กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Thu, 11 Jun 2026 07:26:30 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 Agrivoltaics แชร์พื้นที่ แชร์พลังงาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-hardware-electronics/agrivoltaics.html Thu, 11 Jun 2026 07:26:30 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=43362

วิจัยและพัฒนาโดย กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) 

ในยุคที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวนและค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “Agrivoltaics” (อะกริโวลทาอิกส์) หรือ “Solar Sharing” คือหนึ่งในโซลูชันการทำเกษตรแบบยั่งยืน ด้วยแนวคิดการใช้พื้นที่เดียวกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการใช้พื้นที่ทำการเกษตรร่วมกับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยแผงฯ จะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ให้กับอุปกรณ์สมาร์ทฟาร์ม อุปกรณ์ต่างๆ (หรือขายไฟฟ้า) และปล่อยให้แสงส่วนที่เหลือลอดผ่านมายังพืชด้านล่างได้ ช่วยลดการระเหยของน้ำและสร้างอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเพาะปลูก โดยทั่วไปหากแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่การเกษตรแบบเดิม (Conventional PV) ด้านหลังจะใช้วัสดุทึบแสง ทำให้แสงผ่านไม่ได้เลย ทำให้พืชที่อยู่ด้านล่างแผงได้รับแสงไม่เพียวพอกับความต้องการ ดังนั้น ทีมวิจัยจึงพัฒนา “Colored PV” หรือแผงโซลาร์เซลล์สีแบบกึ่งโปร่งแสง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเพื่อจัดการแสงเงาใต้แผงโซลาร์เซลล์ให้ตอบโจทย์ภาคการเกษตรอย่างแท้จริง

เจาะลึก 3 คุณสมบัติเด่น

  • เลือกช่วงแสงที่พืชต้องการ ปกติพืชจะใช้แสงช่วง สีแดง และ สีน้ำเงิน ในการสังเคราะห์แสงเป็นหลัก เทคโนโลยี Colored PV จะยอมให้แสงในช่วงสีที่จำเป็นลอดผ่านลงไปได้สูงถึง 75% (ในขณะที่แผงทั่วไปแสงผ่านแทบไม่ได้เลย) โดยที่ตัวเซลล์แสงอาทิตย์ในแผงเซลล์ ยังคงดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้ไม่ต่างจากเซลล์แสงอาทิตย์ในแผงฯ ทั่วไป
  • ลดอุณหภูมิ เพิ่มผลผลิต ช่วยลดอุณหภูมิเฉลี่ยใต้แผงลงได้ประมาณ 2 °C เมื่อเทียบกับอุณหภูมิอากาศ โดยอุณหภูมิใต้แผงจะอยู่ที่ประมาณ 30 °C (เทียบกับอุณหภูมิอากาศ 32 °C) และยังยอมให้แสงส่องผ่านได้ ซึ่งช่วยลดความเครียดของพืชที่เกิดจากการโดนแสงแดดโดยตรง ลดการระเหยของน้ำในดิน เป็นการช่วยรักษาความชื้นในดินได้ยาวนานขึ้น
  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ตัวแผงถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ โครงสร้างจึงไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป มีความยืดหยุ่นสูงและสะดวกต่อการติดตั้งในพื้นที่แปลงเกษตรกรรม

ประโยชน์ของระบบ Agrivoltaics แนวคิดในการทำ Solar Sharing

การติดตั้งระบบ Agrivoltaics หรือการทำเกษตรควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ มีข้อเสียและต้นทุนที่สำคัญในด้านเงินลงทุนเริ่มต้นสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ต้องใช้การลงทุนที่สูงกว่า มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของแผงโซลาร์สีที่มีนวัตกรรมเฉพาะทางและโครงสร้างระบบ แต่การลงทุนที่สูงนี้จะถูกชดเชยด้วยความคุ้มค่าในระยะยาว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่อย่างสูงสุด ลดความเสียหายของรายได้จากผลผลิตเกษตรเนื่องจากภัยธรรมชาติ ช่วยลดการระเหยของน้ำใต้แผง และลดความเครียดของพืชจากความร้อนสะสม สร้างรายได้แบบ 2 ทางพร้อมกัน ทั้งจากผลผลิตทางการเกษตรและการประหยัด/ขายไฟฟ้า

ปัจจุบัน นวัตกรรมได้รับการันตีคุณภาพด้วยการคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญา โดยเป็นงานที่ออกแบบและผลิตขึ้นในประเทศไทยจนได้รับใบรับรอง MiT (Made in Thailand) รวมถึงผ่านการรับรองตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อยืนยันถึงคุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้งานจริงในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่รายการบัญชีนวัตกรรมไทย ยิ่งไปกว่านั้น ได้มีการติดตั้ง ใช้งานจริงในพื้นที่ต้นแบบทางการเกษตร เช่น ระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกับพื้นที่การเกษตรที่จังหวัดอุบลราชธานี และที่จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของพืชใต้แผงโซลาร์สีได้อย่างดี

Agrivoltaics จึงไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นที่การเกษตร แต่เป็นการบูรณาการภาคเกษตรและพลังงานสะอาดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว หากประเทศไทยสามารถสร้างระบบนิเวศและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนานี้ได้ Agrivoltaics จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้เกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และมุ่งสู่เป้าหมายเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน 

“หากคุณพร้อมจะเปลี่ยนพื้นที่เกษตรให้เป็นแหล่งพลังงานอัจฉริยะ”

ติดต่อได้ที่

กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) 
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
โทร. 02-564-6900

]]>
ทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ (TRT) https://www.nectec.or.th/research/research-unit/ssdrg-trt.html Tue, 06 May 2025 01:20:32 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=18970 Read more]]>

ภาพรวมเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์

คลื่นเทระเฮิรตซ์ (Terahertz Waves) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างคลื่นไมโครเวฟ (Microwave) และอินฟราเรด (Infrared) มีความยาวคลื่นตั้งแต่ 30 ไมโครเมตรถึง 3 มิลลิเมตร คลื่นเทระเฮิรตซ์กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการวิจัยเนื่องจากคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ กล่าวคือ คลื่นเทระเฮิรตซ์สามารถทะลุผ่านวัสดุที่ไม่ใช่โลหะได้หลายชนิด เช่น กระดาษ ผ้า ไม้ และพลาสติก คลื่นเทระเฮิรตซ์ไม่ทำให้โมเลกุลในร่างกายสิ่งมีชีวิตแตกตัวเป็นไอออน (Ionization) จึงปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต นอกจากนี้คลื่นเทระเฮิรตซ์สามารถตรวจจับสารชีวโมเลกุลที่สำคัญได้ เช่น กรดอะมิโน ยาปฏิชีวนะ และสารตั้งต้นของวัตถุระเบิด ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์จึงมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้งานในหลายด้าน เช่น การทดสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing; NDT) และการควบคุมคุณภาพ (Quality Control; QC) ในงานด้านเกษตรและอุตสาหกรรม การรักษาความปลอดภัย (Security) การสื่อสาร (Communication) และการแพทย์ (Medicine) 

เพื่อเป็นการสนับสนุนการวิจัยด้านเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ในประเทศไทย ทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ (Terahertz Research Team; TRT) จึงก่อตั้งขึ้นโดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ขั้นแนวหน้า และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยทีมวิจัยได้มีความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ 

Terahertz

ย่านความถี่เทระเฮิรตซ์ เมื่อเปรียบเทียบกับย่านความถี่อื่นๆ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : “เทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์” กับการประยุกต์ใช้งานในประเทศไทย

วิสัยทัศน์

เป็นทีมวิจัยที่พัฒนาเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ผ่านการวิจัยขั้นแนวหน้าและการพัฒนาเชิงประยุกต์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงในระดับประเทศและภูมิภาค 

พันธกิจ

  • วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ที่เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร อุตสาหกรรม สังคม และความมั่นคงของประเทศ 
  • พัฒนาเทคโนโลยีและบริการต่าง ที่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายในโลกจริง และสร้างประโยชน์ต่อการเกษตร อุตสาหกรรม สังคม และความมั่นคงของประเทศ 
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อนำเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศไทย 

เทคโนโลยีหลัก / โจทย์วิจัย

1. การพัฒนาอุปกรณ์สำหรับเทคนิคสเปกโทรสโกปีในคลื่นย่านเทระเฮิรตซ์ 

ทีมวิจัยของเรามุ่งเน้นการออกแบบ การผลิต และการทดสอบอุปกรณ์สำหรับเทคนิคสเปกโทรสโกปีในคลื่นย่านเทระเฮิรตซ์ ซึ่งรวมถึงเสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสง (Photoconductive Antenna; PCA) รวมถึงแผ่นขยายสัญญาณ Metasurface และเกรตติ้งตรวจวัดคลื่นผิวพลาสมอน (Surface Plasmon Resonance Grating; SPR Grating) นอกจากนี้ทีมวิจัยได้ใช้ซอฟต์แวร์จำลองเชิงพาณิชย์เพื่อให้ได้การออกแบบที่เหมาะสมที่สุด และทำการผลิตอุปกรณ์ขนาดเล็กเหล่านี้ในระดับไมครอน สามารถดำเนินการได้โดยใช้อุปกรณ์ภายในกลุ่มวิจัย เช่น Photomask Aligner, Reactive Ion Etcher, RF Magnetron Sputtering System เป็นต้น 

1.1 เสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสง (Photoconductive Antenna, PCA) 
เสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสง (Photoconductive Antenna, PCA) เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่มีความสำคัญในอุปกรณ์วิเคราะห์สเปกตรัมสัญญาณเทระเฮิรตซ์ ดังแสดงในรูปที่ 2 เสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสงสามารถเป็นได้ทั้งตัวส่งและตัวรับ และมีองค์ประกอบหลักเป็นสารกึ่งตัวนำและขั้วทำจากทอง เมื่อเสาอากาศถูกกระตุ้นด้วยแสงเลเซอร์ จะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในระยะเวลาสั้นๆ (10-12 วินาที) ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นในย่านความถี่เทระเฮิรตซ์ โดยเสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสงถูกนำไปประยุกต์ใช้ในเครื่องวิเคราะห์สเปกตรัมสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบโดเมนเวลา (THz Time-Domain Spectroscopy; THz-TDS) ดังแสดงในรูปที่ 2 ที่ถูกนำมาใช้ในเทคนิคสเปกโทรสโกปีย่านเทระเฮิรตซ์ (ดูหัวข้อ 4.3.3) เพื่อตรวจวัดสเปกตรัมของสารหรือวัสดุที่สนใจ ซึ่งสเปกตรัมที่วัดได้จะมีรูปร่างแตกต่างกันตามชนิดและปริมาณของสารหรือวัสดุเหล่านั้น

องค์ประกอบและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับเทคนิคสเปกโทรสโกปีในคลื่นย่านเทระเฮิรตซ์

ทีมวิจัยได้ทำการหารูปร่างและโครงสร้างของเสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกับยกระดับการผลิตเพื่อรองรับยอดการสั่งผลิตในระดับพาณิชย์ (Mass Production) ด้วยการเสนอเทคนิคการผลิตเสาอากาศ TeraAnt Chips ซึ่งเป็นเสาอากาศแบบตัวนำเชิงแสงที่ผลิตโดยใช้กระบวนการ Electron-Beam Irradiation ที่มีจุดเด่นในเรื่องของต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก แต่ยังให้ระดับสัญญาณเทระเฮิรตซ์ในระดับที่เทียบเท่ากับเทคนิคในปัจจุบันที่อาศัยการพัฒนาแบบการปลูกแกลเลียมอาร์เซไนด์ที่อุณหภูมิต่ำ (Low-Temperature Grown Gallium Arsenide; LT-GaAs)

1.2 อุปกรณ์ขยายสัญญาณสำหรับเทคนิคสเปกโทรสโกปี
เพื่อเพิ่มความไวและความจำเพาะของการตรวจวัด อาจมีการประยุกต์ใช้แผ่นเมตาเซอร์เฟส (Metasurface) ร่วมกับเทคนิค THz-TDS ดังแสดงในรูปที่ 2 โดยใช้โครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เช่น วงแหวนแยก (Split Ring Resonator; SRR) เกรตติ้งตรวจวัดคลื่นผิวพลาสมอน (Surface Plasmon Resonance Grating; SPR Grating) โครงสร้างเหล่านี้ถูกออกแบบให้มีความถี่เรโซแนนซ์ (Resonance Frequency) เฉพาะในย่านเทระเฮิรตซ์ ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของความถี่เรโซแนนซ์หรือแอมพลิจูดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมรอบโครงสร้าง

การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสัมพันธ์กับคุณสมบัติของตัวอย่าง เช่น ชนิดของโมเลกุล หรือความเข้มข้นของสาร โดยเฉพาะในสารชีวโมเลกุลบางชนิด เช่น น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (Monosaccharides) โปรตีน DNA ดังนั้น โครงสร้างเมตาเซอร์เฟสดังกล่าวจึงสามารถประยุกต์ใช้เป็น เซนเซอร์ชีวภาพ (Biosensor) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือในอีกกรณีหนึ่ง ยังสามารถใช้เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสารที่ผิว โดยวัดการเปลี่ยนแปลงของดัชนีหักเห (Refractive Index) ของสารที่สัมผัสกับพื้นผิวของเมตาเซอร์เฟส

1.3 แผ่นขยายสัญญาณสำหรับเทคโนโลยีโทรคมนาคม
แผ่นขยายสัญญาณนี้ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ Metasurfaces โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะทำหน้าที่คล้ายกับอุปกรณ์ทวนสัญญาณ เพื่อเพิ่มกำลังและรวมสัญญาณให้ตกกระทบไปยังพื้นที่ที่ต้องการใช้งานหรือในบริเวณอับสัญญาณได้ ดังแสดงในรูปที่ 3 ขณะนี้แผ่นขยายสัญญาณที่พัฒนาขึ้นสามารถรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G โดยอุปกรณ์ดังกล่าวถูกทดสอบภายใต้ความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และผลการทดสอบพบว่า สามารถขยายสัญญาณให้สูงขึ้นกว่าเดิมได้ถึง 32 เท่าที่ความถี่ 26 GHz แนวคิดในการพัฒนาแผ่นขยายสัญญาณดังกล่าวสามารถต่อยอดเพื่อรองรับการสื่อสารในรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งาน หรือการสื่อสาร 6G ในอนาคตอันใกล้นี้ได้ นอกจากนี้แผ่นขยายสัญญาณที่พัฒนาขึ้นมีต้นทุนการผลิตและการติดตั้งที่ต่ำกว่าอุปกรณ์ทวนสัญญาณที่มีอยู่ในท้องตลาด มีน้ำหนักเบา และสามารถทำงานได้โดยไม่อาศัยพลังงานไฟฟ้า

การพัฒนาและการประยุกต์ใช้แผ่นขยายสัญญาณสำหรับเทคโนโลยีโทรคมนาคม

2. การพัฒนาอุปกรณ์ส่งและรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์

2.1 รับสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบแถว (Terahertz Array Detector)

Microbolometer-based Metamaterials THz Detector

(ซ้าย) โครงสร้าง และ (ขวา) ภาพถ่ายของตัวรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบแถว

“ตัวรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบแถว” ทำหน้าที่ในการรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์จากแหล่งกำเนิดสัญญาณชนิดต่างๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีการดูดซับสัญญาณเทระเฮิรตซ์ในชั้นอภิวัสดุ (Metamaterial) และการเปลี่ยนความร้อนที่ดูดซับเป็นสัญญาณไฟฟ้าผ่านเทคโนโลยี CMOS Microbolometer สำหรับตัวดูดซับสัญญาณที่พัฒนาขึ้นนั้น มีช่วงการตอบสนองต่อความถี่ที่ 0.5–2.0 THz และมีจำนวนทั้งหมด 10 × 10 พิกเซล การผลิตตัวรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบแถวนี้ สามารถใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีของศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Microelectronics Center; TMEC) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยในประเทศไทย และตัวรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์ที่ผลิตขึ้นมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้กับการถ่ายภาพเทระเฮิรตซ์ (THz Imaging) เพื่อใช้ในการทดสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing; NDT) และการควบคุมคุณภาพ (Quality Control; QC)  (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อ 3.1 – 3.2)

2.2 ระบบกำเนิดสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบ Smith-Purcell Radiation (SPR)
ระบบกำเนิดสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบ Smith-Purcell Radiation (SPR) ดังแสดงในรูป ประกอบด้วยปืนอิเล็กตรอนกระแสตรง (DC Electron Gun) ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีขนาดกะทัดรัด สามารถสร้างลำอิเล็กตรอนพลังงาน 35 keV แบบต่อเนื่อง โดยลำอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ผ่านเกรตติงซิลิคอนเคลือบโลหะเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแผ่รังสีเทระเฮิรตซ์

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Terahertz Device : Smith-Purcell Radiation

Smith-Purcell THz FEL

(ซ้าย) องค์ประกอบ และ (ขวา) ภาพถ่ายของระบบกำเนิดสัญญาณเทระเฮิรตซ์
แบบ Smith-Purcell Radiation (SPR)

3. การพัฒนาเทคนิคการสร้างภาพและสเปกโทรสโกปีในคลื่นย่านเทระเฮิรตซ์

3.1 ระบบตรวจสอบคุณภาพแบบสายพานลำเลียง
ทีมวิจัยได้พัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพแบบสายพานลำเลียง เพื่อจำลองการตรวจวัดในสายการผลิต ดังแสดงในรูป

ภาพรวมและความสามารถของระบบตรวจสอบคุณภาพแบบสายพานลำเลียง

โดยระบบดังกล่าวจะมีสายพานที่ลำเลียงวัสดุให้ผ่านไปในบริเวณระหว่างตัวส่งและตัวรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์ เมื่อวัสดุถูกลำเลียงผ่านไปในบริเวณนั้น จะเกิดการบดบังสัญญาณที่แตกต่างกันตามคุณสมบัติของวัตถุ เช่น ชนิด ความหนา และความชื้นของวัสดุ ทำให้ค่าความเข้มสัญญาณเทระเฮิรตซ์ที่ตรวจวัดได้แตกต่างกันในแต่ละบริเวณของวัสดุ และเกิดเป็นภาพเทระเฮิรตซ์ขึ้นมา เนื่องจากสัญญาณเทระเฮิรตซ์สามารถทะลุผ่านวัสดุได้หลายชนิด และตอบสนองต่อความชื้น ระบบดังกล่าวจึงสามารถนำไปใช้ในการสร้างภาพของวัสดุซุกซ่อนภายใน หรือภาพการกระจายความชื้นภายในวัสดุ ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวรองรับการแสดงผลภาพสีจากกล้องถ่ายภาพ ทำให้สามารถแสดงผลได้ทั้งภาพภายนอกและภายในวัสดุ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Terahertz Imaging : สร้างภาพด้วยสัญญาณเทระเฮิรตซ์ ประยุกต์ใช้กับระบบสายพานลำเลียง

3.2 ระบบตรวจจับวัตถุซุกซ่อนภายในแบบ 3 มิติ
ระบบตรวจจับวัตถุซุกซ่อนภายในแบบ 3 มิติ  พัฒนาขึ้นจากหลักการสะท้อนของคลื่นเทระเฮิรตซ์ โดยคลื่นเทระเฮิรตซ์ที่สร้างจากตัวกำเนิดสัญญาณ จะสามารถทะลุผ่านสิ่งปกคลุมที่มีส่วนประกอบเป็นผ้า กระดาษ หรือพลาสติก และเข้าไปตกกระทบบนวัตถุที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใน หากวัตถุดังกล่าวมีส่วนประกอบของโลหะหรือเซรามิค ซึ่งมักจะพบในของมีคมหรือวัตถุอันตราย คลื่นเทระเฮิรตซ์ก็จะถูกสะท้อนออกมาจากวัตถุ เหล่านั้นออกมายังตัวรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์

ภาพรวมและความสามารถของระบบตรวจจับวัตถุซุกซ่อนภายในแบบ 3 มิติ

ทีมวิจัยได้นำหลักการนี้มาพัฒนาเป็นระบบตรวจจับวัตถุซุกซ่อนภายในแบบ 3 มิติ ที่ประกอบด้วยตัวส่งและรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์ กล้องถ่ายภาพ 3 มิติ และแท่นหมุนวัตถุเพื่อเก็บข้อมูลวัตถุโดยรอบ รวมทั้งทีมวิจัยได้พัฒนาซอฟต์แวร์ประมวลผลเพื่อนำข้อมูลสัญญาณสะท้อนจากวัตถุซุกซ่อนไปแสดงผลในตำแหน่งที่ถูกต้องบนภาพ 3 มิติของวัตถุได้ จากผลการทดสอบพบว่า ระบบสามารถตรวจจับวัตถุซุกซ่อนได้ดีบนวัตถุที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก แต่ไม่สามารถแสดงผลตำแหน่งของวัตถุซุกซ่อนได้ถูกต้องหากวัตถุมีรูปร่างแบบอื่นที่แตกต่างจากทรงกระบอกมากเกินไป ซึ่งในปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ในระหว่างการพัฒนาอัลกอริทึมที่แก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว

3.3 แพลตฟอร์มเทคโนโลยีสเปกโทรสโกปี

หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าสนใจของคลื่นเทระเฮิรตซ์ คือ ความสามารถในการตรวจวัดสารชีวโมเลกุลได้ โดยสารชีวโมเลกุลที่มีชนิดหรือปริมาณต่างกัน จะให้รูปแบบของสัญญาณสเปกตรัมในย่านความถี่เทระเฮิรตซ์ที่ต่างกัน ทีมวิจัยมีอุปกรณ์ที่สามารถเก็บสัญญาณสเปกตรัมได้ในย่านความถี่เทระเฮิรตซ์ ทั้งในแบบโดเมนเวลาและโดเมนความถี่ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีความสามารถในวัดสเปกตรัมของสารชีวโมเลกุลพื้นฐานได้หลายชนิด โดยเฉพาะสารพื้นฐานที่พบในอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และเครื่องสำอาง รวมทั้งทีมวิจัยยังได้มีการประยุกต์ใช้เทคนิคปัญญาประดิษฐ์ เพื่อทำนายชนิดและปริมาณของสารชีวโมเลกุลจากสัญญาณสเปกตรัมที่มีความซับซ้อนได้ ดังภาพแสดงภาพรวมของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสเปกโทรสโกปีที่ทีมวิจัยดำเนินการอยู่

ภาพรวมของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสเปกโทรสโกปี และการใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ทีมวิจัยได้พัฒนาแพลตฟอร์มฐานข้อมูลสเปกตรัม ที่เก็บรวบรวมข้อมูลสเปกตรัมที่วัดได้จากสารชีวโมเลกุลพื้นฐาน เพื่อนำไปใช้ในการอ้างอิง วิเคราะห์ หรือสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ในอนาคตทีมวิจัยมีแผนที่จะเปิดใช้งานระบบดังกล่าวให้กับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแบ่งปันและการนำข้อมูลไปใช้งาน

4. เทคโนโลยีอื่นๆ

4.1 เทคโนโลยีไลดาร์สำหรับการสร้างแผน 3 (LiDAR 3D Mapping)
เทคโนโลยี LiDAR อาศัยการใช้แสงเลเซอร์ในย่านอินฟราเรด ในการวัดระยะทาง ณ จุดต่างๆ บนพื้นผิวของวัตถุได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ หากมีการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวร่วมกับอุปกรณ์ระบุตำแหน่ง เช่น GPS (Global Positioning System), UWB (Ultra-Wide Band), หรือ IMU (Inertial Measurement Unit) จะช่วยให้สามารถสร้างภาพหรือแผนที่ 3 มิติที่มีขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากแสงเลเซอร์ที่ใช้ใน LiDAR มีความยาวคลื่นสั้นและความถี่ไม่อยู่ในย่านคลื่นที่ตามองเห็นได้ เทคโนโลยี LiDAR จึงมีจุดเด่นในแง่ของความละเอียดในการวัดระยะทางอยู่ในระดับเซ็นติเมตร และสามารถในการใช้งานได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน

ระบบสร้างภาพแผนที่ 3 มิติทั้งนอกอาคารและในอาคาร

ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้มีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการสร้างแผนที่ทางนอกและในอาคาร ดังแสดงใน และมีการศึกษาการนำเทคโนโลยี LiDAR ในรูปแบบต่างๆ มาทำการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการสร้างภาพ 3 มิติ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการวางแผนพัฒนาระบบสร้างภาพ 3 มิติที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีขนาดเล็กลง สามารถพกพาได้ และเหมาะสมกับพื้นที่ทั้งในอาคารและนอกอาคารของสถานที่ทำการสำรวจ

เครื่องมือวิจัย

1. Microfabrication

  • Photomask Aligner
  • Reactive Ion Etcher
  • RF Magnetron Sputtering System

2. Simulation Tools

  • High-Performance Computer
  • COMSOL Multiphysics
  •  CST Studio Suite (not sure if we should include this)

3.   Terahertz Sources

  • 0.1 THz IMPATT Diode Source
  •  1.6-4.1 THz Quantum Cascade Laser (QCL)

4. Terahertz Detectors

  • FET-Based 16 x 16 Pixel THz Array Camera (pixel size = 2 mm)
  • FPA Microbolometer-Based 640 x 480 Pixel THz Array Camera (pixel size = 17 um)
  • THz Power Meter and Pyroelectric Detector

5. Terahertz Spectroscopy Systems

  • THz Time-Domain Spectroscopy Systems (THz-TDS)
  • Fourier Transform Infrared Spectroscopy (FTIR)

6.   3D Mapping Systems

  • Velodyne High-Resolution LiDAR Sensors
  • FLIR Blackfly S High-Resolution RGB Cameras
  • Intel RealSense L515 Portable LiDAR Systems

ติดต่อ

ทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ (TRT)
กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
อีเมล : ssdrg-trt@nectec.or.th

]]>
ทีมเนคเทค สวทช. ได้รับรางวัล PMUC COUNTRY 1st AWARD จาก บพข. ภายในงาน “อว.แฟร์ Sci Power Thailand” https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/pmuc-country-1st-award.html Tue, 23 Jul 2024 11:33:24 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=37234

23 กรกฎาคม 2567 ทีมเนคเทค สวทช. โดย ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ พร้อมด้วยทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ เข้ารับรางวัล “PMUC COUNTRY 1st AWARD ครั้งแรกของไทย งานวิจัยเปลี่ยนประเทศ” จากผลงานโครงการวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจวัดขั้นสูงของประเทศไทย โดยมี นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วย รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการ บพข. โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการเนคเทค ร่วมแสดงความยินดี

นอกจากนี้ สวทช. ยังมีอีก 3 ผลงาน ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ได้แก่

– ผลงาน Winona Probio ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติก สายพันธุ์ไทยสำหรับสตรีเจ้าแรก โดย ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รก.รองผอ.ไบโอเทค พร้อมด้วย คุณนพรัตน์ สุขสราญฤดี ประธานกรรมการ บริษัท วิโนน่า เฟมินิน จำกัด และ รศ.ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ หัวหน้าศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางวิจัยด้านโพรไบโอติกส์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
– ผลงาน EnPAT น้ำมันหม้อแปลงชนิดติดไฟยาก โดย ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข จากเอ็มเทค
– ผลงาน Thailand Taste of Tomorrow โดย ดร.ปรเมษฐ์ ชุ่มยิ้ม จาก Food Innopolis

รางวัล PMUC COUNTRY 1st AWARD ซึ่งจัดโดย บพข. เป็นการมอบรางวัลให้กับผลงานวิจัยจากทุน บพข. ที่สร้าง Impact ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จากผลงานกว่า 1,600 โครงการ มีนักวิจัยและผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกรวม 13 โครงการ

]]>
กฟภ. เยี่ยมชมเนคเทค ร่วมหารืองานวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ssdrg-pea140224.html Wed, 14 Feb 2024 08:05:52 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=36033

เนคเทค สวทช. ให้การต้อนรับ ดร.ยุทธพงศ์ ทัพผดุง รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) พร้อมคณะ จำนวน 19 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและรับฟังการดำเนินงานวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) โดยมี ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย SSDRG และทีมวิจัยร่วมต้อนรับ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องบุษกร อาคารเนคเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

ในโอกาสนี้ ดร.ยุทธพงศ์ ทัพผดุง ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเยี่ยมชม กฟภ. มีความสนใจเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในระบบไฟฟ้าของ กฟภ. หรือในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีเทคโนโลยีที่สนใจ เช่น ระบบที่เกี่ยวข้อง Energy management ภายในอาคาร, Platform ที่เกี่ยวข้องพลังงานทดแทน หรือเทคโนโลยีเกี่ยวกับการดำเนินการ Smart city เพื่อให้เกิดความร่วมมือต่อยอดงานวิจัยไทยไปสู่สังคมอย่างยั่งยืน รวมถึงต่อยอดความรู้ ในการพัฒนากิจการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

ตลอดการเยี่ยมชมทีมนักวิจัยมาร่วมแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์ พร้อมด้วยการนำเสนอผลงานวิจัยได้แก่

  • Advanced Sensor Analytics Platform โดย ดร.มติ ห่อปทุม หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี (OEC) กลุ่มวิจัย SSDRG
  • การบริหารจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ และแพลตฟอร์มซื้อ-ขาย พลังงานไฟฟ้า โดย ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา นักวิจัยกลุ่มวิจัย SSDRG
  • NAIMUEANG Platform การบริหารจัดการข้อมูลเมือง โดย ดร.เฉลิมพล ชาญศรีภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญวิจัยอาวุโส ด้านสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (RSDS)

ในช่วงท้ายคณะฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อศึกษาประสบการณ์ทำงานของนักวิจัยเนคเทคในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงาน กฟภ. เพื่อหาโอกาสพัฒนางานร่วมกันในอนาคต

ภาพและข่าว : พัณณิตา โชติวรานันท์

]]>
เนคเทค สวทช. ต้อนรับอาจารย์และนักศึกษา KMITL เข้าศึกษาดูงานด้านอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/kmitl-visit210922.html Mon, 26 Sep 2022 07:39:00 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=29520

วันพุธที่ 21 กันยายน 2565  เนคเทค สวทช. ต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)  จำนวน 19 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาดูงานทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเปิดโลกทัศน์ของนักศึกษานำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนในห้องเรียนเพื่อให้เกิดประโยชน์สำหรับการประกอบวิชาชีพต่อไป  โดยมีหัวข้อผลงานมานำเสนอ ดังนี้

1. การบรรยายในหัวข้อ Localized surface plasmon resonance (LSPR) optical-based biosensor for biomolecules detection โดย ดร.อัสมา สาธุการ ทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี (OEC)

ในปัจจุบันการพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณสารชีวโมเลกุล (Biomolecules) เช่น ดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid, DNA) หรือ แอนติบอดี (antobody) หรือกรดไรโบนิวคลิอิก (ribonucleic acid, RNA) เพื่อใช้ในการระบุชนิดของโรคต่างๆทั้งในคนและสัตว์ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบุชนิดของโรคในสัตว์เศรษฐกิจของประเทศไทย เช่น การตรวจวัดเชื้อไวรัสทิลาเปียเลค (TiLV) ในปลานิล จึงเริ่มมีการศึกษา วิจัย พัฒนาการวัดสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงแสง เนื่องจากสามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว และมีความจำเพาะต่อสารที่ต้องการที่จะตรวจวัด จึงส่งผลต่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ได้ดี อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนในการตรวจวัดแต่ละครั้งได้อีกด้วยเมื่อเทียบกับวิธีมาตรฐาน ซึ่งสารชีวโมเลกุลดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านกระบวนการเพิ่มจำนวน (amplification) ด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส (polymerase chain reaction, PCR) เป็นต้น

2. การบรรยายในหัวข้อ “Ultrathin optical devices with geometric metasurfaces” โดย ดร.ยุทธนา อินทรวันณี ทีมวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ (PHT)

เป็นการพัฒนาอุปกรณ์ทางแสงด้วยโครงสร้างในระดับนาโนเมตรจากทอง โดยโครงสร้างดังกล่าวมีขนาด 80 x 220 x 40 ลูกบาศก์นาโนเมตร (กว้าง x ยาว x หนา) และมีการจัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบในระนาบ 2 มิติ แต่มีองศาของการเรียงตัวที่แตกต่างกันตามหน้าที่ของอุปกรณ์นั้น ๆ ซึ่งถูกเรียกว่า เมตะเซอร์เฟซ (metasurface) เมตะเซอร์เฟซถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้อุปกรณ์สามารถมีฟังก์ชันการทำงานที่ซับซ้อนซึ่งไม่สามารถทำได้หรือทำได้ยากจากอุปกรณ์ทางแสงโดยทั่วไปในปัจจุบัน และด้วยความหนาของโครงสร้างขนาด 40 นาโนเมตร จึงทำให้อุปกรณ์ทางแสงที่พัฒนาขึ้นมีความบางมาก ๆ (ultrathin) เหมาะแก่การนำไปพัฒนาอุปกรณ์แบบพกพาที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด เช่น ระบบ AR/VR กล้องถ่ายภาพ กล้องจุลทรรศน์ กล้องถ่ายภาพหลายความยาวคลื่น หรือ เครื่องสเปกโตรมิเตอร์ เป็นต้น

3. การบรรยายในหัวข้อ “เทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ หลักการ และการประยุกต์ใช้งาน” โดย ดร.รุ่งโรจน์ จินตเมธาสวัสดิ์ จากทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ (TRT)

โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณลักษณะของคลื่นเทระเฮิรตซ์ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ ได้ และได้กล่าวถึงงานวิจัยที่ทีมวิจัยฯ ได้ดำเนินการอยู่

4. การบรรยายในหัวข้อ “เทคโนโลยี Raman-SERS (OnSpec) และงานประยุกต์ในด้านต่าง ๆ” โดย ดร.ฐิตพัฒน์ เงินสุทธิวรกุล และดร.ราจู บอตต้า จากทีมวิจัยเทคโนโลยีเชิงแสงไฟฟ้าเคมี (OEC)

และหลังเสร็จสิ้นการบรรยายแล้ว วิทยากรจากทีมวิจัย OEC และ TRT ได้พาคณะอาจารย์และนักศึกษาเยี่ยมชมเครื่องมือวิจัยต่างๆ ในห้องปฎิบัติการของทีมวิจัย

]]>
เนคเทค สวทช.ต้อนรับคณะเยี่ยมชมจากหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/ku-visit190922.html Wed, 21 Sep 2022 08:17:57 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=29540

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2565 เนคเทค สวทช. ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาโท จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนประมาณ 11 ท่าน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมผลงานของทีมวิจัยเทคโนโลยีเชิงแสงไฟฟ้าเคมี (OEC) และทีมวิจัยเทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์ (TRT) กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ศึกษาดูงานเพื่อเรียนรู้ทางด้านการวิจัย และพัฒนาวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เพื่อที่นิสิตจะได้นำข้อมูลความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับความรู้ที่ได้รับในห้องเรียนให้เกิดประโยชน์สำหรับการประกอบวิชาชีพต่อไปโดยได้มีการจัดกิจกรรม workshop และการบรรยายงานวิจัยในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

1. กิจกรรม workshop: เทคนิค Raman spectroscopy โดยได้มีการบรรยายพื้นฐานของเทคนิคทาง Raman การสาธิตการใช้งานเครื่อง Raman spectrometer และการประยุกต์ใช้งานเทคนิค Raman เพื่อการพิสูจน์เอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยา รวมทั้งการนำเสนอเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมโดย ดร.ราจู บอตต้า และ ดร.ฐิตพัฒน์ เงินสุทธิวรกุล นักวิจัยจากทีม OEC (รวมถึง น.ส.จิตติพร วุฒิรัตนรักษ์ นิสิตระดับปริญญาโท ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ปัจจุบันปฏิบัติงานในฐานะเป็นนักศึกษาร่วมงานสังกัดทีม OEC และ น.ส.ฌาลิศา มูลเหล็ก ผู้ช่วยวิจัยจากทีม TRT ร่วมให้การต้อนรับและช่วยดูแลกลุ่มนิสิตฯ ในกิจกรรมต่าง ๆ

2. การบรรยาย “ภาพรวมของเทคโนโลยีและงานวิจัย SERS (OnSpec) รวมทั้งการประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ และแนวโน้มของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในอนาคต” โดย ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย SSDRG พร้อมรับมอบของที่ระลึกจาก ผศ.ดร.ไชยา ประสิทธิชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

3. การนำเสนอ “แพลตฟอร์มฐานข้อมูลสเปกตรัมและเครื่องมือการวิเคราะห์สัญญาณสเปกตรัมขั้นสูง”
โดย นายอลงกต ทับทอง นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 จากภาควิชาอิเล็คทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร และนายจิรภัทร ทองอยู่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิทยาการข้อมูล คณะวิทยาศาสตร์ ม.ศิลปากร ปัจจุบันทั้งสองปฏิบัติงานในฐานะเป็นนักศึกษาฝึกงานสังกัดทีม TRT

4. การบรรยาย “เทคโนโลยีเทระเฮิรตซ์และการประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ”  โดย ดร.รุ่งโรจน์ จินตเมธาสวัสดิ์ นักวิจัยจากทีมวิจัย TRT

ทั้งนี้คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมระบบต่าง ๆ ภายใน NECTEC Pilot Plant ได้แก่

  • ระบบการเคลือบฟิล์มบางในสุญญากาศ ห้องปฏิบัติการ OEC โดย น.ส.พชรมณฑ์ สมบูรณ์ศักดิ์ศรี ผู้ช่วยวิจัยจากทีม OEC ร่วมให้การต้อนรับและอธิบายถึงคุณลักษณะของชิป OnSpec
  • ระบบ Time-Domain Spectroscopy (TDS) ห้องปฏิบัติการ TRT โดย ดร.รุ่งโรจน์ จินตเมธาสวัสดิ์ ให้การต้อนรับและอธิบายคุณลักษณะของเครื่องมือวิจัยต่าง ๆ รวมทั้งได้หารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต
]]>
เทคโนโลยีฐาน วิศวกรรมควอนตัม (Quantum Engineering Platform) https://www.nectec.or.th/research/research-unit/quantum-engineering.html Tue, 14 Jun 2022 05:25:17 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26949

เทคโนโลยีฐาน วิศวกรรมควอนตัม (Quantum Engineering Platform) มุ่งเน้นการวิจัยเทคโนโลยีควอนตัมเชิงวิศวรรม เพื่อเพาะบ่มฐานเทคโนโลยีใหม่ให้กับประเทศ

หัวข้องานวิจัยหลัก

  1. ระบบสุ่มตัวเลขเชิงควอนตัม (เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2562)
  2. การจำลองเชิงควอนตัมบนวัสดุใหม่ (เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2562)  
  3. ควอนตัมพลาสโมนิกส์ (เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2565)

สรุปผลงาน (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562)

ผลงานที่เผยแพร่สู่สาธารณะ

[1] เว็บไซต์ให้บริการเลขสุ่มเชิงควอนตัม (www.randomQ.org)
[2] เว็บไซต์ให้บริการสุ่มจับรางวัลด้วยเลขสุ่มเชิงควอนตัม (www.luckyPLAY.org)
[3] หนังสือเยาวชน เรื่อง “เทคโนโลยีควอนตัม” (www.mhesi.go.th/images/STBookSeries/BS010QuantumTechnology.pdf)

ทรัพย์สินทางปัญญา (IP)

[1] สิทธิบัตรการประดิษฐ์ 8 รายการ: เลขที่คำขอ 1901005869, 2001005475, 2001005476, 2001005477, 2101001414, 2101005681, 2101005683, 2101005899
[2] อนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 1 รายการ: เลขที่คำขอ 2103002785

บทความวิชาการ  

[1] K. Aungskunsiri, S. Jantarachote, K. Wongpanya, R. Amarit, P. Punpetch, and S. Sumriddetchkajorn, “Quantum Random Number Generation Based on Multi-photon Detection”, ACS Omega 8 (38), 35085–35092 (2023).

