[สรุปประเด็น] Special talk – 40 Years NECTEC: Legacy & Beyond ประเทศไทย ต้องเปลี่ยน จาก ‘ผู้ใช้งาน’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีแห่งอนาคต

Share to...
Facebook
X

ประเทศไทย ต้องเปลี่ยน จาก ‘ผู้ใช้งาน’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีแห่งอนาคต

Technology for Everyone

เทคโนโลยีแทรกซึมทุกจังหวะชีวิต
ตั้งแต่ระบบจอดรถ สแกนจ่ายเงิน ไปจนถึง AI อย่าง ChatGPT ที่สามารถเนรมิตสไลด์พรีเซนต์ได้ใน 5 นาที เทคโนโลยีเข้ามาทุ่นแรงเรามหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนว่า เครื่องมือเหล่านี้กำลังขยับเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์

นวัตกรไทยเก่ง แต่ขาดแรงผลักดันสู่ระดับโลก
มีโปรเจกต์ศักยภาพสูงฝีมือคนไทย เช่น แบตเตอรีกราฟีน และ ระบบ Anti-Drone แต่มักหยุดอยู่แค่ต้นแบบ ไม่ถึงขั้นผลิต Mass Product ทำให้คนเก่งต้องย้ายไปทำงานกับต่างชาติ สิ่งที่เราขาดคือเวทีและการสนับสนุนอย่างจริงจัง

การเป็นเจ้าของเทคโนโลยี คือ อำนาจความมั่นคง
การพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติทำให้ข้อมูลพฤติกรรมเราถูกดึงไปใช้ประมวลผลตลอดเวลา หากไทยพัฒนาเทคโนโลยีได้เอง จะไม่ใช่แค่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ แต่คือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Privacy) ให้อยู่ในมือเราอย่างแท้จริง

Owning Technology, Securing Thailand

พลิกเกมจากผู้ซื้อ สู่ผู้พัฒนาด้วย Offset Policy
ไทยจะเป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยีตลอดไปไม่ได้ การจัดซื้อเทคโนโลยีมูลค่ามหาศาล รัฐต้องตั้งเงื่อนไขบังคับให้ต่างชาติต้องถ่ายทอดองค์ความรู้ หรือเปิด Source Code นี่คือทางลัดสำคัญที่จะยกระดับให้เราซ่อมเอง สร้างเอง และต่อยอดนวัตกรรมได้เองอย่างยั่งยืนในอนาคต

ทวงคืนอธิปไตยไซเบอร์ อุดรอยรั่วข้อมูลชาติ
ข้อมูล คือ ขุมทรัพย์ยุคใหม่ แต่แอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์อัจฉริยะต่างชาติอาจเก็บข้อมูลพฤติกรรมเราส่งออกนอกประเทศโดยไม่รู้ตัว การสร้างเทคโนโลยีและระบบป้องกันของคนไทยเอง จึงเป็นการรักษาความมั่นคงและดึงอำนาจจัดการข้อมูล (Data Privacy) กลับมาอยู่ในมือคนไทยอย่างแท้จริง

รัฐสร้างฐานเทคโนโลยี ไม่ใช่สร้างแอปฯ แข่งเอกชน
ปรับมายด์เซ็ตการทำนวัตกรรม รัฐไม่ควรลงมาทำแอปพลิเคชันสำเร็จรูปเองทั้งหมด แต่ควรทำหน้าที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอกชนลงทุนไม่ไหว เช่น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือโมเดล AI สัญชาติไทย เพื่อเป็นของกลางให้สตาร์ทอัพไทยหยิบไปต่อยอดทำตลาดได้รวดเร็วขึ้น

ปลดล็อกงานวิจัยด้วยนักสื่อสารวิทยาศาสตร์
งานวิจัยจำนวนมากมักติดอยู่ในหุบเขาแห่งความตาย ส่วนหนึ่งติดกำแพงภาษาที่ซับซ้อน ทางรอดคือต้องมีคนกลางที่ย่อยข้อมูลยาก ๆ ให้เป็นภาษามนุษย์ เพื่อลดช่องว่างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดให้สังคมเห็นคุณค่าจนอยากนำนวัตกรรมนั้นไปใช้งานจริง

ดัน Super App และ AI ไทย ที่เข้าใจบริบท Local
เทคโนโลยีที่ดีต้องเข้าใจผู้ใช้ ไทยจำเป็นต้องมี Super App ที่มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหล และมี AI ที่เทรนด้วยฐานข้อมูลของคนไทยเอง เพื่อให้การประมวลผลตอบโจทย์บริบททางสังคมและเศรษฐกิจของเราอย่างแม่นยำและปลอดภัย

ทลายไซโลงานวิจัยด้วย Roadmap ระดับชาติ
ไทยมีคนเก่งและงบประมาณกระจายอยู่หลายแห่ง แต่ปัญหาคือต่างคนต่างทำ ความสำเร็จจะเกิดได้จริงต้องมีหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการร้อยเรียง Roadmap เดียวกันที่ต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนตามตัวบุคคล เพื่อป้องกันภาวะสมองไหลและทำให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่าสูงสุด

รัฐสร้างถนน เอกชนและประชาชนช่วยกันวิ่ง
บทบาทใหม่ของรัฐ คือการเป็น ‘ผู้สร้างถนนสายดิจิทัล’ หรือการวางรากฐานผ่านนโยบายแบบเปิด (Open Innovation) เพื่อเปิดทางให้เหล่านักพัฒนาแอปพลิเคชันไทยสามารถวิ่งไปได้ไกลและง่ายขึ้นบนโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐเตรียมไว้ให้ ขณะเดียวกันคนไทยต้องร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อน อุดหนุนเทคโนโลยีสัญชาติไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งไปด้วยกัน

กฎหมายที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม
ความเร็วของเทคโนโลยีต้องมาคู่กับกฎหมายที่ยืดหยุ่น การใช้แนวทาง Regulatory Sandbox เพื่อทดสอบนวัตกรรมในขอบเขตที่จำกัด จะช่วยให้เราก้าวข้ามระเบียบเดิมที่เชื่องช้า ทำให้รัฐสามารถคว้าเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ปกป้องประเทศได้ทันต่อสถานการณ์โลก

ถอดบทเรียนสมรภูมิจริง สู่เกราะป้องกันประเทศ
ศักยภาพนวัตกรรมไทยพิสูจน์ได้จากระบบ Anti-Drone หรือระบบป้องกันข้อมูลที่กองทัพอากาศนำไปใช้ในสถานการณ์วิกฤต สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าเมื่อไทยมีอธิปไตยทางเทคโนโลยี เราจะสามารถอุดรอยรั่วและรักษาความปลอดภัยได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบจากต่างชาติเพียงอย่างเดียว

ปักหมุด Space Domain ขยายขอบเขตนวัตกรรมเหนือท้องฟ้า
นวัตกรรมไทยต้องขยายไปสู่เทคโนโลยีอวกาศ การพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็ก (Micro SAT) ด้วยฝีมือคนไทย ไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง แต่คือเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการประเทศ ทั้งการเฝ้าระวังภัยพิบัติ การจัดการน้ำ และการทำเกษตรแม่นยำที่ครอบคลุมทุกตารางนิ้ว

40 Years NECTEC: Legacy & Beyond

เนคเทคในฐานะ ‘วิศวกรของชาติ’ ผู้ถมหุบเขาแห่งความตาย
หัวใจของเนคเทคแตกต่างจากมหาวิทยาลัยตรงที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ศูนย์วิจัยเพื่อหาความรู้ใหม่ แต่นักวิจัยกว่า 400 ชีวิต นิยามตนเองว่าเป็น ‘วิศวกรของชาติ’ มีภารกิจหลักคือการพัฒนาระบบเพื่อส่งมอบให้สังคมให้ได้ โดยยอมลงไปคลุกอยู่ในจุดที่ขาดทุนสูงสุด หรือ ‘หุบเขาแห่งความตาย’ (Valley of Death) เพื่อนำงบประมาณและทรัพยากรลงไปให้งานวิจัยพื้นฐานก้าวข้ามไปสู่ระบบที่ใช้งานได้จริง

วางรากฐาน ‘ชิป’ แห่งเดียวในไทย
ใน 10 ปีแรก เนคเทคเริ่มต้นด้วยการสร้างรากฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผ่านศูนย์ TMEC (Thai Microelectronics Center) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิป (Fabrication) แห่งเดียวในประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับ TSMC ของไต้หวัน แม้วันนี้บทบาทจะต่างกันแต่เนคเทคยังคงเป็น Chip Pilot Line ที่สำคัญ รวมถึงการบุกเบิก INET จนกลายเป็น ISP รายแรกของไทย

สร้างและดูแล ‘แผนที่โครงข่ายอินเทอร์เน็ตไทย’
เนคเทคมีส่วนร่วมในการทำ Internet Connectivity เป็นครั้งแรก และจัดทำ Internet Map หรือแผนที่โครงข่าย Backbone ทั้งหมดของประเทศไทย ดร.ชัย ยืนยันว่าจนถึงปัจจุบันภารกิจการ Monitoring Network เหล่านี้ยังอยู่ภายใต้การดูแลของเนคเทคร่วมกับสมาคมอินเทอร์เน็ต เพื่อเฝ้าดูความเคลื่อนไหวและเสถียรภาพของการเชื่อมต่อดิจิทัลในภาพรวม

พลังแห่งนโยบายไอทีที่ Spin-off เป็นหน่วยงานระดับประเทศ
จากยุคร่าง ‘แผนไอทีแห่งชาติ’ ในช่วงปีพ.ศ. 2540 นำมาสู่การกำเนิดหน่วยงานสำคัญที่แยกตัวออกไปดูแลประเทศในแต่ละมิติ ทั้ง DGA ที่ขับเคลื่อนภาครัฐสู่ดิจิทัล, สสน. ที่ดูแลทรัพยากรน้ำของชาติ รวมถึงการเขียนนโยบายที่นำไปสู่การก่อตั้งกระทรวง ICT ในเวลาต่อมา

ที่ปรึกษาเทคนิคในวิกฤตประเทศ
เนคเทคทำหน้าที่เป็นหน้าด่านทางเทคโนโลยีในเหตุการณ์สำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ ตั้งแต่การเข้าตรวจสอบปัญหา Y2K ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ปี 2000 ไปจนถึงการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบเครื่อง GT200 และภารกิจอื่นๆ อีกมากมายเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางเทคโนโลยีให้แก่ประเทศ

ปั้น National Platform
ช่วงปีค.ศ. 2020 ยุคที่นักวิจัยมุ่งมั่นกับการส่งมอบนวัตกรรมสู่สังคม เช่น NETPIE แพลตฟอร์ม IoT สัญชาติไทยที่เกิดก่อน Big Tech ต่างชาติ ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 70,000 บัญชี และมีการใช้งานอยู่ตลอดเวลา รวมถึงระบบตรวจสุขภาพเขื่อนใหญ่ 14 แห่งทั่วประเทศที่ช่วยการันตีความมั่นคงและป้องกันปัญหาภัยพิบัติให้คนไทย

ดูแลโภชนาการเด็กไทย 35,000 โรงเรียนผ่าน Thai School Lunch
เนคเทคส่งมอบระบบแนะนำอาหารกลางวันให้โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กไทยได้รับสารอาหาร ที่ดีพอตามการตรวจสอบของกรมอนามัย ระบบนี้ไม่เพียงช่วยเรื่องโภชนาการรายวัน แต่ยังใช้ตรวจสอบภาพรวมสุขภาพของเยาวชนไทยได้ทั่วประเทศ

Traffy Fondue นวัตกรรมเปลี่ยนเมืองที่ทำให้เสียงของประชาชนดังกว่าเดิม
หนึ่งในความภาคภูมิใจ คือ การสร้างแพลตฟอร์มที่คนใช้งานหลายล้านคนอย่าง Traffy Fondue ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถลดขั้นตอน ยกระดับการแก้ปัญหาเมือง และสร้างความโปร่งใสในการสื่อสารระหว่างภาครัฐและประชาชนได้จริง

ผลักดัน AI ประเทศไทย ตั้งศูนย์ SMC ยกระดับอุตสาหกรรมยุคใหม่
เนคเทคเริ่มทำเรื่อง AI ตั้งแต่ปีค.ศ. 2019 ก่อนกระแส Generative AI จะเกิด และเป็นกำลังหลักในการผลักดันแผนปฏิบัติการ AI ระดับชาติ รวมถึงการตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ที่วังจันทร์วัลเลย์ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้โรงงานไทยเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 4.0 และการทำระบบข้อมูลหลังบ้านให้สภาพัฒน์เพื่อวิเคราะห์ความยากจนและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ตรงจุดผ่านระบบ TPMAP

ก้าวที่ Beyond เพื่อสร้างมาตรฐาน AI ไทยให้โลกยอมรับ
ยุทธศาสตร์ถัดไป คือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน Standard Testing หรือการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ AI ในประเทศไทยเอง ไม่ควรต้องส่งสินค้า AI ไปตรวจที่ต่างประเทศทุกครั้งเพราะมีค่าใช้จ่ายสูง การทำระบบทดสอบเองในไทยจึงเป็น Infrastructure สำคัญที่เนคเทคต้องลงมือทำ

Smart Farm ราคาประหยัด นวัตกรรมเพื่อหัวใจของประเทศเกษตรกรรม
เนคเทคมุ่งพัฒนา Low-cost Device สำหรับการทำฟาร์มอัจฉริยะที่ผ่านมาตรฐานสากล เพื่อให้เกษตรกรไทยเข้าถึงเทคโนโลยีได้จริงในราคาที่จับต้องได้ นอกจากนี้ยังเตรียมระบบ Backbone สำหรับ EV Charging ร่วมกับพันธมิตรเอกชน และการวิจัยเซนเซอร์ตรวจหาวัณโรคแฝงเพื่อความมั่นคงทางสาธารณสุข

เตรียมกำลังคนสู่ยุค AGI และความท้าทายของสมองกลล้ำสมัย
Keywords สำคัญที่กำลังผุดขึ้นมาคือ AGI (Artificial General Intelligence) ซึ่งเนคเทคได้เริ่มลงทุนทั้งด้านเครื่องมือและเตรียมกำลังคนไว้รองรับ โดยมองว่านวัตกรรมต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาประเทศไทยที่มีอยู่มหาศาล และต้องผ่านการลองผิดลองถูกเพื่อสร้างเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของไทยที่สุด

Humanoid & Robotics: การพึ่งพาตัวเองด้วย System Integration
ในโลกที่ Geopolitics ผันผวน เนคเทคเน้นว่าเราไม่สามารถฝากชีวิตไว้กับใครได้อีกต่อไป เป้าหมายถัดไปคือหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยจะเน้นบทบาทการทำ System Integration ผสมผสานเทคโนโลยีจากหลายแหล่งมาแก้โจทย์ความไม่แน่นอน เพื่อสร้างความยั่งยืนและการพึ่งพาตัวเองได้อย่างแท้จริง

Roadmap ต่อไป นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงจากเสียงของพาร์ทเนอร์
ก้าวต่อไปของเนคเทคจะไม่ใช่การคิดเองคนเดียว แต่จะเปิดพื้นที่ Meetup ระดมสมองกับพาร์ทเนอร์ตลอดปีพ.ศ. 2569 เพื่อรับฟังปัญหาจริงและนำมาสรุปทิศทางในงาน NECTEC-ACE 2026 ที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายนปีนี้ เพื่อสร้างแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมที่เกิดมาเพื่อใช้และสร้างผลกระทบต่อประเทศอย่างมหาศาล