Talk Session

Smart Enough City: เมืองที่ ‘พอดี’ คือเมืองที่ดีที่สุด

3 กันยายน 2569

17.00 – 17.40 น.

ห้องนอร์ธ ฮอลล์

วิทยากร

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

สรุปสาระจากหัวข้อสัมมนา

คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำเสนอแนวคิด “Smart Enough City” ที่มองว่าเมืองไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่ต้องเลือกเทคโนโลยีที่ “พอดี” และตอบโจทย์ชีวิตของคนจริง ๆ

“เราอยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สร้างโอกาสและความหวังสำหรับทุกคน”

โดยการพัฒนาเมืองต้องเดินควบคู่กันสองด้าน คือ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพของเมือง

หัวใจของ Smart Enough City จึงอยู่ที่การเลือกเทคโนโลยีซึ่งมีทั้ง Desirable, Viable และ Feasible เพราะเทคโนโลยีที่ล้ำมาก แต่ประชาชนใช้ไม่ได้ หรือไม่มีรูปแบบการดำเนินงานที่ยั่งยืน ก็ไม่สามารถตอบโจทย์เมืองได้จริง

ตัวอย่างสำคัญคือการใช้ Data เพื่อการตัดสินใจ จากเดิมที่ กทม. มีข้อมูลจุดเสี่ยงน้ำท่วมเพียง 12 จุด เมื่อผสานข้อมูลจากประชาชนผ่าน Traffy Fondue กลับพบจุดเสี่ยงถึง 737 จุด ทำให้สามารถวางโครงการแก้ปัญหาและติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ได้ตรงจุดมากขึ้น

ด้านจราจร กทม. นำระบบ Adaptive Traffic Signal มาใช้ โดยอาศัยข้อมูลจากกล้องและความยาวของแถวรถ เพื่อปรับสัญญาณไฟให้สอดคล้องกับสภาพจราจรจริง แทนการกำหนดเวลาแบบตายตัว

อีกหัวใจสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะ “เทคโนโลยีจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ถ้าขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน” ทั้งประชาชน นักวิชาการ ประชาสังคม และภาคเอกชนต้องร่วมกันพัฒนาเมือง

Traffy Fondue เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีที่ “ง่าย” ประชาชนไม่ต้องโหลดแอปใหม่ เพียงถ่ายภาพ ปักหมุด และแจ้งปัญหาผ่านช่องทางที่คุ้นเคย โดยข้อมูลร้องเรียนยังถูกนำไปใช้ประเมินและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงาน กทม.

กทม. ยังเปิดข้อมูลและงบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบ พร้อมทดลอง Participatory Budgeting ให้ชุมชนมีส่วนตัดสินใจใช้งบประมาณตามความต้องการจริง ตั้งแต่ติดโซลาร์เซลล์ กล้อง CCTV ถังดับเพลิง ไปจนถึงปรับปรุงถนนและพื้นที่ส่วนกลาง

อีกตัวอย่างคือแพลตฟอร์มจองพื้นที่สาธารณะ ที่นำเทคโนโลยีมาลดขั้นตอนราชการ จากเดิมการขอใช้พื้นที่อาจมีถึง 14 ขั้นตอน ใช้เวลาราว 3 เดือน เหลือเพียง 4 ขั้นตอน และประมาณ 14 วัน ช่วยเปิดพื้นที่เมืองให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ได้ง่ายขึ้น

ท้ายที่สุด คุณศานนท์เสนอแนวคิด Reverse Pitching ให้ กทม. เป็นฝ่ายนำ “Pain Point” ของเมือง ทั้งปัญหาสุขภาพ จราจร และระบบสวัสดิการ ไปให้นักวิจัยและนักพัฒนาเทคโนโลยีช่วยคิดนวัตกรรมแก้โจทย์จริง

เพราะเป้าหมายของ Smart City ไม่ใช่การมีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่คือการเลือกใช้เทคโนโลยี เท่าที่ จำเป็น ใช้งานได้จริง และสร้างเมืองที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน