Social – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Thu, 31 Aug 2023 07:19:58 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png Social – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 สวทช. ทูลเกล้าฯ ถวายโปรแกรม KidDiary for Excel เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ https://www.nectec.or.th/social/social-highlight/kiddiary-for-excel.html Thu, 31 Aug 2023 07:19:35 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=33919

สวทช. ทูลเกล้าฯ ถวายโปรแกรมประเมินภาวะโภชนาการเด็ก KidDiary for Excel เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ

ด้วยโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระะราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีการจัดการฝึกอบรมสำหรับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาจากประเทศต่างๆ ได้แก่ บังกลาเทศ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ในระหว่างวันที่ 22-30 สิงหาคม 2566 โดยมี ดร.สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในหัวข้อ “โปรแกรมประเมินภาวะโภชนาการเด็ก 1 วัน – 19 ปี (KidDiary for Excel)” เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา

เพื่อให้การดำเนินงานโครงการดังกล่าว เป็นไปตามพระราชประสงค์ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดาร ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งด้านโภชนาการ และสุขอนามัย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. และดร.สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ เนคเทค สวทช. จึงได้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายโปรแกรมประเมินภาวะโภชนาการ หรือ KidDiary ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการในรูปแบบ online นำมาจัดทำให้อยู่ในรูปแบบ offline ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยจะจัดทำทูลเกล้าฯ ถวายจำนวนทั้งสิ้น 500 ชุด เพื่อทรงนำไปใช้ในกิจกรรมของโครงการ และพระราชทานให้แก่สถานศึกษาในโครงการตามพระราชดำริฯ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการประเมินภาวะโภชนาการของเด็กและเยาวชน ให้เป็นไปตามมาตรฐานการเจริญเติบโตใหม่ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม “ระบบฐานข้อมูลสุขภาพเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ (KidDiary)”

สามารถติดตามได้ที่
https://kiddiary.in.th/

]]>
โครงการเพื่อเยาวชนและชุมชน https://www.nectec.or.th/social/social-program.html Mon, 23 Nov 2020 06:29:08 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=5276
]]>
แนะนำคนเก่ง https://www.nectec.or.th/social/social-best.html Mon, 23 Nov 2020 06:23:26 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=5259

แนะนำคนเก่ง

]]>
แนะนำรุ่นพี่ NSC https://www.nectec.or.th/social/social-nsc.html Mon, 23 Nov 2020 04:31:16 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=5241

แนะนำรุ่นพี่ NSC

แนะนำรุ่นพี่ NSC : วงศกร เทศยรัตน์ (NSC 2010)

ทำไมเด็กคนหนึ่งจะทำเงินล้านไม่ได้ ถ้าเขาเจ๋งจริง…‘นิว’ วงศกร เทศยรัตน์ สตาร์ทอัพวัยกระเตาะ ที่ฝีไม้ลายมือไม่กระเตาะ คือหนึ่งในนั้น น่าสนใจที่เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่วัยยี่สิบต้นๆ

แนะนำรุ่นพี่ NSC : วีรศิลป์ อชิรพัฒน์กวี (NSC 2012)

เราอาจไม่เห็นคุณค่าของชีวิต หากเราไม่เคยประสบวิกฤตแห่งชีวิต…นั่นคือจุดเปลี่ยนของ ‘เบนซ์’ วีรศิลป์ อชิรพัฒน์กวี CEO หนุ่มแห่งอินทิเกรซ โซลูชั่น บริษัทสีขาวที่มุ่งทำธุรกิจเพื่อสังคม

แนะนำรุ่นพี่ NSC : ภาดา โพธิ์สอาด (NSC 2017)

โลกเปลี่ยนแปลงได้จากฝันที่ยิ่งใหญ่ และฝันที่ยิ่งใหญ่ก็อาจเกิดมาจากคนตัวเล็กๆ…เช่นเดียวกับ ‘ภี’ ภาดา โพธิ์สอาด นักส่งเสริมนวัตกรรมสาวแห่ง NIA ที่มีฝันอยากจะเปลี่ยนโลกด้วยไอที

แนะนำรุ่นพี่ NSC : ปริเมธ วงศ์สัตยนนท์ (NSC 2016)

“ทุกคนมีสิ่งที่ชอบ ทุกคนมีความฝัน สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมลงมือทำ!…”นี่คือข้อความที่ ‘เจมส์’ ปริเมธ วงศ์สัตยนนท์ CEO หนุ่มน้อยแห่งยูอาร์นีค สตูดิโอ ฝากบอกถึงคนรุ่นใหม่ทุกคนที่มีความฝัน ว่าอย่ามัวปล่อยให้ความฝันเป็นเพียงความฝัน

]]>
เรื่องเด่น https://www.nectec.or.th/social/social-highlight.html Mon, 23 Nov 2020 04:02:48 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=5216

เรื่องเด่น

สวทช. ทูลเกล้าฯ ถวายโปรแกรม KidDiary for Excel เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ

สวทช. ทูลเกล้าฯ ถวายโปรแกรมประเมินภาวะโภชนาการเด็ก KidDiary for Excel เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ

ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ฯ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ฯ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

]]>
โครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์ https://www.nectec.or.th/social/social-program/maehongson-it-valley.html Thu, 08 Oct 2020 08:27:15 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3192
maehongson-it-valley

 

โครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์ มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ครูและนักเรียนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนให้เพิ่มขึ้น และเสริมสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ให้ได้รับการยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งพัฒนาทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอาชีพแก่บุคลากรที่สนใจ นอกจากนั้นยังส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่น หน่วยงานราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดแม่ฮ่องสอน วิทยาลัยการอาชีพ และบริษัทเอกชน หรืออื่นๆ ได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการดำเนินงานและพัฒนาการทำงานให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมหน่วยงานในจังหวัดอื่นๆ

เป้าหมาย/ผลงานหลักของโครงการ

  1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ แก่ครูและนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการตอบสนองต่อความต้องการบุคลการที่มีความรู้ความสามารถด้านไอทีในภาคเหนือ รวมทั้งรองรับการพัฒนาหน่วยงานที่ใช้องค์ความรู้ด้านไอทีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยคาดว่าจะมีเยาวชนที่สามารถพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ปีละไม่น้อยกว่า 70 คนภายใน 3 ปี
  2. เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมนักเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศไม่น้อยกว่า 400 คน
  3. เพื่อพัฒนาโครงการนำร่องในการนำเทคโนโลยีระบบสมองกลฝังตัวมาใช้เป็นเครื่องมือในการเตือนภัยดินถล่ม
  4. เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงข้อมูลของเยาวชนไทยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกลุ่มคน 2 วัฒนธรรม (ไทย-ญี่ปุ่น) ผ่านสื่อการเรียนการสอนด้วยอิเล็กทรอนิกส์
]]>
7 ทีมเยาวชนไทยที่ได้ไป i-CREATe 2019 https://www.nectec.or.th/social/social-best/icreate2019-gsic.html Thu, 11 Jul 2019 06:48:39 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3140
i-CREATe 2019

 

บทสัมภาษณ์ | กันยาเรศ นาคเรือง
ถ่ายภาพ | กรรวี แก้วมูล
เรียบเรียง | ศศิวิภา หาสุข

มาทำความรู้จักกับเยาวชนไทยทั้ง 7 ทีม ที่จะเป็นตัวแทนร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุของนักศึกษาระดับนานาชาติ Global Student Innovation Challenge for Assistive Technology (gSIC-AT) ในงานประชุมวิชาการนานาชาติฯ i-CREATe 2019 ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2562 มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และส่งแรงใจ ให้ตัวแทนเยาวชนไทยที่เวทีนี้กันด้วยนะคะ

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Active Balance & Mobility มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทีมลูกแม่โดมได้คิดค้นและพัฒนาเครื่องช่วยพยุงผู้สูงอายุ พวกเขาได้เล่าถึงที่มาของผลงานว่า “เมื่อก่อนจะไม่มีชุดพยุงแล้วเวลาฝึกการทรงตัวหรือการฝึกกำลังของผู้สูงอายุ จะทำให้ผู้สูงอายุล้มง่ายแล้วก็เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ก็เลยคิดชุดพยุงขึ้นมา ยังมีการคิดค้นพัฒนาโปรแกรมเพื่อที่จะวิเคราะห์ข้อมูลให้ผู้สูงอายุ และมีการพัฒนาเกมมาให้ผู้สูงอายุเล่นเพื่อฝึกการทรงตัวและฝึกกำลังด้วย” โดยผลงานนี้มีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ อุปกรณ์ โปรแกรม และเกม โดยอุปกรณ์เป็นชุดพยุงเพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุล้มจนเกิดอุบัติเหตุ โปรแกรมสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการทรงตัวและกำลังของตัวผู้สูงอายุ สามารถแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์เพื่อวัดผล (>80% good balance, 50-79% poor balance, < 49% unbalance) และมีเกมให้ผู้สูงอายุฝึกในการทรงตัว เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ กระดูกอีกด้วย

ในการนำเสนอรอบสุดท้ายของการแข่งขันในประเทศ ด้วยความที่เตรียมตัวมาอย่างดี ทำให้ทีมไม่มีความกังวลและยังบอกอีกว่าถ้าได้ไปต่อจะปรับปรุงโปรแกรมให้มีภาพลักษณ์น่าสนใจ ดูดีมากยิ่งขึ้น อยากจะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถขายออกสู่ตลาด และนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย เนื่องจากผลงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุและพวกนักกายภาพตามโรงพยาบาล ศูนย์การฝึกต่างๆ อีกด้วย

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Active Exo-Spine (AES) โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผลงานของน้องๆ จากสาธิตจุฬาฯ เป็นเครื่องที่ตรวจจับท่าทางการนั่งที่ผิดปกติ มีการแจ้งเตือนให้กลับมาทำท่าที่ถูกต้อง ช่วยลดอาการปวดหลัง น้องๆ ทั้งสอง เผยความรู้สึกกับเราว่า“ในตอนแรกคิดว่าหากไม่ได้ไปต่อก็ไม่เป็นไร เพราะจุดประสงค์ที่มาแข่งเวทีนี้เพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคของทีมอื่นๆ แล้วจะได้รู้ว่างานของตัวเองนั้นบกพร่องตรงไหนบ้าง” นอกจากนี้น้องๆ ยังบอกอีกว่า “การได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิคือประสบการณ์ที่มีค่ามากๆค่ะ แล้วการที่ได้ไปต่อถือว่าเป็นรางวัลที่ดีมากๆ หลังจากนี้ก็จะพัฒนางานต่อให้ใช้ได้จริง แล้วก็ปรับดีไซน์ให้เหมาะสมกับสรีระของเราค่ะ”

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Autonomous Walker โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี

หนุ่มน้อยคนนี้เพิ่ง จบ ม.5 มาหมาดๆ ลุยเดี่ยวส่งผลงานเข้ามาประกวด เป็นเครื่องช่วยเดินที่ให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุเดินได้สะดวกโดยไม่ต้องออกแรงยก สามารถพับเก็บและพกพาได้สะดวก โดยได้เผยความในใจกับทีมงานว่า “รอบก่อนหน้านี้กรรมการให้คอมเมนต์ว่าอุปกรณ์ยังเปราะบาง บางชิ้นแตกหัก ชำรุดง่ายถ้าหากมีการใช้งานไปบ่อยๆ แต่ผมก็พยายามปรับปรุงแก้ไขเกือบหมดแล้ว จนมาถึงตอนนำเสนอรอบสุดท้ายในประเทศก็มีแอบกังวลนิดหน่อยครับ คิดว่าถ้าได้ไปต่อถึงระดับนานาชาติก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับเพราะเราทำดีที่สุดแล้ว ถือว่าได้มาเก็บประสบการณ์ มาถึงจุดนี้ก็ดีใจมากๆ หลังจากนี้จะปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เอาใจช่วยด้วยนะครับ”

i-CREATe 2019

 

ผลงาน BotTherapist มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ชาวบางมดทั้งสี่มาพร้อมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า “บลิส” มีไว้สำหรับบำบัดเด็กที่เป็นผู้ป่วยออทิสติก โดยพวกเขาอธิบายถึงผลงานชิ้นนี้ว่า พัฒนาและต่อยอดมาจากผลงานรุ่นก่อนซึ่งสามารถให้หุ่นยนต์มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กได้ ผลงานเดิมเป็นการตอบโต้แบบสุ่ม ถ้าเด็กเจอการตอบโต้แบบซ้ำ ๆ เด็กจะเบื่อและให้ความสนใจลดลง รอบนี้เลยนำ Reinforcement Learning ซึ่งเป็น Machine Learning มาใช้ เพื่อให้สามารถระบุได้ว่า เด็กที่กำลังรับการบำบัดคนนี้ จะต้องกระตุ้นด้วยอะไรจึงจะได้ผลสูง ทำให้เด็กมีใจจดจ่อมากขึ้น

ซึ่งได้ทำการทดสอบแล้วพบว่าเด็กก็มีความสนใจกับตัวเกมได้นานขึ้น (จาก 20 นาที เป็น40นาที) ส่วนเรื่องการนำเสนอ พวกเขาบอกมาว่า “เพราะเตรียมตัวมาดีด้วยเลยทำให้มั่นใจ ต่อจากนี้ก็อยากจะพัฒนาตัวผลงาน เก็บข้อมูลเพิ่ม เพราะเราทำเกี่ยวกับ Machine Learning จำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่มากกว่าขึ้น เพื่อที่จะผลที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น”

i-CREATe 2019

 

ผลงาน Journey Electric Wheelchair วิทยาลัยสารพัดช่างสกลนคร

น้องๆ ตัวแทนแดนอีสานได้ประดิษฐ์รถสำหรับผู้พิการที่นั่งบนวีลแชร์ ให้สามารถขับเองได้ ซึ่งได้มีการทดสอบการใช้งานในวิทยาลัย ตอนนำเสนอรอบสุดท้ายระดับประเทศ น้องๆ กระซิบว่า “ด้วยมีความคาดหวังที่อยากไปต่อในเวทีนานาชาติ ก็ทำให้มีความกังวลอยู่บ้างเพราะรู้ว่าอุปสรรคของเราคือด้านภาษา” แล้วยังบอกอีกว่า ต่อจากนี้จะต้องพัฒนางานเพิ่มมากขึ้น เช่น เปลี่ยนโครงรถให้ดูดีน่าใช้งาน และจะตั้งใจฝึกฝนภาษาให้ดีกว่าเดิม จะพยายามทำให้ดีที่สุด

i-CREATe 2019

 

ผลงาน ReArm มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ลูกแม่โดมอีกทีมหนึ่ง มาพร้อมกับผลงานที่ชื่อว่า REARM เป็นอุปกรณ์ช่วยผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง พวกเขาเล่าว่า มีแนวคิดที่จะทำให้ผู้ป่วยใช้งานแล้วยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก “ในช่วงเวลา 3 เดือน ที่ให้เวลากับการพัฒนางานชิ้นนี้เป็นช่วงที่พวกเราต้องฝึกงานและสอบในเวลาเดียวกัน ทำให้เราต้องทุ่มเทกับมันมากก็เลยมีความคาดหวังมาก อยากจะไปให้ถึงเวทีระดับนานาชาติ ผ่านรอบไฟนอลที่ประเทศไทยได้ผมก็ภูมิใจแล้ว สำหรับเวลาที่เหลือก่อนไปต่ออีกเวทีหนึ่ง พวกผมจะพัฒนาผลงานให้ดีและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ” #ออสเตรเลียก็มาดิคร๊าบ

i-CREATe 2019

ผลงาน Wireless-Wearable EMG Measurement for Rehabilitation Monitoring มหาวิทยาลัยมหิดล

