Talk Session

State of AI สัญชาติไทย: ทิศทาง AI ของประเทศไทย

3 กันยายน 2569

11.00 – 11.30 น.

ห้องประชุม 1

วิทยากร

คุณปฏิภาณ ประเสริฐสม

(รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สรุปสาระสำคัญ

AI Sovereignty: เมื่อประเทศไทยต้องสร้าง “อธิปไตยทาง AI” ของตัวเอง

ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่แผน AI ระยะต่อไป โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “AI Sovereignty” หรืออธิปไตยทาง AI ซึ่งไม่ได้หมายถึงการมี AI Model ของประเทศตัวเองเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน Data Center, GPU, ข้อมูล, โมเดล ไปจนถึงการนำ AI ไปใช้งานจริงและการกำกับดูแล

คุณปฏิภาณ ประเสริฐสม ชี้ว่า “เวลาเราพูดถึง AI Sovereignty จริง ๆ มันมีทั้ง Stack” เพราะหากประเทศหรือองค์กรพึ่งพาโมเดลจากภายนอกเพียงอย่างเดียว เมื่อโมเดลถูกปิด เปลี่ยนเวอร์ชัน หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ย่อมส่งผลโดยตรงต่อบริการและแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่ออยู่

อีกหัวใจสำคัญคือ Data Sovereignty เพราะแม้ประเทศไทยอาจแข่งขันกับผู้พัฒนาโมเดลรายใหญ่ระดับโลกได้ยาก แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้คือ “ข้อมูล” โดยเฉพาะข้อมูลภาษาไทยและบริบทของคนไทย ซึ่งสามารถนำมาปรับแต่ง AI ให้ตอบโจทย์การใช้งานในประเทศได้ดียิ่งขึ้น

หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือ ThaiLLM ที่ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงโมเดลภาษาไทย แต่ต้องการสร้าง “ทรัพยากร” ทั้ง Code, Benchmark และชุดข้อมูล เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาไทยนำไปต่อยอดได้

“เราไม่ได้ทำตัวโมเดล เราอยากจะทำทุกอย่างให้เป็นทรัพยากร ให้พัฒนา AI ได้ง่ายขึ้น”

เหตุผลสำคัญคือข้อมูลภาษาไทยบนอินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษ แม้ AI ปัจจุบันจะ “พูดภาษาไทยได้เก่ง” แต่คำตอบอาจยังไม่ได้สะท้อนบริบทและลักษณะของคนไทยอย่างแท้จริง

สำหรับแผน AI ชาติระยะต่อไป โจทย์ใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการ “สร้าง AI” แต่คือการผลักดัน AI Adoption ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งในภาคธุรกิจ SME และอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การผลิต สุขภาพ ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การเงิน เกษตร และความมั่นคง

พร้อมกันนั้น ประเทศไทยยังต้องเสริม Infrastructure, Data Center, Supercomputer, Benchmark, Standard และ Human Capital เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้จริง

ท้ายที่สุด เป้าหมายของแผน AI ไทยจึงไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันเพื่อสร้างโมเดลที่ใหญ่ที่สุด แต่คือ การสร้างความสามารถในการควบคุม พัฒนา และใช้ประโยชน์จาก AI บนบริบทของประเทศไทยเอง พร้อมผลักดันผู้ประกอบการจากการเริ่มใช้ AI ไปสู่การลงทุน และต่อยอดสู่ตลาดข้ามพรมแดนในภูมิภาค