เนคเทค สวทช. เปิดผลงานวิจัยต้อนรับ อว.- ศธ. ชูนวัตกรรมยกระดับการศึกษา อุตสาหกรรม และคุณภาพชีวิต

Share to...
Facebook
X

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้แทนจาก 6 กระทรวงสำคัญ และผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง รวมถึง สปสช. และผู้แทนจะจากสำนักงบประมาณ เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานและผลงานวิจัยของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อผลักดันการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้ขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นักวิจัย และพนักงานสวทช. ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. นำโดย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัย ร่วมต้อนรับและนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการศึกษา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาทักษะแห่งอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย อาทิ

ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างประโยชน์ต่อภาคสังคม โดยมุ่งเน้นการพัฒนา “Digital & AI Literacy” ผ่าน แพลตฟอร์ม LEAD Education ซึ่งเป็นระบบติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผลการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล ควบคู่กับคลังสื่อดิจิทัลส่งเสริม AI Literacy ที่ออกแบบตามแนวทาง Adaptive Education โดยประยุกต์ใช้ Computer Algorithms และ AI เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน ทั้งด้านเนื้อหา กิจกรรมฝึกปฏิบัติ และการประเมินผลการเรียนรู้

อีกหนึ่งผลงานสำคัญ คือ KidBright Education Platform อุปกรณ์สมองกลเพื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ด้าน Coding, IoT, Data Science และ AI เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน ตามแนวคิด Technology-based Problem Solving พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และนวัตกรรม

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอ Traffy Fondue แพลตฟอร์มเมืองอัจฉริยะ ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “ข้อร้องเรียนของประชาชน” กับ “กลไกการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ” ผ่านช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด

ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน เนคเทคนำเสนอ 2 นวัตกรรมสำคัญ ได้แก่ แพลตฟอร์มบริหารจัดการโภชนาการและสุขภาวะนักเรียนในโรงเรียน Thai School Lunch & KidDiary ซึ่งช่วยให้โรงเรียนสามารถวางแผนมื้ออาหารได้อย่างเหมาะสมตามหลักโภชนาการ ภายใต้งบประมาณที่จำกัด พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างครอบครัว โรงเรียน และสถานพยาบาล เพื่อใช้ติดตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการของนักเรียนรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง

และอีกหนึ่งผลงาน คือ แพลตฟอร์มการเรียนการสอนออนไลน์ที่ออกแบบเพื่อให้นักเรียนพิการทุกประเภท สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและเท่าเทียม ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ ผ่านคลังสื่อที่พัฒนาตามมาตรฐานสากลของ World Wide Web Consortium (W3C) ภายใต้แนวทาง “Web Content Accessibility Guidelines 2.2 (WCAG 2.2)” เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มและใช้สื่อการเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างทั่วถึงและเสมอภาค

ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (ThaiSC) มีการนำเสนอ “LANTA” โครงสร้างพื้นฐานด้านการคำนวณสมรรถนะสูง (HPC) เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้าน AI & Data Science วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และชีวสารสนเทศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลและเร่งการพัฒนางานวิจัยสู่การใช้งานจริง

พร้อมกันนี้ ยังมีการนำเสนอ “AI Thailand : LLM สัญชาติไทย” ที่ต่อยอดจาก Thai Foundation LLM แบบ Open Source สู่ Pathumma LLM ซึ่งรองรับการประมวลผลแบบ Multimodal ทั้งข้อความ ภาพ และเสียง พร้อมพัฒนาสู่สถาปัตยกรรม Agentic AI ที่สามารถคิด วางแผน และทำงานร่วมกันข้ามหน่วยงานได้อัตโนมัติ รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อลดภาระงานภาครัฐ เช่น DocChat, DocGen, DocTOR และ PartiiNote เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอ ศูนย์การเรียนรู้ภายใต้ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ซึ่งมุ่งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์และระบบที่ใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงเทคโนโลยีและต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง พร้อมขยายพื้นที่ Testbed สู่ EECi เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนรองรับงานมาตรฐานขนาดใหญ่ เช่น การทดสอบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่

และอีกหนึ่งกลไกสำคัญ คือ SMC Academy ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรภาคอุตสาหกรรมให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ผ่านหลักสูตรอบรมที่ยืดหยุ่นและเน้นการประยุกต์ใช้งานจริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน