🔑 Key Message
จากผลิตให้มาก สู่ผลิตให้มีประสิทธิภาพ: ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ แรงงาน และข้อกำหนดด้านความยั่งยืน ทำให้โรงงานต้องใช้ข้อมูลแบบ Real-time มาช่วยตัดสินใจมากขึ้น เป้าหมายจึงขยับจากการเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว มาเป็นการผลิตให้แม่นยำ คุ้มค่า และลดความสูญเสียในกระบวนการ
เริ่มจากโจทย์จริง ไม่ใช่เทคโนโลยี: การนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ควรเริ่มจากการสำรวจปัญหาหน้างาน เลือกจุดที่ส่งผลต่อธุรกิจ และทดลองในขนาดที่วัดผลได้จริง ก่อนขยายสู่ระบบที่ใหญ่ขึ้น
ประเมินความพร้อมก่อนลงทุน: สวทช. เนคเทค และศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) มีเครื่องมือช่วยโรงงานประเมินความพร้อมครอบคลุมด้านโรงงาน บุคลากร เทคโนโลยี และความยั่งยืน ตั้งแต่ Thailand i4.0 Index, Human Capability Framework, iSmart OEE, Daysie, ACAM ไปจนถึง UNAi ที่ช่วยให้เห็นข้อมูลตำแหน่งในโรงงานแบบเรียลไทม์
Table of Contents
เป้าหมายของการบริหารโรงงานในปัจจุบัน ขยับจากการวัดความสำเร็จด้วย ‘ปริมาณการผลิต’ มาเป็นความสามารถในการผลิตที่ ‘แม่นยำและสูญเสียน้อยที่สุด’ เมื่อต้นทุนทุกด้านปรับตัวสูงขึ้น ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ และแรงงาน ผนวกกับข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เข้มงวด ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องหันมาพึ่งพาข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อพลิกโฉมการผลิตให้แม่นยำคุ้มค่า และลดความสูญเสียในกระบวนการ
บทความนี้พาไปถอดบทเรียนจากงาน Sustainable Manufacturing Executive Forum โดยศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) เนคเทค สวทช. เจาะลึกตั้งแต่แนวคิดการใช้ AI แก้ปัญหาหน้างาน การเริ่มลงทุนจากสเกลเล็ก ๆ ไปจนถึงเครื่องมือประเมินความพร้อมจากภาครัฐ ที่จะช่วยเปลี่ยนโรงงานไทยให้พร้อมสู่การทำ Green Transformation ได้อย่างมั่นใจและตรงจุด
ปรับทิศทางการผลิต จากปริมาณสู่ประสิทธิภาพ
เมื่อต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และแรงงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้า ตลาดส่งออก และนักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านความยั่งยืนมากขึ้น ภาคการผลิตจึงต้องกลับมาทบทวนวิธีการทำงานใหม่ทั้งหมด ดร.กรกช ธีวงศ์คำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Automation & IoT บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) มองว่าแรงกดดันเหล่านี้ทำให้เป้าหมายขององค์กรเปลี่ยนไป โดยระบุว่า “เป้าหมายของเราคงจะไม่ใช่ผลิตให้มากเข้าไว้ แต่คงจะต้องเป็นการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุดบนการใช้ฐานข้อมูลแบบ Real-time เบทาโกรมองการเติบโตอย่างยั่งยืนบนการมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กัน”
ในมุมของเบทาโกร AI และ Green เป็นเรื่องที่เดินไปด้วยกัน เพราะการใช้ข้อมูลช่วยลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตได้พร้อมกัน นอกจากการนำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว ดร.กรกช ยังกล่าวถึงหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน คือ การสร้าง “AI Literacy” ให้กับคนในองค์กร “เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วมาก เราต้องรีบแคตช์เข้ามาใช้ ซึ่งแปลว่าหลังบ้านของเราต้องมีศักยภาพรองรับ อนาคตเราต้องมีภาพของการประยุกต์ใช้และต่อยอด Product ไปกับ AI ได้แบบยั่งยืน”
ด้าน คุณธัชพล จิรโมฬี ผู้จัดการส่วนเทคโนโลยีอัตโนมัติ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด สะท้อนมุมมองว่า “ถ้าเกษตรกรอยู่ดี คูโบต้าก็อยู่ได้” สยามคูโบต้าจึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของเครื่องจักรกลการเกษตรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการควบคุมต้นทุน ภายใต้โจทย์นี้ Automation และ AI จึงไม่ได้ถูกนำมาใช้ในลักษณะโปรเจกต์ แต่เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวัน เช่น การช่วยพนักงานในงานที่ใช้แรงมาก โดยโรงงานกำหนดให้มีตัวช่วยเมื่อต้องยกของเกิน 8 กิโลกรัม รวมถึงงานที่จำเป็นต้องทำแต่ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มโดยตรงให้ลูกค้า ทั้งหมดนี้อยู่บนหลักคิดที่ว่า “การเลือกไม่ใช่เทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่เป็นการเลือกตัวที่คุ้มค่าและเหมาะสมเข้ามา เพื่อให้เกิดความยั่งยืน”
เปลี่ยนช่วงเวลาชะลอตัวให้เป็นจังหวะของการเริ่มต้น
ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. และผู้อำนวยการ SMC เล่าว่า ทีมนักวิจัยเตือนตัวเองเสมอว่า “อย่าให้เป็น Technology Push” ต้อง Supply Push เพราะสิ่งสำคัญของการขับเคลื่อนโรงงานสู่ระบบดิจิทัลคือ การออกไปทำความเข้าใจแรงกดดันที่โรงงานเผชิญอยู่จริง โดยเฉพาะเรื่องสภาพเศรษฐกิจ การตัดสินใจลงทุนภายใต้ภาวะที่ยอดขายลดลงและต้นทุนยังสูงอยู่ ไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างไรก็ตาม ดร.พนิตา ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่ยังเดินหน้าทำ Digital Transformation ในช่วงวิกฤตว่า “เขาบอกว่าช่วงที่ยอดคำสั่งซื้อน้อยเป็นเวลาที่เหมาะสมในการปรับปรุงเครื่องจักร ใช้โอกาสที่สายการผลิตไม่ตึงตัวมาก ดึงพนักงานเข้ามาวันเสาร์-อาทิตย์เพื่อติดตั้งเซ็นเซอร์ IoT โดยไม่ต้องไปเสียดาย OT เมื่อไรวันที่ฟื้นจากวิกฤต เขาก็จะพร้อมทันที”
ดร.พนิตา แนะนำว่า “เริ่มเล็กๆ ก่อน พิสูจน์ให้ได้ว่าเทคโนโลยีเหมาะกับเราจริง แล้วค่อยขยาย” สอดคล้องกับมุมมองของคุณวรรัฐ สาระสุรีย์ภรณ์ ผู้จัดการส่วนการขายและการตลาด บริษัท เอ.ไอ. เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งแนะนำให้โรงงานเริ่มจากการทำ Lean เพื่อค้นหาจุดสูญเสีย แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อคัดเลือกกระบวนการนำร่องที่มีตัวชี้วัดชัดเจนก่อนขยายไปสู่ระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่
“ปัจจุบันเป้าหมายเราใหญ่กว่า ‘การเอาคนออก’ เป้าหมายคือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้ทรัพยากร โดยนำ Automation และ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น” คุณวรรัฐ กล่าว
ใช้ AI จาก Pain Point ที่ชัดเจนและวัดผลได้
การนำ AI มาใช้ในโรงงานให้เกิดผลลัพธ์จริง ต้องเริ่มจากปัญหาที่ชัดเจนและมีผลต่อธุรกิจ คุณสุกิจ อัคคกิจโกศล DX & AI Division Director บริษัท ซี.เอส.ไอ. (ประเทศไทย) จำกัด ยกตัวอย่างการพัฒนา AI Vision Inspection สำหรับโรงงานผลิตหลอดไฟ ซึ่งเดิมใช้คนตรวจสอบจุดเชื่อมสายไฟ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและประสิทธิภาพลดลง บริษัทจึงนำซอฟต์แวร์ TAKUMI ทำงานร่วมกับ AI Camera เพื่อตรวจจับจุดเชื่อมต่อ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการรีเวิร์กและเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนภายใน 3–6 เดือน
“อยากให้กลับไปดูว่าในโรงงานมี Loss ตรงไหนบ้าง และ Loss นั้นมี Impact กับธุรกิจขนาดไหน จากนั้นถึงค่อยเลือกมาพัฒนาจุดนั้น เราไม่ควรเริ่มจากการเลือกเทคโนโลยี แต่ต้องเลือกจุดที่สร้าง Business Value และเกิด ROI มากที่สุด” คุณสุกิจ กล่าว
ประเมิน 4 ความพร้อม ก่อนขยับสู่โรงงานอัจฉริยะ
การลงทุนจะต่อยอดได้แม่นยำขึ้นเมื่อโรงงานรู้สถานะของตนเอง คุณอุดม ลิ่วลมไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม เนคเทค สวทช. แนะนำให้โรงงานประเมินความพร้อมใน 4 ด้าน ได้แก่
