Talk Session

Thailand AI Readiness Assessment 2026

3 กันยายน 2569

17.30 - 18.00 น.

ห้องประชุม 1

สาระจากหัวข้อสัมมนา

ความพร้อมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขององค์กรในประเทศไทย ปี 2569:  จากการตื่นตัวสู่การใช้งานจริง ช่องว่างที่ยังต้องเติมเต็ม 

Thailand AI Readiness Assessment 2026: From Awareness to Adoption, the Gaps That Remain 

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความพร้อมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขององค์กรในประเทศไทย ปี 2569 ต่อยอดจากโครงการสำรวจปี 2566 – 2567 เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 574 องค์กรใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ตามแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย โดยวัดความพร้อมด้วยกรอบ 5 ด้าน (Pillars) 13 มิติ (Dimensions) 32 คำถาม ได้แก่ ด้านยุทธศาสตร์และความสามารถองค์กร ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร เทคโนโลยี และธรรมาภิบาล จัดระดับความพร้อมเป็น ระดับ ได้แก่ Unaware, Aware, Ready และ Competent พร้อมทั้งมีคำถามเพิ่มเติมอีก 11 ข้อนอกกรอบ 5 ด้านดังกล่าว อาทิ ข้อมูลพื้นฐานของการประกอบกิจการ สถานะการนำ AI ไปประยุกต์ใช้งาน (ครอบคลุมทั้ง Generative AI หรือ GAI และ Agentic AI หรือ AAI) ปัญหาอุปสรรคและผลลัพธ์จากการนำ AI ไปใช้ ตลอดจนข้อเสนอแนะด้านมาตรการและสิ่งจูงใจที่ต้องการจากภาครัฐ เป็นต้น 

ผลการศึกษา พบว่า สัดส่วนองค์กรที่ใช้ AI แล้วเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าในรอบ 2 ปี จาก 17.8% (2567) เป็น 53.7% (2569) สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ไปสู่การใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ดัชนีความพร้อมเฉลี่ยกลับลดลงจาก 55.1% เหลือ 40.0% ซึ่งยังอยู่ในระดับ Aware เนื่องจากฐานผู้ใช้ใหม่ยังขาดรากฐานด้านเทคโนโลยี (32.2%) และธรรมาภิบาล (28.9%) ซึ่งเป็นสองมิติที่อ่อนแอที่สุด โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ การแพทย์และสุขภาวะ (53.1%) การใช้งานและบริการภาครัฐ (50.8%) และการศึกษา (47.1%) ซึ่งยังไม่มีกลุ่มใดถึงระดับ Ready ในขณะที่ภาคการเงินโดยรวม อยู่ที่ 31.3% (ระดับ Unaware) แต่เมื่อแยกวิเคราะห์เฉพาะธนาคาร กลับพบว่าเป็นกลุ่มเดียวที่มีความพร้อมถึงระดับ Ready (70.7%) และมีคะแนนธรรมาภิบาลสูงถึง 81.2% สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นทั้งระหว่างอุตสาหกรรมและภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน 

ประเด็นสำคัญที่พบ คือ (1) ผู้บริหาร 89.3% ตื่นตัวกับ AI แต่มีเพียง 23.4% ที่ลงทุนงบประมาณจริง (2) องค์กรมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม (64.0%) แต่คุณภาพข้อมูลยังต่ำ (40.8%) และ 51.6% ยังไม่มี AI Architecture (3) 73.4% ยังไม่นำหลัก AI Ethics มาใช้ และ (4) มีเพียง 13.6% ขององค์กรที่วัดผลแล้วเห็นผลบวกชัดเจน โดยพิสูจน์ได้ชัดในมิติการลดต้นทุนและเวลาทำงาน แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าช่วยเพิ่มรายได้ ทั้งนี้ภาคเอกชนระบุว่าต้องการ “ความชัดเจนด้านนโยบาย” มากกว่าเงินสนับสนุน โดยเฉพาะกรอบกำกับดูแล AI ระดับชาติ (38.6–51.4%) 

ผลการศึกษานำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ด้าน ที่รัฐควรเร่งดำเนินการ ได้แก่ (1) National AI Governance Pack (มาตรฐานและคู่มือกำกับดูแล) (2) Sectoral AI Readiness Clinics (คลินิก AI รายอุตสาหกรรมกลุ่มความพร้อมต่ำ) และ (3) AI Value Enabler (ได้แก่ Sandbox, Cloud credits และ Talent Accelerator) เพื่อผลักดันประเทศไทยจากระยะ “AI Awareness” สู่การเป็น “AI-Ready Economy” ที่ใช้งาน AI อย่างเกิดมูลค่า วัดผลได้ ปลอดภัย และมีธรรมาภิบาลรองรับ 

ที่มา: รายงานการประเมินความพร้อมการประยุกต์ใช้ AI ขององค์กรในประเทศไทย ปี 2569 | NECTEC / สวทช. 

วิทยากร

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย

ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช.