NETPIE – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Tue, 16 Sep 2025 10:09:17 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png NETPIE – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 10 ปี NETPIE – จาก IoT สู่อุตสาหกรรมไทย และก้าวต่อไปสู่โลก AIoT https://www.nectec.or.th/news/news-article/netpie10th-aiot.html Tue, 16 Sep 2025 09:54:38 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=41395

16 กันยายน ครบรอบ 1 ทศวรรษของ NETPIE แพลตฟอร์ม IoT ที่พัฒนาโดยคนไทย เนคเทค สวทช. จึงถือโอกาสถอดรหัสการเดินทางของเทคโนโลยีที่เกิดจากภาครัฐ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลกระทบได้จริง และก้าวต่อกับการเดินทางสู่ AIoT ในภูมิทัศน์เทคโนโลยีที่คำว่า IoT, Big Data และ Industry 4.0 ถูกพูดถึงแทบทุกวัน เราอาจมองหาภาพความสำเร็จจากบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ในต่างแดน แต่หากมองให้ลึกลงมาในบริบทของประเทศไทย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหนึ่งที่ทำงานอยู่เงียบๆ เบื้องหลัง แต่ทรงพลังและเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ นั่นคือ NETPIE ผลงานวิจัยและพัฒนาโดย เนคเทค สวทช.

จุดเริ่มต้น: เมื่อเทคโนโลยีต้องเป็นของทุกคน

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน IoT ยังเป็นเรื่องใหม่และไกลตัวสำหรับคนไทย กำแพงด้านเทคนิคและต้นทุนคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้ยาก NETPIE จึงถือกำเนิดขึ้นด้วยปรัชญาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ การทำให้เทคโนโลยีเป็นประชาธิปไตย (Democratize Technology)

เนคเทค สวทช. ไม่ได้สร้างแค่เครื่องมือ แต่สร้างพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาทดลองได้ฟรี ผลคือการปลดล็อกศักยภาพของนักศึกษา, Maker, และสตาร์ทอัพทั่วประเทศให้สามารถเปลี่ยนไอเดียในกระดาษให้กลายเป็นโปรโตไทป์ที่จับต้องได้ NETPIE ในยุคแรกจึงเป็นมากกว่าแพลตฟอร์ม แต่คือเครื่องมือบ่มเพาะวัฒนธรรม Maker และสร้างรากฐานกำลังคนด้านดิจิทัลให้กับประเทศอย่างแท้จริง

netpie10th-48

เมื่อ ‘โปรเจกต์’ ต้องโตเป็น ‘โปรดักต์’

ความท้าทายถัดมา คือ ทำอย่างไรให้สิ่งที่เริ่มต้นจากห้องปฏิบัติการ สามารถตอบโจทย์โลกธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือและสเกลระดับอุตสาหกรรมได้ นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ NETPIE เกิดการสปินออฟเป็น บริษัท เน็กซ์พาย (NEXPIE) เพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ เป็นการพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีจากภาครัฐสามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดได้จริง บทบาทของ NETPIE ขยับจากการเป็นผู้ให้โอกาสสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้ของภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การทำ Smart Farming ไปจนถึงการมอนิเตอร์เครื่องจักรในโรงงาน

NETPIE ร่วมทุนกับบริษัทเอกชน จัดตั้งบริษัท NEXPIE

AIoT: เมื่อทุกสรรพสิ่งต้อง ‘ฉลาด’ ไม่ใช่แค่ ‘เชื่อมต่อ’

ในโอกาสครบรอบ 10 ปี NETPIE ไม่ได้มองแค่ความสำเร็จที่ผ่านมา แต่มุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยีแห่งอนาคต นั่นคือ AIoT (Artificial Intelligence of Things) โลกยุคใหม่ที่ไม่ได้จบแค่การเชื่อมต่อเพื่อดูข้อมูลผ่าน Dashboard อีกต่อไป แต่ต้องการให้อุปกรณ์ที่ปลายทาง (Edge) สามารถคิดและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง โดยการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดอย่าง “Daysie” คือ คำตอบ

Daysie ถูกออกแบบมาให้เป็นแพลตฟอร์ม AI แบบ No-Code ที่เปิดทางให้วิศวกรโรงงานหรือผู้ประกอบการที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ สามารถสร้างโมเดล AI เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของสินค้าได้เอง โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การสร้างเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า แต่คือการสร้างเทคโนโลยีที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงและใช้งานได้จริง

รับชมสัมมนาย้อนหลัง  
” 10 ปี IoT ไทย: จาก NETPIE สู่อนาคตแห่งการเชื่อมต่อสรรพสิ่งด้วย AIoT “

รวมทุกความประทับใจจาก #NETPIE10th

]]>
NETPIE ครบรอบ 10 ปี! เนคเทค สวทช. ชู AIoT ก้าวต่อไปของ IoT ไทย https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/netpie10th.html Fri, 08 Aug 2025 11:57:38 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=40801

8 สิงหาคม 2568 – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดกิจกรรม “10 ปี IoT ไทย: จาก NETPIE สู่อนาคตแห่งการเชื่อมต่อสรรพสิ่งด้วย AIoT” ชี้บทบาทสำคัญของแพลตฟอร์ม NETPIE ในการวางรากฐานระบบนิเวศ IoT ของไทย พร้อมเปิดมุมมองอนาคตการประยุกต์ใช้ AI ผสาน IoT (AIoT) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวันในยุคดิจิทัล โดยมี ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค สวทช. กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช., ดร.สุทัด ครองชนม์ นายกสมาคมไทยไอโอที, คุณชาวีร์ อิสริยภัทร์ CTO บริษัท เน็กซ์พาย จำกัด และผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน ณ ห้อง 601 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า “NETPIE (เน็ตพาย) เริ่มต้นจากโครงการวิจัยเล็กๆ ในเนคเทค ก่อนจะเติบโตเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่นักพัฒนา ครูอาจารย์ Maker และภาคเอกชนไทยนำไปต่อยอดใช้งานอย่างแพร่หลาย ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ NETPIE งานในครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อย้อนรำลึกถึงเส้นทางการพัฒนา IoT ของไทย พร้อมทั้งเปิดเวที ‘NETPIE & Friends’ เพื่อสะท้อนพลังของชุมชนผู้มีส่วนร่วมในการสร้างระบบนิเวศของเทคโนโลยี”

