SMC | Sustainable Manufacturing Center
Industry 4.0
Assessment
ประเมินความพร้อมโรงงาน
ด้วย Thailand i4.0 Index
รู้จุดแข็ง เห็นช่องว่าง วางแผนพัฒนา
สู่โรงงานอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ
Industry 4.0 คืออะไร?
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติในการเชื่อมต่อข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม
เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการได้แบบ Real-time
Thailand i4.0 Index คืออะไร?
Thailand i4.0 Index หรือ ดัชนีชี้วัดอุตสาหกรรม 4.0 สำหรับประเทศไทย คือ กระบวนการการประเมินศักยภาพความพร้อมของผู้ประกอบการโรงงานและบริษัท โดยทำการสำรวจการปรับปรุงโรงงานในด้านต่าง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นความแตกต่างของโรงงานแต่ละขนาด และบริบทของประเทศไทย
ทำไมประเทศไทยต้องมี Index ของตนเอง?
บริบทอุตสาหกรรมไทยมีความแตกต่างจากต่างประเทศ
สะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการไทย
ใช้ข้อมูลที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
รองรับผู้ให้บริการเทคโนโลยีและผู้รับเหมาระบบ (SI) ในไทย
รายละเอียด Thailand i4.0 Index
ดัชนีชี้วัดความพร้อมของอุตสาหกรรม มีใช้หลายประเทศทั่วโลก เช่น Smart Industry Readiness Index (SIRI) ของประเทศสิงคโปร์ หรือ Industrie 4.0 Readiness ของประเทศเยอรมนี หลาย ๆ ท่าน อาจจะสงสัยว่าทำไมประเทศไทยไม่นำดัชนีชี้วัดของประเทศชั้นนำโลกมาใช้โดยตรง
โดยเหตุผลที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีดัชนีชี้วัดความพร้อมของอุตสาหกรรรมเป็นของตนเองนั้น เนื่องจากบริบททางสังคมของแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกัน การที่ประเทศไทยนำดัชนีชี้วัดของประเทศอื่นมาใช้นั้น จะไม่สอดคล้องเหมาะสมต่อการทำงานในระบบของอุตสาหกรรมไทย ดังนั้น เราจึงต้องสร้างดัชนีชี้วัดของตนเอง เพื่อให้มีความเหมาะสมกับบริบทประเทศและสังคมไทยมากที่สุด เพื่อลดการพึ่งพาระบบการประเมินของต่างประเทศ
และไม่จำเป็นต้องจ้างผู้รับเหมาระบบต่างชาติเข้ามาช่วยจัดการ ช่วยลดความเสี่ยงของข้อมูลรั่วไหล เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจภายในประเทศ จากการเพิ่มอัตราการจ้างงานภายในประเทศ โดยการสร้างอาชีพผู้รับเหมาระบบให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
ดัชนีชี้วัดความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 สำหรับประเทศไทย คือ กระบวนการการประเมินศักยภาพความพร้อมของผู้ประกอบการ โรงงาน เเละบริษัท โดยทำการลำดับการปรับปรุงโรงงานในด้านต่าง ๆ ทำให้สามารถจัดหาผู้รับเหมาระบบ (SI) ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของโรงงานนั้น ๆ ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงนำดัชนีชี้วัดความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 มาประเมินศักยภาพและความเหมาะสมของผู้รับเหมาระบบ เพื่อทำให้โรงงานสามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้
ดังนั้น ดัชนีชี้วัดความพร้อมของอุตสาหกรรม 4.0 จึงมีผลอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) และเป็นการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมไทย โดยจะเข้าไปช่วยทำให้โรงงานอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการมีองค์ความรู้เรื่องการปรับปรุงองค์กรให้เป็นมาตรฐานเพิ่มขึ้น ทราบว่าจะต้องปรับปรุงองค์กรของตนในด้านใด และต้องปรับปรุงถึงระดับใดจึงจะถือว่าเข้าสู่องค์กรแห่งยุคอุตสาหกรรม 4.0
โครงสร้างการประเมิน
Thailand i4.0 Index
ครอบคลุม 6 มิติหลัก และ 17 มิติย่อย เพื่อสะท้อนความพร้อมของโรงงานในแต่ละด้านอย่างเป็นระบบ
ประเมินความพร้อมของโรงงานใน 6 มิติหลัก เพื่อให้เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางการพัฒนาอย่างชัดเจน
Technology
(เทคโนโลยี)
- การนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การควบคุมการผลิต การจัดการสถานที่และองค์กร และเชื่อมต่อทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน
Smart Operation
(การดำเนินงานที่ชาญฉลาด)
- การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาดเพื่อใช้ในการบริหารการผลิต การดำเนินงานขององค์กร อุปกรณ์และสถานที่ผลิตที่ดำเนินแบบแผนไปในทางเดียวกันอย่างคล่องตัว
IT System & Data Transaction
(ระบบไอทีและธุรกรรมข้อมูล)
- การบูรณาการโครงสร้างภายในองค์กร โดยเชื่อมต่อกระบวนการต่างๆ แบบแนวตั้งหรือแบบปิรามิด (ปิรามิดอัตโนมัติในอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับชั้น โดยระดับชั้นแรกคือด้านบนสุดซึ่งเป็นชั้นที่วางแผนองค์กร ตามระดับไปจนถึงระดับ 5 ซึ่งอยู่ด้านล่างสุดของปิรามิด)
Market & Customers
(ตลาดและลูกค้า)
- การรวบรวมและจัดการข้อมูลเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายและสภาพตลาดเพื่อการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ การออกแบบ และวางแผนวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
Strategy & Organization
(กลยุทธ์และองค์กร)