(1) ด้านความพร้อมของโรงงาน สวทช. พัฒนา Thailand i4.0 Index เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินระดับความพร้อมของโรงงานทั้งในรูปแบบการประเมินออนไลน์และการประเมินเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลจากการประเมินจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นสถานะของตนเองเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เข้าใจจุดแข็งและประเด็นที่ควรพัฒนารวมถึงสามารถกำหนดแนวทางยกระดับโรงงานได้สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจ
(2) ด้านความพร้อมของบุคลากร SMC Academy มีเครื่องมือ Human Capability Framework (HCF) สำหรับประเมินศักยภาพและความพร้อมของคนในองค์กรควบคู่กับการพัฒนาทัศนคติ ทักษะและขีดความสามารถของบุคลากรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เนื่องจากการลงทุนเทคโนโลยีจะเกิดประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อบุคลากรมีความเข้าใจสามารถใช้งาน ดูแล และต่อยอดระบบได้อย่างต่อเนื่อง
(3) ด้านความพร้อมของเทคโนโลยี SMC มีโซลูชันสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมหลายรูปแบบ เช่น ‘iSmart OEE’ สำหรับติดตามประสิทธิภาพเครื่องจักรแบบ Real-time, ‘Daysie’ ซึ่งเป็น No-code Edge AI-IoT Application Platform รวมถึง ‘NomadML’ และ ‘CVDev’ สำหรับงาน Visual Inspection ที่ช่วยให้โรงงานนำข้อมูลและระบบอัจฉริยะไปใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
(4) ด้านความยั่งยืน เนคเทค สวทช. พัฒนา ACAMP หรือ Automated Carbon Accounting Management Platform ซึ่งใช้ IoT ช่วยดึงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้น้ำมัน (Scope 1) และพลังงานไฟฟ้า (Scope 2) สนับสนุนให้องค์กรสามารถติดตามข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและวางแผนมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นระบบ
มองเห็นหน้างานจริงด้วยข้อมูลตำแหน่งแบบเรียลไทม์
ข้อมูลที่ดีต้องรวมถึงข้อมูลตำแหน่งของสิ่งของ คน และยานพาหนะ ดร.กมล เขมะรังษี นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ กลุ่มวิจัยการสื่อสารและเครือข่าย เนคเทค สวทช. นำเสนอ UNAi (อยู่ไหน) เทคโนโลยีระบุตำแหน่งภายในอาคาร ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้างานที่มักมองไม่เห็นและคาดเดาไม่ได้ UNAi ช่วยยืนยันตำแหน่งสินค้าหรือรถโฟล์คลิฟต์ได้แม่นยำขึ้น กรณีศึกษาจากบริษัท ยูไนเต็ดคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัดr พบว่าระบบนี้ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูล ลดเวลาค้นหาสินค้า และต่อยอดไปสู่ Digital Twin เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภาครัฐพร้อมหนุน ลดความเสี่ยง เปลี่ยนเกมธุรกิจ
การปรับตัวสู่เทคโนโลยีไม่ได้แปลว่าภาคเอกชนต้องแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพัง ดร.พนิตา ทิ้งท้ายว่า เนคเทค และ SMC พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโรงงานเข้ากับเทคโนโลยี ตั้งแต่การประเมินสุขภาพโรงงาน ไปจนถึงการจับคู่เทคโนโลยี (Matching)
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีเครื่องมือสนับสนุน ทั้งการให้คำปรึกษาเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI รวมถึงแคมเปญให้ทุนสนับสนุน 120,000 บาท เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนเบื้องต้น การให้บริการด้านการพัฒนาบุคคลากร และเปิดพื้นที่ศูนย์ SMC จ.ระยอง ให้ผู้ประกอบการเข้าไปทดลองใช้ระบบ AS/RS หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกหลากหลายได้จริง
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นปรับโรงงานให้พร้อมต่อ AI และ Green Transformation
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาจากภาครัฐได้ที่ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC)
เว็บไซต์ www.nectec.or.th/smc หรือ Facebook: smceeci