ภายในงานยังมีการเปิดตัว “Daysie” แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดจากทีมเนคเทค ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการพัฒนาระบบ AIoT ที่ทำงานแบบเรียลไทม์ มีความปลอดภัย และสามารถประมวลผลได้ที่ Edge โดยตรง ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพของนักพัฒนาไทยให้พร้อมรับกับความท้าทายในอนาคต นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ การแชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริง และเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทดลองใช้งาน Daysie ด้วยตนเอง “หวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ ขยายเครือข่าย และจุดประกายแนวคิดใหม่ๆ ที่จะพา IoT ไทยก้าวไกลในยุค AIoT ต่อไป” ดร.ชัย กล่าวปิดท้าย

NETPIE แพลตฟอร์ม IoT ฝีมือคนไทย จุดเริ่มต้นสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า “การพัฒนาสิ่งที่คนไม่รู้จักเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในช่วงเริ่มต้นการพัฒนา NETPIE ด้วยเทคโนโลยีไอโอที (IoT) เป็นเรื่องใหม่มากในช่วงปี 2555-2556” NETPIE (Network Platform for Internet of Everything) คือแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับการพัฒนา Internet of Things (IoT) สัญชาติไทย พัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. เพื่อให้การเชื่อมต่อและสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ IoT ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถจัดการและควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์ผ่านแดชบอร์ด เพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโซลูชันอัจฉริยะในหลากหลายภาคส่วน NETPIE เปิดให้บริการฟรีแก่สาธารณชนครั้งแรกในปี 2558 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่รองรับการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ด้าน IoT สำหรับทั้งนักพัฒนา ธุรกิจสตาร์ทอัป และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะโดยไม่ต้องลงทุนด้านระบบหลังบ้านเอง ด้วยความสามารถที่ครบถ้วนและใช้งานได้จริง NETPIE จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันระบบนิเวศ IoT ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยสามารถนำไปต่อยอดการใช้งานในหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการ เกษตรอัจฉริยะ ไปจนถึงเมืองอัจฉริยะ

เพื่อรองรับการใช้งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและตอบโจทย์ความต้องการทางอุตสาหกรรม แพลตฟอร์ม NETPIE ได้ยกระดับสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ โดยทีมวิจัยและพัฒนาบางส่วนจากเนคเทค  สวทช. ได้ก่อตั้งบริษัท เน็กซ์พาย (NEXPIE) จำกัด ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการ NETPIE อย่างมืออาชีพ โดยได้รับสิทธิในการใช้แพลตฟอร์ม NETPIE ภายใต้การอนุญาต (Licensing) จากเนคเทค สวทช. โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานในระยะยาว พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และการพัฒนาประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพ “นับเป็นก้าวสำคัญของ NETPIE จากโครงการวิจัยสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน IoT ที่พร้อมรองรับการใช้งานในระดับองค์กรและภาคเอกชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.พนิตา กล่าวเสริม

พลิกวิกฤตด้วย NETPIE

จากเสียงร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งในอดีตน้ำประปาไม่ไหล หรือไหลอ่อนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากระบบผลิตน้ำ ณ หน่วยบริการ อ.แม่วาง ขัดข้องหรือหยุดชะงัก จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้ากระพริบ ด้วยหน่วยบริการ อ.แม่วาง เป็นสถานีผลิตน้ำขนาดเล็กอยู่ห่างไกลจากสำนักงานใหญ่ ประมาณ 60 กิโลเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานใหญ่ไม่ทราบสถานะของเครื่องจักรกล การเข้ามาตรวจสอบสถานะดังกล่าวจะเกิดขึ้นต่อเมื่อประชาชนร้องเรียนเข้ามา ทาง กปภ. สาขาเชียงใหม่ (พ.) จึงตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีและคุ้มค่าอย่าง เน็ตพาย (NETPIE) แพลตฟอร์มไอโอทีสัญชาติไทย “หลังจากที่เราได้นำ NETPIE มาประยุกต์ใช้สร้างนวัตกรรม สามารถลดข้อร้องเรียนในการแจ้งน้ำไหลอ่อนหรือน้ำไม่ไหลได้ เนื่องจากเรามีการผลิตน้ำที่ต่อเนื่องมากกว่าเดิม” คุณธีระพงษ์ ละออ วิศวกรงานผลิต กปภ. สาขาเชียงใหม่ (พ.) กล่าว

NETPIE ยกระดับสู่ AIoT หนุนภาคอุตสาหกรรมไทย

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า “บ่อยครั้งที่ผมมักเปรียบเทียบว่า ข้อมูล (Data) เปรียบเสมือนเลือด AI คือสมอง และเซนเซอร์ คือประสาทสัมผัสทั้งห้า ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนต้องเชื่อมโยงกันผ่านเส้นเลือด และเส้นเลือดในระบบดิจิทัลก็คือแพลตฟอร์ม IoT หรือ NETPIE นั่นเอง ซึ่งได้ก้าวสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบผ่านบริษัท NEXPIE แล้ว ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับโลก โดยเฉพาะเมื่อมีการผสาน IoT เข้ากับ Edge Computing และ AI ซึ่งเป็นแนวทางของ AIoT ที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบอัจฉริยะในอนาคต”

“Daysie” แพลตฟอร์ม AIoT ที่ใช้งานง่าย…ไม่เขียนโค้ด

ในโอกาสนี้ ดร.เอมอัชนา นิรันตสุขรัตน์ หัวหน้าทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) กล่าวว่า เนคเทค  สวทช. ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ภายใต้ชื่อ “Daysie” แพลตฟอร์มช่วยสร้างแอปพลิเคชัน IoT สำหรับติดตั้งบนอุปกรณ์ Edge Computing โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเขียนโปรแกรมใดๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการพัฒนาแอปพลิเคชันในกลุ่มเทคโนโลยี AIoT (Artificial Intelligence of Things) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสร้างแอปพลิเคชันได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรม พร้อมดาวน์โหลดไปติดตั้งบนอุปกรณ์ Edge Computing ได้ด้วยตนเอง

จุดเด่นของ Daysie ไม่เพียงแต่ช่วยให้การสร้างแอป AIoT เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แต่ยังเปิดทางให้ อุปกรณ์ Edge Computing สามารถประมวลผลข้อมูลและตัดสินใจควบคุมอุปกรณ์อื่นได้โดยอัตโนมัติ ด้วยความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกทั้งยังเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับระบบ IoT ได้อย่างไร้รอยต่อผ่านแพลตฟอร์ม NETPIE

นับเป็นก้าวสำคัญของ สวทช. จากการเป็นผู้ให้บริการด้าน IoT มาสู่การผลักดันเทคโนโลยี AIoT อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อ กระจายการประมวลผลจากศูนย์กลาง (Cloud Computing) ไปยังจุดต่าง ๆ ในระบบผ่าน Edge Computing ซึ่งทำให้ระบบตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น มีความยืดหยุ่น และสามารถดำเนินงานได้แม้ในกรณีที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับคลาวด์

AIoT จึงถือเป็นการ “กระจายสมอง” ให้แทรกซึมในทุกองค์ประกอบของระบบ IoT เช่น ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานในสายการผลิต ที่อุปกรณ์ Edge Computing หนึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติในเครื่องจักร แล้วสื่อสารกับอุปกรณ์ Edge ตัวอื่นที่ควบคุมกระบวนการผลิตในช่วงก่อนหน้า เพื่อชะลอความเร็วให้เหมาะสม ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโดยรวม

ปัจจุบันแพลตฟอร์ม Daysie ถูกนำไปทดลองใช้งานในหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเช่น การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยภาพถ่ายหรือเสียง การวิเคราะห์เสียงเครื่องจักรเพื่อตรวจหาความผิดปกติล่วงหน้า และงานอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ปลายทาง

การเปิดตัว Daysie สะท้อนถึงทิศทางของ สวทช. ที่มุ่งมั่นผลักดันไทยให้เข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีที่ผสานความง่ายในการใช้งาน เข้ากับความล้ำหน้าของ AI และการสื่อสารของ IoT อย่างสมบูรณ์แบบ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “Daysie” ได้ที่ https://daysie.io/

]]>
จากก้าวแรกของ NETPIE สู่การเชื่อมโลก AI + IoT https://www.nectec.or.th/news/news-article/netpie10th-1ststep.html Wed, 30 Jul 2025 10:37:29 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=40738

🖍 ผู้เขียน : ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์และ ทีมพัฒนา NETPIE

จุดเริ่มต้น : เมื่อลมของ “IoT” เริ่มพัดมา

ช่วงปี 2014 คำว่า “Internet of Things” หรือ IoT เริ่มเข้าสู่วงการเทคโนโลยีไทยอย่างจริงจัง จากบทวิเคราะห์ระดับโลกสู่เวทีงานสัมมนา และสินค้าที่อวดโชว์ความอัจฉริยะ “IoT” กลายเป็นคำที่ใครๆ ก็พูดถึง “บ้านอัจฉริยะ” เริ่มเป็นกระแส หลอดไฟควบคุมผ่านแอป ตู้เย็นที่ส่งแจ้งเตือน และเครื่องปรับอากาศที่เรียนรู้พฤติกรรมเจ้าของบ้าน

ทุกอย่างดูหรูหรา ทันสมัย น่าตื่นเต้น และดูเหมือนจะอยู่ไกลออกไปอีกพอสมควร แต่ในอีกฟากหนึ่งของโลกเทคโนโลยี กลับมีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ และเปลี่ยนโลกจริงไปทีละนิด

ในวันที่เรายังต้องพึ่งพา Embedded Board แพงๆ เช่นพวก x86 หรือ ARM แบบมี Full OS หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์กับอินเทอร์เน็ต แต่แล้ว Arduino และ Raspberry Pi ได้เปิดประตูแรก ให้คนธรรมดาเริ่มทดลองกับไมโครคอนโทรลเลอร์ได้ด้วยงบไม่ถึงพันบาท

และเมื่อ ESP8266 ปรากฏตัว …โลกก็เปลี่ยน

ชิป Embedded System ที่มาพร้อมโมดูล Wi-Fi ที่ทำให้บอร์ดราคาไม่ถึงร้อยสามารถเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้โดยไม่ต้องมี PC และจากนั้น NodeMCU ก็กลายเป็นบอร์ดสามัญประจำบ้านของนักพัฒนา IoT ตอนนั้นเอง “ของเล่น” อย่างการสั่งเปิดไฟผ่านแอปเริ่มกลายเป็น “โอกาส” ที่คนลงมือทำจริงเริ่มมองเห็น

แต่เมื่ออุปกรณ์เริ่มพูดได้… ใครกันจะเป็นคนฟัง?

MQTT และ Cloud : โลกของอุปกรณ์พูดได้เริ่มมีผู้ฟัง

การที่อุปกรณ์พูดคุยกันได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของฮาร์ดแวร์ แต่ต้องอาศัยระบบคลาวด์ที่เข้าใจ และรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสม

MQTT คือพระเอกเงียบของวงการ แต่ทรงพลังที่สุด

โปรโตคอลที่เบา รวดเร็ว และเข้าใจธรรมชาติของอุปกรณ์ IoT ที่ทำให้การส่งข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกหลายอุปกรณ์ ไม่ต้องมีการร้องขอแบบ HTTP อีกต่อไป ขณะเดียวกัน Cloud platform เริ่มแพร่หลาย ทั้ง IaaS, PaaS, SaaS ถูกพูดถึง ทุกอย่างไหลไปได้แบบไร้แรงต้าน แต่ยังไม่มีใครพูดถึง “แพลตฟอร์ม IoT” ที่ออกแบบมาเพื่อนักพัฒนาโดยเฉพาะ

NETPIE: ไม่ใช่แค่เปิดไฟ แต่เปิดโลก

เมื่อเราสาธิตการสั่งเปิดหลอดไฟจากมือถือ คำถามที่ได้มักเป็น…

“แล้วหลอดไฟนี้ขายเท่าไหร่?”
“ทำไมไม่ทำเป็นระบบ smart home ขายล่ะ?”

“จะทำ platform ไปทำไม คนเขาอยากได้ของจับต้องได้”

ในเวลาที่หลายคนยังมองหา “ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป” คำตอบเหล่านั้นไม่ได้ผิด แต่มันชี้ให้เห็นว่าภาพใหญ่ที่เราเห็น ยังไม่ได้อยู่ในสายตาของใครหลายคน เราพยายามอธิบายว่า สิ่งที่เรากำลังสร้างคือ “แพลตฟอร์ม” ที่ใครๆ ก็สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ไม่ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง ไม่ต้องเขียน MQTT เอง ไม่ต้องจัดการ Cloud เอง เรารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังพูด มัน “เร็วไปหน่อย” สำหรับยุคนั้น

คำว่า Ecosystem หรือ API ยังไม่ติดหู
คำว่า “IoT Platform” ฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว

16 กันยายน 2558
วันที่ NETPIE ปรากฏตัวต่อสาธารณะ

เราปล่อย NETPIE รุ่นแรกสู่ผู้ใช้ พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้นักพัฒนาสร้าง IoT device ที่เชื่อมต่อกันได้ แม้จะยังไม่สมบูรณ์ มีคำบ่น มีเสียงผิดหวัง แต่เรารู้ดีว่าการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่เรื่องของ “ความพร้อม” เพียงวันเดียว จะต้องใช้ “ความเชื่อ” และ “ความต่อเนื่อง” เพราะเราไม่ได้แค่เปลี่ยนเทคโนโลยี

แต่เรากำลังเปลี่ยน “วิธีคิด” จากการรอซื้อของสำเร็จรูป
ไปสู่การลงมือสร้างโลกอัจฉริยะของตัวเอง

จาก IoT สู่ AIoT: เมื่ออุปกรณ์ไม่ได้แค่เชื่อมต่อ แต่เพิ่ม “ความฉลาด”

เวลาผ่านไป 10 ปี …วันนี้ อุปกรณ์ไม่ได้แค่เชื่อมโยงกัน แต่มันเรียนรู้ วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เอง นี่คือก้าวต่อไปของ NETPIE

จาก IoT สู่ AIoT
ที่ไม่ได้แค่ส่งข้อมูล แต่เข้าใจบริบท

และ “ตอบสนองได้อย่างอัจฉริยะ”

เราไม่ได้หยุดแค่การเชื่อมต่อหลอดไฟ แต่เรากำลังเชื่อมเมือง ฟาร์ม โรงงาน และระบบธุรกิจ ให้กลายเป็นเครือข่ายอัจฉริยะ ที่เรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับผู้ใช้งาน แล้วคุณล่ะ… อยู่ตรงไหนในเส้นทาง 10 ปีนี้?

ในวาระ 10 ปีของ NETPIE และ IoT ไทย
เราขอชวนคุณย้อนกลับมามองจุดเริ่มต้นของคุณอีกครั้ง

บางทีเรื่องราวในวันนั้น…
อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครสักคนในวันพรุ่งนี้

ขอชวนชาว IoT ทุกสาย ทั้ง SI นักพัฒนา นักอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการที่สนใจ มาพบกันที่งานสัมมนา “10 ปี IoT ไทย : จาก NETPIE สู่อนาคตแห่งการเชื่อมต่อสรรพสิ่งด้วย AIoT” มาแลกเปลี่ยนมุมมองและมารู้จักกับแพลตฟอร์ม AIoT ใหม่ สำหรับภาคธุรกิจ โรงงาน และผู้ประกอบการ วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ณ อาคารสราญวิทย์ (SD-601) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

ลงทะเบียนไว้เลย ก่อนที่เต็ม!
https://www.nstda.or.th/r/0ts5Y

]]>
NETPIE : จุดเริ่มต้นจากไอเดียเล็กๆ สู่ “นวัตกรรมใหญ่” ในอนาคต https://www.nectec.or.th/news/news-article/netpie10th-prologue.html Wed, 30 Jul 2025 10:01:24 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=40728

🖍 ผู้เขียน : ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์และ ทีมพัฒนา NETPIE

10 ปีแห่งการทดลอง เรียนรู้ และเติบโต … ไปกับนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิต

ช่วงสิบกว่าปีก่อน เพื่อนร่วมงานของเรานำตู้ปลาที่มีไม้น้ำและสัตว์น้ำเล็กๆ ตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน งานอดิเรกของเขาคือการนั่งมองไม้น้ำเติบโต ในขณะที่นั่งเขียนโค้ดด้วยความสุข ตู้ปลานี้เป็นตู้ปลาที่ไฮเทค มีระบบควบคุมหลอดไฟ ให้อาหาร และเติมออกซิเจน ช่วงเสาร์อาทิตย์และกลางคืน เพื่อนของเรา เฝ้าติดตามสถานะของตู้ปลาผ่านเว็บที่เชื่อมต่อกับบอร์ด Arduino ตัวเว็บเซิฟเวอร์ก็คือ PC ที่อยู่ใต้โต๊ะเขาเอง

ตอนนั้นยังไม่มีใครเรียกมันว่า “IoT” ทุกอย่างยังดูเหมือนของเล่น
… แต่ในใจของเพื่อนเราตอนนั้น มีบางอย่างบอกเขาว่า “นี่มันไม่ใช่แค่ของเล่นแล้วล่ะ”

เซิฟเวอร์ใต้โต๊ะนี้จะดับไม่ได้ เขาตื่นเต้นที่จะหาเครื่องมือและปรับปรุงโค้ดเพื่อให้เซิฟเวอร์ตัวนี้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา… เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบเงียบๆ จากอุปกรณ์ธรรมดาเริ่มคุยกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ตบ้าน เริ่ม “รู้” เมื่อคนอยู่หรือไม่อยู่ เซ็นเซอร์เริ่มรายงานอุณหภูมิ แสงสว่าง หรือแม้แต่สภาพฝุ่นในอากาศโดยไม่ต้องมีคนไปวัดค่า

เราเริ่มเห็นโอกาสบางอย่าง ที่ใหญ่กว่าการเปิดหลอดไฟด้วยมือถือ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนวิถีชีวิต — ด้วยพลังของ IoT

ทำไม IoT จึงสำคัญกับประเทศไทย?

เพราะโจทย์ของบ้านเรานั้นหลากหลายและ “จริง” ตั้งแต่ภาคเกษตร เมือง การศึกษา ไปจนถึงสาธารณสุข  IoT จึงถือเป็นโอกาส ที่ทำให้ประเทศไทยไม่ต้องเป็นแค่ผู้ใช้เทคโนโลยี แต่สามารถเป็นผู้พัฒนาเองได้ แต่การพัฒนานวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เราจะต้องมี “ระบบนิเวศ” ที่เปิดกว้าง มี “แพลตฟอร์ม” ที่เข้าใจบริบทไทย มี “ชุมชน” ที่ลงมือทำ และมี “พื้นที่ให้ล้มได้” ลุกไว แบบไม่เจ็บตัว

NETPIE: จุดเริ่มเล็กๆ ที่เปิดประตูสู่ AIoT

NETPIE คือความพยายามเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในบริบทนั้น อาจจะไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเครื่องมือที่เราหวังว่าจะ “เปิดทาง” ให้กับนักคิด นักพัฒนา ครู นักเรียน และคนธรรมดา ที่อยากลองเชื่อมโลกดิจิทัลเข้ากับโลกจริง

และในปีที่ 10 ของการเดินทางนี้… ถึงเวลาที่เราจะกลับมาพบกันอีกครั้ง ในวันที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นแค่ของเล่น แต่กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทย

ขอชวนชาว IoT ทุกสาย ทั้ง SI นักพัฒนา นักอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการที่สนใจ มาพบกันที่งานสัมมนา “10 ปี IoT ไทย : จาก NETPIE สู่อนาคตแห่งการเชื่อมต่อสรรพสิ่งด้วย AIoT” มาแลกเปลี่ยนมุมมองและมารู้จักกับแพลตฟอร์ม AIoT ใหม่ สำหรับภาคธุรกิจ โรงงาน และผู้ประกอบการ วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ณ อาคารสราญวิทย์ (SD-601) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

ลงทะเบียนไว้เลย ก่อนที่เต็ม!
https://www.nstda.or.th/r/0ts5Y

]]>
[Hall of Fame] NETPIE รับรางวัลรองชนะเลิศ Thailand ICT Awards 2018 https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/nettle-ticta2018.html Thu, 16 Aug 2018 10:05:54 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=19210
NETPIE

โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท กรุงเทพฯ วันที่ 16 สิงหาคม 2561 : สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลในงานประกวดซอฟต์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ Thailand ICT Awards 2018 (TICTA 2018) เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน APICTA 2018 ณ เมืองกวางเจา สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานในพิธีเป็นผู้มอบรางวัล โดยในปีนี้ผลงาน NETPIE : IoT Cloud Platform ซึ่งเป็นผลงานวิจัยและพัฒนาที่ริเริ่มโดยห้องปฏิบัติการวิจัยนวัตกรรมอินเทอร์เน็ต ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ประเภท Internet of Things

NETPIE (Network Platform for Internet of Everything) คือ IoT cloud platform เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ วันที่ 16 กันยายน 2558 โดยมีกลุ่มเป้าหมายของการใช้ประโยชน์ในระยะแรกคือนักพัฒนา เมคเกอร์ หรือผู้ประกอบการ SME ที่มาร่วมใช้ NETPIE แพลตฟอร์ม IoT ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การเกิดธุรกิจ บริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ส่วนเป้าหมายในระยะยาว คือ นักพัฒนาและผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการนำ IoT ไปประยุกต์ใช้และสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น คาดหวังให้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการส่งเสริมให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของไทย เจริญเติบโตรองรับ Innovation Economy สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

NETPIE

NETPIE ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยให้เกิดการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์หรือ things ในเครือข่าย IoT โดยมีประโยชน์ต่อนักพัฒนาและอุตสาหกรรมไทย อาทิ NETPIE ช่วยให้อุปกรณ์สามารถคุยกันได้โดยผู้พัฒนาไม่ต้องกังวลว่า อุปกรณ์นั้นจะอยู่ที่ใด ทั้งในแง่ physical และ logical เพียงนำ NETPIE library ไปติดตั้งในอุปกรณ์ NETPIE จะรับหน้าที่ดูแลการเชื่อมต่อให้ทั้งหมด ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะอยู่ในเครือข่ายชนิดใด ลักษณะใด หรือแม้กระทั่งเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่ใด ผู้พัฒนาสามารถตัดปัญหากวนใจในการที่จะต้องมาออกแบบการเข้าถึงอุปกรณ์จากระยะไกล (remote access) ด้วยวิธีแบบเดิมๆ เช่น การใช้ fixed public IP หรือการตั้ง port forwarding ในเราท์เตอร์ หรือการต้องไปลงทะเบียนกับผู้ให้บริการ dynamic DNS ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความยุ่งยากและลดความยืดหยุ่นของระบบ ไม่เพียงเท่านั้น NETPIE ยังช่วยให้การเริ่มต้นใช้งานเป็นไปโดยง่ายโดยการออกแบบให้อุปกรณ์ถูกค้นพบและเข้าสู่บริการโดยอัตโนมัติ (automatic discovery, plug and play)

ทีมผู้พัฒนาได้ออกแบบ NETPIE ให้มี Authorization/Access Control ในระดับ Fine Grain กล่าวคือผู้พัฒนาสามารถออกแบบได้เองทั้งหมด เช่น สิ่งใดมีสิทธิคุยกับสิ่งใด สิ่งใดมีสิทธิหรือไม่-เพียงใดในการอ่านหรือเขียนข้อมูล และสิทธิเหล่านี้จะมีอายุเท่าใดหรือถูกเพิกถอนภายใต้เงื่อนไขใด เป็นต้น NETPIE มีสถาปัตยกรรมเป็น Cloud อย่างแท้จริงในทุกๆ ระดับของระบบ ทำให้เกิดความยืดหยุ่น และคล่องตัวสูงในการขยายตัว นอกจากนี้ โมดูลต่างๆ ยังถูกออกแบบให้ทำงานแยกจากกันเพื่อให้เกิดสภาวะ loose coupling และสื่อสารกันด้วยวิธีการ Asynchronous Messaging ช่วยให้แพลตฟอร์มมี Reliability สูง สามารถนำไปใช้ซ้ำ และพัฒนาต่อเติมได้ง่าย ดังนั้นผู้พัฒนาไม่จำเป็นต้องกังวลกับการขยายตัวเพื่อรับโหลดที่เพิ่มขึ้นในระบบอีกต่อไป นอกจากนี้ทางเนคเทคจะเปิด NETPIE Library ในรูปแบบ Open-source ให้นักพัฒนาสามารถนำไปปรับปรุงต่อให้ตรงกับความต้องการใช้งานโดยเปิดโอกาสให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยเนคเทคหวังที่จะให้เกิด Community ที่จะมาร่วมกันพัฒนาต่อยอดสร้างความเข้มแข็งให้กับวงการ IoT ของไทย

NETPIE
ทีมวิจัยพัฒนาประกอบด้วย
  • ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ หัวหน้าทีมพัฒนา NETPIE
  • คุณชาวี อิสริยภัทร์
  • ดร.เอมอัชนา นิรันตสุขรัตน์
  • ดร.กุลชาติ มีทรัพย์หลาก
  • คุณอนันท์ ปัญญา
  • คุณเปรมฤดี เอี่ยมสุภัคกุล
]]>
เนคเทค เยี่ยมชม บ. นิเด็คฯ: กรณีศึกษาการนำ NETPIE ไปประยุกต์ใช้เพื่อมุ่งสู่ Smart Factory https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/netpie-nidecshibaura.html Mon, 27 Feb 2017 02:09:43 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=20430
NETPIE
NETPIE