- กระบวนการทำงานและการนำพาองค์กรจากผู้บริหารไปสู่พนักงาน การวางแผนและพัฒนาขององค์กรสู่ Industry 4.0 โดยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและการร่วมมือกับพันธมิตรภายนอก
Human Capital
(ทุนมนุษย์)
- การพัฒนาความสามารถและขอบเขตของพนักงานโดยการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร รวมถึงการศึกษาและสวัสดิการที่เหมาะสมกับชีวิตและความเป็นอยู่
สถานการณ์ที่โรงงานไทยต้องเผชิญ
ความท้าทายที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และทำให้การปรับตัวสู่ Industry 4.0 เป็นสิ่งจำเป็น
ความต้องการของตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การแข่งขันสูงทั้งในและต่างประเทศ
ต้องเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองตลาด
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นความจำเป็น
โรงงานต้องปรับตัวเพื่อไม่ให้เสียความสามารถในการแข่งขัน
จากการที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุค 4.0 ทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่มีกระแสการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลมาประมวลผลและอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจให้ง่ายขึ้น จึงทำให้กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันมีความต้องการ (demand)ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก ยุค 3.0 คือ ยุคที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น เมื่อเข้าสู่ยุค 4.0 อิทธิพลจากยุค 3.0 ก็ยิ่งส่งอิทธิพลมากขึ้น โดยผู้บริโภคยุค 4.0 เน้นความรวดเร็วและตรงกับความต้องการมากที่สุด มีการใช้อารมณ์ ความรู้สึกตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการมากกว่ายุคก่อน
ดังนั้น การที่จะโรงงานและผู้ประกอบการจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคได้ จะต้องอาศัยการนำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลเข้ามาใช้ร่วม เพื่อประมวลผล เจาะความต้องการของลูกค้าผ่านอินเตอร์เน็ตให้ได้รวดเร็วมากที่สุด เพื่อให้สินค้าและบริการตรงใจลูกค้า
รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้กับเครื่องจักรในโรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรในกระบวนการผลิตมีความอัจฉริยะมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ลดค่าใช้จ่าย ช่วยให้เห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน เช่น การนำแพลตฟอร์ม IDA ซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากจากอุปกรณ์ไอโอที (Internet of Things) โดยตรวจจับสัญญาณต่าง ๆ จากเครื่องจักร ทำให้ทราบสถานภาพของเครื่องจักร นำไปสู่การวิเคราะห์และบูรณาการข้อมูล ที่ช่วยให้บริหารจัดการการผลิตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาเครื่องจักรในโรงงาน จากวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากมีการเชื่อมโยงข้อมูลพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของเครื่องจักรมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องจักรจะเกิดอาการเสียหายในอนาคต
การปรับตัวของ SME ในภาคการผลิตมีความจำเป็นเร่งด่วน รวมถึงสอดรับการเปลี่ยนแปลงรอบด้านภายหลังจากโควิด-19 แต่ทว่า ในปัจจุบันโรงงานและผู้ประกอบการส่วนมาก ยังคงไม่ทราบว่าโรงงานของตนอยู่ในระดับใด และต้องมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างไร เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีดัชนีชี้วัดความพร้อมอุตสาหกรรมที่ใช้ในประเทศ จำเป็นต้องพึ่งพาระบบการประเมินของต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ย่อมมีค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจไม่คุ้มทุนสำหรับบางประเภทอุตสาหกรรมที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อความคุ้มค่าในการลงทุน
ดังนั้น ดัชนีชี้วัดความพร้อมของอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นกำลังสำคัญซึ่งทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้ตามลำดับอย่างเหมาะสม ช่วยคลี่คลายปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ ทั้งนี้ ความร่วมมือของทั้งผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงภาครัฐจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสนับสนุนและสร้างความตระหนักรู้เรื่องดัชนีชี้วัดความพร้อมของอุตสาหกรรม 4.0 สำหรับประเทศไทย เพื่อให้เกิดการนำมาปรับใช้อย่างแพร่หลายต่อไป
สิ่งที่โรงงานจะได้รับจากการประเมิน
รู้ระดับความพร้อม เห็นแนวทางพัฒนา และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ
รู้ระดับความพร้อมของโรงงาน
เห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา
เห็นช่องว่าง (Gap) อย่างชัดเจน
เพื่อจัดลำดับการพัฒนา
แนวทางพัฒนาที่เหมาะสม
สอดคล้องกับบริบทของโรงงาน
ชื่อมต่อผู้ให้บริการเทคโนโลยีและผู้รับเหมาระบบ (SI)
เพื่อขับเคลื่อนสู่ Industry 4.0
สนใจประเมินความพร้อมโรงงาน
ด้วย Thailand i4.0 Index
ลงทะเบียนเพื่อขอรับคำปรึกษาและข้อมูลสิทธิประโยชน์จาก SMC
สอบถามเพิ่มเติม (For more information)
Email : smc-business@nectec.or.th
โทร. 0 2564 6900 ต่อ 2449, 0 2564 7000 ต่อ 85316