innovation-service – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Tue, 24 Jun 2025 11:05:22 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png innovation-service – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 Pathumma LLM : เทคโนโลยีพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทย https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-service/pathumma-llm.html Wed, 04 Jun 2025 03:31:17 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=39629

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Pathumma LLM ถือเป็นก้าวสำคัญของ AI สัญชาติไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการ AI ในบริบทที่มีลักษณะเฉพาะทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย

Pathumma LLM (ปทุมมา แอลแอลเอ็ม) คือโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (Large Language Model – LLM) ที่พัฒนาโดยเนคเทค สวทช. ถูกออกแบบให้รองรับการประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ (Text), เสียง (Audio), และภาพ (Vision) พร้อมความเชี่ยวชาญในการเข้าใจภาษาไทยและบริบทของประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง

จุดเด่นของ Pathumma LLM

  • รองรับการใช้งานภาษาไทยโดยเฉพาะ
    โมเดลนี้ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทย จึงทำให้สามารถเข้าใจบริบท และประมวลผลภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Multi-Modal LLM
    สามารถประมวลผลข้อมูลได้ทั้งข้อความ เสียง และภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การสร้างแชตบอต การถอดเสียง การวิเคราะห์ภาพ เป็นต้น
  • โมเดลแบบเปิด (Open Source)
    เปิดให้นักพัฒนา ผู้สนใจสามารถเข้าถึงและพัฒนาต่อยอดได้ ทั้งในรูปแบบของแอปพลิเคชัน (APP), อินเทอร์เฟซสำหรับนักพัฒนา (API) และโมเดลสำหรับดาวน์โหลด

บริการเด่นของ Pathumma LLM

1. DocChat – AI ผู้ช่วยค้นหาข้อมูลจากเอกสารหลายๆ หน้า
ในรูปแบบถาม-ตอบ ที่ผู้ใช้สามารถพูดคุย (Chat with Document) สอบถามข้อมูลที่ต้องการจากเอกสารได้โดยตรง
รองรับเอกสาร Plain Text, .docx, .PDF, Website เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลนโยบาย เอกสารราชการ หรือคู่มือใช้งานอย่างรวดเร็ว

2. DocGen – AI ช่วยสร้างเอกสารภาษาไทยอัตโนมัติ
เข้าใจภาษาราชการ สามารถแก้ไขเอกสารได้ รองรับการดาวน์โหลดเอกสารในรูปแบบไฟล์ เช่น รายงาน จดหมายราชการ ร่าง TOR หรือแบบฟอร์มต่างๆ ช่วยลดระยะเวลาการทำเอกสารซ้ำซ้อน เพิ่มความถูกต้องตามรูปแบบเอกสาร 

3. Partii Note – AI ถอดความเสียงพูดภาษาไทยเป็นข้อความอัตโนมัติ พร้อมสรุปใจความสำคัญ
รองรับการถอดความเสียงทั้งในรูปแบบไฟล์เสียง, YouTube จากผู้พูดคนเดียว หรือมากกว่า สามารถส่งออกเป็นไฟล์ .doc ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการถอดความเสียงจากการประชุม บรรยาย หรือสัมมนา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

งานพัฒนาพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ (SPDS)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.)
email: spe-spds@nectec.or.th, business@nectec.or.th
Tel. 02 564 6900 ต่อ 2339

]]>
ระบบถอดความเสียงการประชุมด้วยเทคโนโลยีการรู้จำเสียงพูดภาษาไทย https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-service/thai-ai-voice-transcription.html Thu, 12 Oct 2023 09:23:43 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=34321
บริษัท เอไอไนน์ จำกัด (Ai9) เป็นโครงการภายใต้โครงการ NSTDA Startup โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เพื่อให้บริการเทคโนโลยี AI ด้านการแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (Speech-To-Text) และการวิเคราะห์ข้อความภาษาไทย (NLP) โดยนำผลงานวิจัยโปรแกรมระบบรู้จำเสียงพูดภาษาไทย พาที (Partii) ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ไปออกแบบและพัฒนาเป็นระบบถอดความเสียงการประชุมให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เข้ากับกระบวนการจัดทำรายงานของเจ้าพนักงานชวเลข ภายใต้ข้อจำกัดของเวลา ซึ่งจะช่วยลดภาระ ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการจัดทำรายงานการประชุม เพื่อนำไปสู่การจัดทำรายงานการประชุมที่มีความถูกต้อง สมบูรณ์ และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

จุดเด่น

  • แปลงเสียงพูดเป็นข้อความ มีความถูกต้องมากกว่า 90%
  • ระบบถูกออกแบบให้สามารถจัดทำรายงานได้
  • สามารถบริหารจัดการรายชื่อผู้อภิปราย ตัวเลขไทย คำทับศัพท์ คำย่อต่าง ๆ เพื่อให้ระบบแนะนำในระหว่างการแก้ไขและพิมพ์รายงานได้
  • สามารถสืบค้นข้อมูลรายงานการประชุมได้อย่างรวดเร็ว
  • รองรับการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศและระบบจัดเก็บข้อมูลภายในองค์กรได้
  • สามารถติดตั้งในหน่วยงานในรูปแบบ on-premise หรือจะเป็นบน private cloud ตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ ทำให้มีความมั่นใจว่า ข้อมูลเสียงและข้อความที่เกิดขึ้นไม่รั่วไหลออกนอกหน่วยงาน

สนใจติดต่อได้ที่

บริษัท เอไอไนน์ จำกัด
โทรศัพท์: 095-3919987
อีเมล: sureeporn@ai9.co.th

]]>
สถาบันประเมินและรับรองเทคโนโลยีดิจิทัล (DTEC) https://www.nectec.or.th/innovation/detc.html Wed, 01 Jun 2022 02:00:58 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=2354
certificate

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) เปิดให้บริการ “รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์” มาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 ซึ่ง ณ เวลานั้นประเทศไทยยังไม่มีมาตรฐานที่เหมาะสมและทันสมัย สำหรับผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถขอรับการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ของตน จากหน่วยรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ของไทยได้ ประกอบกับการขอรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์จากหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศ ก็ใช้ระยะเวลานาน และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายมาก ไม่นับรวมถึงปัญหาที่ว่าหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศ ก็ไม่ได้มีมาตรการใดๆ ในการควบคุมคุณภาพสินค้าในตลาดไทย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ให้การรับรองไปจะมีคุณภาพที่ดี เป็นไปตามผลิตภัณฑ์ต้นแบบอย่างสม่ำเสมอ ทิ้งให้เป็นภาระของผู้บริโภคไทยที่ต้องรับความเสี่ยงต่อการได้รับสินค้าที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น

เนคเทค จึงได้เข้ามาทำหน้าที่ให้การตรวจสอบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งสองส่วนดังกล่าวข้างต้น โดยการคัดเลือกมาตรฐานที่เห็นว่าเหมาะสมมาปรับปรุงให้เหมาะสม เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการตัดสินคุณภาพผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้การรับรอง และกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบระบบควบคุมคุณภาพการผลิต ณ. สถานประกอบการ ก่อนตัดสินให้การรับรอง และให้สิทธิแสดงเครื่องหมายรับรองเนคเทค (NECTEC Mark) บนตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงจัดให้มีการตรวจติดตามผลการให้การรับรองเป็นระยะๆ ตลอดมาด้วย

เครื่องหมายรับรองเนคเทค (NECTEC Mark)

ต่อมาเมื่อประเทศไทย โดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดมาตรฐานพื้นฐานที่สำคัญขึ้นใช้งานในประเทศแล้ว อาทิ มาตรฐานด้านความปลอดภัย (มอก.1561) และมาตรฐานด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (มอก.1956) เป็นต้น เนคเทคก็ได้ปรับปรุงเกณฑ์การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์มาใช้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของสมอ. แทนหลักเกณฑ์เดิม และต่อมาได้มีการทำบันทึกความร่วมมือด้านการมาตรฐานกับสมอ. เพื่อร่วมกันพัฒนาด้านการมาตรฐานของประเทศในสาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ให้แข็งแรง เพียงพอ ทันสมัยและเหมาะสมกับการใช้งานในประเทศ มากยิ่งขึ้น

การเริ่มดำเนินการในฐานะหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ ของเนคเทค นับจากเริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินกิจกรรมการให้การรับรองทั้งหมดตามข้อกำหนดของมาตรฐาน มอก. 5065 (ISO/IEC Guide 65) ซึ่งเป็นมาตรฐานการบริหารจัดการและการดำเนินงานสำหรับหน่วยงานที่ให้บริการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงได้มีการยื่นขอรับการรับรองความสามารถในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว จากสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการรับรองระบบงาน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจต่อเครื่องหมายการรับรองเนคเทค ที่ผู้ผลิตได้รับไป

ความสำคัญของหน่วยรับรอง

หน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ (Product Certification Body) เป็นหน่วยงานพื้นฐานที่มีหน้าที่สำคัญมากหน่วยหนึ่งในระบบการค้าของโลก ในฐานะที่เป็นคนกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบสินค้า/บริการ ว่าสอดคล้องเป็นไปตามเกณฑ์ มาตรฐานที่ตกลงกันไว้หรือไม่ ทั้งนี้การตรวจสอบและการให้การรับรองคุณภาพสินค้า/บริการของ หน่วยรับรองผลิตภัณฑ์จะเป็นการให้การรับรอง ทุกชิ้นที่ผลิตและแสดงเครื่องหมายการรับรอง รวมถึงหน่วยรับรองต้องจัดให้มีกิจกรรมการสุ่มตรวจคุณภาพสินค้า/บริการ หลังให้การรับรองด้วย เพื่อให้แน่ใจว่า ระบบการควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้ผลิต ยังคงรักษาระดับไว้ได้ตลอดระยะเวลาที่ให้การรับรอง

อย่างไรก็ตาม ขอบข่ายการให้บริการนั้นจะขึ้นอยู่กับระดับและสาขาความชำนาญของหน่วยรับรอง และขอบเขตความรับผิดชอบนั้นจะขึ้นอยู่กับกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปกติหน่วยรับรองจะมีขอบเขตความรับผิดชอบแยกเป็นรายประเทศๆ ไป (และเป็นเหตุผลที่มา ว่า หน่วยรับรอง/เครื่องหมายรับรองจาก ตปท. ไม่มีขอบเขตความรับผิดชอบต่อคุณภาพสินค้า ที่จำหน่วยในประเทศไทย เนื่องจากไม่ได้ยอมรับที่จะผูกพัน รับผิดชอบตามกฎหมายไทย)

เป้าหมาย/แนวทางการดำเนินงาน

  1. พัฒนามาตรฐานและระบบงานของหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล อันจะเป็นการช่วยลดต้นทุนแก่ผู้ประกอบการในประเทศ ในการตรวจสอบ รับรองคุณภาพสินค้า/บริการของตน รวมถึงขยายขอบข่ายการให้บริการให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการ และผู้ใช้ในประเทศ
  2. สนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ซื้อและผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักที่ถูกต้องอันจะช่วยลดความเสี่ยงของผู้ซื้อ และยกระดับความสามารถให้กับผู้ประกอบการไทย ในการเลือกสินค้า/บริการที่มีคุณภาพดี เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศ และได้รับการตรวจสอบรับรองจากหน่วยงานที่มีขอบเขตความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม

ขอบข่ายที่ให้บริการปัจจุบัน

ผู้สนใจสามารถ ตรวจสอบรายชื่อบริษัท/ผู้ประกอบการ ที่ได้รับการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ จากเนคเทค และมีสิทธิ์แสดงเครื่องหมายเนคเทค บนตัวสินค้าได้จาก ทะเบียนการรับรอง ในเว็บไซต์ของ สถาบันประเมินและรับรองเทคโนโลยีดิจิทัล 

ติดต่อ

สถาบันประเมินและรับรองเทคโนโลยีดิจิทัล (DTEC)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
112 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง
จังหวัดปทุมธานี 12120

โทรศัพท์ 02-564-6900 ต่อ 2080…4
อีเมล: dtec[at]nectec.or.th
เว็บไซต์: https://www.nectec.or.th/dtec

]]>
IDA Platform | แพลตฟอร์มไอโอทีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (Industrial IoT and Data Analytics Platform) https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-service/idaplatform.html Wed, 17 Jun 2020 17:00:03 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=2366

การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวเพื่อผ่านพ้น Digital Disruption โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก แต่กลับเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้ทุก ๆ บริบทของสังคมก้าวสู่โลกแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่นเดียวกันกับภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยเร็วที่สุดเพื่อข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้

…แต่จะทำอย่างไรจึงจะสามารถประยุกต์ใช้อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดและเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
idaplatform

อย่างไรก็ตามประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมเพื่อผลักดันวงการอุตสาหกรรมในประเทศสู่อุตสาหกรรม 4.0 ผ่านนโยบายและโครงการต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในนั้น คือ การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภายในเมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (ARIPOLIS) ภายใต้เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อสนับสนุนการขยายผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทยสู่การใช้ประโยชน์ และลดช่องว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศพร้อมผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 โดยพัฒนาโครงการนำร่อง คือ

แพลตฟอร์ม IDA – แพลตฟอร์ม IoT และระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (Industrial IoT and Data Analytics Platform)
 

แพลตฟอร์ม IDA – แพลตฟอร์ม IoT และระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม

idaplatform

แพลตฟอร์ม IDA หรือ แพลตฟอร์ม IoT และระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (Industrial IoT and Data Analytics Platform: IDA Platform) นับเป็นหนึ่งโครงการนำร่องสำคัญภายใต้ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) จากความร่วมมือระหว่าง ARIPOLIS-SMC สวทช. และพันธมิตรรัฐร่วมเอกชน

โดยเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากจากอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ตรวจจับสัญญาณต่าง ๆ จากเครื่องจักรในกระบวนการผลิต สู่การวิเคราะห์และบูรณาการข้อมูล ทำให้ทราบสถานภาพของเครื่องจักร นำไปสู่การบริหารจัดการการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและอนุรักษ์พลังงาน และตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนต่อการปรับตัวของ SME ในภาคการผลิต รวมทั้งสอดรับการเปลี่ยนแปลงรอบด้านภายหลังจากโควิด-19

สำหรับระยะนำร่อง แพลตฟอร์ม IDA ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการเรื่องการตรวจสอบการใช้พลังงาน (Energy Monitoring) เป็นลำดับแรก โดยการรวบรวมและแสดงผลข้อมูลการใช้พลังงานของเครื่องจักรในโรงงานแบบ Real Time นอกจากนี้แพลตฟอร์ม IDA ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลในระดับมหภาคเพื่อใช้วางแผนการจัดการด้านพลังงานของประเทศได้อย่างแม่นยำ พร้อมรองรับการบริหารจัดการพลังงานตามความต้องการของแต่ละช่วงเวลา (Demand Response) ในอนาคต ก่อนขยายผลสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตต่อไป

 

เทคโนโลยีในแพลตฟอร์ม IDA

เนคเทค-สวทช. ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0 หลายผลงาน สำหรับเทคโนโลยีที่เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม IDA นั้น ได้แก่

[1] uRTU (Universal Remote Terminal Unit) หรือ หน่วยตรวจวัดระยะไกลยูนิเวอร์แซล

โดยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทราบต้นทุนรวมถึงภาพรวมด้านการใช้พลังงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานให้คุ้มค่าสูงสุด

[2] NETPIE (Network Platform for Internet of Everything) หรือ แพลตฟอร์มสื่อสารเพื่อเชื่อมต่อทุกสรรพสิ่ง

โดยเนคเทคและทีมระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) สวทช. โดย “NETPIE 2020” แพลตฟอร์ม IoT สัญชาติไทยเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ด้วยคุณสมบัติที่พัฒนาขึ้น เพื่อลดภาระและตอบโจทย์ผู้ใช้งานด้าน IoT โดยเฉพาะ ช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือระบบ IoT ใด ๆ ก็ตามเป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างต้นแบบ การพัฒนาระบบเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการดูแลรักษา ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ

 

การประยุกต์ใช้งานแพลตฟอร์ม IDA

แพลตฟอร์ม IDA เป็นแพลตฟอร์ม IoT และระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรการผลิตสู่การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) อย่างอิสระ ดังนั้น แพลตฟอร์ม IDA จึงสามารถประยุกต์ใช้งานครอบคลุมได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

[1] การตรวจวัดปริมาณการใช้พลังงานในโรงงาน (Energy Monitoring)
โดยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทราบต้นทุนรวมถึงภาพรวมด้านการใช้พลังงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานให้คุ้มค่าสูงสุด
[2] การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต หรือ Overall Equipment Effectiveness (OEE)
โดยการเชื่อมโยงข้อมูลพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของเครื่องจักรเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิผลโดยรวมที่บ่งบอกความพร้อมของเครื่องจักรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประสิทธิภาพการผลิต นำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างตรงจุดเพื่อเพิ่ม Productivity แก่โรงงานอุตสาหกรรม
[3] การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance)
โดยการเชื่อมโยงข้อมูลพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของเครื่องจักรมาวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องจักรจะเกิดอาการเสียหายในอนาคต ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างทันท่วงที ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาเครื่องจักรในโรงงาน
 

แพลตฟอร์ม IDA กับการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ และสถานประกอบการอุตสาหกรรม

