รายงาน : พีซีโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์เพิ่มชีวิตชีวาคอมพ์ใหม่

นับจาก "แอปเปิล คอมพิวเตอร์" ได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ด้วยการแปลงโฉมพีซีในนาม "ไอแมค" ให้มีรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตา และหลุดออกจากกรอบเดิมๆ ในวันนี้สิ่งหนึ่งที่กำลังจะเข้าไปสร้างมาตรฐานใหม่ให้พีซีดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง คือการรวมเทคโนโลยีด้านเอวี (Audio and Video) ลงในพีซี หรือจะพูดกันให้ง่ายๆ คือ การนำฟังก์ชันการใช้งานทั้งวิทยุ โทรทัศน์ ดีวีดี เอ็มพี 3 มารวมกันอยู่ในคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว

 

หลายคนอาจค้านว่า พีซีที่รวมเทคโนโลยีดังกล่าวไว้ด้วยกันนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมาหากใครต้องการคุณสมบัติดังกล่าวก็สามารถหาซื้อฟังก์ชันต่างๆ นี้มาใส่เพิ่มในคอมพิวเตอร์เองได้ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกนัก

ด้วยความใหม่ของมันอยู่ที่ปัจจุบันผู้ค้าคอมพิวเตอร์หลายรายในตลาดไทยได้นำฟังก์ชันเหล่านี้ เข้ามารวมอยู่คอมพิวเตอร์ที่พร้อมจะขายให้กับลูกค้าเป็นชุดๆ และดูเหมือนว่า ฟังก์ชันเหล่านี้ก็จะกลายเป็นพื้นฐานของคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจ่อคิวออกมาอวดโฉมในตลาด

 

เอเซอร์ชี้พีซีเอ็นเตอร์เทนเมนท์มาแรง

นายอลัน เจียง ผู้จัดการทั่วไปบริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ฟังก์ชันของโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์จะกลายเป็นมาตรฐานของคอมพิวเตอร์พีซีในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยคุณสมบัติที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นโหมดของการเล่นวิดีโอซีดี หรือดีวีดี ที่ติดมากับตัวเครื่อง โหมดการชมโทรทัศน์บนพีซี โหมดการเปิดดูภาพจากสื่อดิจิทัลรุ่นใหม่ โหมดการเล่นแผ่นซีดีเพลง และไฟล์เอ็มพี 3 โหมดภาครับวิทยุเอฟเอ็ม และสุดท้ายคือโหมดของพีซีและฟังก์ชันการทำงานแบบนี้ จะควบคุมด้วยระบบรีโมท คอนโทรล "อย่างที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวพีซีในฟังก์ชันดังกล่าวตระกูลแอสไปร์ RC 900 โดยมีจุดเด่นที่ผนวกการใช้งานพีซี เข้ากับใช้เพื่อความบันเทิง ควบคุมการทำงานทุกระบบด้วยรีโมท คอนโทรล พร้อมทั้งปุ่มหมุนพิเศษ (Super Dial) ซึ่งบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ราว 2,000 เครื่องต่อเดือน"

 

นายอลัน กล่าวว่า การวางตลาดเอเซอร์ แอสไปร์ อาร์ซี 900 ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของเอเซอร์ ในตลาดโฮมยูส ระดับไฮเอนด์ และเป็นแนวทางการทำตลาดของบริษัท ที่เน้นนำเสนอเทคโนโลยีทันสมัยให้กับผู้ใช้ แม้ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ราคาถูก จะเป็นกระแสหลักในตลาดไอทีของไทย แต่คาดว่าพีซีรุ่นนี้จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงมาตรฐานในช่วงครึ่งปีหลัง และทำให้เอเซอร์ครองส่วนแบ่งตลาดพีซีระดับบนได้เป็นที่ 1 อีกครั้ง ไม่เพียงแต่เอเซอร์ คอมพิวเตอร์เท่านั้นที่มองเห็นถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล พีซีค่ายไทยๆ อย่างเบลต้า คอมพิวเตอร์ เองก็มองถึงทิศทางนี้ด้วยเช่นกัน

 

เบลต้าขยับเตรียมเข็นลงตลาดรับกระแส

นายพิสิฐ พฤกษานุศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบลต้า คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า พีซีในรูปแบบของดิจิทัล โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์จะมีตลาดเฉพาะ โดยเฉพาะกลุ่มคอนซูเมอร์ต้องการใช้งานด้านความบันเทิงจากคอมพิวเตอร์มากกว่าการใช้งานด้านอื่นทั่วๆ ไป ซึ่งถือว่าคอมพิวเตอร์รูปแบบนี้จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันได้ "ปัจจุบัน กลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้งานด้านความบันเทิงจากคอมพ์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในตลาดได้อยู่แล้ว เพราะด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่คอมพิวเตอร์กว่า 50% ในตลาดก็สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้าพีซีที่ถูกออกแบบมาให้เป็นศูนย์รวมของความบันเทิงดิจิทัลโฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์โดยเฉพาะ ขณะนี้สัดส่วนตลาดน่าจะอยู่ที่ 25% ของตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวม ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจของการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานของพีซีในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเบลต้าเองก็คงจะมีคอมพิวเตอร์ลักษณะนี้ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง" นายพิสิฐ กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์โดยภาพรวมแล้ว แม้ว่าตลาดครึ่งปีหลังจะมีหรือไม่มีพีซีในรูปแบบของโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ก็ตาม การเติบโตของการใช้พีซีในบ้านเราก็ยังคงเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 20% โดยจากการคาดการณ์ของบริษัท เออาร์ รีเสิร์ช จำกัด ที่เพิ่งเปิดผลวิจัยของตลาดคอมพิวเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงว่าจะมีคอมพิวเตอร์ทั้งในส่วนของตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊คอยู่ในตลาดถึง 1,200,000 เครื่อง หรือคิดเป็นมูลค่า 33,000 ล้านบาท จาก 800,000 เครื่องในปีที่แล้ว โดยครึ่งแรกของปีนี้มี 450,000 เครื่อง โดย 80% เป็นเครื่องตั้งโต๊ะ ที่เหลือเป็นโน้ตบุ๊ค ส่วนครึ่งปีหลังตลาดจะมีเกือบ 800,000 เครื่อง

 

สำนักวิจัยแห่งนี้ ยังวิจัยด้วยว่าในปี 2547 คาดว่าตลาดคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยจะตกลงจากแรงซื้อล่วงหน้าที่เกิดในปีนี้ และกระแสการตื่นตัวคอมพ์ไอซีทีจะลดเหลือ 1,100,000 เครื่อง และจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2548 มีเครื่องประมาณ 1,400,000 เครื่อง ในปี 2549 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยของพีซี ปี 2546-2549 ที่ 7%

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 1 กันยายน 2546

 
Home | About us | INET | ITE| PTEC | MTS | NTJ | Software Park
National Electronics and Computer Technology Center (NECTEC)
Copyright ©2001 By Information System Service Section. All rights reserved.