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) โดย ดร.ศรัณย์ สัมฤทธื์เดชขจร พร้อม ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการเนคเทค เข้าเยี่ยมชมตัวอย่างของการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่ยุค Industry 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีทางด้าน Internet of Things (IoT) บน NETPIE Platform และ RFID มาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาโรงงานก้าวเข้าสู่ Smart Factory เป้าหมายหลักคือ การลดกำลังคนและความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ภายใต้งบประมาณที่จำกัด (Low-cost Automation)

NIDEC Shibaura

นายคาซูโยชิ ฮิโร ประธานบริษัท นิเด็ค ชิบาอุระ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ต้อนรับคณะผู้บริหารจากเนคเทค และสื่อมวลชน และกล่าวว่า “บริษัท นิเด็ค ชิบาอุระ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตมอเตอร์สำหรับเครื่องซักผ้าและเครื่องปรับอากาศ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และมีลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย บริษัทมีแผนพัฒนาโรงงานในประเทศไทยให้เป็น Smart Factory ตั้งแต่ 2559-2561 เป้าหมายหลักคือ การลดกำลังคนและความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ภายใต้งบประมาณที่จำกัด (Low-cost Automation) จึงมุ่งเน้นการพัฒนาวิธีการขึ้นมาใช้เองภายใน โดยไม่พึ่งพา Solution สำเร็จรูปราคาแพงจากต่างประเทศ โดยทีมไอทีและวิศวกรของบริษัทได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2559 ใช้เทคโนโลยี IoT บนแพลตฟอร์ม NETPIE และ RFID ในการตรวจสอบ ควบคุม และเพิ่มประสิทธิภาพในทุกสายการผลิต เช่น การตรวจอุณหภูมิน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักร การตรวจอัตราการไหลของน้ำหล่อเย็น การบันทึกการทำงานของเครื่องจักร การบันทึกการใช้พลังงานไฟฟ้า และ การติดตามสินค้าในคลัง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำ NETPIE Platform เข้ามาใช้โรงงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งคาดหวังในการเป็นต้นแบบโรงงานในระดับประเทศ”

NETPIE, IoT

นับตั้งแต่การเปิดตัวของ NETPIE (Network Platform for Internet of Everything) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT รายแรกของไทยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 ทีมวิจัยพัฒนามุ่งเป้าผู้ใช้งานในระยะเริ่มแรกไปยังกลุ่มนักพัฒนาและอุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยี IoT ไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความได้เปรียบให้กับอุตสาหกรรมในประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะให้บริการอุปกรณ์ได้มากถึง 1 ล้านอุปกรณ์ในระยะเวลา 3 ปี และผลักดันให้ NETPIE สามารถให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ ทัดเทียมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอื่นๆ ด้วยการจัดตั้งเป็นบริษัทภายในปีงบประมาณ 2560 ประจวบกับในปัจจุบันที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาเศรษฐกิจด้วยรากฐานที่มั่นคงจากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้แนวคิดการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Industry 4.0 ได้รับความสนใจและพูดถึงอย่างกว้างขวาง ว่าจะเป็นกลจักรสำคัญที่จะผลักดันประเทศไปสู่เป้าหมาย 4.0 ในองค์รวม เนคเทคซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรที่เชี่ยวชาญและบริการด้าน IoT อยู่แล้วในมือ จึงมีแผนในการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในกลุ่มนักพัฒนาและอุตสาหกรรม เพื่อให้มีการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการที่เป็นการต่อยอดการใช้งานเทคโนโลยี IoT โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแพลตฟอร์ม NETPIE ด้วยเล็งเห็นว่า NETPIE สามารถเป็นทางลัดของคำตอบให้กับอุตสาหกรรมหลากหลายในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย/ต้นทุน (เช่น กำลังคน พลังงาน ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องจักร) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขนส่ง จนไปถึงกระทั่งการสร้างนวัตกรรม IoT ใหม่ๆ

Netpie, IoT

ปัจจุบัน NETPIE สามารถดำเนินการตามเป้าหมายพื้นฐานได้ คือ

  1. การบริหารจัดการทีมเพื่อการให้บริการได้อย่างคล่องตัวและยั่งยืน
  2. การส่งเสริมให้นักพัฒนาของไทยนำ NETPIE ไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย
  3. การฝึกอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ นักพัฒนาและอุตสาหกรรมที่สนใจการนำ IoT ไปใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ยังมีการนำ NETPIE ไปใช้งานแล้วในระดับธุรกิจขนาดใหญ่เช่น บริษัท นิเด็ค ชิบาอุระ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทย และมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาให้โรงงานของตนมีความเป็นอัตโนมัติเพื่อเข้าสู่ Industry 4.0 ภายในปี 2561

ก้าวสำคัญของการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไทยสามารถก้าวเข้าสู่ Industry 4.0 ดังตัวอย่างที่มาเยี่ยมชมในครั้งนี้ นอกจากวิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการและเทคโนโลยีที่พร้อมแล้ว ทรัพยากรมนุษย์ที่จะเป็นผู้ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายก็มีความสำคัญยิ่ง บริษัท นิเด็ค ชิบาอุระ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีบุคลากรทางด้านไอทีที่มีความพร้อมจึงสามารถเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง จากประสบการณ์ที่ทีม NETPIE ได้เข้าไปช่วยเหลือในการให้คำปรึกษากับกลุ่มอุตสาหกรรมไทยพบว่า หลายโรงงานมีความต้องการที่จะใช้ประโยชน์จาก IoT แต่ยังขาดบุคลากรดำเนินงาน ดังนั้นในปี 2560 นี้ ทีม NETPIE จึงได้วางเป้าหมายในการสร้างพันธมิตรด้าน System Integration: SI ที่จะมาเติมเต็มในการส่งต่อคุณค่าของเทคโนโลยี IoT และ NETPIE ไปสู่การใช้งานจริงในโรงงานภายในประเทศ และหวังว่าพันธมิตรเหล่านี้จะร่วมเดินทางไปด้วยกันและช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เข้าสู่ Industry 4.0 ได้เร็วยิ่งขึ้น

ผู้สนใจร่วมเป็นพันธมิตรด้าน SI และเจ้าของโรงงานที่ยินดีนำเทคโนโลยี NETPIE-IoT ไปทดสอบ สามารถเข้าไปดูข้อมูลและลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ NETPIE ได้ที่ https://netpie.io/partner