[2] K. Aungskunsiri, R. Amarit, S. Jantarachote, K. Wongpanya, P. Punpetch, and S. Sumriddetchkajorn, “Multiplexing quantum tunneling diodes for random number generation”, Rev. Sci. Instrum. 94, 014704 (2023).arXiv:2212.12177

[3] K. Aungskunsiri, R. Amarit, K. Wongpanya, S. Jantarachote, W. Yamwong, S. Saiburee, S. Chanhorm, A. Intarapanich, and S. Sumriddetchkajorn, “Random number generation from a quantum tunneling diode”, Appl. Phys. Lett. 119, 074002 (2021).arXiv:2002.02032

เข้าชมข้อมูลในภาษาอังกฤษ ได้ที่ Quantum Engineering Platform

]]>
เทคโนโลยีฐานภาพความร้อน (Thermal Imaging) https://www.nectec.or.th/research/research-unit/thermal-imaging.html Tue, 14 Jun 2022 04:39:18 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26933

เทคโนโลยีฐาน Thermal Imaging มุ่งเน้นการวิจัยพื้นฐานและการพัฒนาเทคโนโลยีการสร้างภาพสองมิติ (2-D Imaging) และภาพสามมิติ (3-D Imaging) จากเซนเซอร์หลากหลายชนิดของภาพถ่ายความร้อนร่วมกับภาพถ่ายหลายความยาวคลื่น (Multispectral Imaging) เพื่อประยุกต์ใช้ในการตรวจวัดแบบไม่สัมผัสและไม่ทำลายวัตถุตัวอย่าง โดยใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือรังสีในช่วงความยาวคลื่นต่างๆ ที่ให้ข้อมูลที่สามารถบ่งชี้ถึงคุณลักษณะเฉพาะของวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้มากกว่าข้อมูลจากการถ่ายภาพทั่วไป ทั้งนี้ภาพถ่ายหลายความยาวคลื่นที่ใช้จะประกอบไปด้วย ภาพถ่ายในย่านที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ (Visible light) ที่มีความยาวคลื่นในช่วง 400 นาโนเมตร ถึง 700 นาโนเมตร และภาพถ่ายในย่านอินฟราเรด (Infrared) ที่มีความยาวคลื่นในช่วงที่กว้างตั้งแต่ 700 นาโนเมตร ไปจนถึง 1,000,000 นาโนเมตร เป็นต้น จึงทำให้สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายด้าน อาทิเช่น ทางด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ด้านการแพทย์ ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

มิวเทอร์ม-เฟสเซนซ์

เส้นทางการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องวัดอุณหภูมิของทีมวิจัย เนคเทค สวทช.

วิสัยทัศน์

วิจัย พัฒนา และผลักดัน เทคโนโลยีสู่การนำไปใช้ได้จริง

พันธกิจ

  1. สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Thermal Imaging ภายในประเทศ
  2. ผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงสาธารณะ เพื่อสร้างผลกระทบทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม
  3. ลดการนำเข้า สร้างโอกาสและการลงทุนใหม่เชิงธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นภายในประเทศ

เทคโนโลยีหลัก

  • เทคโนโลยีภาพความร้อน (Thermal imaging Technology)
  • เทคโนโลยีภาพความลึก (Depth Sensing Technology)
  • เทคโนโลยีภาพหลายย่านความยาวคลื่น (Multispectral Imaging Technology)
  • เทคโนโลยีแสงเพื่อการตรวจวัด

ผลงานเด่น

เครื่องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะ (มิวเทอร์ม-เฟสเซนซ์)

มิวเทอร์ม-เฟสเซนซ์เป็นผลงานวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม ฝีมือคนไทย ที่มีการนำเอาเทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจจับภาพอินฟราเรดมาผนวกกับองค์ความรู้ของทีมวิจัยในการตรวจจับใบหน้าบุคคลโดยไม่มีข้อจำกัดแม้สวมหน้ากากอนามัยและ กระบวนการชดเชยความแปรปรวนทั้งจากระยะการตรวจวัดของแต่ละคนที่เปลี่ยนไปขณะเคลื่อนไหวด้วยหลักการถ่ายภาพสามมิติ และ จากความแปรปรวนของอุณหภูมิของสภาพแวดล้อม ส่งผลให้ มิวเทอร์ม-เฟสเซนซ์ สามารถตรวจวัดอุณหภูมิจากใบหน้าบุคคลหลายๆ คนพร้อมกัน (สูงสุดที่ 9 คน) ที่ระยะการวัด 1.5 เมตร ภายในเวลา 0.1 วินาที ด้วยความแม่นยำตามเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับระดับ ±0.5 องศาเซลเซียส ตัวเครื่องยังได้ถูกออกแบบให้ใช้พลังงานต่ำ ใช้งานได้ต่อเนื่อง มีน้ำหนักเบาเพียง (1.7 กก.) และขนาดกระทัดรัด (8.5×22.8×19.5 cm3) ถือเป็นผลงานฝีมือคนไทย

ผลงานทางวิชาการ

  • A. Somboonkaew, P. Prempree, S. Vuttivong, J. Wetcharungsri, S. Porntheeraphat, S. Chanhorm, P. Pongsoon, R. Amarit, Y. Intaravanne, K. Chaitavon, and S. Sumriddetchkajorn, “Mobile-platform for automatic fever screening system based on infrared forehead temperature,” in Proc. Opto-Electron. Commun. Conf., Singapore, Jul. 2017, pp. 1–4.
  • Armote Somboonkaew, Sirajit Vuttivong, Panintorn Prempree, Ratthasart Amarit, Sataporn Chanhorm, Kosom Chaitavon, Supanit Porntheeraphat, and Sarun Sumriddetchkajorn, “Temperature-compensated infrared-based low-cost mobile platform module for mass human temperature screening,” Appl. Opt.  59, E112-E117 (2020). (Editor’s Pick highlighting article with excellent scientific quality and representing the work taking place in a specific field)
  • S. Rayanasukha, Armote Somboonkaew, Sarun Sumriddetchkajorn, Kosom Chaitavon, Sataporn Chanhorm, Bunpot Saekow, Supanit Porntheeraphat, “Self-Compensation for the Influence of Working Distance and Ambient Temperature on Thermal Imaging-Based Temperature Measurement,” in IEEE Transactions on Instrumentation and Measurement, vol. 70, pp. 1-6, 2021, Art no. 4506106, doi: 10.1109/TIM.2021.3103242.

ทรัพย์สินทางปัญญา

  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เรื่อง”ระบบการตรวจวัดอุณหภูมิหลายวัตถุแบบไม่สัมผัส” เลขที่คำขอ 2001003117 วันที่ยื่นคำขอ 05/06/2563
  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เรื่อง “อุปกรณ์สอบเทียบอุณหภูมิ” เลขที่คำขอ 2001003118 วันที่ยื่นคำขอ 05/06/2563
  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เรื่อง “อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิหลายวัตถุพร้อมกันแบบไม่สัมผัสและกระบวนการดังกล่าว” เลขที่คำขอ 2001006152 วันที่ยื่นคำขอ 22/10/2563
  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เรื่อง “แผ่นวัตถุดำเสมือนสำหรับอุปกรณ์สอบเทียบอุณหภูมิแวดล้อมและขั้นตอนการประดิษฐ์” เลขที่คำขอ 2101005430 วันที่ยื่นคำขอ 10/09/2564
  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เรื่อง “กล้องถ่ายภาพสามมิติหลายย่านความยาวคลื่น และกระบวนการดังกล่าว” เลขที่คำขอ 2101005614 วันที่ยื่นคำขอ 16/09/2564
  • อนุสิทธิบัตร เรื่อง “ระบบการตรวจวัดอุณหภูมิหลายวัตถุแบบไม่สัมผัส”  เลขที่คำขอ 2003001206 วันที่ยื่นคำขอ 05/06/2563

รางวัล

บุคลากรและความเชี่ยวชาญ

  • อาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว (นักวิจัย): Optical imaging, Image processing, Mobile app, Thermal imaging
  • ดร.กฤศ พิจยเวทินท์ (นักวิจัย): Chemical and Biological sensor based on optical technique
  • ดร.รุ่งโรจน์ จินตเมธาสวัสดิ์ (นักวิจัย): THz imaging, Acoustic/Optical Imaging and Tomography, Inverse Problems
  • ศิระจิต รายณะสุข (ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส): Biochemical sensor, Material science, Nanocrystal material, Material characterization, Thermal imaging, Optical imaging
  • อวยพร วรรณสนธ์ (ผู้ช่วยวิจัย): Material science, Optical setup and product design, Experimental design, Testing and analysis, Quality control, Optical sensing device

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์

]]>
กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ https://www.nectec.or.th/research/research-unit/ssdrg.html Tue, 14 Jun 2022 01:00:23 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=2661

กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์เป็นหน่วยวิจัยภายใต้ภายใต้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ มีทีมวิจัยที่มีประสบการณ์ในการทำวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม เพื่อสร้างสรรค์ผลงานวิจัยในรูปของอุปกรณ์ตรวจวัดและเครื่องมือที่สามารถประยุกต์ใช้งานในหลายๆ ด้าน อาทิ อาหารและเกษตร การแพทย์และสาธารณสุข พลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้านความมั่นคง อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ และ ยกระดับชุมชนและคุณภาพชีวิต

ผลงานของทีมวิจัยครอบคลุมตั้งแต่การสร้างเทคโนโลยีฐานพร้อมทั้งสั่งสมองค์ความรู้ในรูปแบบของบทความวิชาการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทรัพย์สินทางปัญญา และต้นแบบทั้งระดับการพิสูจน์แนวคิดในห้องปฏิบัติการ ระดับการทดลองใช้ในสภาพการใช้งานจริง และ ระดับที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้สนใจทั้งภาครัฐและเอกชนไปขยายผลหรือทำประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์ต่อไป นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติ อาทิรางวัลผลงานวิจัยจากสภาวิจัยแห่งชาติ รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ และการยอมรับในระดับนานาชาติ อาทิ ICO/ICTP Gallieno Denardo Award, Fellow of Optical Society of America และ Fellow of Society for Optical Engineering

สารบัญ

วิสัยทัศน์

กลุ่มวิจัยที่มีผลงานที่เป็นประโยชน์และที่ยอมรับในระดับชาติและสากล

พันธกิจ

สร้างผลงานวิจัยและวิศวกรรมที่เป็นที่ยอมรับและใช้ได้จริง

เทคโนโลยีของหน่วยวิจัย

  • Biophotonics
  • Fiber-optics components
  • Optical spectroscopy and instruments
  • Quantum optics and Quantum computation
  • Nanofabrication based on Physical Vapor Deposition (PVD)/Chemical Vapor
  • Deposition (CVD)
  • Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS)
  • Semiconducting metal oxides
  • Carbon-based electrochemical sensor
  • Vacuum coating system and components
  • Solar cells fabrication technology
  • Photovoltaic modelling and simulation
  • Terahertz spectroscopy
  • Electron beam technology

ห้องปฏิบัติการวิจัย

ติดต่อ

กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

โทร. : (+66) 2-564-6900 ต่อ 2306
 SSDRG, สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์

 

]]>
ทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี (OEC) https://www.nectec.or.th/research/research-unit/ssdrg-oec.html Fri, 06 May 2022 01:12:31 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=18965

ทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี หรือ Opto-Electrochemical Sensing Research Team (OEC) มีเป้าหมายเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านเซนเซอร์เชิงแสงไฟฟ้าเคมี และผลักดันให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีดังกล่าวให้เกิดประโยชน์เชิงอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และสังคมในประเทศ รวมทั้งมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายการปฏิบัติงานวิจัยขึ้นทั้งภายในและภายนอกสวทช. ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศ

สารบัญ

วิสัยทัศน์

เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยชั้นนำของประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีทางด้านเซนเซอร์เชิงแสงไฟฟ้าเคมีสู่การประยุกต์ใช้งาน เพื่อสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

พันธกิจ

วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเชิงแสงไฟฟ้าเคมีของประเทศให้ทัดเทียมสากล รวมทั้งถ่ายถอด และสร้างความร่วมมือแก่สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย ตลอดจนภาคเอกชน ภายในประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน ทั้งทางด้านบุคลากร และทางด้านนวัตกรรมของไทย

เทคโนโลยีหลัก

  • Nanofabrication based on Physical Vapor Deposition (PVD)/Chemical Vapor Deposition (CVD): ทีมวิจัยมีความเชี่ยวชาญในศึกษาวิจัยและพัฒนากระบวนการเคลือบฟิล์มบางในระบบสุญญากาศ เช่น ฟิล์มบางโลหะ ฟิล์มอัลลอยด์ ฟิล์มเซมิคอนดักเตอร์ ฟิล์มโพลีเมอร์ และฟิล์มที่มีสมบัติแม่เหล็ก รวมถึงการสังเคราะห์วัสดุนาโนคาร์บอนด้วยการเคลือบผิวด้วยไอเคมี หรือ CVD ซึ่งสามารถสังเคราะห์วัสดุนาโนคาร์บอน เช่น ท่อคาร์บอนนาโน (carbon nanotube), กราฟีนและกราฟีนที่มีโครงสร้างสามมิติ (graphene and 3-D graphene) และ เพชรนาโน (nanodiamond) ที่มีความบริสุทธ์สูง
  • Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS): เป็นเทคนิคการใช้โครงสร้างนาโนของโลหะมีตระกูลในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวัดสัญญาณ Raman ในการตรวจวัดและวิเคราะห์โมเลกุลของสารเคมีได้มากจนถึงระดับที่สามารถตรวจวัดสารตกค้าง (trace) ประเภทต่าง ๆ ได้
  • Gas sensing platform: การพัฒนาเซนเซอร์ตรวจวัดก๊าซ (gas sensor) ที่อาศัยคุณสมบัติพิเศษของวัสดุผสมนาโนคาร์บอนและโลหะออกไซด์กึ่งตัวนำ (semiconducting metal oxides) เพื่อให้ได้เซนเซอร์ตรวจวัดก๊าซที่มีโครงสร้างพิเศษโดยมีความไวต่อก๊าซและความจำเพาะสูง
  • Carbon-based electrochemical sensor: การประยุกต์ใช้วัสดุนาโนคาร์บอนที่สังเคราะห์ขึ้นภายในห้องปฏิบัติการ พัฒนาเซนเซอร์เคมีไฟฟ้าที่มีความไวในการรับรู้สูงกว่าเซนเซอร์เคมีไฟฟ้าทั่วไป
  • Vacuum coating system and components: การออกแบบพัฒนาและจัดสร้างอุปกรณ์สุญญากาศ ระบบสุญญากาศ และเครื่องเคลือบฟิล์มบางในสุญญากาศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเป็นมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล สามารถทดแทนอุปกรณ์สุญญากาศหรือใช้งานร่วมกับระบบสุญญากาศจากต่างประเทศได้ ทั้งนี้การพัฒนาวิศวกรรมนี้มุ่งพัฒนาอุปกรณ์และระบบที่ตอบโจทย์งานวิจัยฟิล์มบางในสุญญากาศเป็นสำคัญ

ผลงานเด่น

ONSPEC: ชิปขยายสัญญาณ Raman ประสิทธิภาพสูง พร้อมใช้ร่วมกับเครื่องอ่านสัญญาณ Raman ทั้งแบบพกพาและห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจระบุร่องรอยของโมเลกุลสารเคมี สามารถพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น งานนิติวิทยาศาสตร์และความมั่นคง การตรวจหาสารตกค้างทางการเกษตร และ การประยุกต์ใช้งานทางการแพทย์ เป็นต้น

GASSET: เทคโนโลยีในการสร้างแก๊สเซนเซอร์ชนิดสารกึ่งตัวนำโลหะออกไซด์ ที่มีขนาดเล็ก ใช้พลังงานในการทำงานต่ำ เหมาะสมกับการใช้งานร่วมในอุปกรณ์แบบพกพา หรือไร้สาย รองรับการสร้างอาเรย์ของเซนเซอร์จำนวนมาก สามารถประยุกต์ใช้งานร่วมกับวัสดุตอบสนองแก๊สได้โดยง่าย ส่งผลให้สามารถใช้ต่อยอดและผลักดันงานวิจัยด้านวัสดุตอบสนองแก๊สสู่ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมของประเทศไทยได้

OnSpec VULCAN  : เครื่องเคลือบฟิล์มบางสำหรับชิปขยายสัญญาณรามาน เป็นต้นแบบการผลิตชิปขยายสัญญาณชนิดฟิล์มบางในปริมาณมากเครื่องแรกของประเทศไทย ใช้หลักการของเทคโนโลยีสุญญากาศ การเคลือบฟิล์มบางโดยไอเชิงฟิสิกส์ เทคนิคสปัตเตอริง และการเคลือบฟิล์มเอียงมุมชนิดหมุนเพื่อให้เกิดโครงสร้างนาโน สามารถรองรับการผลิตชิปขยายสัญญาณได้มากกว่าหลายพันชิ้นต่อปี สิ่งประดิษฐ์นี้ได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2563 ระดับดีมาก

GloveBox/LoadLock Attachment Unit

GloveBox/LoadLock Attachment Unit : เพิ่มศักยภาพกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์เป็น high-throughput workflow ระบบการผลิตทั้งระบบ สามารถทดแทนการนำเข้าเครื่องเคลือบฟิล์มขั้นสูงจากต่างประเทศ ใช้งานสะดวกและบำรุงรักษาได้ง่าย และสามารถผลิตชิปขยายสัญญาณรามานได้เป็นจำนวนมาก จึงสามารถรองรับในการพัฒนาวิจัยการตรวจพิสูจน์สิ่งตกค้างเชิงเคมีได้หลากหลาย รวมถึงรองรับการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ทันที

Novel Materials Synthesis

Novel Materials Synthesis: Graphene, Borophene, Graphene Thread สังเคราะห์วัสดุนาโน วัสดุ 2 มิติ และวัสดุเส้นกราฟีน สำหรับงานด้านเซนเซอร์เคมีไฟฟ้า

GMR

GMR (Guided mode resonance):  เซนเซอร์เชิงแสงแบบไม่ติดโมเลกุลฉลาก (Label-free optical sensor) สำหรับการตรวจวัดเชิงชีวภาพ และเคมี เซนเซอร์มีความยืนหยุ่นสูง สามารถประยุกต์ใช้งานในการตรวจวัดโมเลกุลขนาดเล็กอย่างเช่นโมเลกุลแก๊ส จนถึงโมเลกุลชนาดใหญ่ระดับเซลล์ สามารถต่อยอดกับเทคโนเลยีเซนเซอร์อาร์เรย์เพื่อการตรวจวัดแบบมัลติเพล็กซ์ และเทคโนโลยีการตรวจวัดแบบจมูกแสง (O-Nose) เป็นต้น

บุคลากรและความเชี่ยวชาญ

  • มติ ห่อประทุม, Ph.D. : Thin-Film Fabrications & Characterizations; Nanostructures; Nano-Microelectronic Devices; Plasmonic Devices; Photonic Material; Optoelectronics; Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS); Spectroscopic Ellipsometer; Glancing Angle Deposition Technique; Opto-chemical Sensor 
  • อภิชัย จอมเผือก, Ph.D. : Finite Element Simulation; Quantum Computational Method
  • คทา จารุวงศ์รังสี, Ph.D. : Quartz Crystal Microbalance; Sensors; Microcontroller & Embedded System; Software Development
  • สกุลกานต์ บุญเรือง Ph.D. : Micro-nano Optical Devices, Diffractive Optics, Optical Sensor, Numerical Analysis, Optical System, Laser Interference Lithography, Nano Imprint Techniques
  • พิทักษ์ เอี่ยมชัย, Ph.D. : Thin-Film Optics; Thin-Film Designs, Fabrications, and Characterizations; Ellipsometry; Vacuum Design; PVD Processes; Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS)
  • วิยะพล พัฒนะเศรษฐกุล, B.S. : Vacuum Systems; Vacuum Components; Vacuum Designs and Assemblies; Sputtering & Evaporation Systems; PVD & CVD Processes
  • ธิติมา มธุรส แดเนียลส์, M.S. : Micro/Nano Fabrication, nanomaterials; Lab on a Chip Technology; Dielectrophoresis
  • ดิษยุทธ โภคารัตน์กุล, M.S. : Micro/Nano Fabrication; Nanomaterials; Sensors; Nanoelectronics
  • อุไรวรรณ ไหววิจิตร, Ph.D. : Medical biochemistry; Biosensor; Cell-based sensor
  • ทวี ป๊อกฝ้าย, M.S. : Electronics design, Microcontroller and Embedded Systems, Solfware Developers
  • ศักย์ศรณ์ ลิ้มวิเชียร, Ph.D. : Thin-Film Fabrications & Characterizations; Nano- & Micro-structures; Nano-Microelectronic Devices; Gas Sensors; Surface Enhance Raman Spectroscopy (SERS)
  • ณัฏฐ์ธมน ลิ้มสุวรรณ, Ph.D. : Microelectronic devices; diamond electronics
  • ขวัญชัย ตันติวณิชพันธุ์, Ph.D. – Terahertz Technology, Semiconductor Photonics, Optical fiber and gratings, Graphene Technology, Semiconductor fabrication (Photolithography, Electron beam lithography, SEM, AFM, Evaporator, Spectroscopy)
  • อัสมา สาธุการ, Ph.D. – Optical/THz waveguides and devices, optical fiber, photonic crystal, Laser application
  • ฐิตพัฒน์ เงินสุทธิวรกุล, Ph.D. : Chemical analysis; Sample preparation; Microfabrication; Microfluidics
  • ราจู บอตต้า, Ph.D. : Raman/Surface enhanced Raman spectroscopy; nanostructure fabrication; Sensing Application in Environmental; Agricultural, Biological and Clinical diagnosis
  • ทศพร เลิศวณิชผล, Ph.D. : Thin-Film Characterizations; Spectroscopic Ellipsometry, Nanofabrication; Plasmonic Materials; Quantum Plasmonic Sensors
  • ชนันธร ชนนนนวธร, M.S. : Fabrication of nanostructure by PVD ; Electrochromic thin film; Synthesis of ZnO nanowire/rod structure by aqueous chemical growth (ACG)

ติดต่อ

ทีมวิจัยเทคโนโลยีเซนเซอร์แสงไฟฟ้าเคมี
กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ (SSDRG)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
อีเมล : mati.horprathum[at]nectec.or.th
โทร. : (+66)2-564-6900

]]>