ผลงานจากทีมมหาวิทยาลัยมหิดลที่คิดอุปกรณ์ไว้สำหรับ ระบุว่ากล้ามเนื้อมัดไหนที่อ่อนแรง โดยใช้มาตรฐาน EMG ช่วงนำเสนอในการแข่งขันรอบสุดท้าย ในประเทศ พวกเขาได้บอกว่า “มีความกังวลครับ เนื่องจากเนื้อหาเยอะมากอยากจะนำเสนอให้ครบถ้วน กลัวจะไม่ทันเวลา สำหรับในเวทีระดับนานาชาติ พวกเราต้องการปรับปรุงผลงานอีก เพราะมีจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีกเยอะ”

ที่ผ่านมาได้ทำการทดสอบกับผู้ใช้งานและมีผลตอบรับที่ดีมาก ต่อไปจะทำให้การเคลื่อนไหวของมันราบรื่น ทำให้อุปกรณ์สามารถใช้งานง่าย เป็นแบบไร้สาย และใช้ได้กับทุกช่วงอายุ

]]>
รอบสุดท้าย! คัดตัวแทนนักศึกษาไทยร่วมประกวดผลงาน i-CREATe 2019 https://www.nectec.or.th/social/social-highlight/pre_icreate2019.html Tue, 18 Jun 2019 01:00:12 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=2910
SIC 2019

 

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ได้จัดการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุภายในประเทศ (รอบสุดท้าย) ระดับนักศึกษา (Student Innovation Challenge: SIC 2019) ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร วันที่ 17 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นตัวแทนทีมจากประเทศไทยเข้าร่วมการประกวด Global Student Innovation Challenge for Assistive Technology (gSIC-AT) ในงานประชุมวิชาการนานาชาติฯ i-CREATe 2019

ในการคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุของนักศึกษาระดับนานาชาติ ปี 2562 นี้ มีโครงงานเข้าร่วมการคัดเลือกทั้งหมด 36 โครงงาน และมีโครงงานผ่านการคัดเลือกฯ ทั้งสิ้น 7 โครงงาน ดังนี้

SIC 2019

 

1. Active Balance & Mobility มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เป็นเครื่องช่วยพยุงผู้สูงอายุให้ฝึกการทรงตัวอย่างมั่นใจ มีการคิดค้นพัฒนาโปรแกรมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการทรงตัวให้ผู้สูงอายุ และมีการพัฒนาเกมให้ผู้สูงอายุเล่นเพื่อฝึกการทรงตัวและฝึกกำลังด้วย
SIC 2019

 

2. Active Exo-spine (AES) โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจจับลักษณะท่าทางของร่างกายที่ผิดปกติและมีการแจ้งเตือนให้กลับมาทำท่าทางที่ถูกต้อง สามารถกำหนดค่าผ่านโปรแกรมให้อุปกรณ์อยู่ในองศาและท่าทางที่เหมาะสม ช่วยลดอาการปวดหลัง
SIC 2019

 

3. Autonomous Walker โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี
เป็นเครื่องช่วยเดินที่ให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุเดินได้สะดวกโดยไม่ต้องออกแรงยก สามารถพับเก็บได้และพกพาสะดวก
SIC 2019

 

4. BotTherapist มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
หุ่นยนต์สำหรับฝึกพัฒนาการเด็กออทิสติก สามารถให้หุ่นมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กได้ โดยล่าสุดได้นำ Machine Learning มาพัฒนาร่วมด้วย เพื่อให้สามารถระบุได้ว่าเด็กที่กำลังเล่นหุ่นยนต์ควรถูกกระตุ้นด้วยเกมใดจึงจะได้ผล
SIC 2019

 

5. Journey Electric Wheelchair วิทยาลัยสารพัดช่างสกลนคร
รถไฟฟ้าสำหรับผู้พิการที่นั่งวีลแชร์ สามารถช่วยเหลือตนเองในการเดินทางได้
SIC 2019

 

6. ReArm มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง ช่วยฟื้นฟูและช่วยให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก
SIC 2019

 

7. Wireless-Wearable EMG Measurementfor Rehabilitation Monitoring มหาวิทยาลัยมหิดล
เป็นอุปกรณ์ที่สามารถระบุมัดกล้ามเนื้อมัดที่อ่อนแรงโดยใช้มาตรฐาน EMG เพื่อช่วยในการติดตามการฟื้นฟูสมรรถภาพกล้ามเนื้อ

ทั้งนี้ โครงงานดังกล่าว จะเข้าร่วมประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุของนักศึกษาระดับนานาชาติ ในงานประชุมวิชาการนานาชาติฯ i-CREATe 2019 ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2562 ณ National Convention Centre เมืองแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย

]]>
สวทช.น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเครื่องเดนตีสแกนรุ่น 2.0 https://www.nectec.or.th/social/social-highlight/dentiiscan2-siracha.html Sat, 15 Jun 2019 10:53:50 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=2891

 

DentiiScan

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 16.00 น. ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโสผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยนักวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และขอพระราชทานพระราชานุญาตกราบบังคมทูลทราบความเป็นมาเรื่องการถวายเครื่อง เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติทางทันตกรรม และศัลยกรรมใบหน้าและศีรษะ เดนตีสแกนรุ่น 2.0 เพื่อใช้ในกิจกรรมของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

DentiiScan

 

เครื่อง CT scanner หรือเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ นั้นผู้ค้นพบเรื่องนี้ได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี พ.ศ. 2522 ส่วนการพัฒนาเครื่อง CT scanner เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยสมัยที่ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ยังเป็นนักวิจัยที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี พ.ศ.2534 สมัยนั้นสามารถพัฒนาอัลกอริทึมจนสามารถสร้างเครื่อง CT scanner ถ่ายภาพตัดขวางของหนูและกระต่ายสำเร็จ แต่ยังไม่สามารถหาชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับมนุษย์ได้ จนกระทั่งปีพ.ศ. 2550 จึงเริ่มมีชิ้นส่วนระดับศีรษะของมนุษย์ออกจำหน่าย จึงได้เริ่มการวิจัยและพัฒนาอีกครั้งหนึ่งที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จนได้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรม หรือ เดนตีสแกน สำเร็จนำไปติดตั้งเป็นเครื่องแรกที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปีพ.ศ. 2554 เพื่อใช้ทดสอบทางคลินิกในมนุษย์ ปัจจุบันเครื่องเดนตีสแกนมี 2 รุ่น คือรุ่น 1.1 ติดตั้งแล้วจำนวน 3 เครื่อง และรุ่น 2.0 ติดตั้งแล้วจำนวน 7 ครื่องรวมเป็น 10 เครื่อง ให้บริการผู้ป่วยมากกว่า 5,000 ครั้ง เครื่องเดนตีสแกนดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยทางรังสีจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยทางระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 13485 (ระบบการบริหารจัดการคุณภาพเครื่องมือแพทย์) เรียบร้อยแล้ว

DentiiScan

 

สำหรับเครื่องที่น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเพื่อใช้ในกิจกรรมของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชานั้น เป็นเครื่องเดนตีสแกนรุ่น 2.0 ซึ่งสวทช. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เครื่องเดนตีสแกนนี้ได้รับการติดตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2560 และนำไปใช้ในการวินิจฉัยโรค และวางแผนการรักษาผู้ป่วยทางทันตกรรมรากฟันเทียม การผ่าฟันคุด และการผ่าตัดบริเวณช่องปาก ขากรรไกร และใบหน้า รวมทั้งการใช้งานในด้านหู คอ จมูก (ENT) เช่น การตรวจดูความผิดปกติของไซนัส เป็นต้น ปัจจุบันโรงพยาบาลได้เปิดให้บริการในผู้ป่วยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 75 ราย

DentiiScan

 

สำหรับการให้บริการผู้ด้อยโอกาสผู้สูงอายุและคนพิการนั้น คณะวิจัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สวทช. และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนบางส่วนจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทำการฝังรากฟันเทียมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลทางทันตกรรมที่พัฒนาโดยคนไทย ให้กับผู้ป่วยที่สูญเสียฟันทั้งปาก เป็นจำนวน 60 ราย ภายใต้ชื่อ “โครงการคืนความสุขในการบดเคี้ยวให้กับผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และคนพิการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลทางทันตกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 (ระยะที่ 1)” โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเยี่ยมชมและให้ผู้ได้รับบริการได้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทที่ศูนย์ความเป็นเลิศทางทันตกรรมรากเทียม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 ปัจจุบันได้เริ่มโครงการระยะที่ 2 ซึ่งได้รับงบประมาณบูรณาการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อดำเนินการฝังรากฟันเทียมจำนวน 400 ราก ร่วมกับโรงพยาบาล 7 แห่ง ที่ได้ติดตั้งเครื่องเดนตีสแกนแล้ว ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 143 รากโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้ร่วมให้บริการในระยะที่ 2 นี้ด้วยได้ให้บริการผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุแล้ว จำนวน 11 ราย โดยทำการฝังรากฟันเทียมแล้วจำนวน 2 ราย และอยู่ระหว่างการวางแผนการรักษาอีก 9 ราย

ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่ขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติโครงการให้ผลิตเครื่องเดนตีสแกนจำนวน 50 เครื่องเพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลของรัฐ 50 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2562 วัตถุประสงค์ของการดำเนินการ เพื่อโรงพยาบาลจะได้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย สร้างเครือข่ายทันตแพทย์ และบุคลากรทางทันตกรรมให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมไทย ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงขึ้นในประเทศเพื่อลดการสูญเสียเงินตราให้กับต่างประเทศ

DentiiScan

 

DentiiScan

 

]]>
เบื้องหลังความเฉิดฉายแบบ “SOLO” ที่เวทีบ่มเพาะนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ https://www.nectec.or.th/social/social-best/2019interview-solo.html Thu, 06 Jun 2019 09:00:55 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=3135
เนคเทค มจธ.

บทสัมภาษณ์ | เดือนพฤษภาคม 2562
เรื่อง | ศศิวิภา หาสุข
ภาพ | กรรวี แก้วมูล

 

“ต้องรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน งานจึงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”

เป็นนิยามสำคัญในการทำงานของทีม SOLO ที่จับมือกันคว้ารางวัล “โดนใจให้เลย” จากโครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย เพื่อสร้างนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ (ปี 2562) โดย เนคเทค ร่วมกับ ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

วันนี้เรามาคุยกันสบายๆ กับทีม SOLO ซึ่งมีสมาชิก 6 คน ได้แก่ กนิษฐา ยังเจริญ (เจน), ณัฐชยา คงตาม (ออย), ธันยธรณ์ ชวยบุญชุม (แก้ม), ศิรภัสสร ธูปหอม (โฟม), สรชย นาเม็ง (ทิเกอร์) และ จิตสุภา ศรีสงคราม (ขนุน) ถึงเบื้องหลังของการทำงานเป็นทีมของ SOLO ในรูปแบบที่ไม่ได้กำหนดให้คนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้า เพราะว่า “ทุกคนคือหัวหน้าทีม”

สำหรับใครที่ต้องการแรงบันดาลใจจากการทำงานเป็นทีม บทสัมภาษณ์นี้ของน้องๆ จะมาเติมพลังให้คุณ…

เพราะทุกคนคือผู้นำ

Q: ทีม SOLO มารวมตัวกันอย่างไรคะ แล้วใครเป็นหัวหน้าทีม

จิตสุภา (ขนุน) : ด้วยความที่ว่าพวกเราเคยทำงานด้วยกันมาอยู่แล้ว พอมีโปรเจคนี้ขึ้นเราเลยตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยกัน เพราะทุกคนรู้จักนิสัยกันแล้ว รวมไปถึงความถนัดเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งมันทำให้การทำงานของเราง่ายขึ้น และมันก็ทำให้งานของเรามันเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้นมากๆ ค่ะ

พวกเราไม่ได้กำหนดหัวหน้าทีมไว้ เรียกว่าทุกคนก็เป็นหัวหน้าทีมดีกว่าค่ะเพราะทุกคนสามารถออกเสียงและนำเสนอความคิดของตัวเองได้ พวกเราสามารถนำทีมกันได้ทุกคนและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกันค่ะ

เนคเทค มจธ.

โจทย์ยากคือความท้าทาย

Q: ความท้าทายของหัวข้อ Traffy Fondue คืออะไร

ณัฐชยา (ออย) : ในตอนแรกก่อนที่พวกเราจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ Traffy Fondue ยอมรับเลยว่าเป็นหัวข้อที่พวกเราไม่ได้อยากได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเรามองว่ามันค่อนข้างกว้าง จะทำยังไงให้สามารถสื่อสารกับทุกคน ทุกกลุ่มเป้าหมายได้ ซึ่งมันค่อนข้างยากมากๆ ค่ะ แต่พอเรามาศึกษาบวกกับฟังคำแนะนำจากพี่ๆ และอาจารย์แล้ว มันก็ทำให้เราสนุกที่จะคิดไอเดียต่างๆ ในการนำเสนอให้มันสามารถสื่อสารตามที่เราคาดหวังไว้ให้ได้ค่ะ

ตอนเห็นหัวข้อครั้งแรกเลยพวกเราอยากได้เรื่อง Traffy Waste หรือไม่ก็ Traffy Transit ค่ะเพราะมันน่าจะเป็นเรื่องที่สามารถนำเสนอให้ทุกคนเข้าใจได้ง่าย และสามารถนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบกว่า แต่สุดท้ายพอได้มาศึกษาเกี่ยวกับรายละเอียดของ Fondue แล้ว จริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะคะ


Q: แรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดเป็นไอเดียและคอนเซปต์นี้คืออะไร

ณัฐชยา (ออย) : ในส่วนของ Album Content เราอยากทำเป็น 2 สไตล์ค่ะ เพราะเราคิดว่า ความชอบของกลุ่มเป้าหมายอาจจะมีมากกว่า 1 สไลด์ก็ได้ แบบที่หนึ่งเน้นความเรียบแต่โก้ออกแนวมินิมอลค่ะ ใช้โทนสี 3 สี เน้นสื่อสารแบบคนดูเห็นภาพแล้วรู้ความหมายเลยค่ะ ส่วนแบบที่สองจะออกแนวการ์ตูนๆค่ะ มีสีสัน ภาพสะดุดตา ทำให้น่าอ่านน่าติดตาม

สำหรับสื่อวิดีโอ พวกเราเน้นการแบ่งกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มไปเลยค่ะ เพราะการสื่อสารที่เฉพาะตัวหรือเจาะจงนั้น จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย ด้วยระยะเวลาที่ต้องสั้น กระชับ คนดูเข้าใจได้ภายใน 1 นาที

เนคเทค มจธ.

 

Album Content โดย SOLO
เนคเทค มจธ.