วันที่เผยแพร่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 09:09

]]>
NETPIE: Internet of Things https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-software/netpie.html Thu, 22 Sep 2016 06:00:51 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=2093
NETPIE

Internet of Things

Internet of Things หรือ IoT คือ สภาพแวดล้อมอันประกอบด้วยสรรพสิ่งที่สามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกันได้ผ่านโพรโทคอลการสื่อสารทั้งแบบใช้สายและไร้สาย โดยสรรพสิ่งต่างๆ มีวิธีการระบุตัวตนได้ รับรู้บริบทของสภาพแวดล้อมได้ และมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบและทำงานร่วมกันได้ ความสามารถในการสื่อสารของสรรพสิ่งนี้จะนำไปสู่นวัตกรรมและบริการใหม่อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์ภายในบ้านตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้อยู่อาศัย และส่งสัญญาณไปสั่งเปิด/ปิดสวิตซ์ไฟตามห้องต่างๆ ที่มีคนหรือไม่มีคนอยู่ อุปกรณ์วัดสัญญาณชีพของผู้ป่วย/ผู้สูงอายุและส่งข้อมูลไปยังบุคลากรทางการแพทย์ หรือส่งข้อความเรียกหน่วยกู้ชีพหรือรถฉุกเฉิน เป็นต้น

นอกจากนี้ IoT จะเปลี่ยนรูปแบบและกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมไปสู่ยุคใหม่ หรือที่เรียกว่า Industry 4.0 ที่จะอาศัยการเชื่อมต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องจักร มนุษย์ และข้อมูล เพื่อเพิ่มอำนาจในการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำสูง โดยที่ข้อมูลทั้งหลายที่เก็บจากเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจวัดตัวอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมจะถูกนำมาวิเคราะห์ ให้ได้ผลลัพธ์เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างทันที นอกจากการข้ามขีดจำกัดเรื่องเวลาแล้ว ระบบควบคุมหรือระบบวิเคราะห์ข้อมูล อาจไม่ได้อยู่ในที่เดียวกันกับเครื่องจักร แต่สามารถควบคุมสั่งการได้โดยไร้ขีดจำกัดเรื่องสถานที่

เทคโนโลยีที่ทำให้ IoT เกิดขึ้นได้จริงและสร้างผลกระทบในวงกว้างได้ แบ่งออกเป็นสามกลุ่มได้แก่ 1) เทคโนโลยีที่ช่วยให้สรรพสิ่งรับรู้ข้อมูลในบริบทที่เกี่ยวข้อง เช่น เซ็นเซอร์ 2) เทคโนโลยีที่ช่วยให้สรรพสิ่่งมีความสามารถในการสื่อสาร เช่น ระบบสมองกลฝังตัว รวมถึงการสื่อสารแบบไร้สายที่ใช้พลังงานต่ำ อาทิ Zigbee, 6LowPAN, Low-power Bluetooth และ 3) เทคโนโลยีที่ช่วยให้สรรพสิ่งประมวลผลข้อมูลในบริบทของตน เช่น เทคโนโลยีการประมวลผลแบบคลาวด์ และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data Analytics

NETPIE

ในด้านสถานะการพัฒนา เทคโนโลยีในกลุ่มเซ็นเซอร์ในปัจจุบันมีความแม่นยำสูง และราคาถูกมาก ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเซ็นเซอร์คุณภาพสูงสำหรับงานด้านการเกษตร และอุตสาหกรรม ส่วนเทคโนโลยีระบบสมองกลฝังตัวก็มีความสามารถสูงขึ้นในราคาที่ถูกลง แผงวงจรไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็กที่มีความสามารถสูงเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมีราคาตั้งแต่สามร้อยบาท อีกทั้งมีฮาร์ดแวร์แบบโอเพ่นซอร์สมากขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตอุปกรณ์ IoTต่ำลงมาก นักพัฒนาชาวไทยสามารถนำฮาร์ดแวร์เปิดเหล่านี้ไปดัดแปลงและขายเป็นบอร์ดเฉพาะทาง หรือสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเทคโนโลยีการประมวลผลแบบคลาวด์ และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ในต่างประเทศผ่านจุดของการวิจัยมาสู่บริการเชิงพาณิชย์แล้ว ในประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) มีบริการคลาวด์แพลตฟอร์ม NETPIE สำหรับให้บริการเชื่อมต่อสื่อสารในรูปแบบ IoT

ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้พัฒนาชาวไทยและประเทศไทยที่จะเข้ามามีบทบาท ไม่ใช่ในฐานะผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังสามารถมีส่วนกำหนดทิศทาง สร้างนวัตกรรม บริการ ผลิตภัณฑ์หรือมาตรฐานใหม่ เพื่อก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำด้าน IoT ของโลกได้ [1]

NETPIE (Network Platform for Internet of Everything)

NETPIE

“NETPIE แพลตฟอร์ม IoT เพื่อนักพัฒนาและอุตสาหกรรมไทย” ตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มทางเลือกแรกของนักพัฒนาไทยที่เชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ หรือ The Internet of Things (IoT) ระยะแรกเน้นการสนับสนุนนักพัฒนาและอุตสาหกรรมขนาดย่อม(SMEs) เพื่อสร้างขีดความสามารถและความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมไทยขนาดใหญ่ของไทย

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์ประเทศไทย พ.ศ. 2558-2563 มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยได้กำหนดเป้าหมายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งเนคเทคมองว่าเศรษฐกิจนวัตกรรม (innovation economy) จะเป็นกลไกสำคัญของประเทศที่เป็นพื้นฐานให้กลไกอื่นในทุกภาคส่วนสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ ประเทศไทยต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภายในประเทศให้มากขึ้น และพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากต่างประเทศอย่างชาญฉลาด โดยการสร้างกลไกการสนับสนุนและจูงใจให้ภาคเอกชนไทยเป็นผู้นำในการพัฒนางานวิจัย การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ด้วยการนำเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์ผสานพลังเข้ากับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เป็นทางเชื่อมต่อให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมในยุคหน้า ผ่านนวัตกรรมดิจิทัล (digital innovation) สำหรับรองรับอุตสาหกรรมเชิงอนาคตต่อไป ซึ่งการเปิดตัว NETPIE แพลตฟอร์ม IoT เพื่อนักพัฒนาและอุตสาหกรรมไทยในวันที่ 16 กันยายน 2558 นี้ เนคเทคมีกลุ่มเป้าหมายในระยะแรกคือนักพัฒนา เมคเกอร์ หรือผู้ประกอบการ SME ให้เข้ามาร่วมใช้ NETPIE แพลตฟอร์ม IoT ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การเกิดธุรกิจ บริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ส่วนเป้าหมายในระยะยาวคือนักพัฒนาและผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการนำ IoT ไปประยุกต์ใช้และสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ทั้งนี้เนคเทคตั้งเป้าที่จะส่งเสริมให้เกิดอุปกรณ์ IoT ที่พัฒนาโดยคนไทยอย่างน้อย 1 ล้านอุปกรณ์ภายใน 3 ปี เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไปในอนาคต เพราะ IoT คือปัจจุบันและอนาคตของโลก และทุกคนซึ่งหมายรวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้งหลายกำลังแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในเชิงธุรกิจในด้าน IoT NETPIE ซึ่งเป็นผลงานวิจัยและพัฒนาของเนคเทค จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการส่งเสริมให้ธุรกิจ/อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของไทย เจริญเติบโตรองรับ Innovation Economy สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

NETPIE
NETPIE

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย เนคเทค หัวหน้าทีมพัฒนา NETPIE ได้อธิบายว่า NETPIE (Network Platform for Internet of Everything) คือ cloud platform ที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยให้เกิดการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์หรือ things ในเครือข่าย IoT โดยมีประโยชน์ต่อนักพัฒนาและอุตสาหกรรมไทย อาทิ NETPIE ช่วยให้อุปกรณ์สามารถคุยกันได้โดยผู้พัฒนาไม่ต้องกังวลว่า อุปกรณ์นั้นจะอยู่ที่ใด ทั้งในแง่ physical และ logical เพียงนำ NETPIE library ไปติดตั้งในอุปกรณ์ NETPIE จะรับหน้าที่ดูแลการเชื่อมต่อให้ทั้งหมด ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะอยู่ในเครือข่ายชนิดใด ลักษณะใด หรือแม้กระทั่งเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่ใด ผู้พัฒนาสามารถตัดปัญหากวนใจในการที่จะต้องมาออกแบบการเข้าถึงอุปกรณ์จากระยะไกล (remote access) ด้วยวิธีแบบเดิมๆ เช่น การใช้ fixed public IP หรือการตั้ง port forwarding ในเราท์เตอร์ หรือการต้องไปลงทะเบียนกับผู้ให้บริการ dynamic DNS ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความยุ่งยากและลดความยืดหยุ่นของระบบ ไม่เพียงเท่านั้น NETPIE ยังช่วยให้การเริ่มต้นใช้งานเป็นไปโดยง่ายโดยการออกแบบให้อุปกรณ์ถูกค้นพบและเข้าสู่บริการโดยอัตโนมัติ (automatic discovery, plug and play) NETPIE ถูกออกแบบให้มี authorization/access control ในระดับ fine grain กล่าวคือผู้พัฒนาสามารถออกแบบได้เองทั้งหมด เช่น สิ่งใดมีสิทธิคุยกับสิ่งใด สิ่งใดมีสิทธิหรือไม่-เพียงใดในการอ่านหรือเขียนข้อมูล และสิทธิเหล่านี้จะมีอายุเท่าใดหรือถูกเพิกถอนภายใต้เงื่อนไขใด เป็นต้น NETPIE มีสถาปัตยกรรมเป็น cloud อย่างแท้จริงในทุกๆ ระดับของระบบ ทำให้เกิดความยืดหยุ่น และคล่องตัวสูงในการขยายตัว นอกจากนี้ โมดูลต่างๆ ยังถูกออกแบบให้ทำงานแยกจากกันเพื่อให้เกิดสภาวะ loose coupling และสื่อสารกันด้วยวิธีการ asynchronous messaging ช่วยให้แพลตฟอร์มมี reliability สูง สามารถนำไปใช้ซ้ำ และพัฒนาต่อเติมได้ง่าย ดังนั้นผู้พัฒนาไม่จำเป็นต้องกังวลกับการขยายตัวเพื่อรับโหลดที่เพิ่มขึ้นในระบบอีกต่อไป นอกจากนี้ทางเนคเทคจะเปิด NETPIE library ในรูปแบบ open-source ให้นักพัฒนาสามารถนำไปปรับปรุงต่อให้ตรงกับความต้องการใช้งานโดยเปิดโอกาสให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยเนคเทคหวังที่จะให้เกิด community ที่จะมาร่วมกันพัฒนาต่อยอดสร้างความเข้มแข็งให้กับวงการ IoT ของไทย

NETPIE
 

 

การเสวนาเรื่อง “สร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการเชื่อมต่อของทุกสิ่งบนเทคโนโลยีกลุ่มเมฆ” วันที่ 16​ กันยายน 2558
เวลา 10.30 – 11.15 น. ผู้ร่วมเสวนา 1. นพ.ภาณุทัต เตชะเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Maker Asia จำกัด 2. คุณอัศนีย์ วิภาตเวทย์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 3. คุณนิกร ชยากรคงวุฒิ บริษัท ไลท์แอนด์ซันคอนเซปต์ จำกัด 4. ดร. พนิตา พงษ์ไพบูลย์ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดำเนินรายการโดย คุณศรีสุดา วินิจสุวรรณ

เวลา 11.15 – 12.00 น. บรรยายและสาธิตการใช้งาน NETPIE: Cloud Platform เพื่ออำนวย ความสะดวกในการพัฒนาระบบ Internet of Things โดย ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ และ ชาวีร์ อิสริยภัทร์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ท่านสามารถใช้งานและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Website: https://netpie.io

NETPIE แพลตฟอร์ม IoT เพื่อนักพัฒนาและอุตสาหกรรมไทย เปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 16 กันยายน 2558

อ้างอิงข้อมูลจาก

  1. https://www.businessinsider.com/internet-of-everything-2015-bi-2014-12?op=1
  2. MarketsandMarkets, Internet of Things Market & Machine-To-Machine Communication Market – Advanced Technologies, Future Cities & Adoption Trends, Roadmaps & Worldwide Forecasts (2012 – 2017), September 2012.
  3. Dave Evans, The Internet of Things: How the Next Evolution of the Internet Is Changing Everything, Cisco Internet Business Solution Group White Paper, April 2011.
  4. John Gantz, The Embedded Internet: Methodology and Findings, IDC, January 2009.
  5. Joseph Bradley, Joel Barbier, Doug Handler, Embracing the Internet of Everything to Capture Your Share of $14.4 Trillion, Cisco White Paper, 2013.
  6. ericsson.com More than 50 Billions Connected Devices, Ericsson White Paper, February 2011.
]]>