[1] ประเทศไทย
IDA Platform จะรวบรวมและแสดงผลข้อมูลการใช้พลังงานของโรงงานแบบ Real-time ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานในประเทศเห็นภาพรวมการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศไทย และสามารถนำข้อมูล Industrial Big Data นี้ไปใช้วางแผนการจัดการด้านพลังงานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
[2] เศรษฐกิจ
IDA Platform จะเป็นหนึ่งฟันเฟืองในการส่งเสริมการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมที่จะมีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ประกอบการให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานและเกิดมูลค่าการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและพัฒนาคุณค่าผลิตภัณฑ์และบริการจากงานวิจัยไทย
[3] สถานประกอบการ
การตรวจจับการใช้พลังงานในระดับเครื่องจักรแบบ Real-time ช่วยให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการตัดสินใจในการวางแผนและบริหารจัดการพลังงานในสถานประกอบการของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมต่อยอดไปสู่การวัดประสิทธิภาพการผลิตของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness: OEE) และการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) ต่อไป
 

การร่วมโครงการกับแพลตฟอร์ม IDA

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เปิดให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการแพลตฟอร์ม IDA ภายในงาน Open House

โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนด้านการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประกอบด้วย
[1] การประเมินระดับความพร้อมในการก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0
ด้วยดัชนีชี้วัดความพร้อมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ (Smart Industry Readiness Index: SIRI) และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
[2] การติดตั้งและใช้งานแพลตฟอร์ม IDA (ด้านการตรวจสอบและจัดการการใช้พลังงาน)
ประกอบด้วย เซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณต่อเชื่อมผ่านอุปกรณ์ Universal Remote Terminal Unit (uRTU) ส่งข้อมูลสัญญาณต่างๆ ขึ้น NETPIE แพลตฟอร์ม IoT โดยข้อมูลจะถูกนำไปแสดงให้เห็นบน Dashboard เพื่อแสดงสุขภาพของเครื่องจักร

นอกจากนี้โครงการ ฯ จะจัดทำความตกลงเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับอย่างชัดเจน พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Information Security และ IoT Security) จากนักวิจัยเนคเทค – สวทช. และพันธมิตรที่ร่วมในโครงการฯ อีกด้วย

โดยโครงการฯ มีเป้าหมายขยายผลสู่ 500 โรงงานในระยะ 3 ปี สำหรับในปี 2563 นี้จะมีการติดตั้งแพลตฟอร์ม IDA ในโรงงานอุตสาหกรรมนำร่องขนาดเล็กและกลาง จำนวน 10 – 15 โรงงาน ประกอบไปด้วยโรงงานในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและยา อุปโภคบริโภค อิเล็กทรอนิกส์ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น โดยเป็นการร่วมทดสอบระบบและอุปกรณ์ที่ใช้ในแพลตฟอร์ม IDA ในการเชื่อมต่อกับผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นจากต่างประเทศ

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมของเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตในระดับหนึ่งแล้วและมีความต้องการเทคโนโลยีขั้นกว่า (Advanced) ทีมวิจัยและวิศวกรรมของโครงการฯ ยินดีร่วมปรึกษากับโรงงานเพื่อรับโจทย์ ศึกษา และออกแบบระบบร่วมกันต่อไป

 

บูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0

แพลตฟอร์ม IDA สร้างขึ้นโดยมีหมุดหมายเพื่อพัฒนาไทยสู่ Industry 4.0 โดยผสานพลังบูรณาการองค์ความรู้ทั้งจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมโดย สวทช. รวมถึงความร่วมมือจากภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพลังงาน ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนทั้งที่เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่ในวงการอุตสาหกรรม 4.0 ของโลกและบริษัทเอกชนไทยมาร่วมทำงานด้วยกันเพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้แก่ผู้ประกอบการ SME ไทย รวมทั้งสิ้น 8 บริษัท ประกอบไปด้วย

  • บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท ซีเมนส์อินดัสเทรียลเซอร์วิสเซส จำกัด
  • บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค แฟคตอรี ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด
  • บริษัท เน็กซ์พาย จำกัด
  • บริษัท พาโลอัลโต้ เน็ตเวิร์ค ประเทศไทย และอินโดจีน
  • บริษัท ออมรอน อีเลคทรอนิกส์ จำกัด
  • และ สถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล

โดยแต่ละรายจะสนับสนุนการทดลองใช้เทคโนโลยี อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์เพื่อทดสอบการใช้งานจริงในโรงงานนำร่อง ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ

จากความร่วมมือของพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ รวมทั้งช่วยสถานประกอบการ โรงงาน บริษัท รวมถึง SME สามารถยกระดับความสามารถสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตลอดจนให้ประเทศไทยมี Big Data ข้อมูลสถานภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมไทยในระดับมหภาคที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจและกำหนดนโยบายระดับชาติได้อีกด้วย ส่งผลให้นโยบาย Thailand 4.0 เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และประเทศไทยเติบโตได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
 

ร่วมโครงการแพลตฟอร์ม IDA

ดร. รวีภัทร์ ผุดผ่อง
ฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรมใหม่
เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) สวทช.
โทร. 08 1720 1980, 0 2117 8304, 0 2117 8311, 0 2117 8314
E-mail: ravipat.phu@nstda.or.th
ดร. พรพรหม อธีตนันท์
ฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.)
โทร. 08 6600 0723, 02 564 6900 ต่อ 2347, 2358, 2383
E-mail: business@nectec.or.th
Cinque Terre
ร่วมโครงการแพลตฟอร์ม IDA
Cinque Terre
ตอบรับการเข้าร่วมประชุมโรงงานนำร่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

]]>
การถ่ายทอดเทคโนโลยี/สนใจนำผลงานไปใช้ประโยชน์ https://www.nectec.or.th/innovation/transfer.html Mon, 04 Nov 2019 03:00:46 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=2362
transfer

 

ฝ่ายกลยุทธ์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี มีภารกิจในการแสวงหาความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยมุ่งหวังที่จะให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ศูนย์ฯ วิจัยและพัฒนาไปสู่ภาคส่วนต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ (product development) และ/หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต (process development) รวมถึงการพัฒนาบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ ให้มีความเข้าใจ ความรู้ และความสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาขีดความสามารถของการแข่งขันของประเทศโดยใช้เทคโนโลยีเป็นแกนนำ

กิจกรรมหลัก

  • แสวงหาความต้องการทางเทคโนโลยี และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ
  • ประสานงานและพัฒนาธุรกิจร่วมกับผู้สนใจ ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยของศูนย์ฯ
  • วิเคราะห์และประเมินผลงานถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ศูนย์ฯ เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานในระยะต่อไป
transfer

 

รูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ปัจจุบันรูปแบบของการถ่ายทอดเทคโนโลยีของศูนย์ฯ โดยงานพัฒนาเครือข่ายและถ่ายทอดเทคโนโลยี (PDTT) ฝ่ายงานพัฒนาเครือข่ายและถ่ายทอดเทคโนโลยี (SPD) ประกอบด้วย 5 รูปแบบหลัก ได้แก่

1. การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) เป็นการอนุญาตให้ผู้สนใจสามารถใช้สิทธิในผลผลิตของศูนย์ฯ เช่น ต้นแบบ องค์ความรู้ เพื่อพัฒนาไปสู่สินค้าหรือบริการในเชิงพาณิชย์

2. การรับจ้างวิจัย (Contract Research) เป็นการรับจ้างดำเนินการวิจัยให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยการใช้เทคโนโลยีที่ศูนย์ฯ มีความสามารถและความเชี่ยวชาญ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรม

3. การร่วมวิจัย (Joint Research) เป็นการร่วมดำเนินการวิจัยพัฒนา เพื่อส่งเสริมภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่มีความสามารถทางเทคโนโลยีให้มี ศักยภาพทางเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

4. การให้คำปรึกษา (Consulting) เป็นการจัดหาผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิจัยของศูนย์ฯ มาเป็นผู้ให้คำปรึกษาหรือแนะนำ ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกระบวนการผลิต เพื่อให้ความรู้หรือช่วยแก้ปัญหาในการดำเนินการของแก่หน่วยงานภายนอกศูนย์ฯ

5. การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Technical Workshop) เป็นการให้ความรู้ทางเทคโนโลยีเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับผลงานวิจัย หรือความเชี่ยวชาญของศูนย์ฯ จากที่ผู้ที่มีคามรู้ ความชำนาญในเรื่องนั้นๆ โดยตรง เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้เข้าอบรมให้สูงขึ้น และสามารถนำไปปฏิบัติในการทำงานจริงได้

transfer

 

สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่

งานพัฒนาเครือข่ายและถ่ายทอดเทคโนโลยี (PDTT)
ฝ่ายงานพัฒนาเครือข่ายและถ่ายทอดเทคโนโลยี (SPD)
ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร. 0 2564 6900 ต่อ 2346, 2349, 2351-2353, 2357, 2383
email: business[at]nectec.or.th
]]>