 

ผลงาน Poster โดย SOLO

กนิษฐา (เจน) : เราต้องการให้คนดูได้รับทราบข้อมูล และรู้จักกับแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ว่าแอปฯ นี้คืออะไร มีวิธีใช้งานอย่างไร และถ้าใช้แอปฯ Traffy Fondue แล้วจะดีอย่างไร เกิดประโยชน์อย่างไรกับกลุ่มเป้าหมายบ้าง ซึ่งทางกลุ่มของเราได้คำนึงประโยชน์ของแอปฯ ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ก็คือผู้ใช้งาน เจ้าหน้าที่ และผู้บริหารค่ะ ตอนทำสื่อเสร็จเราก็ลองเอาสื่อของเราไปทดลองกับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เรียนวิชานี้ เพราะเราอยากลองดูว่า ถ้าเขาไม่รู้จักแอปฯ นี้มาก่อน เขาดูสื่อเราแล้วจะสามารถรับรู้ หรือเข้าใจเกี่ยวกับแอปฯ มากขึ้นหรือเปล่า ซึ่งเพื่อนๆก็สามารถอธิบายให้เราฟังได้ว่าแอปฯ นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับอะไร ใช้งานอย่างไร ซึ่งมันก็เป็นเหมือนกำลังใจที่บอกพวกเราว่า “ อืมมม… สื่อของเราก็ทำให้คนอื่นเข้าใจตามที่เราต้องการได้นะ ”

Q: ระหว่างทำงานมีอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นบ้าง แล้วมีการทำงานแบบข้ามวันข้ามคืนไหมคะ

สรชย (ทิเกอร์) : เรื่องสนุกฮาๆ ตอนทำงาน เริ่มตั้งแต่ตอนที่ได้หัวข้อเลยครับ หัวข้อ Traffy Fondue เป็นหัวข้อที่พวกเราทุกคนส่ายหัวและค่อนข้างเฟลเพราะตอนนั้นผมออกไปจับฉลากแล้วได้หัวข้อนี้… เหมือนแบบยิ่งไม่อยากได้มันก็เลยได้ แต่สุดท้ายโชคชะตาก็พาให้เรามาเจอกัน (ฮา) อีกเรื่องก็คือชื่อกลุ่มของเราครับ “Solo” มาจากเพลงของ เจนนี่ วง BLACK PINK มันมีความหมายครับที่ตั้งชื่อนี้ คือ ทีมเราจะต้องเฉิดฉายแน่นอน เชื่อว่าทุกวันนี้บางคนยังติดเรียกว่า “โซโล” ไปแล้วครับ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เราเสนอชื่อกลุ่มจนวันพรีเซ้นท์งาน อีกทั้งพี่ๆ หรืออาจารย์เองก็สลับเรียก “โซโล”กับ “โซโล่” จนสร้างความสับสนให้กับทุกคนไปหมดแล้ว พวกผมขอโทษนะครับที่ตั้งชื่อทีมยาก แต่ชื่อ “โซโล่” จริงๆ นะครับ (ทุกคนหัวเราะ)

ศิรภัสสร (โฟม) : อีกเรื่องก็การปั่นงานข้ามวันข้ามคืนนี่มีมาตลอดเลยค่ะ รื้อคลิปบ้าง รื้อเสียงบ้าง เพราะเราอยากส่งงานให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้นำข้อแนะนำมาแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยก่อนกำหนดส่งงาน

พลังใจจาก “ทีม”

Q: SOLO ผลิตชิ้นงานปริมาณเยอะกว่าใครเพื่อน พวกเราได้แรงฮึดมาจากไหน

กนิษฐา (เจน) : พอได้รับหัวข้อมาพวกเราก็มาปรึกษากันเลยค่ะ ว่าผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มพบปัญหาในปัจจุบันอะไรบ้าง แล้วตัวแอปพลิเคชัน Traffy Fondue สามารถตอบโจทย์ให้พวกเขาในเรื่องที่เขาต้องการได้หรือไม่ ไอเดียมันค่อยๆเริ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปัญหาที่พวกเราเริ่มถกเถียง ผลัดกันถามไปมา เปรียบเราเป็นเจ้าของแอปฯบ้าง เป็นผู้ใช้งานบ้าง พอมานั่งคุยกันจริงๆ ก็เลยอยากแบ่งเป็นวิดีโอ 3 ตอนไปเลย เพราะมันตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายง่ายกว่าค่ะ ที่มาของแรงฮึดก็คงจะเป็นเพราะเราลองเอาตัวเองเป็นตัวละครในแต่ละคาแรคเตอร์ แล้วเรามั่นใจว่าถ้าเราทำมากกว่า คนดูจะได้อะไรมากขึ้น จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น บวกกับพลังทีมที่ช่วยกันสุดๆ ทุกคนกระจายงานตามความสามารถ เรื่องบริหารจัดการเวลา เลยไม่ใช่เรื่องที่น่าเครียดค่ะ

จิตสุภา (ขนุน) : แรงฮึดหลักๆ มาจากเพื่อนๆ ในทีมด้วยกัน พวกเราคิดชิ้นงานและคอนเซ็ปเอาไว้แล้วพวกเราก็อยากทำชิ้นงานออกมาให้สำเร็จและทำออกมาให้ดีที่สุด อยากเห็นชิ้นงานของพวกเราได้ถูกนำไปใช้จริงๆ และมีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการ มันคงจะมีความสุขมากถ้าชิ้นงานของพวกเราได้นำไปใช้จริง ได้เห็นคนที่ดูสื่อของเราและเข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอ ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จค่ะ

Q: วันประกาศผล คิดไหมว่าทีมเราจะได้รางวัลโดนใจ

กนิษฐา (เจน) : หนูคิดว่าไม่ติด 1 ใน 3 ด้วยซ้ำค่ะ เพราะงานเพื่อนๆ โหดทั้งนั้น ทุกกลุ่มมีจุดขายของชิ้นงานที่ชัดเจนเลยค่ะ ตอนนั้นได้แต่คุยกับเพื่อนๆ ว่าถ้าได้รางวัลจะร้องไห้ให้ดู (ฮา)

ศิรภัสสร (โฟม) : สำหรับหนูนะคะ เอาจริงๆ แล้วคือแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าจะได้นะคะ (ฮ่าๆ) แต่คิดว่าเราคงไม่ได้รางวัลโดนใจ หรือ ที่1 อาจจะเป็นที่ 2-3 รองลงมา เพราะเพื่อนๆแต่ละกลุ่มก็ทำดีกันและมีความสามารถกันมากๆ พอประกาศผลมาก็ตกใจเกินกว่าที่คาดไว้มากเลยค่ะ

เนคเทค มจธ.

 

 

อีกก้าวหนึ่งของการเติบโต

Q: พวกเราได้เรียนรู้อะไรจากโครงการนี้บ้างคะ

ศิรภัสสร (โฟม) : พวกเราได้เรียนรู้ในเรื่องของการวางแผนการทำงานค่ะ เนื่องจากเราได้ทำงานกับองค์กรใหญ่ และผลงานของเรานั้นจะเป็นงานที่จะนำไปใช้งานจริง เลยทำให้ต้องมีการติดต่อสื่อสารและวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องของการระมัดระวังคำพูด ภาษาที่ใช้ ภาพที่ใช้ รวมไปถึงเสียงที่ใช้ในชิ้นงาน เพื่อไม่ให้งานของเรามีข้อผิดพลาด หรือมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดค่ะ ซึ่งเราโชคดีที่งานของกลุ่มเราเป็นการทำโมชั่นกราฟิก เวลาแก้ไขชิ้นงาน จะสะดวกกว่ากลุ่มเพื่อนๆ ที่ถ่ายทำจริง พวกเราจะมีเวลาในการแก้ไขและตรวจทานงานมากกว่ากลุ่มเพื่อนๆ นิดหน่อยค่ะ แต่ความสะดวกนั้นมันก็ทำให้พวกเราพยายามหาลูกเล่น หรือไอเดียใหม่ๆ มาใส่ในชิ้นงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้มันดูน่าสนใจและตอบโจทย์ที่สุดค่ะ

Q: หากโครงการนี้จะร่วมกับ วิชา ETM 345 อีกในปีหน้า พวกเราอยากจะบอกอะไรกับรุ่นน้องบ้าง

กนิษฐา (เจน) : ทุกๆ ขั้นตอนของกระบวนการการทำงานมันจะมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นเสมอ ความคาดหวังมันจะทำให้เรามีพลังบวกเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงทีมงานที่อยู่เคียงข้างกัน ดังนั้นคิดไว้เสมอว่า ลงเรือลำเดียวกันแล้วอย่าทิ้งกันนะคะ พองานเราเสร็จเราจะภูมิใจกับผลงานชิ้นนั้นมากๆ ค่ะ

จิตสุภา (ขนุน) : ขอบคุณทาง NECTEC ที่ได้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้นมานะคะ พวกเราได้รับประสบการณ์มากมายจากโครงการนี้จริงๆ โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการคิด การรับงานมาตามบรีฟ การวางแผน การทำงาน การจัดการเวลาให้ชิ้นงานของเราเสร็จทันกำหนดการ จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้รับคือเปรียบเสมือนการเตรียมตัวอย่างหนึ่งก่อนที่เราจะจบไปและได้ทำงานในชีวิตจริง การได้เจอบรีฟงานจริงๆ คอมเมนต์ต่างๆ ที่เราควรนำมาปรับปรุงแก้ไขในงานของพวกเรา พวกเรารู้สึกเหมือนได้โตขึ้นไปอีกขั้นนึง เตรียมพร้อมก่อนที่จะไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง 55555 อยากให้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ทุกๆ ปีเลยค่ะ อยากให้รุ่นน้องได้ลองเข้าร่วมดู เพราะเราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากโครงการนี้จริงๆ

ธันยธรณ์ (แก้ม) : ขอบคุณพี่ๆ จาก NECTEC ที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และพวกเราที่ลงเรียนวิชา ETM 345 Creative Thinking ก็ได้มีโอกาสนำความรู้ที่เราได้เรียนมาตลอดระยะเวลา 4 ปีจากมหาวิทยาลัย มาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด กระบวนการทำงานต่างๆ นั้นสอนให้เราโตขึ้น ทำให้เราได้รู้จักการวางแผนงาน การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารค่ะ เพราะเราต้องรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน งานจึงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีค่ะ สุดท้ายนี้ก็อยากให้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ทุกปีเลยค่ะ เพราะโครงการนี้สอนให้เราคิดสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้เราได้รับประสบการณ์ในการทำงานจริงๆ และคิดว่าน้องๆ ที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้จะเกิดความประทับใจแบบที่พวกหนูประทับใจแน่นอนค่ะ

เนคเทค มจธ.

 

]]>