturing Center (SMC)” ภายใต้การดูแลของเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi โดยมุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิต ผู้พัฒนาระบบ นวัตกร นักวิจัยตลอดจนนักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ผ่านกิจกรรมต่างๆ SMC จึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย เพื่อมุ่งไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ด้วยงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทคโนโลยีทางด้าน IoT บริการคลาวด์ และโครงสร้างเครือข่ายการสื่อสาร เข้ามาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิต ตัวอย่างโครงการ ได้แก่ IDA Platform แพลตฟอร์มไอโอทีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (Industrial IoT and Data Analytics Platform) ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากจากอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ตรวจจับสัญญาณต่าง ๆ จากเครื่องจักรในกระบวนการผลิตแบบ Real Time สู่การรวบรวม วิเคราะห์และบูรณาการข้อมูล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับระยะนำร่อง IDA Platform ตั้งเป้าดำเนินการเรื่องการตรวจสอบการใช้พลังงาน (Energy Monitoring) โดยในปัจจุบันได้ดำเนินงานร่วมกับ 15 โรงงาน
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ได้ที่
https://www.facebook.com/smceeci

งาน IIFES 2022 ย่อมาจาก “Innovative Industry Fair for E x E Solutions” เป็นงานนิทรรศการอุตสาหกรรมที่ได้รวบรวมนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเครื่องมือวัด และรับบควบคุม ทางด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมในภาคอุตสาหกรรม เพื่อแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีในสาขาที่เกี่ยวข้องนี้ สามารถบูรณาการและนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ในการส่งเสริม/ พัฒนาให้เกิด Solution ใหม่ๆ ที่นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน โดยจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 28 ม.ค. 65 ณ ประเทศญี่ปุ่น และในรูปแบบออนไลน์
]]>
เนคเทค สวทช. จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน และ System Integrators โครงการแพลตฟอร์มไอโอทีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (IDA Platform) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ida-comittee-meeting-2021.html Thu, 09 Sep 2021 09:39:45 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=20779

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) จัดการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน และ System Integrators (SI) โครงการแพลตฟอร์มไอโอทีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (Industrial IoT and Data Analytics: IDA Platform) ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 

โดยมี ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เป็นประธานคณะกรรมการฯ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เป็นเลขานุการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ จาก 12 หน่วยงานพันธมิตรรัฐและเอกชน อาทิ นายจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย Technology providers ภาคเอกชน และ System integrators (SI) พร้อมด้วยทีมวิจัยเนคเทค สวทช. เข้าร่วมการประชุมฯ

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความก้าวหน้าและถอดบทเรียนการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการนำร่อง IDA Platform พร้อมทั้งอภิปรายแนวทางและแผนงานการขยายผล ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อส่งเสริมและพัฒนาโรงงานสู่อุตสาหกรรม 4.0

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ  กล่าวขอบคุณ 12 หน่วยงานพันธมิตร และ System integrator (SI) ที่ให้การสนับสนุนและร่วมดำเนินโครงการตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมแนะนำศูนย์นวัตกรรมการผลิตอย่างยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) และเชิญหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค (NECTEC-ACE 2021) ประจำปี 2564 ที่มีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 13-16 ธันวาคม 2564

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ และ ดร.สุวัฒน์ โสภิตพันธ์ วิศวกรอาวุโส นำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ IDA15 (15 โรงงานนำร่อง) ข้อจำกัด แนวทางแก้ไข และแผนการดำเนินงานปี 65

ดร.นิธิพล ตันสกุล ที่ปรึกษาอาวุโส นำเสนอ แผนงาน IDA to market เพื่อขยายผลโครงการ IDA15 สู่การใช้งานแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบในระบบนิเวศนวัตกรรม

นอกจากนี้ ดร.สรศักย์ ชัยสถาผล เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจอาวุโส ThaiSC นำเสนอ สิทธิประโยชน์จากรัฐและสถาบันการเงิน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับเป็นอุตสาหกรรม 4.0 และ ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ สวทช. นำเสนอสิทธิพิเศษสำหรับโรงงานนำร่อง : การยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยดัชนีชี้วัด Thailand i4.0 Index ด้วย

3 หลักการเพื่อการขับเคลื่อนโครงการ IDA Platform อย่างยั่งยืน

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ได้เสนอหลักการ 3 ข้อ เพื่อการขับเคลื่อนโครงการอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

1. การพัฒนา System Integrator
2. การออกแบบคุณลักษณะการทำงานของ Platform
3. หลักเกณฑ์และวิธีการขับเคลื่อนโครงการระยะขยายผล

จากหลักการที่เห็นชอบร่วมกัน 3 ข้อข้างต้น คณะกรรมการฯ และ System integrator (SI) ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเพื่อการพัฒนา IDA Platform ให้เกิดความชัดเจน และขยายผลการใช้งานในวงกว้างและยั่งยืน

คณะกรรมการฯ ยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐและเอกชน เพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 อาทิ สิทธิประโยชน์จากรัฐและสถาบันการเงินสำหรับผู้ประกอบการเพื่อยกระดับเป็นอุตสาหกรรม 4.0 หน่วยงานพันธมิตรเป้าหมายที่จะมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนโครงการ IDA platform และการจัดการความรู้ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ รวมทั้งถอดบทเรียนการพัฒนา IDA Platform ระยะนำร่อง 15 โรงงาน สู่โรงงานระยะขยายผล รุ่นต่อไปด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ กำหนดจะถ่ายทอดประสบการณ์การส่งเสริมและพัฒนา IDA Platform ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่องเพื่อตอบรับการเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ประจำปีของเนคเทค (NECTEC-ACE 2021) ในเดือนธันวาคม 2564 นี้

]]>
เนคเทค สวทช. จัดการประชุม “โรงงานนำร่อง” โครงการแพลตฟอร์มไอโอทีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ida-meeting-2021.html Fri, 03 Sep 2021 07:27:57 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=20552

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) จัดการประชุม “โรงงานนำร่อง” โครงการแพลตฟอร์มไอโอทีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (Industrial IoT and Data Analytics Platform : IDA Platform) ประจำปี 2564 ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 64 โดยมี ผู้แทนจากโรงงานนำร่องเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 15 โรงงาน  พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร คณะนักวิจัย เข้าร่วมการประชุม นำโดย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. ได้กล่าวต้อนรับผู้แทนจากโรงงานนำร่องและผู้ร่วมประชุม

ความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ

โดย ดร.พรพรหม อธีตนันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี  เนคเทค สวทช.

การวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินศักยภาพการประหยัดพลังงานของโรงงานนำร่อง

โดย คุณรวมลาภ อนันตศานต์ ที่ปรึกษา – ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงาน บริษัท เอนเนอร์ยี่ ไพร์ม จำกัด

การสาธิต Factory Dashboard และ National Dashboard

โดย คุณณฐพล ตันสังวรณ์ ผู้ช่วยวิจัย ทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ เนคเทค สวทช.

สิทธิพิเศษสำหรับโรงงานนำร่อง : การยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยดัชนีชี้วัด Thailand i4.0 Index

โดย ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ สวทช.

Incentive & Financial Support : สิทธิประโยชน์จากรัฐและสถาบันการเงิน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับเป็นอุตสาหกรรม 4.0

โดย ดร.สรศักย์ ชัยสถาผล  เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจอาวุโส ThaiSC

ปิดท้ายการประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งกำหนดทิศทางแผนการดำเนินงานโครงการร่วมกัน ระหว่างทีมวิจัยฯ และผู้แทนจากโรงงานนำร่อง ทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 ปี ตั้งแต่ ก.ค. 63 – ก.ค. 65

]]>