เนคเทค สวทช. ร่วมเวที Intelligent Asia Thailand 2026 ชู Thailand i4.0 Index หนุนโรงงานไทยสู่ Smart Manufacturing

Share to...
Facebook
X

11 มีนาคม 2569 ณ Hall 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Intelligent Asia Thailand 2026 และ Automation Thailand 2026 งานแสดงเทคโนโลยีการผลิตแห่งอนาคตที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรม PCB และระบบ Smart Automation มุ่งสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ของภูมิภาค โดยได้รับเกียรติจากคุณปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นประธานในพิธีเปิด

ในโอกาสนี้ ดร.พนิตา ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรบนเวที SPS Stage Bangkok ในกิจกรรมเสวนาพิเศษหัวข้อ “Thai Manufacturing Sector Proactive Strategy: Being the Leader of SEA” ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับบทบาทการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการสำคัญในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0

เสวนานี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมอง ได้แก่: คุณสมสิทธิ์ มูลสถาน กรรมการบริหาร ส.อ.ท. และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ คุณวรวรรณ นรสุชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 2 รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), และคุณอาชว์ จันทร์กวี ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส McKinsey & Company (Thailand) โดยมีคุณธีระ กิตติธีรพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มทีเอ็กซ์ จํากัด เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

คุณสมสิทธิ์ กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้อง “ปรับเกม” จากการแข่งขันด้านต้นทุนแรงงานไปสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุตสาหกรรม พร้อมเสนอให้เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตาม Roadmap ระยะ 6 ปี เพื่อยกระดับประเทศไทยจากผู้ซื้อเทคโนโลยีสู่ผู้พัฒนาและผู้ผลิต โดยมุ่งต่อยอดเทคโนโลยีที่ไทยมีศักยภาพ เช่น โดรนป้องกันการรบกวนสัญญาณ อาหารทหารเพื่อความยั่งยืน และเทคโนโลยีการแพทย์อย่างเลือดเทียม

ด้าน คุณวรวรรณ ระบุว่า ปี 2026 ถือเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลกและบทบาทของเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะการสนับสนุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ รวมถึงผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติและผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration เพื่อร่วมกันสร้าง “โรงงานแห่งอนาคต” ในประเทศไทย

ในมุมมองด้านการยกระดับโรงงานไทย ดร.พนิตา กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 4.0 ควรเริ่มจากการประเมินความพร้อมขององค์กรอย่างเป็นระบบ โดยศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ได้พัฒนา Thailand i4.0 Index ซึ่งเป็นกรอบการประเมินความพร้อมของโรงงานใน 17 ด้าน ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี กลยุทธ์ การบริหารจัดการ และบุคลากร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการปรับเปลี่ยนสู่โรงงานอัจฉริยะได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ยังสามารถเข้ารับการประเมินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับคำปรึกษาทางเทคนิค การจับคู่กับ System Integrator (SI) ในประเทศ และการสนับสนุนการทดลองเทคโนโลยีในรูปแบบ Proof of Concept (PoC) สูงสุด 120,000 บาท เพื่อลดความเสี่ยงก่อนการลงทุนจริง โดยย้ำว่า “หัวใจสำคัญของ Industry 4.0 และ 5.0 คือบุคลากร เทคโนโลยีจะเกิดประโยชน์ได้จริงเมื่อแรงงานมีทักษะที่เหมาะสม”

ขณะที่ คุณอาชว์ กล่าวว่า ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังก้าวสู่ยุค Smart Manufacturing ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล องค์กรที่สามารถใช้ Data Analytics, AI และ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน โดยการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมควรพัฒนาไปพร้อมกันในสามมิติ ได้แก่ Technology, Talent และ Ecosystem เพื่อสร้างระบบการผลิตที่ยืดหยุ่นและแข่งขันได้ในระยะยาว

งาน Intelligent Asia Thailand 2026 จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ Yorkers Trade & Marketing Service Co., Ltd. Messe Frankfurt (HK) Ltd, Taiwan Branch และ GMTX Company Limited นับเป็นงานแสดงสินค้าแห่งเดียวในประเทศไทยที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรม PCB และระบบ Smart Automation เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการค้นพบเทคโนโลยีและโซลูชันการผลิตสมัยใหม่ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้แสดงสินค้าชั้นนำจากทั่วอาเซียนและนานาชาติ